เสียงฟาดของไม้กระหน่ำลงบนแผ่นหลังของเยว่จื่อดังสนั่น แรงของการตีทำให้ร่างอ้วนๆ ของนางสะท้านไปทั้งตัว แต่เยว่จื่อยังคงตั้งท่าหยัดยืน มือกุมที่แผ่นหลังที่กำลังเ็ป ทว่าไม่ยอมร้องเสียงดัง ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอที่ทุกคนหวังจะได้เห็น แม้จะรู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งตัวก็ตาม
"ฮึก... อึก…" เสียงหอบแห้งของนางดังขึ้น เฉพาะในใจที่เผชิญกับความเ็ปจนแทบจะไม่สามารถทนได้ แต่ทุกคำพูดที่ออกจากปากกลับเป็เสียงด่าทอ
"พวกคนสารเลวข้าไม่มีทางอภัยให้พวกเ้า" เยว่จื่อกัดฟันกรอด
ร่างของนางะเืจากไม้ที่ฟาดลงอย่างแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่ารู้ว่าอับจนหนทางแล้วรอยยิ้มระรื่นก่อนหน้านั้นมลายหายไปบุรุษกำยำที่ยืนคอยจับตัวหากว่าจะหนี ขณะที่กลุ่มสนมเอกและพวกที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย เหมยจิ้งที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น
เสียงฟาดไม้สะท้านไปทั่วตำหนักแต่ก็ไม่สามารถหยุดการกระทำของกลุ่มคนที่อยู่รอบข้างได้ หลินซื่อหานยืนอยู่ข้างๆ ไม่กล้าขยับตัวไปไหน แม้จะรู้สึกเ็ปกับการเห็นลูกสาวของตัวเองโดนทำร้ายเช่นนี้
"พระสนมได้โปรด... ข้าขอร้องเถิด" หลินซื่อหานร้องะโออกไป สีหน้าของเขามืดมนไปด้วยความสิ้นหวังและเ็ป แต่อีกด้านหนึ่งก็ไม่สามารถหยุดพวกเขาได้ เพียงแค่ยืนมองด้วยน้ำตาคลอเบ้า ขอโทษไปแล้วแต่กลับไม่มีใครสนใจ
“ดีพวกเ้าลากหลินซื่อหานขุนนางต่ำต้อยไปรัดนิ้ว ให้หลาบจำ” เสียงสนมเสวี่ยนซีสั่งดังๆ หลินซื่อหานถูกลากออกไปทันที เขายังหันหน้าหันหลังด้วยความห่วงใยเยว่จือ
เสียงกระแทกของไม้ดังต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด เยว่จื่อรู้สึกได้ถึงความเจ็บแสบที่แผ่ซ่านไปทั่วหลัง ยิ่งแผ่นหลังถูกตีซ้ำ ร่างที่เคยอ้วนก็ยิ่งรู้สึกถึงความเ็ปที่ท่วมท้นจนทนไม่ได้ แต่ยังคงตั้งหน้าตั้งตากัดฟัน พยายามไม่ปล่อยให้เสียงร้องของตัวเองหลุดออกมา เพราะทุกคนที่มองอยู่นั้นก็คือคนที่เคยทำให้ร่างนี้อับจนหนทางและพวกเขาก็ทำแบบเดิมซ้ำๆ
ความเ็ปมากมายจนไม่อยากหายใจ ความรู้สึกเ็ปจนสมองสั่งการให้ร่างกายซัตดาวน์ สติดับวูบลงไปทันที
ในขณะที่เสียงร้องของเยว่จื่อเงียบลง จู่ๆ เสียงดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มสนม
ทุกอย่างรอบตัวเยว่จื่อพลันมืดไปทั้งหมดนานแค่ไหนไม่ทราบได้
"พระสนมพระสนมเ้าขา เป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ" เสียงเหมยจิ้งถามเบาๆ
พร้อมกับผ้าชุบน้ำที่ค่อยๆ เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของเยว่จื่อที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเ็ป ทั้งจากร่างกายและจิตใจ การเช็ดน้ำตานั้นเหมือนจะไม่สามารถลบล้างความเจ็บที่สะสมไว้ได้ ทำด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าของนางเองก็เต็มไปด้วยน้ำตาไม่ต่างจากเยว่จื่อเท่าไรนัก
เยว่จื่อหรี่ตามองเหมยจิ้ง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดูหม่นหมองและเศร้าหมองยิ่งกว่าเดิม ร่างอ้วนที่นั่งอยู่บนรถม้าค่อยๆ โยกไปมาเพราะความกระเทือนจากการเดินทาง การเคลื่อนไหวทำให้เยว่จื่อรู้สึกถึงความเ็ปที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายแต่พยายามฝืนทน
ลืมตาขึ้นช้าๆ ร่างที่อ่อนแรงขยับเล็กน้อย พูดด้วยเสียงแหบแห้งที่ดังไม่ชัดเจนว่า
"ข้ายังไม่ตายสินะ..."
คำพูดนั้นเหมือนจะเป็การยืนยันกับตัวเองว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเป็แค่ฝันร้าย นางยังอยู่ ร่างกายยังคงเป็อยู่
"เหมยจิ้ง...ต่อไปอย่าเรียกข้าว่าพระสนมอีก...ข้าไม่ใช่สนมของใครทั้งนั้น" น้ำเสียงของเยว่จื่อฟังดูแข็งกระด้าง
เหมยจิ้งสั่นศีรษะ รู้ดีว่าคำพูดนั้นเป็การตัดสินใจที่มาจากความเ็ปที่ลึกซึ้งที่เยว่จื่อต้องเผชิญมา ตำแหน่งสนมก็ได้หลุดลอยหายไปไม่มีอะไรอีกแล้วที่ยึดเหนี่ยว
"และต่อไปนี้...จะไม่มีสนมเยว่จือ...มีแต่จือจื่อ...หญิงไร้บ้าน...ไร้อดีต..."
คำพูดของเยว่จื่อทำให้เหมยจิ้งแทบพูดอะไรไม่ออก นางเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้ดี นางรู้แค่ว่าคำพูดนั้นคือการยอมรับการสิ้นสุดทุกสิ่งทุกอย่างจากปากของเยว่จื่อ
การถูกเนรเทศมาจากตำหนักจากวังหลวงที่แสนสบายทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มมีชีวิตตามที่คาดหวัง มันทำลายทุกอย่างที่เคยยึดมั่น ทั้งตำแหน่งและการยอมรับจากคนรอบข้าง ทุกอย่างพังทลายไปในพริบตา กลายเป็ความว่างเปล่าที่เยว่จื่อต้องรับมืออยู่คนเดียว
"เ้าค่ะนายหญิงจือจื่อ..." เหมยจิ้งพูดเบาๆ
เมื่อเห็นว่าเยว่จื่อได้ยอมรับสภาพของตัวเองแล้วง ไม่มีการเรียกร้องถึงความหวังที่เคยมี ไม่มีการกอดคอเพื่อแสวงหาความฝันในวันข้างหน้า เพราะทุกอย่างได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว นางต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์
