บทที่ 3 หนี้ชีวิต
แสงแดดยามสายลอดผ่านรอยแตกของบานเกล็ดไม้เก่าคร่ำครึ ทอดตัวเป็ลำแสงยาวพาดผ่านฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศ กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อที่คุ้นจมูกผสมปนเปไปกับกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของไม้เก่า ปลุกสติสัมปชัญญะของ พยัคฆ์ ให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันดำมืด
ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาไม่ใช่ความเ็ปจากาแ แต่เป็ความรู้สึก ‘ถูกคุกคาม’
เขาลืมตาโพลง ั์ตาสีอำพันดุร้ายกวาดมองไปรอบห้องแคบๆ ทันที สัญชาตญาณดิบสั่งให้เขาลุกขึ้นเพื่อตั้งรับศัตรู แต่ทว่า...
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นเมื่อเขาพยายามจะขยับตัว ร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามถูกตรึงแน่นอยู่กับเตียงเหล็กด้วยสายรัดหนังหนาหนัก ข้อมือและข้อเท้าทั้งสี่ข้างถูกล็อคติดกับหัวเตียงและปลายเตียงในท่านอนกางแขนขา ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกจับมาบูชายัญ
“เชี่ยอะไรวะเนี่ย!”
เสือสบถลั่น พยายามกระชากแขนออกสุดแรงเกิดจนเตียงเหล็กสั่นไหวและส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ เส้นเืปูดโปนขึ้นตามลำคอและท่อนแขนด้วยแรงโทสะ
เขา พยัคฆ์แห่งบูรพา ผู้ที่ไม่เคยก้มหัวให้ใคร กลับต้องมานอนสิ้นท่าถูกมัดเป็หมูเป็หมาในรูหนูสกปรกนี่!
“ตื่นแล้วเหรอ เสียงดังแต่เช้าเลยนะ”
เสียงราบเรียบเ็าดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เสือหันขวับไปมองทันที ราวกับนักล่าที่จ้องมองเหยื่อ
แดนเหนือ เดินออกมาจากเงามืด ในมือถือแก้วกาแฟกระเบื้องสีขาวที่มีควันกรุ่นลอยอ้อยอิ่ง เขาถอดชุดกาวน์เปื้อนเืออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อยืดสีขาวตัวบางกับกางเกงเลสีเข้ม ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน แต่แววตานั้นกลับใสกระจ่างและนิ่งสนิท... นิ่งจนน่าหงุดหงิด
“มึงเป็ใคร!”
เสือคำราม ลมหายใจหอบกระเส่าด้วยความโกรธ
“แก้มัดกูเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่อยากตาย!”
แดนเหนือเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เดินเข้ามายืนข้างเตียงอย่างไม่เกรงกลัวฟีโรโมนข่มขู่ที่เสือพยายามปล่อยออกมา
“ความจำเสื่อมหรือไง? เมื่อคืนฉันเพิ่งเย็บหนังหน้าท้องให้แก”
หมอหนุ่มจิบกาแฟอึกหนึ่ง ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะเครื่องมือแพทย์ “แล้วที่ต้องมัด... ก็เพราะฉันไม่อยากให้หมาบ้าที่ไหนอาละวาดพังคลินิกฉันตอนตื่น”
“กูไม่ใช่หมา! กูคือพยัคฆ์!” เสือตะคอก ใบหน้าคมคายแดงก่ำ
“ปล่อยกู! กูจะกลับไปฆ่าไอ้ั!”
“สภาพนี้เนี่ยนะ?”
แดนเหนือไล่สายตามองร่างที่พันผ้ากอซรอบตัวอย่างสมเพช “แค่หายใจยังลำบาก อย่าซ่าให้มากนัก”
“มึงอย่ามาท้าทายกู...”
เสือกัดฟันกรอด รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กระชากข้อมือขวาสุดแรงจนสายหนังเริ่มปริแตก เสียงคำรามต่ำในลำคอดังลอดไรฟัน รังสีอำมหิตของ True Alpha แผ่พุ่งออกมาจนแก้วกาแฟบนโต๊ะสั่นระริก
“กูบอกให้ปล่อย!”
แคว่ก!
สายหนังเส้นหนึ่งขาดผึง! เสือเป็อิสระไปหนึ่งข้าง เขาพยายามจะเอื้อมมือมาคว้าคอเสื้อของแดนเหนือที่ยืนอยู่ในระยะประชิด
แต่แดนเหนือไวกว่า...
หมอหนุ่มไม่ได้ถอยหนี แต่กลับขยับตัวเข้าหา มือเรียวคว้าเข็มฉีดยาที่เตรียมไว้บนถาดสแตนเลสอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
ฉึก!
เข็มแหลมคมปักลงที่ต้นคอของเสืออย่างแม่นยำและไร้ความปรานี!
“อึก!”
เสือเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นผ่านปลายเข็มเข้าสู่กระแสเื เพียงเสี้ยววินาที ร่างกายที่กำลังเกร็งเครียดก็เริ่มอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แขนข้างที่หลุดออกมาตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง
“น... นี่มึง... ทำอะไร...”
เสือพยายามจะพูด แต่ลิ้นเริ่มแข็งคับปาก ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว
“ยากล่อมประสาทผสมยาคลายกล้ามเนื้อ...”
แดนเหนือตอบเสียงเรียบ ถอนเข็มออกแล้วโยนลงถาด “สูตรพิเศษสำหรับพวกควายถึกทนอย่างแกโดยเฉพาะ”
แดนเหนือโน้มตัวลงมา เท้าแขนทั้งสองข้างกับขอบเตียง กักขังเสือที่นอนหมดสภาพไว้ภายใต้ร่างโปร่งบาง
กลิ่น ยูคาลิปตัส เย็นสดชื่นลอยมาแตะจมูกเสืออีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนขึ้น เพราะใบหน้าของหมออยู่ใกล้เพียงลมหายใจกั้น
“ฉันเตือนแล้วนะ ว่าจะนอนนิ่งๆ หรือจะให้ตายคาเข็ม”
เสือนอนหายใจรวยริน ทำได้เพียงใช้สายตาอาฆาตจ้องมองคนตรงหน้า ความเจ็บใจแล่นพล่านในอก เขาถูกหมอหน้าจืดคนนี้เล่นงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
“ทีนี้ เรามาคุยธุระกันดีกว่า”
แดนเหนือขยับตัวเล็กน้อย มือเรียวเริ่มปฏิบัติการ ‘ค้นตัว’ คนไข้กิตติมศักดิ์อย่างถือวิสาสะ
“เฮ้ย... อย่าจับ...”
เสือพยายามประท้วงเสียงอู้อี้ เมื่อมือเย็นๆ ของหมอสอดล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่ขาดวิ่น ััจากมือหมอที่ลูบผ่านหน้าขาแกร่ง แม้จะผ่านเนื้อผ้า แต่ก็ทำเอาเสือขนลุกซู่
มันไม่ได้ดูคุกคามแบบศัตรู แต่มันวาบหวามและิ่เหม่ศีลธรรมอย่างประหลาด
แดนเหนือไม่สนใจเสียงท้วง เขาล้วงกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา ก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า
“กระเป๋าตังค์หาย มือถือพังยับเยิน นาฬิกาโรเล็กซ์เรือนนี้ก็กระจกแตก เดินไม่ตรงแล้ว”
แดนเหนือโยนซากนาฬิกาหรูราคาเหยียบล้าน (ที่ตอนนี้กลายเป็ขยะ) ลงบนอกเสือ
“สรุปคือ แกไม่มีอะไรติดตัวเลย นอกจากชีวิตห่วยๆ กับแผลเน่าๆ”
“กู... กูมีเงิน...” เสือเค้นเสียงพูด พยายามรวบรวมสติที่เหลืออันน้อยนิด
“ปล่อยกูไป... กูจะโอนให้ สิบล้าน ยี่สิบล้าน...”
“ฉันเป็หมอเถื่อน ไม่ใช่ธนาคาร” แดนเหนือตัดบทเสียงแข็ง
“ฉันไม่รับเช็ค ไม่รับโอน ไม่รับคำสัญญาปากเปล่าจากโจร ฉันรับแค่ เงินสด หรือ ทองคำ เท่านั้น”
แดนเหนือผละตัวออกมา ยืนกอดอกมองเสือด้วยสายตาของพ่อค้าหน้าเืที่กำลังประเมินราคาสินค้า
“ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าที่พัก รวมๆ แล้วก็ประมาณห้าแสน”
“ห้า... แสน...”
เสือทวนคำ อยากจะหัวเราะถ้าไม่ติดว่าขยับปากลำบาก เงินแค่นี้ปกติเขาโปรยแจกเด็กในเลานจ์ยังมากกว่านี้ด้วยซ้ำ
“แค่นี้... จิ๊บจ๊อย...”
“จิ๊บจ๊อยสำหรับแก แต่เป็เงินมหาศาลสำหรับที่นี่” แดนเหนือสวนกลับ
“และตอนนี้แกไม่มีจ่าย”
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วอึดใจ เสือนอนมองเพดานด้วยความหงุดหงิด เขาไม่เคยจนตรอกขนาดนี้มาก่อน
“งั้นมึงจะเอายังไง...”
เสือถามเสียงขุ่น
“จะฆ่ากูเหรอ?”
“ฆ่าแกไปฉันก็ได้แค่ซากศพ เอาไปขายตลาดมืดก็ได้ไม่กี่บาท แถมเสี่ยงคุก”
แดนเหนือส่ายหน้าช้าๆ เดินไปหยิบสมุดบัญชีเล่มเก่าๆ ขึ้นมาจดบันทึกยิกๆ
“ในเมื่อไม่มีเงินจ่าย กฎของที่นี่มีข้อเดียว”
แดนเหนือหันกลับมา แสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างตกกระทบเสี้ยวหน้าด้านข้าง ทำให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ฉายแววเด็ดขาดและเ้าเล่ห์ลึกๆ
หมอหนุ่มเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง คราวนี้เขาโน้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูเสือ น้ำเสียงแ่เบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ไม่มีเงินจ่าย ก็ต้องใช้แรงงานแลกหนี้”
“แรงงาน?” เสือเลิกคิ้ว
“มึงจะให้กูไปแบกข้าวสารรึไง?”
“นั่นมันงานกรรมกร...”
แดนเหนือถอยออกมามองรูปร่างกำยำของเสือั้แ่หัวจรดเท้า ไล่สายตาผ่านแผงอกกว้าง หน้าท้องที่เป็ลอนสวย ลงไปถึง่ล่าง สายตาที่เหมือนกำลังพิจารณา ‘พ่อพันธุ์’ วัวงามทำเอาเสือรู้สึกร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก
“หุ่นดี แรงเยอะ ทนทายาดแบบแก เหมาะกับงานเบ็ดเตล็ดในคลินิกที่สุด”
“ล้างจาน ซักผ้า ถูพื้น เทกระโถนคนไข้ทำทุกอย่างจนกว่าหนี้จะหมด”
“มึงจะบ้าเหรอ!” เสือะโลั่น (เท่าที่แรงจะอำนวย)
“กูเป็มาเฟีย! กูคุมคนเป็ร้อย! มึงจะให้กูมาซักกางเกงในให้มึงเนี่ยนะ!”
“ก็เลือกเอา...” แดนเหนือยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“จะซักกางเกงในหรือจะให้ฉันโทรแจ้งตำรวจ? หรือจะให้โทรหา ‘ั’ มารับศพแกไป?”
ชื่อของัเหมือนสวิตช์ปิดปาก เสือเงียบกริบทันที ความแค้นและความเ็ปแล่นริ้วขึ้นมา เขาจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะไอ้ั... จนกว่าเขาจะหายดีและพร้อมเอาคืน
“...เออ” เสือกัดฟันตอบ รับคำอย่างจำนน “กูทำก็ได้”
“ดี...”
แดนเหนือยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่เสือเห็นแล้วอยากจะกระชากคอมาจูบสั่งสอนให้หายซ่าสักที
“งั้นเริ่มงานแรกเลย...”
แดนเหนือชี้ไปที่กองผ้าเปื้อนเืที่มุมห้อง
“หายเมื่อไหร่ ซักกองนั้นให้สะอาด อ้อ แล้วก็อย่าคิดหนี เพราะฉันฉีดไมโครชิพติดตามตัวไว้ในแผลแกแล้ว”
“มึง!” เสือตาโต
“มึงทำบ้าอะไร!”
“ล้อเล่น” แดนเหนือหัวเราะหึๆ ในลำคอ เดินถือแก้วกาแฟเดินออกจากห้องไปอย่างสบายอารมณ์
“แต่ถ้าแกหนี... ฉันจะตามไปเลาะตะเข็บแผลแกออกทีละเข็ม... จำไว้”
ประตูห้องปิดลง ทิ้งให้เสือนอนด่าทอโชคชะตาอยู่ลำพังบนเตียง
พยัคฆ์ร้ายสิ้นลาย จากเ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ ต้องกลายมาเป็ทาสรับใช้หมอเถื่อนปากร้ายในสลัม
แต่ในความหงุดหงิดนั้น เสือกลับรู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะแววตาที่ท้าทายและไม่ยอมก้มหัวให้ใครของแดนเหนือ มันปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หมอ...”
เสือพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มร้ายกาจทั้งที่ตายังปรือปรอย
“หายเมื่อไหร่ กูจะจับมึง ‘ฉีดยา’ คืนให้ร้องไม่ออกเลยคอยดู”
******
