บรรยากาศยามบ่ายภายในสวนดอกไม้ของคฤหาสน์อาเชนวาลด์ดูเงียบสงบ เอเลน่านั่งเอนกายพักผ่อนอยู่ในศาลาสีขาวสะอาดหลังจากบทเรียนที่แสนเข้มข้น นีน่ายืนก้มหน้าคอยรับใช้อยู่ข้างกายอย่างนอบน้อมผิดปกติ สายตาของเธอลอบมอง อเดล ที่เดินเชิดหน้าชูคออยู่ไม่ไกลด้วยความหมั่นไส้แกมสมเพช
"คุณหนูคะ... ดูเหมือนอเดลจะเห่อของขวัญชิ้นใหม่จากคุณหนูมากเลยนะคะ" นีน่ากระซิบรายงานเสียงเบา
เอเลน่าจิบชาอย่างใจเย็นพลางปรายตาไปมองอเดล สิ่งที่สะดุดตาที่สุดบนเรือนผมที่ถูกจัดแต่งอย่างดีของคนรับใช้สาวคือ กิ๊บติดผมทองคำขาวรูปผีเสื้อ ตัวปีกประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กละเอียดที่ส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงแดด ตรงกลางตัวผีเสื้อฝังมุกสีชมพูหายากราคามหาศาล มันเป็เครื่องประดับที่หรูหราเกินฐานะสาวใช้ไปไกลลิบตา
เอเลน่าลอบยิ้มบางๆ ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อน...
ภายในห้องนั่งเล่นส่วนตัว เอเลน่าเรียกอเดลเข้ามาหาด้วยใบหน้าท่าทางใสซื่อประดุจเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่งพิง เธอหยิบกิ๊บติดผมรูปผีเสื้อชิ้นนั้นออกมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะดันมันไปตรงหน้าคนรับใช้สาวที่กำลังมองตาเป็มัน
"อเดล... หนูมีเื่อยากจะรบกวนหน่อยค่ะ" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"หนูอยากได้ชุดที่จะใส่ไปงานเต้นรำและของใช้จำเป็อื่นๆ อเดลช่วยไปซื้อให้หนูได้ไหมคะ?"
อเดลมองเด็กหญิงตรงหน้าด้วยความเย่อหยิ่งที่พองโตขึ้นในใจ 'หึ... สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องพึ่งพาฉัน ยัยคุณหนูโง่นี่คิดจะทำงานใหญ่แต่กลับส่งเงินให้คนอื่นถือ' ในใจของอเดลคิดไปถึงว่า ตามปรกติระดับตระกูลอาเชนวาลด์ต้องเรียกช่างตัดเสื้อชื่อดังมาวัดตัวถึงที่คฤหาสน์แท้ๆ แต่อย่างว่าหล่ะนะ เด็กที่ไม่มีใครสนใจก็แบบนี้แหละ
"แน่นอนค่ะคุณหนู อเดลยินดีรับใช้ค่ะ" อเดลตอบพลางรีบคว้ากิ๊บติดผมราคาแพงมาไว้ในมือราวกับกลัวมันจะหายไป
เอเลน่าพยักหน้า ก่อนจะส่งถุงเงินที่มีน้ำหนักพอสมควรให้กับอเดล "ในนี้มีเงินจำนวนนึงนะคะ... หนูฝากซื้อ เลือกแบบที่ดูดีที่สุดนะคะ ส่วนที่เหลือ... อเดลเก็บไว้เป็ค่าเหนื่อยได้เลยค่ะ"
อเดลแอบเปิดถุงเงินดูและแทบจะหยุดหายใจ เงินในถุงนั้นมีจำนวนมหาศาล มากพอที่จะซื้อชุดหรูระดับพรีเมียมได้2-3ชุด และแน่นอนว่ามันเหลือเงินทอนก้อนโตพอที่จะทำให้เธอกลายเป็เศรษฐีนีขนาดย่อมได้เลยทีเดียว
กลับมาสู่ปัจจุบัน...
เอเลน่ามองดูอเดลที่กำลังจัดเตรียมรถม้าเพื่อออกไปทำภารกิจที่เธอมอบหมาย ด้วยความกระตือรือร้น นีน่าที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ยืนสั่น
"คุณหนูคะ... เงินจำนวนนั้นมัน..." นีน่าอ้ำอึก
"นีน่า..." เอเลน่าเอ่ยขัดขึ้นโดยไม่หันไปมอง
"เธอรู้ไหมว่าทำไมปลาถึงยอมงับเบ็ด? ไม่ใช่เพราะมันหิวหรอก... แต่เพราะมันคิดว่าเหยื่อที่เห็นตรงหน้านั้นได้มาฟรีๆต่างหาก"
ดวงตาสีแดงประดุจทับทิมของเอเลน่าฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาทันที เธอหันมาจ้องหน้านีน่าที่กำลังหวาดกลัว
"กิลเบิร์ตล่ะ? แผนการหนีของเขาไปถึงไหนแล้ว?"
นีน่าสะดุ้งสุดตัว เธอรีบคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ของเอเลน่าทันที
"เขาเตรียมกระเป๋าและเอกสารปลอมเสร็จแล้วค่ะ! เรือสินค้าจะออกจากท่าในอีก 2 วัน กิลเบิร์ตกะจะหอบเงินที่ยักยอกไปทั้งหมดหนีไปในวันมะรืนค่ะ!"
เอเลน่าเคาะนิ้วลงบนโต๊ะน้ำชาเป็จังหวะเดียวกับความเงียบที่เข้าปกคลุม
"ดี... อเดลไปซื้อของ ส่วนกิลเบิร์ตเตรียมหนี ทุกอย่างกำลังเคลื่อนไปในจังหวะที่สวยงาม" เอเลน่าลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงสีฟ้าครามสะบัดอย่างสง่างาม
'กิลเบิร์ต... เรือของนายจะไม่มีวันได้ลอยออกจากฝั่ง และอเดล... ความโลภของเธอจะเป็เชือกที่รัดคอเธอเอง'
ค่ำคืนที่เงียบสงัดมาเยือนอีกครั้งลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างห้องนอนจนผ้าม่านพลิ้วไหว เอเลน่าที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด เธอไม่ได้หลับ... เธอกำลังรอเวลา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูที่เบาและสม่ำเสมอดังขึ้น
"นั้นใครคะ??" เอเลน่าเอ่ยถาม
"ผมพ่อบ้านเฮนริคเองครับคุณหนู ขออนุญาตเข้าไปสักครู่ได้หรือเปล่าครับ"
ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทพ่อบ้านเต็มยศจะก้าวเข้ามาในห้อง แสงจากตะเกียงในมือเขาเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแต่ยังคงดูสง่างาม
"คุณหนูเอเลน่าครับ..." เฮนริค พ่อบ้านใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาลเช่นนี้ แต่ท่านดยุก้าพบคุณหนูที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ครับ"
เอเลน่าแสร้งทำเป็ใ เธอขยับกายลุกขึ้นนั่งพลางกอดผ้าห่มแน่น ร่างกายเล็กๆ สั่นเทาเล็กน้อย
"ท... ท่านปู่เหรอคะ?"
เฮนริคคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ใบหน้าของชายชราดูใจดีและไร้พิษสง "ไม่ต้องกลัวนะครับคุณหนู แค่พูดคุยเล็กน้อยเท่านั้น หากเรียบร้อยแล้ว ผมจะมาส่งคุณหนูที่ห้องนอนด้วยตัวเองครับ"
"เข้าใจแล้วค่ะ... รอสักครู่นะคะ"
เอเลน่าลงจากเตียง สวมเสื้อคลุมทับชุดนอนกระโปรงสีขาว ท่าทางประหม่าและไม่มั่นใจของเธอทำให้ดูเหมือนเด็กหญิงที่กำลังหวาดกลัวบทลงโทษ แต่ทันทีที่ก้าวเดินตามหลังเฮนริคไปตามโถงทางเดินที่มืดมิด มุมปากของเด็กหญิงก็ค่อยๆ เหยียดยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาสีแดงฉายแวววาวโรจน์และน่าสยดสยอง ท่ามกลางเงามืดที่พาดผ่านหลังของพ่อบ้านใหญ่
'ในที่สุด... เหยื่อที่วางไว้ก็ทำงานสินะ'
ย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 วันก่อน...
บรรยากาศที่สวนหินหลังคฤหาสน์ เอเลน่านั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ในมือของเธอคือสมุดปกแข็งเก่าๆ เล่มหนึ่ง เธอทำทีเป็จดจ่ออยู่กับการเขียนอย่างขะมักเขม้น จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังใกล้เข้ามา
พึ่บ!
เอเลน่ารีบปิดสมุดเล่มนั้นและซ่อนมันไว้ข้างหลังทันที ท่าทางของเธอดูมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด เฮนริคที่เดินผ่านมาหยุดชะงัก สายตาที่เฉียบคมของเขาจ้องมองไปยังมือเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง
"กำลังอ่านหนังสืออยู่หรือครับคุณหนู?" เฮนริคถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแบบที่เขาชอบใช้
"ค... ค่ะ หนูอ่านนิทานเฉยๆ ค่ะ" เอเลน่าตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พลางหลบสายตา
"นิทานงั้นหรือครับ... น่าสนใจดีนะครับ" ชายชรากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมีเลศนัยก่อนจะเดินจากไป แต่ในใจของพ่อบ้านใหญ่ที่รับใช้ตระกูลมานานย่อมมองออกว่า
'นิทาน' ของเด็กคนนี้ที่เมื่อเห็นเขา เด็กน้อยถึงกับรีบซ่อน ต้องมีบางอย่างไม่ปรกติ
และในวันต่อมา หลังจากที่เอเลน่ากลับจากการฝึกมารยาทที่แสนเหนื่อยล้า... สมุดนิทานเล่มนั้นก็หายไปจากลิ้นชักห้องนอนของเธอ โดยไร้ร่องรอยการงัดแงะ
ปัจจุบัน...
เอเลน่าเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้แกะสลักบานั์ของห้องทำงานท่านดยุก เฮนริคเคาะประตูสองสามครั้งก่อนจะเปิดทางให้
"เชิญครับคุณหนู ท่านดยุกรออยู่ด้านใน"
ภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของยาสูบและหนังสือเก่า ท่านดยุก นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาจ้องมองมาที่เธอ และบนโต๊ะตรงหน้าเขานั้น... มีสมุดนิทาน ของเอเลน่าวางเด่นหราอยู่
เอเลน่าแสร้งทำเป็หน้าซีดเผือด เธอรีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนรอยยิ้มสะใจ
นิทานเล่มนั้นไม่ใช่เื่ของเ้าหญิงหรืออัศวิน แต่มันคือ บันทึกรายรับรายจ่ายลวงตาเื่หมาป่าสองตัวที่เธอวาดไว้ในวันนั้น และเพิ่มเื่การพยายามหนีไปขึ้นเรือสินค้าในอีกสองวันข้างหน้า
"เอเลน่า... ฉันมีเื่ต้องถามเธอเกี่ยวกับนิทานเล่มนี้" เสียงทุ้มต่ำของท่านดยุกดังกังวานไปทั่วห้อง เอเลน่าแสร้งทำเป็ตัวสั่นสะท้าน เธอค่อยๆ เงยหน้าที่ดูไร้เดียงสาแต่ซีดเผือดขึ้นสบตาชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในคฤหาสน์ ค่ำคืนนี้คงเป็ค่ำคืนที่ยาวนานนัก....
