เร็ว! เร็วมาก! ชิวอวิ๋นเอียนเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก ถึงขนาดที่คนรอบข้างยังไม่ทันได้ตอบสนอง ชายร่างั์คนนั้นก็ได้ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยใบหน้าที่สะบักสะบอม
“ยัยบ้า! อยากตายหรือไง!” หลังจากที่ผ่านไปสองวินาที เหล่าคนตระกูลฉินที่อยู่โดยรอบก็ได้สติ ต่างก็เล็งกระบอกปืนไปที่ชิวอวิ๋นเอียนทันที!
ซู่ว!
ทว่าปืนในมือของพวกเขายังไม่ทันได้ยกขึ้น ก็มีลูกธนูน้ำแข็งกว่าสิบดอกปรากฏขึ้นกลางอากาศ!
ลูกธนูน้ำแข็งระดับห้า ในมือของเชียนมู่เซวี่ยทรงพลังอย่างมาก เวลานี้ก็มีพลังกล้าแกร่งชนิดที่ลูกธนูน้ำแข็งระดับหนึ่งและสองเมื่อวันวานไม่อาจเทียบได้เลย!
“โอ๊ย! อ๊าก!” พริบตาถัดมาก็มีเสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้น ก่อนจะเห็นว่าปืนในมือของชายฉกรรจ์เหล่านี้ได้หลุดร่วงหล่นลงพื้น
เชียนมู่เซวี่ยกางมือออกเล็กน้อย ก่อนจะมีลูกธนูน้ำแข็งสิบกว่าดอกลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเธอ!
“หากใครกล้ายิงปืนอีก ครั้งนี้ลูกธนูน้ำแข็งของฉันจะไม่เล็งไปที่ข้อมือแล้วนะ!” เชียนมู่เซวี่ยเอ่ยอย่างเ็า
แข็งแกร่ง! แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
ความเร็วที่ชิวอวิ๋นเอียนแสดงออกมานั้นจะต้องเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 4 อย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนเชียนมู่เซวี่ยนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงเลย และอย่างน้อยๆ เธอก็ต้องเป็ถึงผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ด้วยเช่นกัน!
สำหรับสมาชิกกลุ่มเล็กๆ ที่เฝ้าประตูฐานที่มั่นแห่งนี้แล้ว ก็มีเพียงแค่หัวหน้าหน่วยเท่านั้นที่เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ส่วนคนอื่นๆ ล้วนเป็ผู้วิวัฒนาการระดับต่ำ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจต่อกรกับผู้วิวัฒนาการระดับ 4 ได้!
ชั่วขณะนั้นทุกคนต่างไม่กล้าขยับตัวอีก!
ตอนที่พวกเชียนมู่เซวี่ยมาถึง ก็มีสมาชิกหลายคนของตระกูลจ้าววิ่งตามมา!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะทันได้เอ่ยปาก สถานการณ์ก็พลิกผันไปอย่างรวดเร็ว และเื่นี้ก็ทำให้คนของตระกูลฉินคล้ายกับถูกตบหน้าอย่างแรง คนของตระกูลจ้าวที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตกตะลึง แต่ยังดีที่คนที่อยู่ข้างหน้าเคยเห็นเชียนมู่เซวี่ยในห้องโถงมาก่อนจึงรู้ถึงความแข็งแกร่งของเธอแต่แรก เลยไม่ได้ตกตะลึงหนักอะไร
เวลานี้พวกเขาทำได้เพียงวิ่งเข้ามาก่อนจะเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มแห้งตาม
“อะแฮ่ม คุณมู่เซวี่ย คุณไฉ่ย่วน เื่นี้...”
เชียนมู่เซวี่ยเอ่ยตอบด้วยยิ้มบาง
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันจะจัดการเอง”
พอได้ยินดังนั้น พวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะพยักหน้าตอบ “ตกลงครับ”
“อวิ๋นจือ ยังไม่รีบพาพี่ชายของเธอไปทำแผลอีก” เชียนมู่เซวี่ยเหลือบมองจางอวิ๋นจือ
จางอวิ๋นจือเป็คนฉลาด หลังจากที่เก็บปืนแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปพยุงจางหยุนเจียนขึ้นพร้อมกับมีหยาดน้ำตาร่วงพรู
“พี่ชาย!” ระหว่างที่เอ่ยก็โผเข้ากอดจางหยุนเจียนแน่น!
“อวิ๋น... อวิ๋นจือ!” จางหยุนเจียนเอ่ยด้วยความเหลือเชื่อ!
“ใช่ ฉันเอง อวิ๋นจือ!”
ฉากที่พี่น้องทั้งสองคนโผเข้ากอดกันทำให้ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ซาบซึ้งใจ ในยุควันสิ้นโลกเช่นนี้ ผู้รอดชีวิตทุกคนต่างก็ต้องเผชิญกับความเป็และความตาย ดังนั้นคนในครอบครัวจึงเป็เื่อ่อนไหวสำหรับพวกเขา!
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงได้เกรี้ยวกราดขนาดนี้ ถ้าพวกเขาได้พบกับญาติพี่น้อง และพบว่าพวกเขาถูกคนอื่นรังแก ก็คงจะทำแบบเดียวกับหญิงสาวคนนี้ และต้องคว้าปืนออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำอย่างมีโทสะเช่นกัน
พริบตานั้น เชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆ ก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้คนที่อยู่รอบข้าง
จากนั้นไม่นาน คนของตระกูลจ้าวและตระกูลฉินที่มีระดับสูงกว่าก็เร่งรุดมาถึง!
ผู้นำของตระกูลฉินที่เดินทางมาในครั้งนี้ชื่อว่าฉินเฉิน เขาเป็หนึ่งในสามคนที่เดินตามหลังฉินิมาเมื่อครู่
ส่วนคนที่นำทีมตระกูลจ้าวมาก็คือจ้าวจื่อหลิง
หลังจากเกิดเื่ในห้องโถงใหญ่เมื่อครู่ สถานการณ์อำนาจระหว่างตระกูลจ้าวและตระกูลฉินก็พลิกผัน
ยิ่งไปกว่านั้นบัดนี้ยังมีเชียนมู่เซวี่ยที่เป็ถึงผู้วิวัฒนาการระดับ 5 อยู่ที่นี่อีก
ท้ายสุดฉินเฉินก็ตำหนิคนของตัวเองที่เป็หัวหน้าหน่วยที่มีพลังเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 ของตระกูลตนเองอย่างหนัก ก่อนจะกล่าวขอโทษอย่างสุภาพออกมา
ในเวลาเดียวกันนี้ที่บ้านพักตระกูลจ้าวในฐานที่มั่นแห่งมหานครแห่งเวทนี้ ปู่จ้าวหรือจ้าวควงอี้ก็เบิกตากว้างด้วยความใ
อะไรนะ? ถังฮ่าวเป็หัวหน้าหน่วย ส่วนกั๋วเทาก็ได้รับความช่วยเหลือจากถังฮ่าวหรอกหรือ? เชียนมู่เซวี่ย เย่ชิงเฉิง ล้วนเป็ผู้วิวัฒนาการที่อยู่ในทีมของถังฮ่าวทั้งหมดอย่างนั้นหรือ?
ฐานที่มั่นย่อยเถาหยวนเขตซูโจว ฐานที่มั่นเมืองทง แถมยังมีฐานที่มั่นเขตหยุนจิงอีก!
ไม่เพียงเท่านี้แต่ยังเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 5 ถึงห้าคนเลย!
หลังจากได้ยินเื่ราวทั้งหมดแล้วปู่จ้าวก็ตกตะลึง!
แต่พอกั๋วเทาเสนอให้ตระกูลจ้าวของพวกเขายอมสวามิภักดิ์ต่อถังฮ่าว จ้าวควงอี้ก็ส่ายหน้าและฏิเสธที่จะทำเช่นนั้นอย่างแน่วแน่
จ้าวควงอี้ที่มีอายุ 78 ปี พออยู่ในยุควันสิ้นโลกที่ไร้กฎระเบียบนี้แล้ว เขาก็มองเห็นโอกาสที่จะนำพาให้ตระกูลจ้าวก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ตอนนี้ตระกูลจ้าวของพวกเขามีทั้งจุดเริ่มต้นและรากฐานที่ดี ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังอยู่ในฐานที่มั่นแห่งมหานครแห่งเวทอีก!
หากสามารถดึงถังฮ่าวและคนอื่นๆ เข้ามาอยู่ในตระกูลจ้าวได้ โอกาสที่ตระกูลของเขาจะได้ปกครองฐานที่มั่นแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียวก็จะสูงมากขึ้น เมื่อใดที่พวกเขายึดครองฐานที่มั่นแห่งนี้ การพัฒนาในอนาคตก็ย่อมไม่อาจประเมินค่าได้ พวกเขาอาจจะได้สวมใส่ชุดั และขึ้นเป็จักรพรรดิเหมือนกับบรรพบุรุษของตระกูลจ้าวที่ก่อตั้งราชวงศ์ซ่งเมื่อครั้งอดีตก็เป็ได้ จากนั้นก็สร้างยุครุ่งเรืองขึ้นมาใหม่
“พ่อ มันเป็ไปไม่ได้หรอกที่ถังฮ่าวจะยอมเข้าร่วมกับเรา”
“เื่แบบนี้มันอยู่ที่ความพยายาม ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็ไปไม่ได้ จริงสิ จื่อเยว่ออกไปข้างนอกกับน้องสาวของเธอ คาดว่าอีกเดี๋ยวก็คงจะกลับมาแล้ว ถังฮ่าวยังไม่ได้แต่งงานใช่ไหม? ฉันว่า เขาเหมาะกับจื่อเยว่มากนะ!”
“พ่อ จื่อเยว่ จื่อเยว่อยู่ที่นี่หรือครับ?” จ้าวกั๋วเทาเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น!
ก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึง เขากับภรรยาก็มีลูกชายและลูกสาว แต่หลังจากวันสิ้นโลกมาถึง ภรรยาและลูกชายของเขาก็จากไป จึงทำให้เวลานี้เหลือเพียงจ้าวจื่อเยว่ที่เป็ลูกสาวคนเดียวที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปีสองที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวง!
เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าลูกสาวของเขาจะอยู่ในมหานครแห่งเวท
“ใช่ จื่อเยว่อยู่ที่นี่ ถ้าวันนี้ได้คริสตัลมากพอ เธอก็คงจะเป็ผู้วิวัฒนาการเป็ระดับ 4 ได้แล้ว ่บ่ายตอนวันสิ้นโลกมาเยือน จื่อเยว่ได้นั่งเครื่องบินจากเมืองหลวงมาที่นี่ เธอไม่ได้บอกเื่นี้กับนายเหรอ?”
“เด็กคนนี้!” จ้าวกั๋วเทาดีใจจนน้ำตาไหล ถือว่า์ยังเมตตากับเขาอยู่ ที่ยังเหลือทายาทเอาไว้สืบสกุล
แต่สำหรับเื่ที่พ่อของเขา้าให้ถังฮ่าวและลูกสาวของเขาคบกันนั้น เขากลับไม่ค่อยมีความหวังสักเท่าไร เพราะเขารู้ดีว่าเชียนมู่เซวี่ยมีสถานะใดในใจของถังฮ่าว ยิ่งไปกว่านั้นรอบๆ ตัวของถังฮ่าวยังมีผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมาย!
ทั้งเย่ชิงเฉิงแล้วก็โอวหยางมี่มี่อีก!
ไม่ว่าจะเป็รูปลักษณ์หรือความสามารถ คนทั้งสองก็ล้วนเหนือกว่าจ้าวจื่อเยว่ทั้งนั้น
นอกจากเย่ชิงเฉิงกับโอวหยางมี่มี่แล้ว เจียงอี้อิง หยุนอิ่นอิ่น จางอวิ๋นจือ และชิวอวิ๋นเอียนก็ล้วนเป็หญิงงามที่หาตัวจับยาก
...
แน่นอนว่าถังฮ่าวไม่รู้เื่นี้ เพราะตอนนี้เขากำลังพูดคุยกับกลุ่มคนตระกูลจ้าวอยู่!
หลังจากได้ยินคำบอกเล่าของคนเหล่านี้แล้ว ถังฮ่าวก็เข้าใจฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทนี้มากขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ แต่ยังเข้าใจมหานครทั้งเมืองมากขึ้นด้วย!
ฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทได้ก่อตั้งขึ้นโดยสี่ตระกูลใหญ่ ซึ่งก็คือตระกูลจ้าว ตระกูลฉู่ ตระกูลฉิน และตระกูลอู๋
ปัจจุบันนี้ภายในฐานที่มั่นมีประชากรทั้งหมด 115,000 กว่าคน
ภายในมหานครก็มีฐานที่มั่นเล็กใหญ่อีกมากกว่า 20 แห่ง!
ส่วนฐานที่มั่นที่มีขนาดใหญ่จริงๆ ก็มีอยู่ถึงหกแห่งโดยแต่ละแห่งล้วนมีประชากรอยู่มากกว่าหมื่นคน!
แน่นอนว่าฐานที่มั่นแห่งมหานครแห่งเวทนี้เป็ฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุด และเป็ฐานที่มั่นแห่งเดียวในเขตชานเมืองที่มีประชากรผู้รอดชีวิตมากกว่า 100,000 คน!
ส่วนฐานที่มั่นอีกห้าแห่งที่มีประชากรมากกว่าหมื่นคน ได้แก่ ฐานที่มั่นบึงวารี ฐานที่มั่นว่านสีคราม ฐานที่มั่นว่านตะวันตก ฐานที่มั่นบงกชทมิฬ และฐานที่มั่นเมฆาอินทนิล
...
บนถนนที่ถูกเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วมีขบวนรถกว่ายี่สิบคันกำลังมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทอย่างรวดเร็ว! ด้านหลังของพวกเขายังมีชายร่างสูงผอมที่อยู่ในชุดดำอีกห้าคน และสุนัขกลายพันธุ์ที่ดุร้ายอีกสิบกว่าตัววิ่งตามมา!
จะบอกว่าสุนัขเหล่านี้กลายพันธุ์ก็ได้ แต่พวกมันกลับแตกต่างจากสุนัขกลายพันธุ์ทั่วไป!
เพราะบนตัวของมันไม่มีขนที่มันวาวเหมือนกับสุนัขกลายพันธุ์ทั่วไป แต่กลับมีแผลเน่าเปื่อยอยู่เต็มไปหมด และภยังมีกลิ่นเหม็นเน่าที่ทำให้ผู้คนอาเจียนโชยออกมาจากาแ!
หากมองดูแล้ว พวกมันเหมือนกับสุนัขที่ตายแล้ว แต่กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา!
นี่คือซอมบี้สุนัขกลายพันธุ์!
พวกมันเป็สัตว์ร้ายที่ทั้งดุร้ายและน่ากลัว ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็พาหะนำโรคอีกด้วย!
