เสียงร้องอันเ็ปและหยาดเืสีแดงเข้มที่ไหลรินออกจากศีรษะของชายหน้าดำที่ดิ้นทุรนทุรายร้องลั่นบนพื้นรถไฟทำให้ทุกคนโดยรอบต้องหันไปมอง พวกเขาเห็นเพียงแค่เด็กสาวที่สวมเสื้อสีแดงตัวใหญ่กางเกงขายาวสีดำเก่าๆ และผมยาวที่ถูกมัดรวบเป็ทรงหางม้าดวงตาของเธอที่จ้องมองพวกมนุษย์ูเานั้นเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวแบบเด็กๆ
หยางเฉินเห็นเหตุการณ์กลับกลายเป็เช่นนี้ก็หันไปหาโม่เชี่ยนนี ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย?
แต่ปฏิกิริยาของโม่เชี่ยนนีก็บ่งบอกได้ว่าเธอเองก็ไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนี้คือใคร
กลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มรู้สึกตัวชายหน้าดำลุกขึ้นจากพื้นรถไฟพร้อมคำรามลั่นด้วยความโกรธมันจับเด็กสาวกดลงไปกับพื้นแล้วง้างหมัดเตรียมปลดปล่อยพลังที่ซุกซ่อนไว้!
"ไอ้เด็กเวร!"
"กล้าทำข้าเืไหลงั้นเรอะข้าจะหักคอแกซะ!"
"จัดการมันเลยลูกพี่!"
ชายฉกรรจ์หลายคนลืมเลือนโม่เชี่ยนนีไปชั่วขณะ พวกมันทั้งหมดต่างโกรธแค้นและพุ่งเข้าหาเด็กสาวอย่างพร้อมเพรียง
เด็กสาวกรีดร้องออกมาในขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังเอื้อมมือมานั่นเอง ทันใดนั้นเธอก็อ้าปากกัดเข้าที่แขนของชายคนนั้นอย่างแรง!
เด็กสาวตัวเล็กคนนี้ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายบนรถไฟขึ้นอย่างมากอย่างไรก็ตามเพียงแรงกระพือปีกของผีเสื้อย่อมไม่สามารถทำให้เกิดพายุได้การดิ้นรนของเธอจึงจบลงด้วยเวลาอันสั้น เธอถูกจับล็อกไว้โดยชายสองคนถึงมือข้างหนึ่งของเธอคว้าผมของชายคนหนึ่งเอาไว้ได้แต่มันก็ไร้ประโยชน์
ชายหน้าดำคำรามเสียงดังว่า
"ยัยแก่นั่นไม่เคยสั่งสอนลูกสาวเลยใช่ไหมถ้าอย่างนั้นพวกข้าจะช่วยสั่งสอนให้เอง!"
ถึงแม้เด็กสาวจะถูกจับตัวไว้แต่ดวงตาคู่งามของเธอกลับจ้องมองชายฉกรรจ์ด้วยสายตาแดงก่ำ คล้าย้ากินเืกินเนื้อของพวกมันให้ได้
เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เข้ามาช่วยกลับเสียท่าโม่เชี่ยนนีจึงรู้สึกกังวลอย่างยิ่งและ้าให้หยางเฉินลงมือได้แล้ว ในขณะที่เธอกำลังเคลื่อนไหวนั้นหยางเฉินก็เคลื่อนกายมาถึงเื้ัของกลุ่มชายูเาโดยที่พวกมันไม่รู้ตัวเสียแล้ว เขาผลักชายสองคนไปห่างๆพลางกล่าวว่า
"หลีกทางหน่อย"
"อย่ามายุ่งเดี๋ยวแกจะเป็รายต่อไป!"ชายคนนั้นะโ
หยางเฉินขมวดคิ้วเขาจับหัวชายทั้งสองโขกกันเสียงดังโพละ
นั่นทำให้ชายอีกสี่คนที่เหลืออยู่ รวมทั้งชายหน้าดำตระหนักแล้วว่าสถานการณ์เริ่มไม่ถูกต้องพวกมันปล่อยเด็กสาวและหยิบไม้ไผ่ที่เด็กสาวใช้ฟาดหัวพวกตนขึ้นมา พร้อมเดินตรงไปหาหยางเฉินอย่างท้าทาย!
บรรยากาศภายในรถไฟขณะนี้น่าหวาดเสียวเป็อย่างยิ่ง ผู้โดยสารบนรถไฟต่างปิดปากเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมา
หยางเฉินใช้ท่อนแขนแกร่งยกขึ้นรับไม้ไผ่ที่หวดลงมาอย่างรุนแรง ก่อเกิดปฏิกิริยาสะท้อนทำให้ไม้นั่นหักออกเป็สองท่อน!
โดยไม่รอให้คนพวกนั้นตั้งตัว หยางเฉินบรรจงฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของมันจนกระเด็นเืกบปากนอนแน่นิ่งไป
ส่วนที่เหลือเมื่อเห็นดังนั้นก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดขีด พวกมันต่างถอยไปด้านหลังทิ้งชายหน้าดำให้เผชิญหน้ากับหยางเฉินตัวต่อตัว
หยางเฉินก้าวเดินช้าๆ ไปข้างหน้าและเปิดประตูรถไฟออก
รถไฟรุ่นเก่าแบบนี้แล่นอยู่บนรางด้วยความเร็วที่อืดอาดเป็อย่างมากเมื่อประตูถูกเปิดออกเสียงของสายลมดังหวีดหวิว ผสมกับเสียงของล้อรถไฟที่สั่นไปมานั้นให้ความรู้สึกที่ยากเกินบรรยาย
หยางเฉินชี้ไปที่ประตูพร้อมกล่าวขึ้นว่า
"จะะโลงไปเองหรือจะให้ฉันโยนแกลงไป?"
ชายหน้าดำได้ยินเช่นนั้นก็หน้าซีดขึ้นมาทันที
"พี่... พี่ชาย... พี่ชายผมผิดไป..."
ไม่รอให้หน้าดำได้มีโอกาสพูดจนจบประโยคหยางเฉินก็ถีบก้นของมันตกรถไฟหายลับไปในที่สุด!
จากนั้นหันไปกล่าวกับชายคนที่เหลือ
"ดูเหมือนว่าพวกแกจะไม่มีแรงะโกันแล้วสินะ”
แต่ไม่ต้องรอให้หยางเฉินเคลื่อนไหวให้เสียเวลา ทุกคนต่างะโว่า "ไม่" และรีบะโลงรถไฟไปอย่างรวดเร็ว!
ส่วนคนที่สลบอยู่นั้นหยางเฉินก็ไม่ยกเว้นเขาจัดการลากคอพวกมันออกจากรถไฟไปทั้งหมดจากนั้นจึงปิดประตูลงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
ผู้โดยสารคนอื่นๆ ต่างเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเขารับรู้ถึงความโเี้ของหยางเฉินจนไม่มีใครกล้าสบตากับเขาได้อีก
โม่เชี่ยนนีพาเด็กสาวมานั่งข้างๆอยู่นานแล้ว เธอเอากระดาษทิชชู่เช็ดน้ำตาและคราบสกปรกบนใบหน้าออกจนหมด เมื่อเด็กน้อยเห็นหยางเฉินเดินกลับมา เธอกลับหวาดกลัวหยางเฉินและขยับเข้าไปใกล้โม่เชี่ยนนีมากยิ่งขึ้น
"หยางเฉิน ช่วยหยิบไส้กรอกข้าวในกระเป๋าให้เย่เอ๋อร์หน่อย" โม่เชี่ยนนีสั่ง
"เด็กคนนี้ชื่อเย่เอ๋อร์งั้นหรือสนิทกันเร็วดีนะ"
"เธอชื่อเย่จื่อ" โม่เชี่ยนนีััเส้นผมหางม้าของเย่จื่ออย่างอ่อนโยนเด็กสาวคนนี้กล้าหาญที่จะช่วยถึงแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนนั่นทำให้โม่เชี่ยนนีประทับใจในตัวเธอเป็อย่างมาก
หยางเฉินหยิบอาหารในกระเป๋าสัมภาระออกมาวางไว้บนโต๊ะโม่เชี่ยนนีรีบหยิบมันให้เย่จื่อทานทันที ในตอนแรกเธอปฏิเสธที่จะกินแต่เมื่อถูกโม่เชี่ยนนีคะยั้นคะยอมากเข้า เธอจึงอ้าปากเล็กๆ กัดไส้กรอกข้าวกินอย่างช่วยไม่ได้
โม่เชี่ยนนีถอนหายใจพลางเอากระดาษทิชชู่เช็ดรอยเปื้อนที่มุมปากของเด็กสาวอย่างแ่เบาพร้อมกล่าวว่า
"ยังหิวอยู่มั้ยอยากกินอีกหรือเปล่า?"
เย่จื่อส่ายหัวและพูดขึ้นด้วยเสียงแหลมเล็กทว่าชัดถ้อยชัดคำ
"หนูอิ่มแล้วค่ะขอขอบคุณพี่ชายพี่สาวมากเลยนะคะ”
"ไม่ต้องเกรงใจพวกเราหรอกเธอช่วยพวกเราไว้ ไหนลองบอกมาซิ ว่าเธออยากกินอะไรอีก" โม่เชี่ยนนีกล่าวเธอตั้งใจจะพาเด็กสาวไปทานอาหารที่อื่นต่อ
แต่เด็กสาวกลับหยุดการกระทำของโม่เชี่ยนนีเอาไว้อย่างรวดเร็ว
"ไม่แล้วค่ะถ้าแม่ของหนูรู้เข้าหนูต้องโดนตีแน่ๆ”
"เธอเป็เด็กดีใครเขาจะกล้าตีเธอกัน อ้า โชคดีที่พวกคนเลวพวกนั้นลงจากรถไฟไปหมดแล้ว" โม่เชี่ยนนีกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"พี่ชายแข็งแรงจังเลยหนูไม่เคยเห็นใครในหมู่บ้านเก่งเท่าพี่มาก่อน”
หยางเฉินเผยรอยยิ้มภูมิใจออกมาก่อนหน้านี้เด็กสาวยังกลัวเขาอยู่เลย
"เย่เอ๋อร์ เธอกำลังจะกลับบ้านงั้นหรือ?"หยางเฉินรู้สึกดีกับเด็กสาวคนนี้ ซึ่งมีบรรยากาศรอบตัวคล้ายกับเฉินหรงในครั้งที่เพิ่งเข้าเมืองมาใหม่ๆ
เย่จื่อพยักหน้าและกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"ใช่ค่ะหมู่บ้านของหนูอยู่ในตำบลคุนิ แล้วพี่ชายกับพี่สาวกำลังจะไปเที่ยวกันเหรอคะ?”
"ตำบลคุนิ!" โม่เชี่ยนนีตาสว่างขึ้นมาทันทีหลังจากรู้ปลายทางที่เด็กสาว้าไป ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ "เย่เอ๋อร์ เธอเป็เด็กจากตำบลคุนิอย่างนั้นเหรอ!"
เย่จื่อได้ยินก็รู้สึกประหลาดใจ จึงรีบถามขึ้นทันทีว่า
"หรือว่าพี่สาวก็เป็คนในตำบลคุนิเหมือนกันเหรอคะ?"
"ใช่ อ้าฉันเคยอยู่ที่นั่นตอนเด็ก แต่ต่อมาก็ย้ายไปเรียนที่จงไห่และไม่กลับมาที่นี่เป็สิบปีแล้ว"โม่เชี่ยนนีกล่าวขึ้นอย่างมีความสุข
"พี่สาวอยู่หมู่บ้านไหนเหรอคะ? หนูอยู่หมู่บ้านหนาน"
โม่เชี่ยนนีกล่าวด้วยความเสียใจเล็กน้อย
"ตอนแรกฉันอยู่หมู่บ้านเป่ยเดาว่าเธอคงไม่รู้มาก่อน ฉันออกจากบ้านั้แ่เด็กๆ แต่ตอนนี้หมู่บ้านของพวกเราสามารถไปมาหาสู่กันได้ง่ายมากขึ้นเมื่อเรากลับถึงบ้านเราก็จะได้เจอกันอีกครั้ง”
ทั้งสองสาวกลับกลายเป็เหมือนคนคุ้นเคยกันและพูดคุยกันอย่างถูกคอ
หยางเฉินเห็นโม่เชี่ยนนีพูดคุยอย่างมีความสุขก็รู้สึกค่อนข้างพอใจอย่างมาก
ทั้งสองพูดคุยกันนานกว่าหนึ่งชั่วโมง และได้รู้ว่าเย่จื่อนั้นช่วยครอบครัวขนสินค้าพื้นเมืองบนูเามาขายในเมืองตอนปิดเทอม ตอนนี้คำว่าพี่หยางและพี่โม่กลายเป็คำพูดติดปากของเด็กสาวไปเสียแล้ว
เด็กสาวพูดจ้อไม่หยุดจนเสียงแหบเล็กน้อยโม่เชี่ยนนีจึงนำขวดน้ำแร่มาให้เธอดื่มพลางถามขึ้นว่า
"เย่เอ๋อร์ เธอช่างกล้าหาญมากจริงๆ เธอใช้ไม้ฟาดคนพวกนั้นซะอยู่หมัดคุณแม่เป็คนสอนเธออย่างนั้นหรือ?"
ทันใดนั้นเองเด็กสาวก็เผยสีหน้าอันเ็ปออกมา
"หนู... หนูไม่สามารถทนเห็นหน้าคนพวกนั้นได้... หนูเกลียดพวกเขาเกลียดจนอยากจะฆ่าให้ตาย..."
