เสียงของหยางเฉินเยือกเย็นลง ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยพลังแปลกประหลาดราวกับพายุลูกเล็กๆ ที่กำลังโหมกระหน่ำ ท่ามกลางห้องโถงอันกว้างขวางนี้
ั์ตาคู่สีน้ำตาลที่เคยเยือกเย็น ค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีแดงเข้ม ปากของหยางเฉินแสยะยิ้มเล็กน้อย สายตาเหลือบมองไปที่คนทั้งหมดอย่างแปลกประหลาด
ความรู้สึกหดหู่ใจอบอวลไปทั่วห้องโถง ความหวาดกลัวปรากฏขึ้น ราวกับว่าเพียงแค่สายตาของชายหนุ่มที่กำลังจ้องมองมาก็สามารถกัดกินหัวใจของแต่ละคนได้แล้ว!!
บลูสตอร์มทั้งสามและตันเซิง ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้เพื่อเตรียมพร้อมตอบสนองกับความเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาดของหยางเฉิน
"พี่หยางเขา..." เย่จื่อแทบจดจำหยางเฉินในตอนนี้ไม่ได้ เพราะบรรยากาศรอบกายนั้นแตกต่างจากหยางเฉินที่เธอรู้จักโดยสิ้นเชิง
ไห่เซี่ยวพาเย่จื่อหลบไปข้างหลังพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ "อย่าเข้าไป ตอนนี้เขาอันตรายมาก”
แม้แต่เทียนหลงเองยังรู้สึกไม่สบายใจ รอบๆ ตัวหยางเฉินดูคล้ายกับมีหมอกควันสีดำห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้
"ข้าสงสัยว่าเขาใช้พลังปราณได้อย่างไร?" เทียนหลงเอ่ยขึ้นเสียงเบาคล้ายกระซิบ
"ช่างน่ากลัวจริงๆ แต่มันดูไม่เหมือนพลังปราณเลย พลังเช่นนี้ หรือว่าเป็พลังระดับเทพเซียนจริงๆ?" ดวงตาของต้าเจี่ยวเบิกกว้างด้วยความใ
"ระดับเซียน? เป็ไปไม่ได้! ั้แ่ที่ปรมาจารย์เต๋าศักดิ์สิทธิ์อู่ตังสิ้นใจไปเมื่อ 16 ปีก่อน ประเทศเราก็ไม่มีใครสามารถฝึกฝนจนถึงขั้นขอบเขตเซียนได้อีก!" กวงเฟิงกล่าวด้วยใบหน้าที่ไม่อยากเชื่อ
ฮุ่ยหลินที่ร้องไห้จนตาแดงพึมพำขึ้นมา
"ข้ารู้สึกว่าได้กลิ่นอายที่คุ้นเคยบางอย่าง..."
"คุ้นเคย?" เทียนหลงไม่คิดว่าฮุ่ยหลินจะพูดจาไร้สาระ
"อันที่จริงกระบวนท่าดาบของอาจารย์หยุนเหมี่ยวและปรมาจารย์ดาบฉู่ซานใช้นั้นก็มีกลิ่นอายเช่นนี้...”
"เพลงดาบของปรมาจารย์ฉู่ซานนั้นโเี้เกินไป ส่วนเพลงดาบของอาจารย์หยุนเหมี่ยวกลับไปในแนวทางที่อ่อนโยน ว่ากันว่าหลวงจีนาุโในวัดเส้าหลินก็มีกระบวนท่าที่ร้ายกาจเช่นนี้เหมือนกัน แต่ในด้านกำลังภายในยังเทียบเพลงดาบที่ว่านั่นไม่ได้อยู่ดี" เทียนหลงมีใบหน้าที่เศร้าสลด ดูเหมือนช่องว่างระหว่างเขากับหยางเฉินนั้นยังคงห่างไกลกันอีกมาก
ไห่เซี่ยวดูเป็คนที่เงียบที่สุด เขาเอ่ยขึ้นมา "ไม่ว่าคนคนนี้จะแข็งแกร่งหรือไม่ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังอยู่ข้างเดียวกันกับเรา"
แตกต่างจากฝั่งของตันเซิงและพวกพ้องของเขาต่างมีใบหน้าที่หน้าที่บิดเบี้ยว เพราะแม้แต่ผู้นำกลุ่มอย่างลามะตันเซิงก็ยังไม่กล้าที่จะก้าวไปเผชิญหน้ากับหยางเฉินตรงๆ
"อามิตตาพุทธ" ใบหน้าที่ชราของตันเซิงดูเหมือนจะมีริ้วรอยมากขึ้น "ในชั่วชีวิตของอาตมา อาตมาไม่เคยพบเคยเห็นจิตสังหารที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน มันทั้งขุ่นมัวหนาแน่นคล้ายน้ำหมึกเย็นะเืจากแดนนรก!"
"ตันเซิง แกมัวพูดอะไรไม่เห็นรู้เื่ ช่วยทำอะไรสักอย่างหน่อยไม่ได้หรือไง?!" พังค์ะโออกมาด้วยความหงุดหงิด
เหล่าสาวกของตันเซิงได้ยินดังนั้นก็ต่างโกรธแค้นเป็การใหญ่ "ทำไมเ้าถึงกล้าพูดถึงท่านอาจารย์เช่นนั้น? ท่านอาจารย์คือพุทธองค์ที่กลับชาติมาเกิดเชียวนะ!”
"พวกหัวโล้นอย่างแกอยากทะเลาะกับเราหรือไง?" คาร์ลอสะโตอบด้วยความรำคาญใจ
ไม่รอให้ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันเสร็จ หยางเฉินก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด “ถ้าพวกนายยังไม่เข้ามาล่ะก็ ฉันจะไปสะสางบัญชีแค้นได้ยังไงกัน?”
"เฮดีส เราจะแสดงให้ดูว่าพวกเราแข็งแกร่งกว่าคุณ!"
ในที่สุดแอนดี้ก็ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้อีกต่อไป เขาตัดสินใจที่จะเริ่มลงมือก่อน เขาชักมีดทหารอันแหลมคมออกมา เตรียมต่อสู้ประชิดตัวกับหยางเฉิน
ความกดดันรอบกายหยางเฉินนั้นเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน มันกระจายออกไปทั่วทุกทิศทางจนเห็นเสื้อผ้าของหยางเฉินสั่นไหวเป็ระลอกคลื่น
แอนดี้ถูกแรงกดดันของหยางเฉินคุกคามในทันที รอยยิ้มที่มักปรากฏบนใบหน้าหายไป เขาพยายามฝืนทนกัดฟันแน่น พร้อมกับพุ่งตรงเข้าไปข้างหน้า จากนั้นจึงใช้มีดแทงตรงไปยังคอหอยของหยางเฉิน!
หยางเฉินแสยะยิ้มออกมา พร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ
"ไอ้โง่"
มือใหญ่เคลื่อนที่ไม่ช้าไม่เร็วคว้าจับเข้าที่ใบมีด พร้อมบิดช้าๆ จนเกิดเสียงโลหะแตกร้าว
เคร้ง! เคร้ง! ใบมืดโลหะถูกหยางเฉินบิดหักด้วยมือเปล่า!
"นี่มันบ้าอะไรกัน!?"
แอนดี้กรีดร้องด้วยความใ ในตอนนั้นมือของเขากลับถูกหยางเฉินคว้าเอาไว้ได้ทันท่วงที!
"ได้เวลาไปท่องนรกแล้ว"
หยางเฉินพูดเบาๆ ก่อนจะจับแขนแอนดี้ทั้งสองข้างฉีกออกจากกัน!
ไม่ไกลจากที่แห่งนั้นฮุ่ยหลินและเย่จื่อต่างปิดตาลง พวกเธอไม่กล้ามองฉากการเข่นฆ่าอันอำมหิตเช่นนี้อีกต่อไป!
หยางเฉินใช้มีดทหารที่อยู่ในมือแทงผ่าเข้าไปในหน้าอกของแอนดี้อย่างง่ายดายราวกับใช้มือฉีกกระดาษ!
แอนดี้ไม่ทันได้ตอบสนองใดๆ จนกระทั่งมือของหยางเฉินแทงทะลุไปด้านหลังของเขาพร้อมกับเืเนื้อและอวัยวะภายใน เขามองดูมือของหยางเฉินที่เข้าไปร่างด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แววตานั้นทั้งหวาดกลัวและไม่ยอมรับ...
เมื่อแอนดี้สิ้นใจลงหยางเฉินก็ดึงมือออกมาจากร่าง พร้อมกับโยนอวัยวะภายในไปด้านข้างของพระพุทธรูป ด้วยใบหน้าของพระประธานที่ตั้งตระหง่านราวเทพเซียนบวกกับอวัยวะภายในสีดำแดงที่เปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งบริเวณนั้นทำให้ดูคล้ายกับ พระพุทธองค์กำลังเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
"บลูสตอร์มช่างโง่นัก พวกนายเอาแต่คิดลอกเลียนแบบความแข็งแกร่งขององค์กรอื่นๆ ทั้งพวกสมาคมพลังจิตในยุโรปและวิชาของญี่ปุ่น ศิลปะการต่อสู้โบราณของจีน ใช้เทคโนโลยีสร้างสิ่งประดิษฐ์ลอกเลียนแบบไร้ประโยชน์ที่มีแต่ความสามารถกระจุกกระจิก แกว่งไปมาไม่กี่ทีก็พังซะแล้ว ถ้าพวกนายอาศัยจุดเด่นด้านเทคโนโลยีระดับสูงพัฒนาอาวุธของตัวเอง บางทีพวกนายอาจแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ก็ได้ นี่เป็แค่คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ จากฉันเท่านั้น แน่นอนฉันรู้ว่าพวกนายคงจะไม่คิดจะฟังอยู่แล้วสินะ..." หยางเฉินพูดพลางยิ้มกว้าง เืที่ไหลลงจากแขนขวาของเขาตลอดเวลานั้นให้ความรู้สึกเย็นะเือย่างที่สุด
จูดี้ พังค์และคาร์ลอส มองหน้ากันไปมา พวกเขาตระหนักดีถึงศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคาดไว้โดยเฉพาะพังค์ ความสามารถของเขาและแอนดี้นั้นทัดเทียมกัน ดังนั้นนี่จึงเป็ความสิ้นหวังอย่างที่สุด!
"อามิตตาพุทธ ถ้าเราไม่ลงนรก แล้วใครเล่าจะลงนรก พี่น้องข้าทั้งสองตามข้ามา โจมตีคนผู้นี้ด้วยพลังทั้งหมดที่มีเสีย!"
"หึหึ พวกหลวงพี่จะเข้าโจมตีเองก็เพราะรู้ว่าพวกบลูสตอร์มไม่ยอมทำอะไรสินะ?" หยางเฉินหัวเราะ
เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม หลับตารอคอยการโจมตีของตันเซิงและลามะอีกสองคน!
"ไอ้เด็กปากเสีย ลองชิมวิชากรงเล็บัของข้าหน่อยเถอะ!"
ตันเซิงกู่ร้องอย่างเกรี้ยวกราดราวกับเป็คนละคน วิชากรงเล็บัของมันพุ่งเข้าหาหยางเฉินอย่างรวดเร็ว!
พร้อมๆ กับลามะทั้งสองด้านข้างนั้นต่างใช้วิชาที่ตนเองถนัด หนึ่งใช้หมัดอรหันต์แปดทิศเข้าที่หน้าอก อีกหนึ่งใช้วิชาเท้าเกาทัณฑ์เข้าใส่ด้านข้างของหยางเฉิน ทั้งสามถึงกับใช้วิชาสามประสานจู่โจมในคราวเดียว!
“ระวัง!”
"พี่หยางหลบเร็ว!"
แต่หยางเฉินกลับไม่ได้หลบเลยแม้แต่น้อย ลามะทั้งสองถูกพลังคุ้มกายของหยางเฉินซัดกระเด็นจนกระอักเืออกมา
ส่วนตันเซิงนั้นใช้วิชากรงเล็บัคว้าจับเข้าที่หัวของหยางเฉินด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข แต่หลังจากนั้นก็กลับกลายเป็บิดเบี้ยวน่าเกลียด!
"ปะ... ปะ... เป็ไปไม่ได้!"
ถ้าเป็คนธรรมดาถูกโจมตีเช่นนี้ แม้ว่าร่างกายจะไม่ถูกฉีกเป็ชิ้นๆ แต่ก็ต้องาเ็สาหัสอย่างแน่นอน!
"เป็ไปไม่ได้อะไร?" หยางเฉินเอียงคอ เขายิ้มขึ้นและถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
ตันเซิงเดินโซเซไปด้านหลังสามก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย
"เ้า... วิชาระฆังทองคุ้มกาย!... เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด วิชานี้ต้องมีร่างกายพรหมจรรย์... เ้าไม่แม้แต่จะมีร่างหยางบริสุทธิ์แท้ๆ แล้วเ้าใช้วิชานี้ได้อย่างไรกัน..."
"อะไรของนาย ร่างหยางบริสุทธิ์อะไรกัน อ้อ อีกอย่างหนึ่ง... จริงๆ แล้วผมยังเป็หนุ่มน้อยบริสุทธิ์อยู่เลยนะ..." หยางเฉินยิ้มอย่างเฉื่อยชาก่อนจะเดินเข้าหาตันเซิงอย่างช้าๆ
ด้วยการโจมตีประสานของตันเซิงและลามะอีกสองคนนั้นกลับไม่สามารถทำอะไรหยางเฉินได้เลย ตอนนี้เขากลับเป็ดั่งกำแพงเหล็กสูงตระหง่านที่พวกเขาไม่อาจก้าวผ่านไปจริงๆ!?
เทียนหลงและคนอื่นๆ ยังคงตกตะลึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นได้เกินคำว่าศิลปะการต่อสู้ไปแล้ว!
"วิชาระฆังทองร้ายกาจขนาดนี้เลยงั้นหรือ?" กวงเฟิงเอ่ยถามอย่างงุนงง
เทียนหลงส่ายหัว
"เป็ไปไม่ได้ แม้ว่าวิชาระฆังทองจะเป็วิชาชั้นสูง แต่ก็ยากที่จะรับมือกับฝ่ามือกรงเล็บัขั้นที่สิบได้โดยไร้รอยขีดข่วนเช่นนี้!”
บัดนี้ใบหน้าของตันเซิงและพรรคพวกของเขาต่างซีดราวกับเป็ไก่ต้ม การกระทำของหยางเฉินนั้นทรมานพวกเขาเสียยิ่งกว่าการฆ่าให้ตายเสียอีก!
"ปัง ปัง ปัง!"
ทันใดนั้นเสียงปืนสามนัดก็ดังขึ้นฉับพลัน ตันเซิงและลามะทั้งสองดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน ร่างกายค่อยๆ ล้มลงพื้นอย่างนุ่มนวล พร้อมรอยะุที่ทะลุศีรษะด้านหลัง...
เพียงชั่วครู่... มันกลับเหลือเพียงหญิงสาวผมบลอนด์จูดี้ที่มีประกายตาอันซับซ้อน
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำให้กลุ่มกองพลน้อยเหยียนหวงต่างงุนงง ไม่เข้าใจสิ่งที่จูดี้คิดและทำไป
แม้แต่หยางเฉินเองยังค่อนข้างแปลกใจกับการกระทำนี้ เขาเอ่ยถาม "เธอคงไม่ไร้เดียงสาจนคิดว่าฉันจะปล่อยเธอไป หากเธอฆ่าพวกนั้นใช่มั้ย?”
"แน่นอนว่าไม่ใช่" จูดี้ก้าวมาข้างหน้า ทั้งๆ ที่คาร์ลอสและพังค์ยังไม่กล้าก้าวเดินออกมาแม้แต่ก้าวเดียว
"ท่านเฮดีส พวกเราละเมิดข้อห้าม ดังนั้นฉันจึงอยากจะชดใช้การกระทำของพวกเราในครั้งนี้ ฉันฆ่าพวกมันทั้งหมดไปแล้ว เพราะฉะนั้น..."
“นี่ถือเป็การแลกเปลี่ยนกับการปล่อยพวกเราสามคนจากไป!”
หยางเฉินหัวเราะกล่าวว่า "ชดใช้แค่การฆ่าพวกนั้นงั้นหรือ?"
จูดี้สูดหายใจลึก พร้อมเอามือล้วงไปที่กระเป๋าหนังข้างเอว เธอหยิบลูกแก้วขนาดเท่าหัวแม่มือออกมา ผิวของลูกแก้วราบเรียบเหมือนพื้นผิวคริสทัล ภายในมีลูกปัดสีใสเหมือนฟองสบู่อยู่
เมื่อสิ่งนี้ปรากฏขึ้น คนอื่นๆ ต่างพากันสงสัย ยกเว้นเพียงหยางเฉิน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มอันเ็าและโหดร้ายจางหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงท่าทางจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน...
