บรรยากาศนอกกำแพงเมืองทั้งกดดันและหนักอึ้ง
ความจริงแล้วเผ่ามนุษย์กับเผ่าสมุทรต่างก็ไม่อยากทำาต่อแล้ว มิเช่นนั้นคงไม่ออกมาเจรจากัน
แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน หากเผ่าสมุทรหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ไม่พบคงไม่ยอมเลิกราแน่ ส่วนเผ่ามนุษย์คงทำได้เพียงต่อต้านเพื่อเอาชีวิตรอด
ในเวลานี้จั๋วอวิ๋นเซียนเอ่ยปากอีกครั้ง “เ้าเกาะทั้งสาม ข้าแนะนำว่าให้ทุกคนนำสิ่งของจากงานประมูลออกมาให้องค์หญิงสามดูเถอะ ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครเสียหายอะไร”
“……”
ถึงแม้ทุกคนจะรู้สึกไม่ยุติธรรม แต่ก็ไม่รู้จะโต้เถียงอย่างไร
ถึงแม้คำแนะนำของจั๋วอวิ๋นเซียนจะน่าขายหน้าไปบ้าง แต่นี่เป็เพียงวิธีการเดียวแล้ว มิเช่นนั้นจะยอมตายเพื่อสิ่งของที่มิใช่ของตัวเองจริงหรือ?
อย่างน้อยคนส่วนใหญ่ล้วนรู้สึกว่าตัวเองเป็ผู้บริสุทธิ์ ไม่ควรโดนลูกหลงไปด้วย
เหลิ่งเฟิ่งเซียนทนไม่ไหวก่นด่าออกมา “ไอ้เด็กบ้า นี่มันคำแนะนำบ้าอะไรกัน เ้าคิดว่าตัวเองเป็ผู้ใดกัน? มีคุณสมบัติอะไรมาเป็ตัวแทนของพวกเรา?”
จั๋วอวิ๋นเซียนขมวดคิ้ว เขามิได้กล่าวอธิบาย “ข้าไม่มีคุณสมบัติเป็ตัวแทนของทุกท่านจริงๆ หากพวกท่านอยากสู้ ก็ไปต่อสู้เองแล้วกัน พวกเราเกาะสามเซียนไม่ยินดีที่จะยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้ พวกเราจะรับผิดชอบชีวิตของพวกพ้องเราบนเกาะเท่านั้น”
“อะไรนะ!”
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป เหลิ่งเฟิ่งเซียนทั้งใและโมโห
วิธีของจั๋วอวิ๋นเซียนไม่นับว่าโเี้แต่อย่างใด การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ทำให้เกาะสามเซียนกลายเป็คนนอก คนอื่นๆ ก็เถียงไม่ออก ถึงอย่างไรเผ่าสมุทรก็มิได้พุ่งเป้ามาที่เกาะสามเซียน พวกเขาไม่มีความจำเป็ต้องแบกรับความผิดเพราะชื่อเสียงเล็กๆ น้อยๆ ทำการใหญ่ต้องยืดได้หดได้
สำหรับคนอื่นๆ คงพูดยาก หากไม่มีการคุ้มกันจากเกาะสามเซียน พวกเขาจะต่อกรกับเผ่าสมุทรได้อย่างไร?
เ้าเกาะทั้งสามอ้าปากแต่ก็มิได้พูดสิ่งใด จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวโดยมีจุดยืนเพื่อเกาะสามเซียน แสดงท่าทีอย่างชัดเจน พวกเขายังสามารถโต้เถียงได้อีกหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นจั๋วอวิ๋นเซียนสำคัญกว่าคนอื่นมาก จะปล่อยให้คนที่จงรักภักดีผิดหวังได้อย่างไร
เหลิ่งเฟิ่งเซียนโมโหจนพูดไม่ออก อวี๋เจิ้นซานรีบออกมาไกล่เกลี่ย เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้งภายใน
แต่เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ในที่สุดทุกคนก็มองเห็นความจริง เมื่ออยู่ใต้ชายคาคนอื่นก็ต้องก้มศีรษะ ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงเห็นด้วยที่จะเอาสิ่งของในงานประมูลออกมาให้เมิ่งชิงชิงตรวจสอบ
“ช้าก่อน!”
เมิ่งชิงชิงไม่เคยเชื่อใจเผ่ามนุษย์จึงกล่าวอย่างเ็าว่า “งานประมูลมีการแลกเปลี่ยนสินค้ามากมายเพียงนั้น พวกเ้าผู้ใดจะสามารถรับประกันได้ว่าไม่มีใครแอบซ่อนของเอาไว้? หากหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรไม่พบ ข้าจะไม่ยอมปล่อยพวกเ้าไปแน่!”
เมื่อเผชิญหน้ากับการข่มขู่ ทุกคนจึงมีสีหน้าย่ำแย่ขึ้นมา
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “พวกเราหลายคนที่นี่ล้วนเคยเข้าร่วมงานประมูลมาก่อน มีสินค้ามากเท่าไรที่จริงแล้วทุกคนล้วนรู้กันดี ซ่อนไปก็คงซ่อนมิได้หรอก...แล้วข้าก็เชื่อว่ามีผู้หนึ่งน่าจะรู้ดีกว่าพวกเรา ว่าสมบัติในงานประมูลแต่ละชิ้นอยู่กับผู้ใดบ้าง”
เมื่อทุกคนได้ยินจึงรู้สึกมึนงง “ฮืม? ผู้ใดกัน?”
“ดาบใหญ่เถาเหมิน”
จั๋วอวิ๋นเซียนหันไปมองด้านหลัง เงาร่างอวบอ้วนกำลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขากำลังมองซ้ายมองขวา
เมื่อได้ยินชื่อของตนถูกผู้อื่นเรียก ดาบใหญ่เถาเหมินก็ถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ แสดงอาการกังวลเล็กน้อย
ทว่าจั๋วอวิ๋นเซียนกลับไม่สนใจความคิดของอีกฝ่ายจึงกล่าวเปิดโปงทันที “ได้ยินว่าดาบใหญ่เถาเหมินมีบันทึกเล่มหนึ่ง ในนั้นเขียนสินค้าของดีที่เขาอยากปล้นเอาไว้ ในงานประมูลมีสมบัติล้ำค่ามากมายเพียงนั้น เชื่อว่าเขาน่าจะจดบันทึกไว้ไม่มีขาด”
ความจริงแล้วจั๋วอวิ๋นเซียนเข้าใจข้อดี ความเคยชิน พลัง และภูมิหลังของยอดฝีมือในทะเลล่วนซิงทุกคน รวมถึงเส้นสายของอีกฝ่ายด้วย เช่นนี้ถึงจะทำให้เขาเข้าใจสถานการณ์ของทะเลล่วนซิงได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เขาไม่เสียโอกาสสำคัญๆ ไป
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ดาบใหญ่เถาเหมิน ต่อให้เขาเป็คนหน้าหนาใจดำอย่างไร แต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกตื่นตระหนกอย่างห้ามไม่ได้ กลัวว่าทุกคนจะโมโหและสังหารเขาทิ้ง
“เออ...คือว่า...นี่เป็แค่งานอดิเรกส่วนตัวของข้าเท่านั้น เหอะ เหอะ...”
ดาบใหญ่เถาเหมินหัวเราะอย่างอึดอัด เขาหยิบบันทึกขนาดเล็กเล่มหนึ่งออกมาอย่างไม่ยินยอม ในนั้นมีจดบันทึกที่มาที่ไปของสมบัติล้ำค่าทุกชิ้นจริงๆ
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้คนไม่น้อยรู้สึกโมโหมาก จนอยากจะะโด่าออกมา การถูกขโมยไร้ยางอายคนหนึ่งจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ค่อยดีนัก
แน่นอนว่าต้องจัดการอันตรายจากเผ่าสมุทรก่อนค่อยว่ากัน สำหรับบัญชีแค้นครั้งนี้ ทุกคนจดจำเอาไว้แล้ว ค่อยไปคิดบัญชีกันภายหลัง
……
เมื่อมีบันทึกของดาบใหญ่เถาเหมิน เื่ราวจึงง่ายขึ้นมาก
เมิ่งชิงชิงรับสมุดบันทึกมาและเปิดอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างตั้งใจ นางอ่านรายการสมบัติและยาสมุนไพรในนั้นทีละตัว จนถึงกระบี่สมบัติิญญาและสมบัติล้ำค่าแห่งฟ้าดิน
จะว่าไปแล้วช่างบังเอิญยิ่งนัก จั๋วอวิ๋นเซียนหลอมรวมเพลิงอสูรไปแล้ว ขณะกำลังคิดว่าจะอธิบายอย่างไร แต่ในสมุดบันทึกกลับไม่มีการจดบันทึกสิ่งนี้เอาไว้ ทำให้เขาค่อนข้างประหลาดใจ หรือว่าดาบใหญ่เถาเหมินจะเป็คนใจดี!
เพียงแต่เมื่อจั๋วอวิ๋นเซียนหันไปมองทางดาบใหญ่เถาเหมิน เขากลับเขม็งตาจ้องจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยสายตาเคียดแค้นและโกรธเคือง
ทำลายเส้นทางการค้าคนอื่น ยิ่งใหญ่ราวกับสังหารบิดามารดา มิอาจอยู่ร่วมผืนฟ้าเดียวกัน!
ดาบใหญ่เถาเหมินตัดสินใจว่า หลังจากผ่านเื่นี้ไปแล้ว จะลักพาตัวจั๋วอวิ๋นเซียนไปเพื่อเรียกค่าไถ่จากเกาะสามเซียน! อืม เช่นนี้แล้วกัน
เมื่อคิดได้เท่านั้นดาบใหญ่เถาเหมินก็ชื่นชมความฉลาดของตัวเองมาก
……
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไปทีละเล็กละน้อย บนกำแพงเมืองเงียบเป็ป่าช้า
“หืม?”
สายตาของเมิ่งชิงชิงหยุดนิ่ง เหมือนนางพบอะไรบางอย่าง “กระดูกัแท้จริงครึ่งท่อนหรือ? ของสิ่งนี้มีหน้าตาเช่นไร? ตำหนักเซวียนหนี่ว์เป็ผู้ประมูลไปหรือ?”
เมื่อได้ยินคำถามของเมิ่งชิงชิง เ้าเกาะชื่อหลงน้อย จู้หย่งเลี่ยจึงะโออกมาตอบทันที “องค์หญิงสามกล่าวถูกต้องแล้ว เป็ตำหนักเซวียนหนี่ว์ประมูลกระดูกัแท้จริงครึ่งท่อนไป ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็วัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรก็ได้ ให้พวกนางรีบเอาออกมาเถอะขอรับ”
จู้หย่งเลี่ยเคียดแค้นตำหนักเซวียนหนี่ว์เป็การส่วนตัวมาก ไม่เพียงเพราะความขัดแย้งในงานประมูลครั้งนี้ ที่จริงแล้วจู้หย่งเลี่ยมีความแค้นกับตำหนักเซวียนหนี่ว์มาเนิ่นนานแล้ว บัดนี้สามารถใส่ไฟให้อีกฝ่ายได้ ในใจของเขาจึงรู้สึกสะใจมาก!
“จู้หย่งเลี่ย เ้าอยากตายหรือ!”
เหลิ่งเฟิ่งเซียนเผยสายตาดุร้าย ท่าทางราวกับจะกินคน “รอข้ากลับไปก่อน ตำหนักเซวียนหนี่ว์จะทำลายเกาะชื่อหลงของเ้าให้สิ้น!”
“เหอะเหอะ! อยากสู้ก็เข้ามาสิ คิดว่าข้ากลัวเ้าหรืออย่างไร”
ถึงแม้จู้หย่งเลี่ยจะเป็คนขี้ขลาด แต่เขากลับเป็คนฉลาด หากเป็เมื่อก่อนเขาคงไม่กล้าฉีกหน้าตำหนักเซวียนหนี่ว์แน่ แต่เขาคิดมาดีแล้ว รอครั้งนี้กลับไปเขาจะโน้มน้าวให้บิดายอมจำนนต่อเกาะสามเซียน
บัดนี้เกาะสามเซียนพัฒนาจนแข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่เพียงเป็พันธมิตรกับเกาะเซวียนิ ยังมีค่ายกลหอคอยรวมิญญาสะกดา เหตุใดยังต้องหวาดกลัวตำหนักเซวียนหนี่ว์อีก? ช่างน่าขัน!
พูดได้เต็มปากเลยว่า สถานการณ์ของทะเลล่วนซิงเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตำหนักเซวียนหนี่ว์ถูกกำหนดให้กลายเป็เพียงอดีต
“เหอะ! อยากดูนักใช่หรือไม่!”
ภายใต้สายตาเ็าของทุกคน ในที่สุดเหลิ่งเฟิ่งเซียนก็หยิบกระดูกัแท้จริงครึ่งท่อนออกมา...และชั่วพริบตาที่หยิบกระดูกัออกมา เข็มทิศัิญญาก็ส่องแสงสว่างขึ้นมาทันที!
จากนั้นกระดูกัแท้จริงครึ่งท่อนก็ส่องแสงสว่างสอดคล้องกับเข็มทิศัิญญา
