โสมป่าแตกต่างจากพืชชนิดอื่น ไม่ได้มีวงจรชีวิตเพียงปีเดียว แต่สามารถแลกเปลี่ยนพลังงานกับฮวาเจาได้อย่างต่อเนื่อง เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
นับการผลิบานและร่วงโรยของดอกไม้ เมื่อถึงครั้งที่ 50 นางก็หยุดลง ขุดออกมาต้นหนึ่ง จากนั้นก็ทำต่อไป เมื่อนับถึง 100 ก็ขุดออกมาอีกต้นหนึ่ง แล้วจึงหยุดมือโดยสิ้นเชิง
จะเอาโสมป่าร้อยปีเป็หัวผักกาดงั้นหรือ? จะขุดออกมาทีละหลาย ๆ ต้น? คนที่ดูของเป็ก็ใช่ว่าจะมีมากมาย ถ้ามีมากเกินไป คนที่ดูของเป็ก็จะกลายเป็คนดูของไม่เป็ไปเสีย แล้วยังจะสงสัยว่านางทำของปลอมขึ้นมาอีกก็จะแย่
จากนั้นนางก็เร่งการเจริญเติบโตของหลินจืออีกสองสามกิโลกรัม แล้วจึงกลับบ้านพร้อมกับสิ่งของเ่าั้
แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ฮวาเฉียงตกตะลึงแล้ว
“ข้าพบมันในที่เดิมอีกแล้ว เหมือนข้าจะไปเจอที่อยู่ของพวกมันเลย” ฮวาเจาหัวเราะ
“หลานสาวคนสวยของข้าโชคดีจริง ๆ นะ!” ฮวาเฉียงได้แต่ทึ่ง ไม่มีความสงสัย เขาไม่มีอะไรให้สงสัยจริง ๆ การขุดพบโสมป่า นอกจากโชคดีแล้ว มันจะเป็อะไรได้อีก?
อ้อ ฝีมือก็ดีด้วย โสมป่าพวกนี้มีรากสมบูรณ์ ไม่ขาดเลยสักเส้น!
แน่นอนสิ ฮวาเจาให้พวกมันสะบัดตัวเองออกจากดินเอง จะขาดได้อย่างไร…
“ท่านปู่ ต้นที่อายุ 50 ปีนี้ข้าจะเก็บไว้ให้ท่านแช่น้ำดื่ม ส่วนอีก 2 ต้นที่อายุ 20 ปี ข้าจะให้เป็ของขวัญแก่คนอื่น ต้นหนึ่งให้ท่านปู่ของเย่เซิน อีกต้นให้พ่อ ส่วนหลินจือข้าจะให้แม่ของเขา ส่วนต้นที่อายุ 100 ปี ข้ายังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไร”
นี่คือสิ่งที่ฮวาเจาเตรียมไว้ให้เย่เซิน ถ้าถึงตอนนั้นเขาได้ใช้ก็ใช้ไป ถ้าไม่ได้ใช้ ก็จะขายมันเสีย
ในสมัยราชวงศ์ชิง โสมป่าถูกกำหนดให้เป็ของบรรณาการ ทุกปีจะต้องส่งมอบให้ได้ตามจำนวนที่กำหนด ทำให้ในยุคนั้นโสมป่าแทบจะถูกขุดจนหมดเกลี้ยง ทำให้ขุนนางต้องส่งของปลอมมาแทน
ดังนั้นโสมป่าอายุ 20 ปี จึงมีค่ามากแล้ว เหมาะที่จะให้เป็ของขวัญอย่างเต็มภาคภูมิ แม้แต่จะให้พ่อแม่สามีที่เพิ่งพบกันครั้งแรกก็ตาม
การให้โสมอายุ 50 ปีหรือ 100 ปีไปนั้นกลับไม่เหมาะสม เหมือนกับผู้หญิงที่เพิ่งแต่งงาน แล้วก็รีบร้อนนำสมบัติสืบทอดของตระกูลตัวเองไปให้บ้านสามีเสียอย่างนั้น
มันจะลดค่าของมันลง!
แถมยังจะทำให้บ้านสามีดูถูกเอาได้อีก
“ดี ๆ ๆ จัดการแบบนี้สมเหตุสมผลแล้ว” ฮวาเฉียงกล่าวด้วยความยินดี
ไม่ว่าหลานสาวจะรู้เื่ราวความเป็มาหรือจะแค่เอานางไปไว้ก่อนพ่อแม่สามี ฮวาเฉียงก็ยินดีทั้งนั้น
หลังจากนั้นสองสามวัน ฮวาเจาก็ทำชุดคลุมคนท้องออกมาสองสามชุด กางเกงอีกสองสามตัว ก็หยุดมือ ที่เหลือเวลาทั้งหมดนางใช้ไปกับการอยู่ในป่า ฝึกฝนพลังพิเศษ
หากอยากจะทำอะไร ก็ต้องมีฝีมือ และฝีมือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนางก็คือพลังพิเศษที่จี้หยกมอบให้
และนางก็พบว่ามันสามารถพัฒนาได้ นางเองก็มีแผนการของตนเอง เมื่อพลังพิเศษแข็งแกร่งขึ้น แผนการก็จะสำเร็จได้ง่ายขึ้น
ฮวาเจาเดินไปมาอยู่ในป่าใหญ่ทุกวัน แลกเปลี่ยนพลังงานกับพืชทุกชนิดอย่างบ้าคลั่ง
คนที่บังเอิญเข้ามาในป่าก็จะได้พบกับความประหลาดใจว่า ปีนี้เป็ปีที่เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตดีอีกปี ลูกสนบนต้นก็ดูแน่นเป็พิเศษ เห็ดหัวลิงก็เยอะเป็พิเศษ แม้แต่บางบ้านยังเก็บเห็ดหลินจือป่าได้ อีกหนึ่งสองบ้านยังขุดพบโสมป่าอีกด้วย
ผู้คนก็พากันเข้ามาในป่ามากขึ้นในทันที
เมื่อฮวาเจาเห็นดังนั้นก็รู้สึกว่าไม่ได้การ นางก็เลยเปลี่ยนแผน ไปยังทางแยกที่ลับตา แล้วปรับพื้นที่ว่างเล็ก ๆ ออกมา แล้วก็ปลูกโสมป่าจนเต็ม
นางพบว่า การแลกเปลี่ยนพลังงานกับยาที่มีค่าเหล่านี้ พลังงานที่นางได้รับนั้นก็มีคุณภาพดีมากขึ้นด้วย
พื้นที่ขนาด 2 ตารางเมตร ถูกนางปลูกด้วยเมล็ดโสม 200 เมล็ด
จากนั้นก็นับการผลิบานและร่วงโรยของดอกไม้ เมล็ดก็แทบจะเก็บไม่ทัน ทับถมกันเป็ชั้นหนาอยู่บนพื้น โสมใต้ดินก็เหมือนหัวไชเท้า โตขึ้นเรื่อย ๆ อ้วนขึ้นเรื่อย ๆ
ฮวาเจานับตัวเลขอย่างตั้งอกตั้งใจ เมื่อดอกไม้ผลิบานกว่า 200 ครั้ง โสมก็เริ่มเหี่ยวเฉาและตายลงโดยธรรมชาติ
จริง ๆ แล้วโสมนั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิต โดยทั่วไปมีอายุเพียงไม่กี่สิบปี สภาพแวดล้อมดีหน่อยก็อาจจะอยู่ได้ถึงร้อยสองร้อยปี สภาพแวดล้อมพิเศษสุดก็อาจจะอยู่ได้ถึง 500 ปี นี่เป็เื่ที่เกิดขึ้นได้ยาก
ตอนนี้ด้วยพลังของฮวาเจา ทำให้โสมทุกต้นอยู่รอดได้ถึง 200 รอบการเติบโตแล้วค่อยตายลง ซึ่งเป็ขีดจำกัดของพวกมันแล้ว
เมื่อดอกไม้ผลิบานถึง 300 ครั้ง โสมที่อยู่บนพื้นดินก็เหลือเพียงไม่กี่สิบต้น
เมื่อถึง 500 ครั้ง ก็เหลือเพียง 9 ต้น
ฮวาเจาไม่หยุด ยังคงแลกเปลี่ยนพลังงานต่อไป เมื่อโสมต้นสุดท้ายกำลังจะตาย ฮวาเจาก็เริ่มเก็บเมล็ดของมัน เมื่อเก็บได้หลายครั้งแล้วมันก็เหี่ยวเฉาไปเอง
มอบพลังทั้งหมดให้กับฮวาเจา
ฮวาเจาสูดหายใจลึก ๆ ปัดฝุ่นผงบนตัวออก
ตอนแรก ร่างกายของนางจะขับสิ่งสกปรกออกมาเหมือนแต่ก่อน แต่ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อน มีเพียงกลิ่นที่ไม่น่าพึงพอใจจาง ๆ
แต่ตอนนี้สิ่งสกปรกกลายเป็ฝุ่นผงที่ถูกนางปัดออก ในอากาศกลับมีกลิ่นหอมที่บอกไม่ถูกกระจายออกมา
คล้ายกลิ่นดอกไม้ คล้ายกลิ่นยา ผสมปนเปกัน บอกไม่ได้ว่าหอมอย่างไร เมื่อสูดดมเข้าไป ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมา
ฮวาเจายกแขนขึ้นมา ก็เห็นว่าผิวของตนเองนั้นดีขึ้นอีกระดับ จากเมื่อก่อนที่แค่ขาว ตอนนี้กลับละเอียดอ่อนราวกับหยกขาวชั้นดี เนียนนุ่มราวกับน้ำนม
นางลูบหน้า ถึงจะไม่มีกระจก แต่ก็สามารถจินตนาการได้ว่าตอนนี้ตัวเองจะต้องดูดีขึ้นมากแน่ ๆ
เมื่อขาวแล้วก็จะดูดีขึ้น ผิวของนางก็ดีได้ถึงขนาดนี้ จะยังดูไม่ดีได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผอมลงก็พบว่าใบหน้าของตัวเองนั้นดีมาก ทั้งดวงตาเรียวยาว จมูกโด่ง ริมฝีปากแดงระเรื่อ เป็คนสวยตามธรรมชาติอยู่แล้ว
เมื่อบวกกับการปรับแต่งด้วยพลังพิเศษของนาง นางก็กล้าที่จะเรียกตัวเองว่าเป็สตรีที่งดงามที่สุดในปฐีแล้ว~
“เหอะเหอะเหอะเหอะ~” ฮวาเจานั่งยิ้มอยู่บนพื้น ใครบ้างไม่อยากเป็คนสวยกันเล่า
เมื่อยิ้มเสร็จ นางก็เริ่มแลกเปลี่ยนพลังงานต่อไป
โสมที่เหี่ยวเฉาก็เน่าเปื่อยกลายเป็ดิน เป็ปุ๋ยอย่างดี นางนำเมล็ดพันธุ์ที่โสมต้นสุดท้ายได้ให้ไว้ไปปลูกอีก
ยีนที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ คราวนี้ปลูกได้ 200 ต้น และทุกต้นก็อยู่รอดได้ถึง 500 รอบการผลิบานแล้วจึงค่อยเริ่มเหี่ยวเฉา
คราวนี้โสมอายุเกินพันปีมีมากถึง 10 ต้น ต้นสุดท้ายนั้นยังอยู่รอดได้ถึง 1,500 รอบ
เก็บเมล็ด ปลูกเมล็ด เก็บเมล็ด ปลูกเมล็ด......
เป็เวลาสิบกว่าวัน ฮวาเจาไม่ได้ทำอะไรเลย ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการปลูกโสมในบริเวณนี้ ั้แ่เช้าจรดเย็น หากฮวาเฉียงไม่อนุญาต นางคงอยากจะอาศัยอยู่บนูเาไปแล้ว
ความรู้สึกที่ได้แลกเปลี่ยนพลังงานกับยาที่มีคุณภาพสูงนั้นสบายมากจริง ๆ
ตัวนางเองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน
กลิ่นหอมจาง ๆ ที่เคยมีอยู่รอบตัวได้หายไปแล้ว ไม่สิ มันถูกเก็บงำไว้ เมื่อเข้าใกล้นางมาก ๆ ถึงขั้นแนบชิดกับผิวของนางเท่านั้น ถึงจะได้กลิ่น และกลิ่นนั้นก็หอมละมุนกว่าเดิม
รูปลักษณ์ของนางก็ประณีตขึ้นอีกหลายส่วน ดวงตาของนางเหมือนมีประกายแห่งปัญญา ทำให้ทั้งตัวนางดูมีชีวิตชีวาเป็พิเศษ
สิ่งที่ทำให้ฮวาเจาประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ นางดูเหมือนจะได้รับพลังลึกลับบางอย่างของโสม คือการซ่อนตัว
คนเก็บโสมรู้กันดีว่าโสมนั้น “วิ่งได้” ถ้าไม่ได้ใช้เชือกสีแดงผูกไว้ มันก็จะ “วิ่งหนีไป” ความจริงก็คือ ถ้าไม่มีเชือกสีแดงไว้เตือน คนเก็บโสมก็จะมองข้ามมันไป
นี่คือการลดการรับรู้การมีอยู่ของโสม เป็สิ่งที่อธิบายไม่ได้
ตอนนี้ฮวาเจาก็สามารถ “ซ่อน” ตัวเองได้เช่นกัน
รูปลักษณ์ของนางเปลี่ยนไปมาก งดงามมีชีวิตชีวา ตามหลักแล้วควรจะเป็ที่สนใจของผู้คน
แต่ฮวาเจาลองทดสอบดูหลายครั้ง นางพบว่าหากนางไม่พูด คนที่เดินผ่านไปมาก็จะมองข้ามหน้านางไปโดยอัตโนมัติ มองข้ามการมีอยู่ของนางไป
แม้แต่เมื่อเจอกับป้าหม่าก็เช่นกัน
เมื่อก่อนเวลาที่เจอป้าหม่า นางก็จะเดินไปด้วยกัน คุยกันไปเรื่อย ๆ แต่ใน่สองสามวันนี้เมื่อเจอป้าหม่าอีกครั้ง กลับพบว่าป้าหม่าเดินผ่านนางไปเหมือนกับเดินผ่านคนแปลกหน้า
แต่เมื่อนางพูดขึ้นมาก็ไม่เหมือนกัน ป้าหม่าก็เหมือนกับถูกปลุกให้ตื่น แล้วจึงเห็นนาง ร้องว่าเมื่อกี้ตัวเองเหม่อไป ไม่ได้สังเกตเห็นนางเลย!
แล้วก็จับมือนาง ถามว่าทำไม่นี้ถึงดูดีขึ้น? ต้องได้ลูกสาวแน่ ๆ!~
พลังลึกลับทำให้ผู้คนมองข้ามการมีอยู่ของนาง แต่เมื่อคน ๆ นั้นเห็นนางแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ใครตาบอด.....
การเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์ทำให้ฮวาเจายินดีปรีดา แต่สิ่งที่ทำให้นางตื่นเต้นดีใจที่สุดก็คือ นางเหมือนมีพลังพิเศษที่แท้จริงแล้ว
นางวางเมล็ดพันธุ์เถาวัลย์ลงบนมือ ใจคิดอะไร เมล็ดพันธุ์ก็งอกออกมาจากมือ เติบโตเป็แส้ยาว เมื่อใจสั่ง มันก็ทำตาม ทำท่าทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะร่ายรำ โจมตี หรือพัน
แน่นอนว่านี่เป็ความคิดที่นางได้จากหนังแฟนตาซีในชาติที่แล้ว ไม่คิดว่ามันจะเป็จริง
และเถาวัลย์ชนิดนี้ก็แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า มีดก็ฟันไม่ขาด แรงกระแทกก็เหมือนสว่านไฟฟ้า เพียงแค่ใส่พลังลงไปเล็กน้อย มันก็สามารถเจาะทะลุหินได้
เมื่อใจคิดอีกครั้ง นางก็ดูดพลังงานทั้งหมดของเถาวัลย์กลับไป เถาวัลย์เหล็กกล้าก็หายวับไปในพริบตา กลายเป็เถ้าธุลีลอยคว้างในอากาศ ไร้ร่องรอย
ฮวาเจาสูดหายใจลึก ๆ ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นทำให้นางตกตะลึงไปเลย
นางลองทำซ้ำอีกหลายครั้ง พบว่าข้อเสียอย่างเดียวก็คือ หากนางอยากจะเรียกมันขึ้นมาอีก ก็จำเป็จะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ใหม่
แต่เมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของมันแล้ว ข้อเสียแค่นี้ก็ถือว่าเล็กน้อยมาก
ฮวาเจาเริ่มทดลองสิ่งใหม่ เพราะสำหรับภัยพิบัติครั้งใหญ่ เถาวัลย์เส้นเดียวมันไม่พอ......นางยัง้าความสามารถอื่น ๆ เครื่องมืออื่น ๆ
วันที่ 20 มาถึงอย่างรวดเร็ว ฮวาเจาแลกเปลี่ยนพลังงานกับโสมเป็ครั้งสุดท้าย ทิ้งโสมราชันไว้บนพื้น
ดอกไม้ผลิบานและร่วงโรย นางนับไปทั้งสิ้น 3,000 ครั้ง
นางเก็บเมล็ดของมันไว้ถุงหนึ่ง เก็บรากบางส่วนของมันไว้ แล้วก็ดูดพลังงานของมัน
อืม หากเย่เซิน้า ก็เอาส่วนของรากนี้ให้เขาไปเถอะ ส่วนโสมร้อยปีต้นนั้น นางจะขายมันเพื่อแลกเงินก็แล้วกัน~
