ก่อนจะใช้พลังแห่งเทพ หายวับกลับไปยังตำหนักฉางชุน เหล่านางกำนัลพากันโค้งคำนับ เมื่อร่างขององค์ชายรองเดินผ่านไป ชุดสีขาวสะอาดปลิวไปตามแรงเคลื่อนไหวของเขา มุ่งตรงไปไม่พูดจา คงความเป็เทพที่เฉยเมยต่อทุกสรรพสิ่ง ร่างสูงเดินเข้ามาย่อตัวลงนั่งยังกระดานหมากที่ตั้งอยู่ในริมสระน้ำ เขาใช้พลังเทพเสกสุราเลิศรสขึ้นมา แล้วกระดกขึ้นอีกสองสามครั้ง ก่อนเซียนรับใช้จะเดินเข้ามาค้อมตัวลงอย่างอ่อนน้อม
“องค์รัชทายาทเสด็จมาเพคะ” องค์ชายรองได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ เพียงชั่วอึดใจร่างของเจี้ยนลู่จินก็วูบเข้ามานั่งยังกระดานหมากฝั่งตรงข้าม พลางหยิบหมากสีดำวางบนกระดาน
“เหตุใดเ้าจึงดื่มสุรามากมายเพียงนั้น” สุรเสียงนุ่มนวลของพี่ชาย ทำให้เจี้ยนลู่ฟางใช้พลังเทพ เสกสุราทิพย์หายวับไปในพริบตา แล้วหยิบหมากสีขาววางลงกระดานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ท่านพี่มาถึงตำหนักข้า มีเื่อันใดสำคัญฤาไม่”
“ที่ข้ากลับมายังแดน์ในครั้งนี้ ก็เพื่อสะสางทุกอย่างให้เสร็จสิ้น เสร็จแล้วข้าก็จะกลับเขาซันไป๋”
“หมายความเช่นไร” องค์ชายรองชะงัก แล้วเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ตลอดเวลาที่ข้าอยู่เขาซันไป๋ ข้าพบความสุขสงบอย่างแท้จริง จึงได้รู้แน่ชัดแล้วว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทหาได้เป็ของข้าอีกต่อไป มันถึงเวลาแล้ว ที่เ้าต้องรับตำแหน่งต่อจากข้า” เจี้ยนลู่จินหยิบหมากสีดำวางบนกระดานด้วยท่าทางราบเรียบ ก่อนองค์ชายรองจะหยิบหมากสีขาววางดักไว้
“ข้าเคยปฏิเสธไปแล้ว ว่าข้าไม่้ารับตำแหน่งองค์รัชทายาท ต่อไปภายหน้าข้าอยากใช้ชีวิตเงียบสงบกับฟางเหนียง ณ ดินแดนใดสักแห่ง ตำแหน่งองค์รัชทายาทมีภาระหนักและวุ่นวายเกินไป” องค์รัชทายาทได้ยินดังนั้นจึงชะมือกลับ แล้วเลื่อนสายตาไปยังน้องชายอย่างมีความหมาย
“เช่นนั้นเ้าก็ยิ่งควรรับตำแหน่งต่อจากข้า เพราะฟางเหนียงปฏิเสธการอภิเษกกับเ้าแล้ว จุดมุ่งหมายของเ้าหาได้มีฟางเหนียงเคียงข้างอีกต่อไป” องค์ชายรองเงยหน้ามองเจี้ยนลู่จิน ก่อนเขาจะหยิบหมากสีขาววางลงกระดาน แล้วนิ่งเงียบไปไม่ตอบโต้
“แดน์ไม่สามารถขาดผู้สืบทอดบัลลังก์อย่างองค์รัชทายาทได้ เมื่อสามร้อยปีก่อนข้าเคยขอให้เ้ารับตำแหน่งต่อจากข้า แต่ในการณ์นั้นเ้าปฏิเสธ ข้าเองเฝ้าทบทวนมาตลอดถึงจุดมุ่งหมายของตัวเอง ในที่สุดพบแล้วว่าข้าไม่อาจแบกรับตำแหน่งองค์รัชทายาทต่อไปได้ ที่สุดแล้วมีเพียงเ้าที่ต้องรับภาระต่อ ขออย่าได้ปฏิเสธข้าอีก” องค์รองชายนิ่งเงียบ พลางวางหมากไปเรื่อย ๆ
“เหตุนี้ทำให้ข้าอดคิดถึงพี่ใหญ่ไม่ได้ นางยอมสละตำแหน่งองค์หญิงแห่งาา์ ไปบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเทพขั้นสูง เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนาม เร้นห่างจากแดน์ ไม่นานท่านก็คิดสละตำแหน่งองค์รัชทายาทเช่นนางอีก หากความนี้ถึงเสด็จพ่อ ข้าไม่อยากคิดว่าจะเกิดอันใดขึ้น” เจี้ยนลู่จินได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้ม แล้วหยิบหมากสีดำวางต่อ
“าา์มีโอรสและธิดารวมกันสามคน แต่ทุกคนเลือกทางสงบ หากกล่าวถึงพี่ใหญ่ นางพ้นความคาดหวังของเสด็จพ่อนานแล้ว หากกล่าวถึงข้า ข้าเองก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วเช่นกันว่าจะสละตำแหน่ง หากกล่าวถึงเ้า...พวกเราขอโทษที่ทิ้งภาระทั้งหมดให้เ้าแบกรับ และหมากกระดานนี้ข้าชนะเ้าแล้ว...เ้าไม่อาจปฏิเสธข้าได้อีก” เจี้ยนลู่ฟางค่อย ๆ เลื่อนสายตามองหมากบนกระดานแล้วชะงักนิ่ง นับจากเด็กจนโต เื่ใดที่เขาสองคนไม่สามารถตกลงกันได้ มักจะใช้กระดานหมากเป็เครื่องตัดสิน เฉกเช่นวันนี้หมากบนกระดานของเจี้ยนลู่ฟางแพ้เจี้ยนลู่จินอย่างราบคาบ ทำให้องค์ชายรองแน่นิ่งไม่อาจโต้แย้งได้
“ข้อตกลงของเราเป็อันจบสิ้นเมื่อเ้าแพ้ เ้าต้องยอมรับ ห้ามปฏิเสธตำแหน่งองค์รัชทายาทจากข้าอีก” สิ้นเสียงขององค์รัชทายาท ร่างของเขาก็หายลับไปด้วยพลังแห่งเทพ องค์ชายรองแน่นิ่งพร้อมความคิดมากมายหลั่งไหลเข้ามา พลางค่อย ๆ วางหมากสีขาวในมือลงช้า ๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังสระน้ำกว้าง
“ทูลองค์ชายรอง องค์หญิงฟางเหนียงมาขอพบเพคะ” เขาขยับเพียงแค่สายตา แล้วเปล่งสุรเสียงราบเรียบออกมา
“นางมาด้วยเหตุใด”
“องค์หญิงฟางเหนียงพาหนิงเอ๋อมารอพบเพคะ นางบอกว่า้าให้องค์ชายรอง และหนิงเอ๋อรู้จักกันมากขึ้น ก่อนจะอภิเษก” คำตอบของเซียนรับใช้ทำให้เขากำมือแน่นด้วยความเ็ป
หนิงเอ๋อทอดสายตามองตำหนักอันยิ่งใหญ่ ขององค์ชายรองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต่างกับองค์หญิงฟางเหนียงที่ยืนนิ่งไม่พูดจา พยายามเก็บซ่อนความเ็ปไว้ภายใน พร้อมตั้งหน้ารอคอยองค์ชายรองด้วยใจจดจ่อ
“ตำหนักฉางชุนใหญ่โตไม่ต่างจากตำหนักขององค์รัชทายาท เครื่องใช้ทุกอย่างล้วนแปลกตาข้ามิเคยพบเห็น ให้ข้าเดินทั้งวันก็คงสำรวจไม่ทั่ว” หนิงเอ๋อลอบคิดในใจ ก่อนสายตาหวานจะเลื่อนไปเห็นร่างขององค์ชายรองที่ใช้พลังเทพปรากฏตัวขึ้น เซียนน้อยรีบย่อตัวลงทันทีด้วยกิริยาอ่อนน้อม
