ทุกคนคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อสีท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง จึงแยกย้ายกันไป
งานพินิจของวิเศษจะเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการในวันที่สอง สื่ออี้และหลัวซิน รวมไปถึงพวกเจียงหลิงจูต่างก็ไปพักผ่อนยังชั้นบนของหอเรือนหิน
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่หลิวเหยี่ยนขอให้อยู่ต่อ
“เนี่ยเทียน ในเมื่อเ้ามาแล้ว ท่านอาจารย์ปู่ได้บอกกับเ้าหรือไม่ว่าให้เ้าเลือกอาวุธวิเศษอะไร?” หลิวเหยี่ยนเอ่ยถาม
“ท่านอาจารย์บอกกับข้าว่าสามารถเลือกของสามชิ้นในหอหลิงเป่าได้ตามใจชอบ ขอแค่ข้าแสดงสิ่งนี้ออกมาก็พอ” เนี่ยเทียนหยิบเอาป้ายที่สลักคำว่า “จี้” ออกมาให้หลิวเหยี่ยนดู
หลิวเหยี่ยนแค่มองไกลๆ หนึ่งครั้งก็บอกเป็นัยให้เขาเก็บรักษาไว้ให้ดี
“ปีนั้นท่านตาของเ้าถูกอวิ๋นเิและหยวนเฝิงชุนทำร้ายจนาเ็สาหัส มหาสมุทริญญาถูกตีจนแตกกระจาย หลังจากศึกครั้งนั้น ท่านตาของเ้าก็ไม่สามารถรวบรวมปราณิญญาฟ้าดินมาฝึกบำเพ็ญตบะได้อีก” หลิวเหยี่ยนขมวดคิ้ว “ไม่เพียงเท่านี้ เนื่องจากมหาสมุทริญญาแตกออกไปแล้ว พลังิญญาก่อนหน้านี้ที่เขารวบรวมเอาไว้จึงค่อยๆ หายไปตามกาลเวลา”
“และก็ด้วยเหตุนี้ ขอบเขตของท่านตาเ้าจึงไม่เพียงแต่ไม่สามารถทะลุขั้นไปได้ ทั้งยังถดถอยอย่างต่อเนื่องด้วย”
“มหาสมุทริญญาพังทลาย สำหรับผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งแล้วก็คือทางตันสำหรับการฝึกบำเพ็ญเพียร หลังจากนั้นท่านตาเ้าก็ระทมทุกข์ไม่มีความสุข ตำแหน่งของเขาในตระกูลเนี่ยจึงตกต่ำลงไปทุกที ภายหลังจึงถูกเนี่ยเป่ยชวนแย่งตำแหน่งไปครอง”
“แน่นอน ตอนนี้เนื่องด้วยเ้ากลายมาเป็ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ปู่ ตำแหน่งของท่านตาเ้าในตระกูลเนี่ยจึงกลับมามั่นคงอีกครั้ง”
“ทว่านี่ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาระยะยาว และไม่สามารถทำให้ท่านตาของเ้าเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้อย่างแท้จริง”
หลิวเหยี่ยนกล่าวมาได้ระดับหนึ่งแล้วจึงเปลี่ยนหัวข้อทันที “ข้าได้ยินว่าคราวนี้ในหอหลิงเป่าจะมียาสั่งสมิญญาเม็ดหนึ่งวางขาย ยาสั่งสมิญญาคือยาขั้นเจ็ดระดับกลาง มูลค่าไม่ธรรมดา ยาสั่งสมิญญาจะช่วยให้ผู้ฝึกลมปราณสร้างมหาสมุทริญญาขึ้นมาใหม่ อาการาเ็ของท่านตาเ้าก็จะหายขาดได้เพราะยาสั่งสมิญญาเม็ดนี้!”
“ยาสั่งสมิญญา!” เนี่ยเทียนจิตใจกระเพื่อมไหว
แต่ไหนแต่ไรมา เขาก็ปรารถนาเป็อย่างยิ่งว่าสักวันหนึ่งจะช่วยรักษาอาการาเ็ของท่านตาเขาให้หายดี
อาการาเ็ และอายุขัยของเนี่ยตงไห่ล้วนเป็ปมทางใจของเขาเสมอมา
พอได้ยินว่าในงานพินิจของวิเศษครั้งนี้จะมียาสั่งสมิญญาที่ช่วยรักษาอาการาเ็ของท่านตาเขาได้ เขาจึงตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน
“ยาสั่งสมิญญาระดับกลางขั้นเจ็ดเป็ของดีแน่นอน หากเ้ายังคงเป็เนี่ยเทียนจากตระกูลเนี่ย หรือเป็แค่ลูกศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งของสำนักหลิงอวิ๋น เ้าย่อมไม่มีทางได้ยาสั่งสมิญญาเม็ดนั้นมาครอง” หลิวเหยี่ยนยิ้มน้อยๆ กล่าว “แต่ตอนนี้เ้าคือลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ปู่ เ้ามีป้ายตัวตนของเขา มันสามารถทำให้เ้าได้ยาสั่งสมิญญาเม็ดนั้นมาครอง”
“ยาสั่งสมิญญาจะขายเมื่อใด? ขายที่ไหนหรือขอรับ?” เนี่ยเทียนรีบถาม
“พรุ่งนี้ ขายที่หอโอสถ” หลิวเหยี่ยนกล่าว
“ขอบคุณท่านลุงลี่มากที่ช่วยเตือน พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปที่หอโอสถ แล้วเอายาสั่งสมิญญาเม็ดนั้นมาให้ได้!” เนี่ยเทียนเอ่ย
“อืม พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปเป็เพื่อนเ้าเอง” หลิวเหยี่ยนพูดด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่คนทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ท้องฟ้าก็มืดสนิทลงแล้ว บนทางเท้าด้านนอกมีแสงจากโคมไฟมากมายส่องให้ความสว่าง
“ไม่ทราบว่า... เนี่ยเทียนอยู่ในนี้หรือไม่?” และเวลานี้เอง ด้านนอกก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา
หลิวเหยี่ยนอึ้งไปครู่แล้วจึงมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาสงสัย กล่าว “มาหาเ้ารึ?”
“อันอิ่ง...”
เสียงนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็เสียงของอันอิ่งน้องสาวอันซืออี๋ เนี่ยเทียนแค่ฟังก็แยกแยะได้
“อืม เพื่อนคนหนึ่งของข้าในโลกมายามรกต” เนี่ยเทียนพูดกับหลิวเหยี่ยน
หลิวเหยี่ยนพยักหน้า กล่าว “ถ้าอย่างนั้นข้าขึ้นไปก่อน อีกเดี๋ยวเ้าไปที่ชั้นสาม ที่นั่นยังมีห้องว่างเหลืออยู่ เ้าก็เลือกสักห้องไว้พักแล้วกัน” พูดจบเขาก็เดินขึ้นหอเรือนไปอย่างรู้ความเหมาะสม มอบห้องโถงด้านล่างไว้ให้เนี่ยเทียนใช้รับรองแขก
หอเรือนหกชั้นแห่งนี้ ประตูใหญ่ถูกเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง หลังจากที่หลิวเหยี่ยนขึ้นไป้า อันอิ่งก็โผล่หน้าเข้ามาแล้ว
“ข้าอยู่นี่” เนี่ยเทียนตอบรับ
เวลานี้อันอิ่งก็มองเห็นเขาแล้วเช่นกัน นางจึงรีบเดินเข้ามาอย่างไม่เกรงใจทันที
อันอิ่งก้าวเข้ามาด้านใน เหลือบมองหนึ่งครั้งก็พบว่าตอนนี้มีเนี่ยเทียนอยู่คนเดียวจึงถามอย่างไม่เข้าใจ “คนอื่นๆ เล่า?”
เนี่ยเทียนชี้ไปที่้า
เขาไม่ได้มีความรู้สึกดีอันใดต่ออันอิ่ง ก่อนหน้าที่จะเข้าไปในโลกมายามรกตก็ดูเหมือนว่าอันอิ่งจะไม่ค่อยพอใจเขาเท่าใดนัก ตอนที่อยู่ในโลกมายามรกตจึงค่อยพุ่งเป้าเล่นงานเขาอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังเนื่องจากการปรากฏตัวของกิ้งก่าดิน เขาใช้ความเด็ดขาดและความเหี้ยมโหดเอาชนะความไว้วางใจจากอันอิ่งมาได้หลายส่วน
แต่ว่าตอนที่เขาถูกนางมารอวี๋ถงปล่อยเส้นเืมากมายเข้าโอบล้อม อันอิ่งไม่ได้อยู่ต่อเพื่อช่วยเขา นางรู้สึกว่าเขาต้องตายอย่างแน่นอนจึงทิ้งเขาไป
และก็ด้วยเหตุนี้ ในใจของเขาจึงคิดว่าตัวเองติดค้างบุญคุณของอันซืออี๋เท่านั้น ไม่รู้สึกว่าเป็หนี้อะไรอันอิ่งที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้
เวลาผ่านไปครึ่งปี อันอิ่งยิ่งเผยความงามออกมาให้เห็น ทว่าเมื่อเทียบกับความงามพิลาสของอันซืออี๋แล้ว อันอิ่งยังถือว่าด้อยกว่ามากนัก
นางที่มีนิสัยเปิดเผยมาโดยตลอด บัดนี้หว่างคิ้วคล้ายมีความกังวลเบาบาง ไม่รู้ว่าหงุดหงิดใจกับเื่อันใด
“เ้าจำได้หรือไม่ เ้าเคยบอกว่า หากวันหนึ่งพี่สาวข้าเจอเื่ทุกข์ร้อน แล้วเ้ามีความสามารถมากพอที่จะช่วยได้ เ้าจะต้องช่วยเหลือนางอย่างเต็มกำลัง?” อยู่ๆ อันอิ่งก็พูดขึ้น
“ข้าต้องจำได้อยู่แล้ว” เนี่ยเทียนกล่าว
“ตอนนี้พี่สาวของข้า... กำลังเจอเื่ลำบาก” อันอิ่งมองขึ้นไปบนหอเรือน กดเสียงต่ำ พูดเบาๆ ว่า “การประลองโลกมายามรกต พี่สาวข้าคือผู้รับผิดชอบของหอหลิงเป่า ทว่าเนื่องจากสำนักภูตผีและสำนักโลหิตเข้าไปด้านใน ทำให้หยวนเฟิงแห่งหุบเขาเทาตาย ทั้งยังรวมถึงพวกเราอีกสามสำนักที่ต่างก็าเ็หนักและล้มตาย ดังนั้นพี่สาวข้าจึงถูกปลดจากตำแหน่งผู้ควบคุม”
“ถูกลดตำแหน่งรึ?” เนี่ยเทียนตะลึง
ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดของหอหลิงเป่า ย่อมเป็เ้าหออย่างไม่ต้องสงสัย รองลงมาก็คือผู้าุโต่างๆ จากนั้นก็เป็ผู้ควบคุม สุดท้ายคือลูกศิษย์
ผู้ควบคุมส่วนใหญ่แล้วรับผิดชอบกิจธุระของเจ็ดเมือง ทำหน้าที่ขายอาวุธวิเศษ เก็บวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ในการหลอมอาวุธให้กับหอหลิงเป่า
หลายปีมานี้อันซืออี๋ใช้ฐานะของผู้ควบคุม ช่วยจัดการธุระมากมายให้กับหอหลิงเป่าได้อย่างไม่บกพร่อง จึงได้รับความไว้วางใจจากเ้าหออย่างมาก มีชื่อเสียงในหอไม่น้อย
ทว่าเนื่องจากพัวพันกับเื่การประลองโลกมายามรกต นางจึงถูกปลดจากตำแหน่งผู้ควบคุม ดังนั้นจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนออกไปต้อนรับแขกอยู่หน้าประตู
“ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีฐานะของผู้ควบคุม บวกกับความไว้วางใจจากเ้าหอ พวกตาแก่มากมายในหอแม้ว่าจะมีใจคิดไม่ซื่อกับพี่สาวข้า แต่กลับไม่กล้ากำเริบเสิบสาน” ใบหน้าอันอิ่งเย็นเยียบ “ทว่าเนื่องจากทำหน้าที่บกพร่องในโลกมายามรกต เล่าลือกันไปว่าพี่สาวข้าสูญเสียความไว้วางใจจากเ้าหอ ตำแหน่งผู้ควบคุมก็ไม่มีแล้วเช่นกัน”
“เ้าพวกตาแก่ตัณหากลับที่หลงใหลในความงามของพี่สาวข้าจึงฉวยโอกาสตอนที่นางตกต่ำ หมายจะรับพี่สาวข้าไว้เป็ภรรยา”
“ในบรรดาคนเหล่านี้มีคนหนึ่งที่น่ารังเกียจมากที่สุด วันนี้เขาส่งลูกศิษย์มาบีบบังคับพี่สาวข้าอีกแล้ว”
อันอิ่งกัดฟันพูด
เนี่ยเทียนถามน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คนผู้นั้นอยู่ที่ไหน?”
“อยู่กับพี่สาวข้าน่ะสิ!” อันอิ่งกล่าวอย่างเคียดแค้น
“พาข้าไป” เนี่ยเทียนลุกขึ้นยืน
“ได้!” อันอิ่งฮึกเหิมขึ้นมาทันควัน
นางรู้ดีว่าหากเนี่ยเทียนยังเป็เนี่ยเทียนเมื่อครึ่งปีก่อน นางไม่มีทางมาที่นี่แน่นอน
แต่เนี่ยเทียนในวันนี้สวมเสื้อคลุมตัวนอกอันงดงามของลูกศิษย์อูจี้ และอูจี้ก็คือหนึ่งในบุคคลที่ยากจะหาเื่ด้วยมากที่สุดของตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียน
ที่นางมาคราวนี้เพราะหวังว่าจะอาศัยฐานะลูกศิษย์อูจี้ของเนี่ยเทียนมาข่มให้อีกฝ่ายเกรงกลัว
ในลานบ้านอันเงียบสงบแห่งหนึ่งของหอหลิงเป่า
อันซืออี๋ที่ยุ่งวุ่นวายมาทั้งวันเปลี่ยนจากอาภรณ์สีแดงมาเป็อาภรณ์ผ้าโปร่งสีขาว นี่ทำให้ความงามล้ำดุจดวงตะวันของนางยิ่งมองแล้วน่าประทับใจอย่างยิ่ง
เวลานี้สะโพกกลมงอนที่อวบอิ่มของนางนั่งอยู่บนชิงช้าในลานบ้าน ไกวตัวเบาๆ บนใบหน้างามเพริศพริ้งเต็มไปด้วยความเศร้าระทม
ูเาจำลองข้างลานบ้าน เฟ่ยลี่ยืนอยู่ด้วยสีหน้ามืดคล้ำ ในมือเล่นลูกกลมสีทองที่ส่องประกายแสงไฟลูกหนึ่ง พูดอย่างไม่อนาทรร้อนใจว่า “อาจารย์ของข้ามีฐานะอะไรในหอ เ้าน่าจะรู้ชัดดี เ้าก็เป็แค่สตรีคนหนึ่งของตระกูลอันที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของหอ อาจารย์ข้าพึงใจในตัวเ้า นั่นคือโชควาสนาของเ้า เ้าจะผลักไสมากมายหลายครั้งไปเพื่ออะไร?”
“ก่อนหน้านี้มีเ้าหอคอยปกป้อง เ้ายังสามารถกระทำการได้ตามใจชอบ”
“ตอนนี้เ้าสูญเสียความไว้วางใจจากเ้าหอ แม้แต่ตำแหน่งผู้ควบคุมก็ไม่มีแล้ว เ้านึกว่าเ้ายังเป็เหมือนเมื่อก่อนอีกหรือ?”
“ข้าไม่กลัวที่จะบอกเ้าตรงๆ ว่าหยวนเสียนแห่งหุบเขาเทาหมายจะเล่นงานเ้าท่าเดียว หากไม่เป็เพราะอาจารย์ของข้าขัดขวางเอาไว้ เ้าก็อย่าได้หวังว่าจะผ่านครึ่งปีนี้มาได้อย่างสงบสุข!”
“วันนี้เ้าเองก็เห็นหยวนเสียนแล้ว นางเพิ่งมาหาอาจารย์ของข้า พูดอย่างชัดเจนว่าหากเ้าไม่ยอมพึ่งพิงอาจารย์ข้า นางก็จะไม่เกรงใจอีกเด็ดขาด”
“เ้าคิดดูให้ดีล่ะ หากหยวนเสียนลงมือ เ้า น้องสาวเ้า ตระกูลอันของเ้าจะต้องพบเจอกับสิ่งใด?”
“หยวนเฟิงผู้เป็เมล็ดพันธุ์ของหุบเขาเทาที่ตายไปคือหลานชายของนาง เพื่อหยวนเฟิง นางได้สังหารคนของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตไปมากมายแล้ว”
“การตายของหยวนเฟิง หอหลิงเป่าของพวกเราต้องรับผิดชอบ ข้อนี้เ้าหอก็เข้าใจดี ใน่ระยะเวลาที่เปราะบางเช่นนี้ เ้าหอไม่มีทางงัดข้อกับหุบเขาเทาเพื่อเ้าอันซืออี๋อย่างแน่นอน ดังนั้นหากหยวนเสียนลงมือ เ้าหอก็ย่อมไม่เข้าไปก้าวก่าย!”
“อาจารย์ข้าบอกแล้วว่า คืนนี้เขาต้องได้คำตอบ!”
เฟ่ยลี่ใบหน้าเ็า น้ำเสียงแข็งกระด้าง บีบบังคับให้อันซืออี๋ตัดสินใจทันทีทันใด
“กึก!”
ชิงช้าที่ไหวไกวอยู่ตลอดเวลาพลันหยุดชะงักลง ในดวงตาซึมเซาของอันซืออี๋ค่อยๆ มีความเศร้าสร้อยอย่างจนใจปรากฏขึ้น
“ช่างเถอะๆ เพื่อน้องสาว เพื่อตระกูลอัน...” นางเตรียมพร้อมที่จะเสียสละตัวเองแล้ว
“ปัง!”
แต่เวลานี้เอง ประตูใหญ่กลับถูกอันอิ่งผลักเข้ามา นางพาเนี่ยเทียนตรงดิ่งเข้ามาที่ลานบ้าน
“อันอิ่ง?” เฟ่ยลี่แค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้ง ไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาแม้แต่นิด พูดข่มขู่ต่อว่า “น้องสาวเ้ายังเล็ก หากเ้าสูญเสียอำนาจในหอไป นางก็ไม่มีที่พึ่งอีก หึ เ้าน่าจะรู้ดีว่าเด็กหญิงคนหนึ่งคิดจะตั้งตัวอยู่ในหอ หากไม่มีพร์ที่ไม่เป็รองใคร ก็ต้องหาที่พึ่งที่ดีให้ได้”
“เดิมที เ้าก็คือที่พึ่งของนางในหออยู่แล้ว ทว่าเมื่อใดที่เ้าสูญเสียอำนาจอย่างสมบูรณ์แบบ เ้าคิดว่านางจะยังสามารถฝึกบำเพ็ญตบะอย่างไร้ทุกข์ไร้กังวลในหอได้อีกหรือ?”
“พี่หญิงอัน เ้าสุนัขรับใช้ผู้นี้คือใครหรือ?” เนี่ยเทียนแสร้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
-----
