ตอนที่ 3 เวลานับถอยหลัง
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์หรูบนยอดตึกใจกลางนครจงหนาน
หลินชิงเซวียนลืมตาขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แสนแพง สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่การเช็กข่าวเศรษฐกิจเหมือนทุกวัน แต่คือการก้มลงมองที่หน้าอก... จี้หยกมรกตรูปหยดน้ำ ที่เธอนำมาสวมคอไว้ยังคงแขวนอยู่ตรงนั้น ััของมันอบอุ่นราวกับผิวมนุษย์ ไม่ได้เย็นเยียบเหมือนเมื่อคืน
เธอยกแขนขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ แสงสีทองของตัวเลขพลันวาบขึ้นมาทับซ้อนกับหน้าปัดนาฬิกาหรูเรือนละหลายสิบล้าน
[ 6 วัน : 22:15:08 ]
"เวลามันไม่เคยรอใครจริงๆ" เธอพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น
"หกวัน... กับเงินหนึ่งพันสองร้อยล้านหยวน ถ้าฉันใช้ไม่หมดก่อนที่กงล้อโชคชะตาจะหมุนไป ฉันคงเป็หมออัจฉริยะที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์"
หลินชิงเซวียนดีดตัวลุกจากเตียง ท่วงท่าของเธอเฉียบคมดุจใบมีดผ่าตัด เธอเดินไปที่ห้องทำงานส่วนตัวที่ผนังเป็กระจกนิรภัยมองเห็นทัศนียภาพอันกว้างไกลของเมืองหลวงที่เธอกำลังจะจากไป เธอนั่งลงที่โต๊ะทำงานไม้โอ๊กดำตัวยาว แล้วเริ่มกดโทรศัพท์หา หลี่เว่ย ผู้จัดการการเงินส่วนตัวที่เป็คนเดียวที่เธอไว้วางใจที่สุดในโลกนี้
ไม่ถึงสามนาที เสียงหอบหายใจของหลี่เว่ยก็ดังมาตามสาย
"อาจารย์หลิน! ผมจัดการตามที่คุณสั่งแล้ว แต่ผมต้องถามอีกครั้ง... คุณแน่ใจจริงๆ หรือครับ? หุ้นในกลุ่มพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ที่คุณถืออยู่ มันคือขุมทรัพย์ที่กำลังเติบโต ถ้าขายทิ้งตอนนี้ในราคาเร่งด่วน (Fire Sale) คุณจะขาดทุนจากมูลค่าที่ควรจะได้มหาศาลเลยนะครับ!"
หลินชิงเซวียนพิงหลังกับพนักเก้าอี้ ดวงตาเรียวยาวหรี่ลงเล็กน้อย แววตาเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็ง
"หลี่เว่ย ในสนามผ่าตัด ถ้าคนไข้มีอาการเืออกไม่หยุดระหว่างรอผลตรวจเนื้อเยื่อ เธอจะรอผลตรวจหรือจะรีบห้ามเืเพื่อรักษาชีวิต?"
"เอ่อ... ก็ต้องรีบห้ามเืสิครับ"
"นั่นแหละคำตอบ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ
"ตอนนี้กระแสเงินสดคือเื ของฉัน และเวลาคือ อาการแทรกซ้อน ที่ฉันควบคุมไม่ได้ ฉัน้าเงินทั้งหมดเข้าบัญชีภายในเที่ยงวันนี้ ไม่ต้องสนเื่กำไรขาดทุน ขาดไปกี่ร้อยล้านก็ช่างมัน ขอแค่ให้ได้เงินสดที่จับต้องได้มาอยู่ในมือฉันให้เร็วที่สุด... เข้าใจไหม?"
หลี่เว่ย ขณะยืนกุมโทรศัพท์จนมือสั่น
"บ้าไปแล้ว! อาจารย์หลินคนเดิมที่สุขุมและเค็มยิ่งกว่าเกลือหายไปไหน? นี่มันเหมือนคนกำลังเตรียมตัวลี้ภัยการเมือง หรือไม่ก็กำลังจะทำาโลกครั้งที่สาม! แต่ก็นั่นแหละ คำสั่งของนางพญา... ใครกล้าขัดก็เตรียมตัวตกงานได้เลย"
"ครับ! ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้!"
หลังจากวางสาย หลินชิงเซวียนไม่ได้หยุดพัก เธอเปิดแผนผังมิติในจี้หยก พื้นที่คลังสินค้าที่กว้างใหญ่ไพศาลนั้นยังคงว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่โหยหาการเติมเต็ม
"เสี่ยวไป๋!" เธอเรียก
เ้าแมวขาวมงคละโข้ามโซฟามาหมอบลงบนโต๊ะ ท่าทางนิ่งสงบผิดกับแมวทั่วไป
"เมี๊ยว~ (เ้านาย บัญชีเงินสดมาแล้ว รายการต่อไปคืออะไร? ข้าหวังว่าท่านจะไม่ลืมซื้อยาฆ่าแมลงระดับนาโนนะ ยุค 70 น่ะเห็บหมัดเยอะยิ่งกว่าพลเมืองเสียอีก!)"
"ฉันรู้แล้วน่า" เธอใช้นิ้วเคาะหัวมันเบาๆ
"อันดับแรกคือ อาวุธ ของฉัน..."
เธอกดต่อสายถึง เถ้าแก่เฉิน เ้าของบริษัทผู้นำเข้าอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็คนไข้ที่เธอเคยผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้เมื่อสองปีก่อน
"เถ้าแก่เฉิน ฉันหลินชิงเซวียน"
"โอ้! คุณหมอหลิน มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ? สำหรับคุณหมอ ต่อให้เป็ดวงจันทร์ผมก็จะส่งคนไปสอยมาให้!" เสียงแหบพร่าของชายวัยเจ็ดสิบเอ่ยด้วยความนับถือ
"ฉันไม่ได้้าดวงจันทร์หรอกค่ะ ฉัน้าโรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่ เกรดกองทัพสามชุด... ยาปฏิชีวนะ ยาชา วัคซีนพื้นฐาน และชุดผ่าตัดครบวงจรที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งหมดนี้ฉัน้าปริมาณที่สามารถรองรับคนไข้ได้หนึ่งหมื่นคนต่อเนื่องสามปี"
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะส่งเสียงอุทาน
"มะ…หมอหลิน... นี่คุณจะไปตั้งประเทศใหม่ที่ขั้วโลกใต้เหรอครับ? ปริมาณขนาดนั้นมันต้องใช้โกดังเก็บั์เลยนะ!"
"ฉันมีที่เก็บของฉันเอง" หลินชิงเซวียนตัดบท
"และฉัน้าอุปกรณ์การแพทย์ยุคคลาสสิก ที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์มากนัก อุปกรณ์แบบอนาล็อกที่ทนทานและซ่อมแซมง่าย... อ้อ ยาสมุนไพรสกัดและถังเก็บออกซิเจนเหลวด้วย ฉันจะจ่ายเงินสดให้คุณเพิ่ม 20% จากราคาตลาด ถ้าคุณส่งของทั้งหมดไปที่โกดังท่าเรือหมายเลข 9 ภายในพรุ่งนี้เช้า"
"20%... จ่ายเงินสด..." เถ้าแก่เฉินทวนคำ ตากลายเป็รูปเงินหยวนทันที
"ตกลงครับ! ผมจะรวบรวมของจากคลังทั่วประเทศมาให้คุณเดี๋ยวนี้!"
เวลา 13:00 น. ณ ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรและผ้าพับที่ใหญ่ที่สุดในมณฑล
หลินชิงเซวียนปรากฏตัวในชุดสูทสีดำเรียบหรูแว่นกันแดดสีเข้มปกปิดดวงตา ท่วงท่าการเดินที่องอาจทำให้พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันหยุดมอง
"นั่นใครน่ะ? ดูเหมือนดารามาถ่ายหนังเลย" พ่อค้าข้าวสารคนหนึ่งกระซิบ
"ดาราอะไรกัน ดูรถที่เธอขับมาสิ นั่นมันโรลส์-รอยซ์ รุ่นลิมิเต็ด! นี่มันนางฟ้าเศรษฐีนีชัดๆ!"
หลินชิงเซวียนไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เธอตรงไปที่ร้านขายข้าวสารรายใหญ่ที่สุด
"ข้าวสารเกรดเอ ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลือง อย่างละ 500 ตัน... น้ำมันพืช เกลือ น้ำตาล และเครื่องปรุงรสอย่างละ 5,000 ลัง ส่งไปที่โกดังหมายเลข 9 ทันที"
เ้าของร้านอ้าปากค้าง…
"คุณผู้หญิงครับ... ของเยอะขนาดนั้น ผมต้องใช้รถบรรทุกพ่วงเกือบยี่สิบคันเลยนะ!"
"เงินมัดจำสิบล้านโอนเข้าบัญชีคุณเดี๋ยวนี้" เธอชูโทรศัพท์ขึ้น
"ถ้าของครบและถึงที่หมายตรงเวลา อีกสามสิบล้านจะตามไปทันที"
"จะ...จัดให้เดี๋ยวนี้เลยครับเ้านาย!"
จากนั้นเธอเดินต่อไปยังโซนขายผ้า แววตาของเธอนิ่งแต่ลุ่มลึก เธอเลือกผ้าฝ้ายสีน้ำตาล เทา และเขียวเข้ม ซึ่งเป็สีที่นิยมในยุค 70 รวมถึงผ้าไหมเกรดดีที่สุดและขนสัตว์กันหนาว
จิตใต้สำนึกของเธอร้องเตือนขึ้นมาทันที...ขณะััเนื้อผ้า
"ความมั่งคั่งที่แท้จริงในยุคที่อดอยาก ไม่ใช่เพชรพลอย แต่คือความอบอุ่นของเสื้อผ้าและข้าวเต็มชาม ชาวบ้านพวกนั้นที่รุมประณามฉัน... ถ้าฉันมีผ้าห่มอุ่นๆ และเนื้อแห้งในมือ พวกเขาจะยังกล้าชี้หน้าด่าฉันอยู่อีกไหม? เงินอาจจะซื้อได้ทุกอย่าง อาจเป็วลีที่ดูถูกในโลกปัจจุบัน แต่ในโลกที่ท้องกิ่ว... เงินคือพระเ้า"
"ผ้าฝ้ายเนื้อหนา 1,000 พับ ผ้าห่มนวม 5,000 ผืน เสื้อผ้าเด็กและผู้ใหญ่สำเร็จรูปทรงคลาสสิกอีกอย่างละ 3,000 ชุด... อ้อ แล้วก็กระดาษชำระกับสบู่ ฉัน้าสิบล้านก้อน!"
แม่ค้าขายผ้าแทบเป็ลม
"สิบ...สิบล้านก้อน! คุณจะเอาไปอาบน้ำให้วาฬทั้งมหาสมุทรเหรอคะ?"
"ฉันบอกให้จัดมา ก็จัดมาเถอะ" หลินชิงเซวียนพ่นลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย
"อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็รอบที่สาม"
เย็นวันนั้น หลินชิงเซวียนกลับมาที่คฤหาสน์ ร่างกายของเธอเริ่มประท้วงด้วยความล้า แต่ตัวเลขบนข้อมือกลับเตือนสติได้อย่างดี
[ 6 วัน : 05:30:12 ]
เธอนั่งลงบนพื้นห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยกล่องลังอุปกรณ์เทคโนโลยีที่เพิ่งมาส่ง ทั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบพับได้ แบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ และที่กรองน้ำแบบพกพา
หลินชิงเซวียนครุ่นคิดในใจ...เธอวิเคราะห์อย่างชาญฉลาด
“ในยุคที่กระแสไฟฟ้าเข้าไม่ถึงหมู่บ้านหมอกเมฆา สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็ปาฏิหาริย์ ฉันต้องเตรียมคู่มือการใช้งานที่เขียนด้วยภาษาชาวบ้านง่ายๆ ไว้ด้วย เผื่อว่าวันหนึ่ง... ฉันไม่อยู่ดูแลพวกเขา”
จู่ๆ ความรู้สึกเศร้าสร้อยก็จู่โจมหัวใจ เธอคิดถึงภาพเด็กน้อยสามคนในนิมิต เด็กๆ ที่ไม่รู้ว่าแม่ของพวกเขากำลังกว้านซื้อโลกทั้งใบเพื่อไปต่อลมหายใจให้พวกเขา
"แม่จะไม่ปล่อยให้พวกหนูหิวอีกแล้ว..." เธอพึมพำ น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างคุมไม่อยู่
เสี่ยวไป๋ะโมาคลอเคลียที่ขา
"เมี๊ยว~ (อย่าเพิ่งซึ้งเ้านาย! เงินเหลืออีกตั้งแปดร้อยล้าน อย่าลืมซื้อเนื้อวัวตากแห้ง ปลากระป๋อง และที่สำคัญที่สุด... เมล็ดพันธุ์สมุนไพรหายาก! ดินดำในมิตินั่นถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ข้าจะโกรธจริงๆ ด้วย!)"
หลินชิงเซวียนหัวเราะทั้งน้ำตา
"ขอบใจนะเสี่ยวไป๋ที่เตือนสติ พรุ่งนี้ฉันจะไปเหมาตลาดเนื้อสดและฟาร์มเพาะปลูก"
ในขณะที่เธอกำลังจะปิดตาลงเพื่อพักผ่อนสั้นๆ แสงสีทองจากจี้หยกพลันสว่างวาบ ภาพนิมิตใหม่ปรากฏขึ้น... คราวนี้ไม่ใช่ภาพการจมน้ำ แต่เป็ภาพของชายหนุ่มในชุดทหารสีเขียวซีด ใบหน้าคมเข้มแต่ซีดเซียว เขากำลังนั่งอยู่บนรถเข็นไม้เก่าๆ ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย สายตาของเขาเหม่อมองไปยังลำธารที่หญิงสาวในร่างเดิมเพิ่งะโลงไป
"ชิงเซวียน... ผมกลับมาแล้ว... ทำไมคุณถึงไม่รอผม..."
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความระทมทุกข์นั้นสั่นคลอนหัวใจของหลินชิงเซวียนอย่างรุนแรง
"กู้เยี่ยนเฉิน? นั่นสามีของฉันในโลกนั้นเหรอ? เขาไม่ได้หนีทัพ... เขาาเ็จนพิการและกำลังกลับมาหาฉันงั้นเหรอ? โธ่เอ๊ย! ยุคสมัยที่การสื่อสารล่าช้าช่างน่ารังเกียจจริงๆ มันทำลายชีวิตคนได้ง่ายๆ เพียงแค่คำลวงของคนรอบข้าง!"
เธอกำหมัดแน่น แววตาเปลี่ยนเป็กร้าวแกร่งดุจนางพญาที่พร้อมจะป้องปกบริวาร
"กู้เยี่ยนเฉิน... ถ้าคุณพิการ ฉันจะรักษาคุณด้วยมีดหมอจากอนาคต ถ้าคุณสิ้นหวัง ฉันจะใช้เสบียงพันล้านถมความสิ้นหวังของคุณให้มิด! รอก่อนเถอะ... อีกไม่กี่วัน ฉันจะไปทวงคืนศักดิ์ศรีให้ครอบครัวเราเอง!"
เธอลุกขึ้นเปิดคอมพิวเตอร์ เริ่มสั่งซื้อขาเทียมคาร์บอนไฟเบอร์ และ ยาสมานเส้นประสาท ที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบันทันที
[ 6 วัน : 03:00:00 ]
เดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เงินพันล้าน แต่มันคือเดิมพันด้วยชีวิตและความรักที่เธอกำลังจะไปทวงคืน จากเงื้อมมือของกาลเวลา
