พลังที่รุนแรงทะลักออกจากกระถางหลอมประดิษฐ์ เพียงพริบตาเดียวก็กระจายไปทั่งทั้งถ้ำ คลื่นเปลวเพลิงอันร้อนแรงพลุ่งออกทุกทิศทาง บังเกิดลมกระโชกพัดจนเสื้อผ้าของไป๋หยุนเฟยปลิวสะบัดเสียงดังระรัว จากนั้นอุณหภูมิภายในถ้ำก็พุ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ก่อนหน้านี้แก่นแร่บริสุทธิ์ยังถูกบีบอัดอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ถูกรบกวน แต่จู่ๆก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงขึ้น มันบิดพลิกไปมาไม่หยุดราวกับคิดจะหนีออกจากพันธนาการของลูกไฟที่ห่อหุ้มเอาไว้
ไป่หยุนเฟยสีหน้าเคร่งเครียด มือขวาไม่ยอมผ่อนพลังิญญาที่ส่งเข้าไปส่วนมือซ้ายสะบัดอย่างอย่างไวโยนวัตถุดิบรองจำนวนมากเข้าไปในกระถางหลอมประดิษฐ์
วัตถุดิบรองหลากหลายชนิดถูกหลอมแยกในพริบตา จากนั้นก็รวมเข้ากับวัตถุดิบหลัก พลังงานที่พลุ่งพล่านราวคลุ้มคลั่งเมื่อครู่ก็หยุดชะงักก่อนจะสงบลง
“เฮ้อ...” ไป๋หยุนเฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่เพียงพริบตาเดียวสีหน้ามันก็แปรเปลี่ยนอีกครั้ง
“บัดซบ! ยังไม่ได้อีก!”
สิ่งที่มันเห็นคือพลังงานที่เกินควบคุมนั้นสงบลงเพียงชั่วลมหายใจ แต่แล้วก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก!
ไป๋หยุนเฟยสะบัดมือซ้ายอีกครั้ง วัตถุดิบรองจำนวนมากก็ถูกโยนเข้าไป จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็เช่นเดิม คือหยุดชะงักไปเพียง่สั้นๆเท่านั้น
พลังที่ราวกับคลุ้มคลั่งะเิปะทุขึ้นอีกครั้ง ภายในถ้ำราวกับเป็เตาหลอม แต่กระนั้นแผ่นหลังไป๋หยุนเฟยกลับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบจนชุ่มโชก --- มันรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าแก่นแร่บริสุทธิ์ที่ถูกบีบอัดมาหลายชั่วยามนี้ ขณะนี้ถูกอัดแน่นไว้ด้วยพลังอันน่าหวาดหวั่นปริมาณมหาศาล หากปล่อยให้มันะเิออกมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นย่อมไม่ใช่เพียงกระถางะเิธรรมดาอย่างแน่นอน!
“ไม่อาจให้มันะเิออกมาได้! บีบอัดลงไป ต้องบีบอัดมันลงไป!”
ไป๋หยุนเฟยร้องในใจอย่างพลุ่งพล่านดาลเดือด ปลอกแขนมีดเพลิงบนแขนขวากับถุงมือแผดสุริยันก็เปล่งแสงสีแดงเจิดจ้า ลูกไฟในกระถางหลอมประดิษฐ์ขยายใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งส่วน พร้อมกันนั้นมือซ้ายมันก็สะบัดโยนวัตถุดิบเข้าไปทีละชุดลงไปอย่างต่อเนื่องเพื่อบังคับให้พลังที่คลุ้มคลั่งนั้นสงบลง
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ ขณะที่ไป๋หยุนเฟยจะสะบัดมือซ้ายอีกครั้ง ก็พบว่าแหวนช่องมิติของมันยามนี้ไม่มีวัตถุดิบรองหลงเหลืออยู่อีกแล้ว! มันไม่มีทางเลือกจึงโยนแร่บริสุทธิ์ขนาดเท่ากำปั้นและศิลาาหลายก้อนลงไป!
ยามที่ก้อนแร่และศิลาาถูกหลอมเข้าไปในเปลวไฟแล้ว ดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ทอประกายพร้อมกับร้องด้วยความยินดี “ได้ผล!”
ศิลาาและแร่บริสุทธิ์กลับสามารถทำให้พลังที่คลุ้มคลั่งนี้อ่อนแรงโทรมลงได้!
ยามนี้ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดมากความ ไป่หยุนเฟยหยิบสินแร่ทองคำขนาดเท่าชามอ่างออกมาหลายก้อน จากนั้นก็โยนทั้งหมดลงไปในกระถางหลอมประดิษฐ์
เมื่อพลังงานที่พลุ่งพล่านสงบลง ไป๋หยุนเฟยก็ฉวยโอกาสส่งพลังิญญาเข้าไป พลังธาตุไฟมหาศาลจากรอบด้านก็ถูกดึงดูดเข้า แล้วลูกไฟที่อยู่กึ่งกลางกระถางก็หมุนวนอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากำลังบีบอัดพลังที่หลุดจากการควบคุมให้หดกลับเข้าไปด้านใน
แต่ทว่า…..
“ปัง!”
ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นซ้ำสอง ลูกไฟที่ใช้ห่อหุ้มวัตถุดิบที่ถูกบีบอัดอยู่ในกระถางคล้ายกับถูกเจาะเป็รูรั่ว พลังงานที่พลุ่งพล่านจึงทะลักออกมาอีกครั้ง
ไป๋หยุนเฟยไม่ลังเลที่จะโยนสินแร่และศิลาาหลากชนิดจำนวนมากลงไปอีกครั้ง มันไม่สนใจแล้วว่าจะมีคุณสมบัติอะไร ธาตุไหนหรือแม้กระทั่งมูลค่าเท่าใด ไป๋หยุนเฟยคิดเพียงแต่ว่าจะกู้สถานการณ์ตรงหน้าไว้ให้ได้...
แต่ว่าวัตถุดิบที่เดิมเหลืออยู่ไม่มากนี้ เพียงไม่นานก็ใช้ออกไปจนหมดสิ้น...
และยามที่พลังอันคลุ้มคลั่งนี้กำลังจะปะทุขึ้นอีกระลอก ความรุนแรงของมันถึงกลับเพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว
นี่คล้ายกับน้ำเดือดในหม้อต้ม เพื่อที่จะหยุดการเดือดของน้ำที่จะทำให้หม้อะเิ จึงต้องเติมน้ำเย็นลงไปเพื่อลดอุณหภูมิลง จากน้ำเดือดก็กลายเป็น้ำร้อน แต่ทว่าเพียงไม่นานน้ำเย็นที่เติมเข้าไปนั้นก็เริ่มเดือดไปด้วยกัน จากนั้นก็เติมน้ำเย็นอีก น้ำก็หายเดือดชั่วครู่แล้วก็เดือดอีก... วนเวียนเช่นนี้เรื่อยไปก็ไม่มีทางที่จะทำให้น้ำเดือดในหม้อสงบลงได้ จึงยิ่งต้องเติมน้ำลงไปไม่หยุด --- นั่นก็เพราะว่า น้ำในที่นี้ไม่ได้ถูกทำให้เดือด แต่ว่าน้ำเองต่างหากที่เดือดขึ้นด้วยตัวเอง
“บัดซบ! หยุดไม่ได้แล้ว! แบกรับต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว!” ไป๋หยุนเฟยกัดฟันแน่นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ในความร้นรนมันจึงสะบัดมือซ้ายโดยไม่รู้ตัวพร้อมกับหยิบพลองสั้นที่หลอมประดิษฐ์สำเร็จเมื่อวันก่อนโยนลงไปในกระถาง
“เอ๊ะ? ทำเช่นนี้ก็ได้ผล!!” ไป๋หยุนเฟยแสดงสีหน้าประหลาดใจ เมื่อพบว่าพลังที่เดือดพล่านนี้อ่อนโทรมลงเล็กน้อย มันก็ไม่ครุ่นคิดมากความอีก ไป๋หยุนเฟยราวกับคนที่กำลังตกเหวไขว่คว้าหาที่เกาะได้ จึงรีบหยิบอาวุธทั้งหลายออกมาทีละชิ้นก่อนจะโยนลงไป
ที่อัพเกรดแล้ว ที่ยังไม่ได้อัพเกรด วัตถุิญญาที่หลอมได้ในหลายวันนี้ กึ่งวัตถุิญญาที่ได้มาก่อนหน้านี้... ทั้งหมดล้วนถูกโยนลงในกระถางราวกับเป็สิ่งของไร้ค่า
ใจกลางของพลังที่เดือดพล่านนี้คล้ายกับเป็หลุมดำซึ่งไร้ที่สิ้นสุด เมื่ออาวุธมากมายถูกโยนลงไป กลุ่มก้อนพลังก็ขยายตัวออกทีละน้อย และแม้จะทำให้มันสงบลงได้บ้าง แต่ถึงยามนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง
การเปลี่ยนแปลงอันลี้ลับนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบงันทีละน้อย โดยที่ไป๋หยุนเฟยเองก็ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย...
หากปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไป เมื่อไป๋หยุนเฟยโยนอาวุธและเครื่องประดับทั้งหมดลงไปจนไม่เหลือแล้ว อย่าว่าแต่ถ้ำหลอมประดิษฐ์แห่งนี้เลย กระทั่งหน้าผาหลอมประดิษฐ์ ก็เกรงว่าจะไม่เหลือแม้แต่เศษซาก...
“หยุดได้แล้ว! หยุดได้แล้ว! หยุดได้แล้ว!” ไป๋หยุนเฟยร่ำร้องอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมกับโยนอาวุธทั้งหลายลงไป ในยามนี้มันรู้สึกราวกับหัวใจกำลังหลั่งโลหิตออกมาไม่หยุด --- อาวุธของข้า!!
แต่ว่าสถานการณ์ในยามนี้มาถึงจุดที่ไม่อาจควบคุมได้แล้ว ต่อให้คิดจะถอนตัวล่าถอยก็ยังทำไม่ได้! หากพลังยังคงพลุ่งพล่านดาลเดือดไม่หยุดเช่นนี้ ไป๋หยุนเฟยก็ไม่กล้าที่จะถอนการควบคุมออก!
และแล้วสิ่งของในแหวนช่องมิติของมัน อาวุธและเครื่องประดับทั้งหลายก็ลดลงทีละชิ้นจนใกล้จะหมดสิ้นแล้ว...
ไป่หยุนเฟยสะบัดมือซ้ายตามสัญชาติญาณก่อนจะหยิบอาวุธิญญาอีกชิ้นออกมาโยนใส่กระถางโดยไม่รู้ตัว แต่ชั่วขณะที่อาวุธนั้นจะหลุดจากมือ พริบตานั้นไป๋หยุนเฟยก็หน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง!
รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเหลี่ยมมุมชัดเจน เป็วัตถุสีแดงก่ำ --- มันคือก้อนอิฐ +13!
“ไม่!!” ไป๋หยุนเฟยร้องขึ้นด้วยความตระหนก มือขวามันกลับละออกจากกระถางหลอมประดิษฐ์ยื่นออกไปคว้าใส่ก้อนอิฐที่กำลังลอยเข้าสู่ไฟหลอม
นี่เป็ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยสัญชาติญาณ เนื่องเพราะอิฐก้อนนี้สำหรับไป๋หยุนเฟยแล้ว ไม่ว่าจะด้วยผลกระทบเพิ่มเติมหรือด้วยคุณค่าทางจิตใจ ก็มีความสำคัญต่อมันอย่างที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้
มือขวามันคว้าตามก้อนอิฐเข้าไปภายในเปลวไฟหลอมก่อนจะจมลงในของเหลวสีแดงที่กำลังพลิกหมุนอยู่ด้านใน
ตามหลักเหตุผลแล้ว ของเหลวที่ถูกหลอมนี้ สมควรจะเป็เช่นลาวาหรือโลหะหลอมเหลว แต่ทว่ามือขวาของไป๋หยุนเฟยที่จมลงไปนั้นกลับรู้สึกว่า --- หนาวเย็น!
ในที่สุดมือขวามันก็ััถูกก้อนอิฐ แต่ไป๋หยุนเฟยยังไม่ทันจะคว้าจับ ข้อมูลหลากหลายก็หลั่งไหลสู่ความคิดโดยไม่อาจควบคุม จนสร้างความตกตะลึงให้แก่มัน...
“ระดับไอเทม: ธรรมดา”
“ระดับการอัพเกรด:+13”
“พลังโจมตี: 9”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 132”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10 : เมื่อจู่โจมมีโอกาส 1% ที่จะทำให้เป้าหมายสับสนระยะเวลาสูงสุด 3 วินาที(เมื่อโจมตีศีรษะโอกาสทำให้สับสนเพิ่มเป็ 5%)”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +12 : เมื่อจู่โจมมีโอกาส 8% ที่จะทำให้เป้าหมายมึนงงระยะเวลาสูงสุด 5 วินาที(เมื่อโจมตีศีรษะโอกาสทำให้มึนงงเพิ่มเป็ 15%)”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +13 : เมื่อจู่โจมมีโอกาส 30% ที่จะเหวี่ยงขว้างเป้าหมายขึ้นไปในอากาศ”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 50 แต้ม”
--- นี่คือคุณสมบัติของก้อนอิฐ +13 แต่ที่ทำให้ไป๋หยุนเฟยต้องตกตะลึงก็คือข้อมูลชุดต่อมา...
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับกลาง”
“พลังโจมตี: 4763”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 260 แต้ม”
“……”
ไป๋หยุนเฟยตัวแข็งทื่อสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ แต่ยังไม่ทันจะมีปฏิกิริยาอันใด ข้อมูลในความคิดก็เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับต่ำ”
“พลังโจมตี: 2367”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 140 แต้ม”
……
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับกลาง”
“พลังโจมตี: 3958”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 230 แต้ม”
……
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับกลาง”
“พลังโจมตี: 4319”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 240 แต้ม”
……
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับต่ำ”
“พลังโจมตี…….”
“……”
เพียงชั่วระยะหายใจเข้าออกสองครั้ง ข้อมูลที่ไหลผ่านความคิดมันก็แปรเปลี่ยนไปหลายครั้ง มิหนำซ้ำยังคงเปลี่ยนแปลงไม่หยุด
หลังจากนั้น…..
หลังจากนั้น ก้อนพลังงานที่คลุ้มคลั่งก็สั่นกระเพื่อมจนไป๋หยุนเฟยได้สติ!
เมื่อพลังอันเดือดพล่านไม่ถูกบรรเทาโดยการโยนวัตถุิญญาลงไป อีกทั้งไฟหลอมที่ห่อหุ้มอยู่โดยรอบก็ขาดการควบคุมจากที่ไป๋หยุนเฟยเสียสมาธิ ‘วัตถุ’ที่อยู่ภายในกระถางหลอมประดิษฐ์ซึ่งยามนี้ไม่ทราบจะนิยามมันว่าอย่างไรดีก็ราวกับม้าป่าที่หลุดจากคอกพุ่งเข้าชนด้านในของกระถาง ยามที่พยายามทะลวงไฟหลอมนั้น มองไปกลับคล้ายจักรวาลน้อยที่กำลังจะะเิออก
ไอความร้อนและแสงสีแดงเจิดจ้าะเิจากด้านในกระถางหลอมประดิษฐ์ออกครอบคลุมไฟหลอมเอาไว้ จากนั้นก็เริ่มปกคุลมพลังธาตุไฟที่ไป๋หยุนเฟยส่งออกมาก่อนจะกลืนร่างของมันลงไป จนสุดท้ายก็แผ่กระจายไปทั้งถ้ำ
ไป๋หยุนเฟยยามนี้ไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้อีก ในเมื่อแผนการอันใดก็ไม่อาจใช้ได้แล้ว ยามนี้จึงมีเพียงสิ่งเดียวที่มันกระทำได้ก็คือ...
ด้วยห้วงความคิดที่ยังคงแจ่มใส ในยามคับขันไป๋หยุนเฟยกลับนึกหาหนทางออก มันจึงร้องะโออกไป
“อัพเกรด!!”
