อู๋ิมองนางอย่างเอ็นดู “ข้าไม่้าอะไรทั้งนั้น ขอแค่เ้าอย่าลืมข้าก็พอ ต่อไปก็มาเยี่ยมข้าบ่อยๆ ก็แล้วกัน แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว”
“แน่นอนอยู่แล้วเ้าค่ะ”
ซูิเยว่กับจี๋โม่หานพักอยู่บนูเาอีกสองวันก่อนจะบอกลา อย่างไรก็ยังมีเื่อีกมากมายที่รอพวกเขากลับไปจัดการอยู่
ก่อนที่จะไป อู๋ิก็ลากซูิเยว่มาแล้วยัดขวดเป็กระบุงให้นาง “เ้าเอาพวกนี้กลับไปด้วยเถิด ขวดพวกนี้ล้วนเป็ผงพิษที่ข้าเพิ่งวิจัยออกมา เอาไว้ให้เ้าป้องกันตัว”
ซูิเยว่ก็ไม่ได้เกรงใจแล้วรับมาทั้งหมด “ขอบคุณท่านอาจารย์ พวกเราจะกลับมาเยี่ยมท่านบ่อยๆ”
อู๋ิมองไปทางจี๋โม่หานอีกครั้ง แล้วก็ร้องเหอะออกมาอย่างไม่เกรงใจ “เ้าน่ะ ต่อไปต้องดูแลแม่หนูของข้าดีๆ นะ ถ้าหากข้ารู้ว่าเ้าดูแลนางไม่ดีละก็ ถึงแม้เ้าจะเป็ราชวงศ์ ข้าก็ไม่มีทางปล่อยเ้าเอาไว้แน่”
“ข้าน้อยไม่กล้าหรอกขอรับ” จี๋โม่หานกุมมือของซูิเยว่เอาไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ข้าจะดูแลแม่หนูอย่างดี ในอนาคตหากผู้าุโไปที่เมืองหลวง ต้องมาที่จวนของข้านะขอรับ”
อู๋ิหมุนตัวก่อนจะโบกมือแล้วพูดอย่างรำคาญ “เอาล่ะๆ หลังจากนี้ค่อยว่ากัน พวกเ้ารีบไปเถิด”
หัวใจของซูิเยว่มีความรู้สึกไม่อยากจะไปทะลักออกมา อู๋ิสำหรับนางแล้วก็คืออาจารย์ อีกทั้งยังเป็ผู้าุโ ยิ่งกว่านั้นคือครอบครัวของนางคนหนึ่ง “เช่นนั้นพวกเราไปแล้วนะเ้าคะ ท่านอาจารย์ ท่านดูแลตัวเองดีๆ นะเ้าคะ”
อู๋ิไม่ได้พูดอะไรอีก
“ไปเถิด” จี๋โม่หานบีบมือของซูิเยว่
ทั้งสองออกจากเรือนแล้วเริ่มลงจากูเา เส้นทางลงจากเขาเดินง่ายกว่าตอนขึ้นเขามาก ซูิเยว่เดินมาได้่หนึ่งแล้วก็ก้มหน้าไม่พูดไม่จาอยู่ตลอด
จี๋โม่หานหันกลับไปมองนาง สีหน้าก็อ่อนลง เขาถอนหายใจเบาๆ “แม่หนูอย่าทุกข์ใจไปเลย รอจัดการเื่ราวเสร็จแล้ว ต่อไปพวกเราอยากจะมาอยู่นานแค่ไหนก็ได้ตามใจเลย”
“อืม” ซูิเยว่พยักหน้า
นางรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเสียใจกับการจากลา ด้านล่างูเายังมีเื่อีกมากมายกำลังรอนางอยู่
เสี่ยวอวี่ยังไม่รู้เื่ที่นางแกล้งตาย นางเองก็ไม่ได้บอกให้หนิงหยวนบอกแม่หนูนั่น คาดว่าตอนนี้เสี่ยวอวี่คงจะร้อนใจจนแทบบ้าแล้ว
ตอนขึ้นเขาใช้เวลาครึ่งชั่วยามกว่า แต่ตอนลงเขานั้นใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วยามนิดๆ
ทั้งสองกลับมาที่บ้านของชาวบ้านที่รับดูแลรถม้า ทั้งยังล้วงเงินมาให้เป็การขอบคุณอีกด้วย จากนั้นก็ขับรถม้ากลับไปที่เขตมู่หลัน ตอนที่เดินทางมาถึงเขตมู่หลันฟ้าก็มืดมากแล้ว
ทั้งคู่ปรึกษากันว่าจะไม่หยุดอยู่ที่นี่นาน แล้วอาศัยตอนกลางคืนกลับไปที่เมืองหลวงอย่างลับๆ
จากที่นี่กลับไปถึงเมืองหลวงใช้เวลาเร็วที่สุดก็สามชั่วยาม ตอนที่พวกเขากลับไปถึงเมืองหลวงก็ดึกมากแล้ว
ซูิเยว่ยังไม่กลับไปที่จวนสกุลซูชั่วคราว นางกลับไปที่จวนองค์ชายสามกับจี๋โม่หาน
ตอนที่คนเฝ้าหน้าประตูจวนเห็นจี๋โม่หานก็เหมือนกับเจอผี เขาพูดไม่ออก ทั้งยังอ้าปากเบิกตาค้างอยู่นาน
จี๋โม่หานถามเสียงเย็น “หลิงชวนล่ะ?”
องครักษ์คนนั้นถึงได้สติกลับมา “หลิง....หัวหน้าหลิงอยู่....”
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค หลิงชวนก็ตามเสียงมาแล้ว พอเห็นจี๋โม่หานกับซูิเยว่กลับมาอย่างปลอดภัยไม่าเ็ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความยินดี เขาสาวเท้ายาวๆ ไปคุกเข่าข้างเดียวตรงหน้าจี๋โม่หาน “องค์ชาย พระชายา”
ถึงแม้จะรู้ว่าเป็แผนของทั้งสองคน แต่พอได้เห็นพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยก็วางใจลงได้
กลุ่มองครักษ์เองก็ต่างพากันคุกเข่าแล้วเรียกชื่อ “องค์ชาย”
จี๋โม่หานยกมือขึ้น “ลุกขึ้นมาเถิด”
หลิงชวนลุกขึ้น สายตามองไปที่ดวงตาของจี๋โม่หานก่อนจะชะงักแล้วพูดออกมาอย่างดีใจ “องค์ชาย ดวงตาของท่านหายดีแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“อืม” จี๋โม่หานพยักหน้าน้อยๆ
หลิงชวนที่ปกติมักจะหนักแน่นมั่นคงก็ตื่นเต้นขึ้นมาจนไม่รู้จะพูดอย่างไร “จื๋อ...ข้าจะไปบอกพวกจื๋อหลัน”
เพียงครู่เดียว จื๋อหลัน จิ่งฉือและิจิ่วก็มาถึง ใบหน้าของทุกคนมีความดีใจอยู่บนนั้น พวกเขาต่างจ้องดวงตาของจี๋โม่หานอย่างตื่นเต้นจนแทบไม่อยากจะเชื่อ
“องค์...องค์ชาย ตาหายดีแล้วจริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ?” จิ่งฉือตะลึงค้าง ยังไม่กล้าเชื่อว่านี่คือความจริง
จี๋โม่หานไม่ได้ตอบ เพียงแต่ปรายตามองไปที่เขา
จิ่งฉือะโขึ้นสามชุ่น “มองเห็นแล้วจริงๆ ด้วย”
หลังจากที่พวกจื๋อหลันตื่นเต้นเสร็จแล้ว ขอบตาก็เริ่มแดง พวกเขาเดินไปตรงหน้าสองก้าวแล้วคุกเข่าให้ซูิเยว่
ซูิเยว่ตะลึงไป “เอ๋ พวกเ้าทำอะไรน่ะ?”
จื๋อหลันกล่าว “พระชายา ดวงตาขององค์ชายหายได้เป็เพราะท่านเลย ขอบคุณที่ทำให้ดวงตาขององค์ชายมองเห็นแสงสว่าง กระหม่อมไม่มีอะไรที่จะตอบแทนได้ การคุกเข่านี้ถือว่าเป็การขอบคุณพระคุณที่ยิ่งใหญ่ของพระชายา”
ซูิเยว่หันหน้าไปมองจี๋โม่หานอย่างตกตะลึง ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
จี๋โม่หานบีบมือของนางก่อนพูดเสียงเรียบ “ไม่เป็ไร การคำนับนี้เ้ารับไว้ได้”
ในเมื่อจี๋โม่หานพูดขนาดนี้แล้ว ซูิเยว่เองก็รับคำไป “พวกเ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก เื่ขององค์ชายก็คือเื่ของข้า พวกเ้ารีบลุกขึ้นมาเถิด”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ พระชายา”
จี๋โม่หานถาม “หลายวันมานี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่หรือไม่?”
หลายคนพากันซาบซึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ใจเย็นลงได้ หลิงชวนตอบ “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ ทั้งหมดอยู่ในการคาดเดาขององค์ชาย ฮ่องเต้ส่งคนมาตรวจสอบอยู่หลายวัน เมื่อไม่ได้ผลลัพธ์ถึงได้ยอมแพ้ไป ตอนนี้ได้ปล่อยข่าวลือออกไปแล้ว เหลือแค่วางแผนเลือกวันจัดพิธีศพให้องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม” จี๋โม่หานพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองซูิเยว่ที่อยู่ข้างกาย “หลายวันนี้เ้าคงจะเหนื่อยแย่ ไปพักผ่อนสักคืนเถิด พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนพาเ้ากลับจวน จากนั้นข้าค่อยไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้”
“ก็ดีนะเพคะ” ซูิเยว่ตกลง “แต่ท่านส่งคนไปบอกพวกเสี่ยวอวี่ที่จวนสกุลซูก่อน หลายวันมานี้พวกเขาจะต้องเป็ห่วงกันแน่”
“ได้” จี๋โม่หานออกคำสั่ง “จิ่งฉือ เ้าไป”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย” จิ่งฉือยิ้มสดใส “วางใจเถิด พระชายา”
ก่อนหน้านี้ตอนที่ซูิเยว่กับจี๋โม่หานบอกเื่แผนการแกล้งตายกับพวกเขา พวกเขาก็พอจะรู้ว่าแผนอันตรายในครั้งนี้ก็เพื่อดวงตาของจี๋โม่หาน
ตอนนี้ในที่สุดดวงตาที่บอดของจี๋โม่หานก็กลับมามองเห็นอีกครั้ง พวกเขาเองก็ขอบคุณซูิเยว่ในใจ
ซูิเยว่นอนพักอยู่ที่จวนอ๋องหนึ่งคืน เช้าวันต่อมาจี๋โม่หานก็ได้ให้จิ่งฉือไปส่งนางกลับจวน ส่วนตัวเขาก็พาหลิงชวนเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่วัง
ในเวลาเพียงไม่นาน ข่าวที่ซูิเยว่กับจี๋โม่หานยังไม่ตายก็แพร่ไปทั่วอย่างรวดเร็ว
หลายสิบวันก่อนตอนที่กลุ่มราชวงศ์ไปล่าสัตว์กลับมา ต่อมาฮ่องเต้ก็ได้ประกาศข่าวไปทั่วเมืองหลวงว่า องค์ชายสามจี๋โม่หานกับคุณหนูสกุลซู ซูิเยว่ตกหน้าผาโดยไม่ทันระวัง พอเื่นี้ถูกปล่อยออกไปทั่วทั้งเมืองหลวงก็แทบแตก
ผลสรุปประเด็นร้อนเพิ่งจะจบลง ตอนนี้คุณหนูซูิเยว่กับองค์ชายสามจี๋โม่หานก็ได้กลับมาอย่างปลอดภัย
เื่ที่ซูิเยว่กลับมาไม่ได้ปกปิดไว้ นางพาจิ่งฉือเดินทางเข้าจวนสกุลซูอย่างเปิดเผย
ข้ารับใช้ที่หน้าประตูพอเห็นนางก็ทำท่าเหมือนเห็นผี เนิ่นนานกว่าจะวิ่งเข้าไปในจวน “คุณหนูกลับมาแล้ว คุณหนูกลับมาแล้ว”
