บทที่ 2: โลหิตในโคลนตม
พันปีต่อมาสายฝนที่สาดกระหน่ำลงมาในย่านสลัมของมหานครเซียงไฮ้นั้นช่างเย็นเยียบและไร้ความปรานี มันไม่ได้ชะล้างความโสโครกของซอกตึกที่เน่าเหม็น แต่กลับยิ่งทำให้กลิ่นปฏิกูลและเศษขยะคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
แสงไฟสลัวจากท้องถนนใหญ่ ส่องเข้ามาไม่ถึงซอยแคบและเล็กแห่งนี้ ความมืดมิดยังคงปกคลุมความชั่วร้ายที่กำลังดำเนินอยู่...เสียงฟ้าคำรามสลับกับเสียงเนื้อกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของ จ้าวหงชิง อดีตคุณนายใหญ่ตระกูลฉิน ถูกผลักลงไปกองกับพื้นโคลนเน่าเหม็นข้างๆ ลูกสาวของเธอ
“ลูกแม่... หนีไป...หนีไปลูก!” จ้าวหงชิงตระโกนสุดเสียง ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้ซูบผอมและเต็มไปด้วยาแและรอยฟกช้ำ เธอพยายามจะโผเข้าปกป้อง ฉินฉู่หราน ลูกสาวเพียงคนเดียว แต่กลับถูกฝ่าเท้าหนักๆ ของห้าวเต๋อถีบเข้าที่ยอดอกจนกระเด็นไปกระแทกถังขยะสังกะสีอย่างแรง
เพล้ง!!
“จะหนีไปไหน...คุณนาย? ห้าวเต๋อแค่นยิ้มเหี้ยม แววตาของมันสะท้อนความสะใจที่ได้เหยียบย่ำผู้ที่เคยอยู่สูงกว่า “ที่เดียวที่พวกแกสองคนจะต้องไปในคืนนี้ก็คือนรก!”
ตุ้บ! พลั่ก!
เสียงรองเท้าคอมแบทกระแทกเข้าที่ซี่โครงดัง กร๊อบ ฉินฉู่หรานงอตัวด้วยความเ็ปจนแทบสิ้นสติ เืสีแดงสดพุ่งออกมาจากปากของเธอ ย้อมน้ำฝนรอบกาย จนเป็สีชมพูจางๆ แต่พวกเขาก็ยังไม่หยุด พวกเขาเตะซ้ำที่ท้อง ที่หลัง และศีรษะของนางราวกับร่างตรงหน้าไม่ใช่คน แต่เป็กระสอบทรายที่ไร้ความรู้สึก
ฉินฉู่หรานนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นพยายามยื่นมืออันสั่นเทาไปหาแม่ของเธอ ภาพใบหน้าของแม่ที่ต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดสองปีซ้อนทับขึ้นมาในห้วงสติที่เริ่มเลือนลาง...
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน...จุดเริ่มต้นของฝันร้าย ในวันนั้น ณ คฤหาสน์ตระกูลฉินที่เคยสงบสุขกลับลุกเป็ไฟ เมื่อ ฉินจือผิง ผู้เป็พ่อ พาเย่วหลินภรรยาใหม่และลูกสาวของเธอเข้ามาในบ้านพร้อมประกาศสิทธิขาดอำนาจในการดูแลบ้านใหญ่แทนแม่ของฉู่หราน แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น คือแผนการที่แยบยลประดุจงูพิษของเย่วหลิน รูปถ่ายชุดหนึ่งถูกโยนลงบนโต๊ะไม้โอ๊คหนาหนัก มันคือรูปของจ้าวหงชิงที่ดูเหมือนกำลังออดอ้อนอยู่กับชายแปลกหน้าในโรงแรมหรู ภาพเ่าั้ถูกจัดฉากอย่างสมจริงจนไม่มีที่ให้โต้แย้ง
“นี่มันอะไร! จ้าวหงชิง! ตอบฉันมาสิว่านี่คืออะไร!” ฉินจือผิงะโจนหน้าแดงก่ำ เส้นเืที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธแค้น
“ไม่จริงนะคะคุณ... ฉันถูกใส่ร้าย ฉันไม่เคยทำเื่เรวร้ายแบบนั้น!” จ้าวหงชิงคุกเข่าอ้อนวอนทั้งน้ำตา แต่มือของสามีที่เธอเคยรักกลับฟาดลงบนใบหน้าของเธออย่างแรงจนเธอล้มคว่ำ
เพี้ย!
“นังคนไม่รู้บุญคุณ! ฉันแต่งแกมาจากครอบครัวยากจน สมบัติติดตัวสักชิ้นก็ไม่มี แต่แกกลับทำเื่เลวระยำที่สุดแบบนี้เห็นทีแกจะอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว!”
คำพูดเ่าั้เหมือนมีดกรีดหัวใจ ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา ฐานะของภรรยาเอกและคุณหนูใหญ่ก็พังทลายลง เย่วหลินใช้แผนการกดดันจนในที่สุดฉินจือผิง จำต้องไล่ภรรยาและลูกสาวออกจากเรือนใหญ่ไปอาศัยอยู่ในเรือนหลังเล็กที่ทรุดโทรมด้านหลัง
ั้แ่วันนั้นฉินฉู่หรานในวัย18ปีและแม่ของเธอต้องทำงานหนักไม่ต่างจากคนใช้ ทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่างถูกเย่วหลินยึดครองไว้อย่างเบ็ดเสร็จ
และเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ฉินจือผิงก็ล้มป่วยหนักจนต้องนอนติดเตียง เย่วหลินรู้ดีว่าตามกฎหมาย สมบัติครึ่งหนึ่งต้องตกเป็ของฉินจูหรานในฐานะบุตรสาวคนโตสายเืตรง และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ เยวหลินต้องขจัดเสี้ยนหนามเ่าั้เสีย และฮุบสมบัติทั้งหมดให้ลูกสาวตัวเอง...คำสั่งสังหารในคืนนี้จึงเกิดขึ้น
ฟ้าแล็ปแปลบจนสว่างจ้า...ห้าวเต๋อย่อเข่าลงข้างๆ เธอ“คุณหนูหลินกวงซี สั่งไว้ว่าถ้าแกตายในกองขยะ มันจะดูสมฐานะของแกที่สุด” ห้าวเต๋อพูดพลางพยักหน้าให้ลูกน้อง
ตุ้บ! พลั่ก!
หมัดและเท้ากระหน่ำลงบนร่างของฉินฉู่หรานอีกครั้ง ซี่โครงของเธอหักสะบั้น ความเ็ปรวดร้าวแล่นผ่านประสาทััจนเกินจะรับไหว จ้าวหงชิงพยายามตะเกียกตะกายเข้ามาขวาง แต่เธอก็ถูกลูกน้องอีกคนใช้ไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ศีรษะจนล้มคว่ำ เืไหลอาบใบหน้าแน่นิ่งไป
“แม่...!” ฉินฉูหรานส่งเสียงเรียกในใจ เพราะลำคอของเธอเต็มไปด้วยก้อนเืจนเปล่งเสียงไม่ได้เธอเห็นแม่ของเธอนอนแน่นิ่งไป... เห็นห้าวเต๋อเงื้อมีดพกขึ้นมาหมายจะปลิดชีพเธอ
"ทำไมโลกนี้ถึงอยุติธรรมใครก็ได้... ช่วยแม่ฉันที..."นั่นคือความคิดสุดท้ายของดวงจิตที่ชื่อว่าฉินฉู่หร่าน ก่อนที่แสงสว่างจ้าในดวงตาจะดับวูบลง หัวใจของเธอหยุดเต้นสนิท ลมหายใจขาดห้วงไปท่ามกลางเสียงฝน
เปรี้ยง!!!!!!
ทันใดนั้น สายฟ้าสีทองฟาดลงมากลางซอยแคบ แสงสว่างจ้าทำให้พวกนักเลงต้องยกมือขึ้นบังตา อากาศรอบด้านพลันเย็นะเืขึ้นอย่างเฉียบพลัน เม็ดฝนที่เคยตกลงมาอย่างบ้าคลั่งกลับหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศราวกับถูกแช่แข็งชั่วขณะ!ในห้วงมิติอันมืดมิด...ที่อยู่เหนือความเป็และความตาย ดวงจิตของฉินฉู่หร่านล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าที่ไร้ก้นบึ้ง เธอรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด ความเ็ปที่เคยทิ่มแทงร่างกายมลายหายไป เหลือเพียงความเศร้าโศกอันลึกซึ้งที่เกาะกินิญญา ทว่าในขณะที่จิตกำลังจะมอดดับและสลายไปเป็เถ้าธุลีแห่งกาลเวลา...
วูบ!
รัศมีสีทองสว่างจ้าปะทะเข้ากับดวงจิตที่ริบหรี่ของเธอ แรงกดดันมหาศาลที่ทรงอำนาจจนจักรวาลต้องสั่นะเืปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ในใจกลางแสงนั่นก้ปรากฏร่างของสตรีในชุดขาวผู้สง่างามประดุจเทพธิดากำลังจ้องมาที่ดวงจิตของฉู่หราน!
เปรี้ยง!
แสงสว่างจ้าดุจกลางวันสาดส่องลงมาในตรอกมืด เผยให้เห็นใบหน้าเหี้ยมเกรียมของห้าวเต๋อที่บิดเบี้ยวด้วยความเ็า เขาขยับตัวก้มลงและใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านแตะลงที่จุดชีพจรตรงลำคอของฉินฉู่หร่าน ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงสายฝนที่กระทบหลังคาและกลิ่นคาวเืที่ยังคละคลุ้ง
เขาััได้เพียงความเย็นเยียบและนิ่งสนิท ไร้ซึ่งแรงสั่นะเืใดๆ
“นางนี่ตายแล้ว” ห้าวเต๋อผงกหัวเบาๆ แววตาไร้ความรู้สึกสะท้อนภาพร่างไร้ิญญาของคุณหนูใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นปัดเศษดินโคลนออกจากมือ
และหันไปสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงอำมหิต “อาหู่แกจัดการตัวแม่มันด้วย อย่าให้มีใครรอดไปเป็พยานได้” อาหู่ลูกน้องหน้าบากกระตุกยิ้ม “ได้เลยลูกพี่เดี๋ยวฉันจัดการที่เหลือเอง ลูกพี่ออกไปรอปากซอยก่อนเลย!”
