คนธรรมดาทั่วไปนั้นไม่เข้าใจอักขระิญญาบนกระดองเต่า แม้ว่าจะศึกษาทั้งวันทั้งคืนก็มิอาจตระหนักรู้ได้ว่ามันคืออะไร แต่นักหลอมอักขระิญญาอย่างจูชิงกลับมองเห็นเจตจำนงกระบี่ที่ซ่อนอยู่ และตอนนี้เจตจำนงกระบี่นั่นได้เจาะทะลวงดวงตาของเขาแล้ว!
จูชิงมองเห็นทุกสรรพสิ่งเป็สีขาวโพลน ความเ็ปทุกข์ทรมานเกินทานทน เขากุมตาของตัวเองดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นดิน
อักขระิญญาประจักษ์กลางคลองจักษุ มันเหมือนกับอักขระิญญาที่อยู่บนกระดองเต่าทุกประการ!
อักขระิญญาบนกระดองเต่าเริ่มหม่นหมองแล้วสลายกลายเป็ผงสีขาวในมือของจูชิง!
เขาอยู่ในสภาพสูญเสียการมองเห็นไปครึ่งชั่วยาม จากนั้นอาการปวดแสบเป็ร้อนก็ค่อยๆ ทุเลาลง จูชิงมองเริ่มมองเห็นรอยเส้นเล็กๆ น้อยๆ
ในที่สุดเขาก็เห็นกำแพงหินสีเทากับหญ้าสีฟ้าตรงทางเข้าถ้ำ
ไม่ได้ตาบอด เขาไม่ได้ตาบอด จูชิงะโโลดเต้นด้วยความดีใจ!
ความเ็ปเบาบางที่ดวงตากับผงสีขาวกองอยู่บนพื้นบอกกับเขาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มิใช่ภาพลวงตา
เจตจำนงที่แฝงอยู่ในหญ้าแห้งน่าพรั่นพรึงแสนหยั่งถึง กระทั่งในขุนเขากระบี่เทียนหยวน เขาก็ไม่เคยเห็นเจตจำนงกระบี่ที่น่ากลัวเฉกเช่นนี้มาก่อน!
“มันไม่ใช่อักขระิญญา!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ขณะนั้นเขาก็เห็นสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดองเต่า
พูดให้ถูกก็คือมันมิใช่อักขระิญญาที่นักหลอมอักขระิญญาสลัก หากแต่เป็ภาพของหญ้าแห้งที่ใครบางคนวาดเอาไว้ สิ่งที่จูชิงได้รับมาเป็เพียงเศษเสี้ยวของภาพหญ้าแห้งเท่านั้น
ผู้ที่วาดภาพหญ้าแห้งจักต้องเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์โดยมิต้องสงสัย แม้ว่าเขาจะวาดมันลงบนกระดองเต่าก็ตามแต่ ทว่ามันกลับผสานรวมเข้าเป็หนึ่งเดียวกับกระดองเต่าทั้งยังสามารถทิ้งเจตจำนงกระบี่ของตัวเองไว้ในภาพหญ้าแห้งได้อย่างสมบูรณ์ไร้ที่ติ
เพียงภาพวาดทั่วไปกลับทัดเทียมเท่ากับอักขระิญญา มานึกกระหวัดถึงที่มาของกระดองเต่าจูชิงก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง มันเป็กระดองเต่าสมัยดึกดำบรรพ์ ไม่น่าแปลกใจที่จอมยุทธ์ในยุคนั้นจะมีพลังที่น่าพรั่นพรึงเหนือฟ้าทลายปฐี
อักขระเช่นเดียวกับกระดองเต่าประจักษ์ในคลองจักษุของจูชิง เมื่อจูชิงขับเคลื่อนลมปราณ แสงกระบี่พุ่งทะยานออกมาจากดวงตา กำแพงหินที่อยู่ตรงหน้าถูกฟันแตกเป็เสี่ยงเหมือนกับเต้าหู้
“ฟึ่บ!” จูชิงไม่มีเวลาแม้แต่จะตกตะลึงกับแสงกระบี่ ความรู้สึกแสบร้อนแล่นแปล๊บขึ้นมาก่อนที่เืสีแดงสดจะรินไหลอาบสองพวงแก้ม
เขาสูญเสียการมองไปเห็นชั่วคราวอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจ ดวงตาก็ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาเป็ปกติ
เจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งในคลองจักษุของจูชิงนั้นแข็งแกร่งมาก เมื่อมองดูช่องว่างขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า เขาเชื่อเป็อย่างยิ่งแม้ว่าจะเป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณก็มิอาจสกัดกั้นการโจมตีนี้ได้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องจ่ายในการสำแดงพลานุภาพเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งนั้นก็สูงมากเช่นกัน หลังจากที่สำแดงพลานุภาพ เขาจะสูญเสียการมองเห็นไปชั่วคราว ทั้งยังเสียหายแสนสาหัส ถ้าใช้มากเกินไปอาจตาบอดขึ้นมาจริงๆ
เจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งนั้นทรงพลัง ทว่าก็มีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้จูชิงถึงกับหัวเราะไม่ออก
“เกิดอะไรขึ้น?” ครั้นรับรู้ถึงคลื่นพลังเหนือชั้นฟ้า เซี้ยงซานรีบพุ่งตัวเข้ามาเป็คนแรก
เมื่อเซี้ยงซานเห็นช่องว่างขนาดใหญ่บนกำแพง แววตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย” จูชิงยิ้มเจื่อนไม่ได้พูดถึงภาพบนกระดองเต่า
เจตจำนงกระบี่เพียงเศษเสี้ยวเดียวกลับมีพลังทำลายล้างมหาศาล หากได้รับเจตจำนงกระบี่ที่สมบูรณ์มา เกรงว่าจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณก็ยังต้องดับสิ้นวายชีวา
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว!” เซี้ยงซานพยักหน้า สำหรับเขาตราบใดที่จูชิงปลอดภัย อย่างอื่นก็ไม่สำคัญ
“พรุ่งนี้ข้าจะไปคลังสมบัติลับด้วย!” จูชิงเปลี่ยนใจ
เซี้ยงซานผงะไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดกับจูชิง “ที่นั่นอันตรายมาก เ้าอาจตายได้”
“ข้าดูแลตัวเองได้ อีกอย่างข้าอยากเห็นว่าคลังสมบัติลับที่เล่าขานกันในตำนานเป็อย่างไร!” จูชิงยิ้มเล็กน้อย
“ข้าไปถามท่านปู่ก่อน!” เซี้ยงซานเกาหัวแล้ววิ่งออกไป
ก่อนหน้านี้ที่เขาตัดสินใจไม่ไปคลังสมบัติลับเพราะอยากรู้ว่าอักขระิญญาบนกระดองเต่านั้นคืออะไร แต่คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญพบเจตจำนงกระบี่ที่กระทั่งกระดองเต่ายังสลายเป็ผุยผง ตอนนี้จูชิงไม่มีอะไรทำแล้วก็เลยเลือกไปคลังสมบัติลับแทน
“ท่านปู่ยินยอม ถ้างั้นเ้าไปกับข้าพรุ่งนี้แล้วกัน!” เซี้ยงซานวิ่งกลับมา
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี้ยงซาน จูชิงและพวกซินิจูขึ้นไปรวมตัวกันบนเรือล่าสัตว์
บนเรือล่าสัตว์มีช้างป่าเถื่อนอยู่หลายคน พวกเขาเตรียมรับเรือล่าสัตว์สิบลำจากตระกูลฮว๋าง
พวกช้างป่าเถื่อนตื่นเต้นเป็อย่างมาก ส่งเสียงอึกทึกบนดาดฟ้าเรือไม่หยุด!
“มาแล้ว!” จูชิงมองเรือลำั์ที่กำลังแล่นออกมาจากแดนไกลแล้วถึงกับใจหายอย่างอดไม่ได้
ตระกูลฮว๋างเป็นฤบาลแห่งเมืองสมุทร์ ลำพังแค่เรือล่าสัตว์บุษราก็สามารถโลดแล่นในมหาสมุทรได้โดยไม่ต้องกลัวเกรงสรรพสิ่งใด
การแลกเปลี่ยนเป็ไปอย่างราบรื่น ตระกูลฮว๋างมิได้เล่นตุกติกอะไรกับช้างป่าเถื่อน เซี้ยงซานมองดูเผ่ามนุษย์นำเรือล่าสัตว์สิบลำจอดเทียบท่าแล้วเดินจากไปขึ้นบนเรือล่าสัตว์ของตระกูลฮว๋าง
ฮว๋างจ้านมองคนสี่คนที่อยู่กับเซี้ยงซานพลางขมวดคิ้ว “ทำไมพวกเ้าถึงไปอยู่กับพวกช้างป่าเถื่อนล่ะ?”
จูชิงยิ้มแล้วส่ายศีรษะ “ก่อนหน้านี้มีเื่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ช้างป่าเถื่อนก็เลยจะส่งพวกเรากลับ”
เนื่องจากจอมยุทธ์เมืองสมุทร์ยังไม่รู้ว่าจูชิงเป็นักหลอมอักขระิญญา ดังนั้นก็เลยมิได้สงสัยอะไรกับคำพูดของจูชิง
ช้างป่าเถื่อนอาศัยอยู่ใกล้กับเมืองสมุทร์ ในหมู่อนารยชนเผ่าช้างป่าเถื่อนเป็ผู้ที่สัญจรไปมามากที่สุด พวกเขาไม่มีทางโจมตีจอมยุทธ์เมืองสมุทร์โดยไม่มีเหตุผล แตกต่างกับเผ่าอนารยชนอื่น เื่ที่พวกเขากินคนก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
จอมยุทธ์ที่มุ่งหน้าไปยังคลังสมบัติลับล้วนแล้วเดินทางไปกับเรือล่าสัตว์ของตระกูลฮว๋างที่สามารถบรรจุคนได้หลายพันคน
ถ้าพบสมบัติยุคดึกดำบรรพ์ในคลังสมบัติลับนั่นนับว่าเป็โชคดีเกินพรรณนา
ทว่าคราวนี้ตระกูลฮว๋างเป็คนซื้อคลังสมบัติลับ ดังนั้นตระกูลฮว๋างมีสิทธิ์เข้าไปก่อน จอมยุทธ์คนอื่นๆ จักต้องเข้าหลังตระกูลฮว๋างเท่านั้น
“คลังสมบัติลับ ไม่รู้ว่าพวกเราจะโชคดีแค่ไหน ถ้าได้วิชาสักเล่มก็คงดี!” ซินิจูพูด
สกุลซินเป็เพียงตระกูลเล็กๆ บนหมู่เกาะนักล่า ดังนั้นวิชาที่บำเพ็ญเพียรจึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ขั้นสร้างลมปราณเก้าชั้นฟ้าถือว่าสูงสุดแล้ว การที่ซินต้าซานสำเร็จเป็ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้านั้นเหมือนกับปาฏิหาริย์ หาก้าทะลวงขั้นบำเพ็ญเพียรให้สูงกว่านี้ต้องมีวิชาที่แกร่งกล้ายิ่งกว่าเก่า ไม่อย่างนั้นคงติดอยู่ในขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าไปตลอดชีวิต
สำหรับจูชิงแล้ว《เคล็ดวิชาาหลัวโหว》เป็วิชาที่ทรงพลังที่สุดในโลกหล้าอย่างไม่ต้องสงสัย เขาสามารถบำเพ็ญเพียรจนถึงจุดสูงสุดของเส้นทางแห่งยุทธ์
เรือลำั์โลดแล่นท่ามกลางมหาสมุทร ทุกสิ่งที่ขวางหน้าล้วนถูกชนเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ความเร็วนั้นเร็วยิ่งกว่าเรือทั่วไปถึงสิบเท่า!
“น้ำวนข้างหน้าคือทางเข้าคลังสมบัติลับ!” เซี้ยงซานชี้ไปยังกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปสิบลี้
ครั้นเห็นกระแสน้ำวนจอมยุทธ์บนเรือหน้าพลันเปลี่ยนสี สิ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุดระหว่างออกเรือก็คือการเผชิญหน้ากับกระแสน้ำวน หากเข้าไปใกล้ แค่หนีก็ทำไม่ได้ด้วยซ้ำ แรงมหาศาลนั่นสามารถทำลายเรือล่าสัตว์แหลกเป็เสี่ยงได้ในพริบตา ฉะนั้นอย่าได้กล่าวถึงคนเลย ถ้าถูกมันดูดกลืนกินจักต้องตายเป็แน่แท้!
“ล้อกันเล่นรึเปล่า พวกเราจะเข้าไปได้ยังไง?” จอมยุทธ์เมืองสมุทร์คนหนึ่งเอ่ยถาม
“คลังสมบัติลับอยู่ข้างล่าง ข้าเห็นกับตา!” เซี้ยงซานพูดอย่างมั่นใจ
ฮว๋างจ้านขมวดคิ้วแล้วชี้ไปที่จอมยุทธ์คนหนึ่ง “เ้าลงไปสิ!”
“ข้า?” จูชิงชี้นิ้วไปที่ตัวเองด้วยความตกตะลึง!
“ใช่ เ้านั่นแหละ!” ฮว๋างจ้านพยักหน้า
จูชิงกลอกตา “ข้าดวงตกหรืออย่างไร ทำไมต้องเกิดเื่อะไรแบบนี้กับข้าด้วย?”
ใครๆ ต่างก็เห็นว่ากระแสน้ำวนนี้อันตรายมาก แม้เป็ขั้นสร้างลมปราณเก้าชั้นฟ้าก็ยังไม่อาจรอดชีวิต จูชิงเป็แค่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า ขืนะโเข้าไปในน้ำวนย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ฮว๋างจ้านแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่า้าให้จูชิงเป็คนเบิกทาง ทดสอบพลังของกระแสน้ำวน!
“ข้าปฏิเสธได้หรือไม่?” จูชิงกล่าว
“เลือกเอาว่าจะะโลงไปเองหรือว่าจะให้พวกข้าโยนเ้าลงไป!” ฮว๋างจ้านแสยะยิ้ม
“เ้าทำแบบนี้ได้ยังไง พวกเราไม่ใช่ลิ่วล้อของเ้าเสียหน่อย ทำไมต้องเชื่อฟังคำสั่งเ้าด้วย” ซินิจูพูด
แสงเย็นสะท้อนผ่านดวงตาของฮว๋างจ้าน “ถ้างั้นพวกเ้าก็ลงไปด้วยกันทั้งคู่เลยสิ!”
ฮว๋างจ้านสะบัดมือ ทันใดนั้นพลังน่าพรั่นพรึงดุจดั่งภูผานทีโถมเข้าใส่จูชิงกับซินิจู ก่อนที่พวกเขาจะถูกพัดลอยตกลงไปในมหาสมุทรโดยมิอาจต่อต้าน!
ทันทีที่พวกเขาตกลงไป แรงดึงดูดมหาศาลก็กลืนกินพวกเขาทั้งสองลงไปในกระแสน้ำวน!
จูชิงใมาก เขารีบขับเคลื่อนลมปราณในตันเถียนต้านทานแรงดึงดูด!
ทว่าจูชิงกับซินิจูยังคงเคลื่อนเข้าหาศูนย์กลางของกระแสน้ำวน มนุษย์ทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้ากระแสน้ำวนนั้นมิต่างอันใดกับมดปลวก
เรือล่าสัตว์ของตระกูลฮว๋างต่อต้านแรงดึงดูดของกระแสน้ำวนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกจูชิงจะทำได้เช่นกัน!
“จูเอ๋อร์!” ซินต้าลี่กับซินต้าซานคำราม รีบะโลงไปในมหาสมุทรโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง
ซินต้าซานเป็ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า เขาก้าวเท้าเดินบนทะเล จับแขนของจูชิงเอาไว้!
“ทนไว้ ข้าจะดึงพวกเ้าออกมา!” ซินต้าซานะโ
ทว่าพลังของกระแสน้ำวนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนั้นซินต้าซานกับซินต้าลี่พบว่าพวกเขาเองก็ไม่สามารถต้านทานแรงดึงดูดได้!
พวกจูชิงดิ้นรนอยู่ในกระแสน้ำวน มองไม่เห็นความหวังใดๆ ในที่สุดพวกเขาก็ถูกกระแสน้ำวนั์กลืนกิน
คนที่อยู่บนเรือล่าสัตว์ตัวสั่นสะท้าน กระแสน้ำวนน่าสะพรึงเช่นนี้ พวกเขาจักข้ามผ่านไปได้อย่างไร?
