“ใช่! บัลลังค์าานั่นไม่สามารถกำเนิดพลังได้หากขาดเ้าภพ ภวังคจิตมันไม่สามารถใช้พลังจากบัลลังค์ มันเลยสร้างเงาแห่งเ้าภพขึ้นมา แต่พลังก็ยังเอนเอียงไปทางตัวภวังคจิตมากกว่า ทุกครั้งที่มีการโจมตี ภวังคจิตจะอ่อนกำลังลง!" ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ข้ารู้ว่าบัลลังค์และตัวข้านั้นเกิดมาคู่กันแต่ไม่เคยรู้ว่าบัลลังค์และตัวข้านั้นมีพลังที่ถ่ายเทกันไปมาและเฉกเช่นเดียวกัน” ปินลู่ซีเฉินเอ่ย
“ข้ารู้แล้ว ตามที่นิมิตรบอกว่าภพอนุษย์จะเข้าสู่กลียุคเพราะเ้าภพอ่อนกำลัง แต่มันจะมีทางฟื้นพลังให้เ้าภพด้วยการ “ทำดำให้คืนเป็ขาว” บัลลังค์นี่ไม่อาจถูกทำลายเพราะมันคือส่วนหนึ่งของปินลู่ซีเฉิน และเราก็ไม่อาจขับไล่ภวังคจิตนั้นออกจากบัลลังค์เพราะมันรวมตัวเข้าเป็ส่วนหนึ่ง เมื่อภวังคจิตหายไป บัลลังค์ก็จะเรียกหา และก็เช่นเดียวกันกับตัวภวังคจิตก็จะเรียกหาบัลลังค์เช่นกัน นั่นก็หมายถึงสิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือ.........!” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ทำให้บัลลังค์นี้หายไป! เราต้องไล่ภวังคจิตออก และ ทำให้บัลลังค์นี่หลอมเข้าตัวปินลู่ซีเฉิน ดังนี้พลังแห่งเ้าภพของท่านก็จะกลับคืนมา พร้อมกับการไร้ที่อยู่ของภวังคจิต” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“พลังข้าในฐานะเ้าภพจะคืนมา และด้วยการรวมเ้าของบัลลังค์าา ข้าจะสามารถเป็ทั้งเ้าภพและหัวใจที่พิทักษ์ภพแห่งนี้ในคราเดียวกัน?” ปินลู่ซีเฉินเอ่ย
“ปล่อยข้าออกไป ไอพวกเวรข้าคือเ้าภพข้าจะออกไปกำจัดพวกเ้าออกจากภพข้าไปซะ” เสียงโวยวายจากปีศาจเงาที่ถูกกักอยู่ในวงแหวนปรภพ
“พวกข้าได้คำตอบหมดแล้ว เ้ามันไม่มีประโยชน์อะไรละ ไอ้เ้าภพปลอม ชิงหลง หลิ่งกวาง สงเคราะห์มันหน่อย” เ้าวั่งซูเอ่ย ชิงหลงกับหลิงกวาง ขยายตัวขึ้นประกบปีศาจเงาที่ทำท่าสั่นเทากลัวกับดวงตาที่ประกายแสงของทั้งสอง หลิ่งกวางและชิงหลงคายพลังก้อนใหญ่ใส่ปีศาจเงาแหลกสลายในพริบตา
เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟา ทั้งสองผายมือในอากาศ ปรากฏ ซวินดำสิบสองซุ่น และ ผีผาประทีปอนันตกาล และเริ่มเล่นเพลง “กล่อมิญญา” โดยมีหลิ่งกวาง และ ชิงหลง ร่าย” มนต์แยกจาระไนิญญา” อยู่ด้านข้าง ทำนองกล่อมิญญาเข้าครอบงำิญญาร้ายให้หลุดจากบัลลังค์าา และ มนต์จาระไนพยายามดึงิญญาร้ายนั้นออกมาอย่างถาวร เมื่อภวังคจิตดำมืดนั้นเคลื่อนตัวคลายหลุดพ้นพันธนาการจากบัลลังค์
“มนต์ผสานิญญา” แสงสว่างจ้าขึ้นที่เคียวและกระบี่ เสี้ยวิญญาของชิงหลงและหลิ่งกวาง ทั้งหมดประสานเข้าด้วยกัน “เคียวปรภพเขี้ยวั” เ้าวั่งซูจับง้าวและฟาดฟันลงใจกลางภวังคจิต แสงสว่างจ้า และ แรงะเิอันมหาศาล แรงะเิพลังที่รุนแรงกะเทาะพลังดำมืดทั้งหมดที่ครอบตัวพระราชวังแห่งนี้ไว้ เมื่อความมืดคลายออกเหล่าุ์ผู้พิทักษ์ล้วนหลุดจากพันธนาการ และตัวปราสาทก็คล้ายว่ากำลังจะคืนสู่สภาพเดิม ิญญาของจอมมารลอยเป็กลุ่มควันออกมากรีดร้องด้วยความเ็ป เสียงแห่งความแค้นและทรมานกึกก้องไปทั่วบริเวณ และแหลกสลายไป
ปินลู่ซีเฉินในร่างพ่อมดแห่งปัญญาเริ่มอ่อนกำลัง และทรุดลง ร่างกายเริ่มโปร่งแสง
“ซูซู....! พวกเราต้องรีบละ ใช้เคียวปรภพเขี้ยวั ผสานเข้ากับมนต์สู่ร่างจักราทองคำ (พลังจากพระอาทิตย์และพระจันทร์) ”
“พลังจักราทองคำ...ยืมพลังจากพระจันทร์กับพระอาทิตย์หรอ!?” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม
“ใช่! เราต้องยืมพลังจากเสด็จพ่อของข้าและเสด็จแม่ของเ้า เมื่อพลังจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ผสานจะเกิดพลังสู่ร่างจักราทองคำ ให้พลังทั้งหมดถ่ายเทจากเ้าภพสู่บัลลังค์และบัลลังค์สู่เ้าภพ เพื่อความเป็คงกะพันและหนึ่งเดียว” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“อื้ม...! เทพแห่งแสงจันทร์ เสด็จแม่ และ เทพแห่งแสงอาทิตย์ เสด็จพ่อ โปรดมอบพลังแก่พวกเรา
“มนต์สู่ร่างจักราทองคำ” ” เคียวปรภพเขี้ยวัเปล่งแสงเรืองรองและเปลี่ยนสีทั้งหมดให้กลายเป็สีทอง เ้าวั่งซูวาดตวัดเคียวทองไปมาเกิดเป็ลูกพลังสว่างสีทองเปล่งประกายขนาดใหญ่ส่งไปที่ฮวาเฟยฟา
“มนต์ผสานิญญา” เฟยฟาร่ายมนตร์และผลักลูกบอลสีทองใส่ร่างพ่อมดแห่งปัญญาเปล่งแสงทะลุร่างผ่านไปที่บัลลังค์สีดำด้านหลัง ทำให้บัลลังค์ที่ทำจากกะโหลกดำขลับเปลี่ยนเป็สีทองอร่าม
ร่างของปินลู่ซีเฉินค่อยๆ ลอย ไปประทับบนบัลลังค์ทองคำ ทันทีที่เขาััที่นั่ง พลังมหาศาลไหลผ่านร่างกายเขา มีการถ่ายเทพลังจักราจากบัลลังค์ที่กลายเป็สีทองเรืองแสงสว่าง พลังบริสุทธิ์ไหลเวียนระหว่างเ้าภพุ์กับบัลลังค์าา แสดงถึงเป็การรวมเป็หนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์
ิัสีเทาเข้มเริ่มกลับคืนเป็สีปกติ...สีไม้หุ่นกระบอก ใบหน้าปีศาจร้ายหายไปกลับคืนเป็สัตว์ดึกดำบรรพ์คล้ายั ดวงตาแดงเืเปลี่ยนเป็สีดำขลับลึกลับ เขี้ยวแหลมคมหด ดอกไม้ต้นไม้นานาพันธุ์แผ่ขยายงอกออกมา ขดพันแผ่กว้างสยายเป็ปีก มงกุฎหนามดำแตกเป็เสี่ยงๆ แล้วเปลี่ยนเป็มงกุฎทองคำแห่งเ้าภพที่งดงามสวมครอบทับลงมาบนเขาทั้งเก้าที่ขดม้วนเกลียวไปด้านหลัง
“มนต์สู่ร่างจักราทองคำ” สิ้นเสียงปิลู่ซีเฉิน จากมนต์แห่งแสงอาทิย์ละแสงจันทร์ รวมเข้ากับพลังแห่งเ้าภพ เกิดเป็ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ และถูกส่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ม่านหมอกที่ปกคลุมภพแห่งนี้มาช้านานก็จางลงและกลายเป็ท้องฟ้าที่สดใส “ั้แ่นี้ไปภพุ์จะเป็ภพที่สว่างสดใส และคอยให้ความช่วยเหลือกับดวงิญญาที่มาถือกำเนิดที่นี่ ที่แห่งนี้จะไร้ความมืดมน จะมีแต่แสงแห่งความหวัง ความสว่าง และความสงบให้แก่ดวงิญญาทุกดวง” ปินลู่ซีเฉินยืนขึ้นเหนือบัลลังค์เอ่ยอย่างภาคภูมิ
“ข้ารู้สึกได้! เป็เพราะ! แท้จริงแล้ว ท่านทั้งสองคือผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ของสรรพสิ่งทั้งปวง ถึงสามารถถ่ายทอดพลังที่ยิ่งใหญ่สู่เ้าภพ และยังฟื้นพลังแห่งเ้าภพกลับมาทั้งหมด” ปินลู่ซีเฉินพูดพร้อมทำความเคารพ
“ยินดีด้วยกับการเกิดใหม่ ไหนท่านว่าร่างนี้จะหลับใหลไปอีกหลายพันปีไง สหาย” เ้าวั่งซู ฮวาเฟยฟา ยืนยิ้มให้เ้าภพุ์ที่คืนทั้งร่าง พร้อมพลังจักราที่แข็งแกร่งขึ้น บัลลังค์ ปราสาท และผู้พิทักษ์ทั้งหมด
ทุกคนมองหน้ากัน และหัวเราะร่า เสียงดังก้องพระราชวังที่เคลือบไปด้วยสีทองอร่ามทั้งหมด
“ขอบคุณในความช่วยเหลือของพวกท่าน เ้าวั่งซู ฮวาเฟยฟา ชิงหลง หลิ่งกวาง สหายรักแห่งข้านิรันดร์” ปินลู่ซีเฉินเอ่ยสงบเย็น
ในคืนนั้นที่พระราชวังาาอนุษย์ ที่ถูกฉาบด้วยสีทองอร่าม และลอยกลับขึ้นไปอยู่เหนือพื้นดิน ภายใต้แสงจันทร์ ภายในพระราชวังมีการจัดงานครื้นเครงเฉลิงฉลอง การคืนชีพของเ้าภพ การหลุดจากการจองจำจากภวังคจิตของภพุ์ และขอบคุณเ้าวั่งซู ฮวาเฟยฟา หลิ่งกวาง และชิงหลง ในการปลดปล่อยครั้งยิ่งใหญ่นี้ เมื่องานจบ ทั้งสี่ได้นอนพักในพระราชวังแห่งนี้ ห้องขนาดใหญ่พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นท้องฟ้าที่สดใสเต็มไปด้วยหมู่ดาว
“ั้แ่ข้ามาภพุ์แห่งนี้ พึ่งเคยเห็นท้องฟ้าที่ปราศจากหมอก ขุ่นมัว แต่เต็มไปด้วยหมู่ดาวก็ครานี้” เ้าวั่งซูเอ่ย ขณะที่มองดาวและมีฮวาเฟยฟาในอ้อมกอด ทั้งคู่นั่งอยู่บนเตียงและอิงแอบมองออกไปนอกหน้าต่างพระราชวัง ที่พอตกดึกก็จะลอยขึ้นสูงอยู่บนฟากฟ้าท่ามกลางหมู่ดาว
“ใช่ ข้าคิดว่าภพุ์ที่อยู่ภายใต้หมอกควันและความขุ่นมัว จะกระจ่างชัดและสว่างมากขึ้นนับแต่นี้ไป ปินลู่ซีเฉินต้องเป็เ้าภพที่ดีและทำให้ภพแห่งนี้ดำเนินไปในทางที่สว่างมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน วันนี้หมือนเป็นิมิตหมายแห่งการเริ่มต้นที่ดี ซูซู เหมือนการต่อสู้นี่ช่างยาวนาน และยากขึ้นเรื่อยๆ มีหลายคราที่ข้าไม่รู้ต้องทำอย่างไร และ หวั่นใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่เพราะข้ามีเ้า ข้าถึงได้ผ่านมันมาทั้งหมด” ฮวาเฟยฟาพูดเสียงอ่อนหวาน พร้อมชายตาเรียวสวยมองไปที่เ้าวั่งซู เ้าวั่งซูเอียงมองลงด้ยความเขิล และพูดแก้เขิลว่า
“เ้าอยู่กับข้ามาเป็หลายหมื่นปีละน้า ยังไม่คิดจะเบื่อการมีข้าอยู่ด้วยหรือไง เฟยเฟย” เ้าวั่งซูพูดพร้อมเอานิ้วยาวเรียวสวยเข้าเกี่ยวผมคนรักพันไปพันมาและเอาดอมดม เฟยฟาเอื้อมจับมือคนรักกอดโอบตนให้แน่นขึ้น
“พวกเราทั้งสี่พันผูกด้วยโชคชะตามาแต่กำเนิด พวกเราเกิดมาเพื่อกันและกัน และอยู่เคียงข้างกันเสมอมา มันช่างเป็สายใยที่หนักแน่น มั่นคง และเป็นิรันดร์ มากนะ” เฟยฟาก้มลงจุมพิตบริเวณแขนคนรัก พร้อมเอาใบหน้างามซบถูไถไปมา ถัดไปมี หลิ่งกวางและชิงหลงนอนขดทับกันอยู่หน้าเตาไฟ
“ใช่มันน่าอัศจรรย์เนอะ มันคือโชคชะตา พรหมลิขิต และที่แท้จริงแล้วพวกเราคือผู้สร้างและปกปักษ์ทุกสรรพสิ่ง การเดินทางนี้ช่างควรค่านัก และมันคู่ควรอย่างยิ่งเมื่อการเดินทางที่ยาวนานนี้ มีสหายรู้ใจร่วมเดินทางด้วยกันไม่ห่างกันตลอดกาลยาวนาน” เ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมโอบกอดคนรักไว้ในอ้อมกอด แน่นขึ้น แน่นขึ้น และแน่นขึ้น
“ข้ารักท่าน ข้าเป็ของท่านเพียงผู้เดียว ฮวาเฟยฟาที่รัก”
ใบหน้าปลื้มปริ่ม ดวงตามีน้ำตาคลอเบ้า และรอยยิ้มที่ปรีดิ์เปรม ตอบกลับ “ข้าก็เช่นกัน ทุกสิ่งของข้าเป็ของท่าน เ้าวั่งซู เราสองคือนิรันดร์ของกันและกัน”
ทั้งสองซุกไซร้โอบกอดกันบนเตียงที่แสนอบอุ่น พร้อมแสงสว่างไสวจากหมู่ดาวและแสงจันทร์ในค่ำคืนที่สวยงามที่สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ณ พระราชวังาา ภพุ์
