สายตาของจวินอู๋เสียทำให้องค์หญิงใหญ่พึงพอใจมาก นางกลัวว่าเขาจะพอใจกับสิ่งที่เป็อยู่ที่สุด น้ำเสียงของนางจึงยิ่งอ่อนโยนมากขึ้นและมีความเห็นใจมากขึ้น “องค์ชายจวินเป็แขกของต้าเซวียนมานานถึงเพียงนี้ควรกลับไปได้แล้ว ข้าไม่ได้ขับไล่ไสส่ง เพียงแค่นึกถึงใจคนที่อยู่ไกลบ้านอย่างองค์ชายจวิน”
จวินอู๋เสียยกมือคำนับพลางทูลว่า “ขอบพระทัยองค์หญิงล่วงหน้า”
แววตาองค์หญิงใหญ่แทนที่ด้วยความยั่วยวนอย่างสุดความสามารถ
นางยกมือขึ้นประคองมือเขาเบาๆ ปลายนิ้วปัดผ่านบนิั รู้สึกถึงความเย็น จากนั้นก็แอบพรูลมหายใจอันเร่าร้อน หรือนี่คือสิ่งที่เรียกว่ากระดูกดั่งหยกผิวดุจน้ำแข็ง ทว่าบนใบหน้ากลับแย้มยิ้มสดใส “องค์ชายจวินเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าเพียงแค่คิดว่าทองพันตำลึงหาง่าย คนรู้ใจนั้นหายาก วันนี้ได้ยินข่าวดีขององค์ชายจวิน จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนหาคนรู้ใจพบแล้ว ในใจจึงคิดทำบางอย่างเพื่อคนรู้ใจโดยไม่รู้ตัวก็เท่านั้น”
ปลายนิ้วของนางหยุดอยู่บนนิ้วทั้งห้าของเขาและไม่ได้ผละออกในทันที แววตาจวินอู๋เสียไม่ได้เหลือบมอง เขาเพียงแค่แย้มยิ้มอย่างพอเหมาะพอควร “เป็เกียรติที่องค์หญิงทรงพอพระทัย กระหม่อมยินดีบรรเลงอีกบทเพลงเพื่อองค์หญิง”
ระหว่างที่พูดเขาก็ลดมือลงไปหยุดอยู่บนสายพิณเพื่อหลีกเลี่ยงการััของนางอย่างสงบเยือกเย็น
ทว่าองค์หญิงใหญ่กลับไม่ได้สังเกตและยิ่งรู้สึกชื่นชอบ นางกวาดสายตาไปรอบด้าน จากนั้นก็ส่ายศีรษะพลางตรัสว่า “เ้าดูคนพวกนี้สิ เมามายไม่ได้สติไปนานแล้ว ไม่เพียงฟังความไพเราะของเ้าไม่ออก ยังรบกวนเสียงพิณของเ้าด้วย นอกจากนี้พิณกู่ฉินก็ไม่ได้ดีเท่าพิณหลวี้ฉี่ เหตุใดไม่รอพิณหลวี้ฉี่ส่งมาที่จวนก่อน เ้าจะได้นำพิณมาบรรเลงที่ตำหนักรับรองของข้าสักบทเพลง?”
จวินอู๋เสียหัวเราะเบาๆ “เป็เกียรติอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงใหญ่บรรลุเป้าหมายแล้วอารมณ์ยิ่งดีขึ้น นางหันหน้าไปตรัสกับซ่งอี้เฉิน “ฝ่าา พิณหลวี้ฉี่ส่งไปแล้วหรือ?”
น้ำเสียงนี้ไร้ซึ่งความเคารพอย่างสิ้นเชิง พวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ได้ยินแล้วประเมินในใจไม่หยุด ทว่ากลับไม่มีผู้ใดเสนอความคิดเห็นออกมาสักคน ซ่งอี้เฉินเหมือนชินชานานแล้ว เขาตรัสด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้น่าจะอยู่ที่พักองค์ชายจวินแล้ว เสด็จพี่รีบร้อนกว่าองค์ชายจวินเสียอีก”
องค์หญิงใหญ่ตรัสด้วยรอยยิ้ม “กระบี่วิเศษเปรอะฝุ่นก็ไม่นับว่าเป็กระบี่วิเศษ เป็ได้เพียงเศษเหล็กเท่านั้น พิณวิเศษคลุมด้วยผ้า อย่างมากก็เป็แค่เครื่องประดับ กระบี่วิเศษมอบให้นักรบ พิณหลวี้ฉี่มอบให้คนงาม ใช้กระบี่วิเศษปกป้องบ้านเมือง ใช้พิณหลวี้ฉี่ขับกล่อมผู้คน นี่ถึงจะเป็การใช้ของอย่างคุ้มค่าที่สุด ฝ่าาทรงคิดอย่างไร?”
“เสด็จพี่ตรัสได้ถูกต้อง” ซ่งอี้เฉินมองจวินอู๋เสียแวบหนึ่ง สีหน้าเขายังคงสงบนิ่งราวกับว่าบทสนทนานี้ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับเขาทั้งสิ้น เมื่อคิดอย่างละเอียด ซ่งอี้เฉินรู้สึกว่าเป็เช่นนี้จริงๆ บทสนทนานี้องค์หญิงใหญ่กำลังหยั่งเชิงเขา กระบี่วิเศษเปรอะฝุ่น พิณวิเศษคลุมด้วยผ้า กำลังพูดถึงบัลลังก์ของเขาหรือ?
ซ่งอี้เฉินยิ้มเยาะในใจ แล้วนางคู่ควรหรือ?
องค์หญิงใหญ่ไม่ได้รับคำโต้แย้งจากซ่งอี้เฉินจึงรู้สึกหมดสนุก พระอนุชาผู้นี้ไร้ประโยชน์จริงดังคาด หากนางปกครองแคว้นเซวียน นางจะต้องเป็อู่จ้าว (*พระนางบูเช็กเทียน) คนที่สองของใต้หล้าแน่นอน ไหนเลยจะมีรูปลักษณ์เช่นนี้
อย่างไรก็ตามเป้าหมายในคืนนี้ก็บรรลุผลสำเร็จแล้ว องค์หญิงใหญ่จึงคร้านจะอยู่ต่อ นางหาข้ออ้างเดินวางมาดจากไป ก่อนจะไปนางหมุนกายกลับมามองจวินอู๋เสียด้วยสายตามีความหมายลึกซึ้งแวบหนึ่ง
จวินอู๋เสียยกจอกสุราเล็กน้อยแล้วยิ้มตอบนาง เมื่อเงาร่างนางหายไปแล้วเขาก็ยกจอกถวายพระพรซ่งอี้เฉินแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะปรายตามองบนร่างเซียวจ่างเฟิงโดยมีแขนเสื้อกว้างปกปิดรอยยิ้มมุมปากและแววตาของเขาไว้
งานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงกลางดึก พวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่เดินโงนเงนออกจากตำหนักไปโดยมีขันทีคอยประคอง หลังจากเหยียนอู๋อวี้ที่อยู่ตำหนักเฟิ่งชัยได้ยินข่าวว่าซ่งอี้เฉินค้างแรมที่เรือนของเซียวเป่าหลิน นางจึงพรูลมหายใจเล็กน้อย ทว่าความงุนงงในใจกลับเพิ่มขึ้นมาแทน
ปีนั้นหลังจากรู้ว่านางตกหลุมรักซ่งอี้เฉินั้แ่แรกพบ บิดาก็มอบของทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับซ่งอี้เฉินให้นาง เพราะ้าให้นางรู้จักคนคนนี้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
ตอนนั้นนางเอาแต่คิดถึงเขาตลอดเวลา หลังจากพลิกอ่านเอกสารและได้เห็นสิ่งที่ซ่งอี้เฉินประสบพบเจอั้แ่เล็กจนโต แทนที่จะชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย นางกลับรู้สึกสงสารเขาจับใจและสาบานว่าจะปกป้องเขาให้ดี
ตอนนั้นนางความคิดมืดบอดตามัว ตอนนี้เมื่อนึกย้อนถึงเื่ราวในบันทึก นางกลับค้นพบบางอย่างที่แปลกใหม่
ไทเฮาเคยประสูติบุตรสองคน คนหนึ่งอายุมากกว่าซ่งอี้เฉิน ตอนที่ทรงพระครรภ์นางอายุยังน้อย หลังจากถูกเซียวกุ้ยเฟยรังแกโรคเก่าก็กำเริบ ผ่านไปหลายปีกว่าจะทรงพระครรภ์ซ่งอี้เฉิน ทว่าการประสูติของโอรสองค์โตผู้นี้ไม่ได้ดึงดูดความรักของมารดาเท่าไรนัก
ตรงกันข้ามไทเฮากลับเข้มงวดกับซ่งอี้เฉินมาก ทว่าเบื้องบนมีองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานอย่างเต็มเปี่ยมและมีรัชทายาทผู้เฉลียวฉลาดมีพร์ เบื้องล่างยังมีพระอนุชาที่ฉลาดปราดเปรื่อง การปรากฏตัวของซ่งอี้เฉินไม่ได้ความรักของพระบิดาอย่างอดีตฮ่องเต้มากนัก แม้กระทั่งอดีตฮ่องเต้ยังเฉยชากับเขาและให้ความสงสารก็ต่อเมื่อเขาเจ็บป่วยเท่านั้น
ทว่าพอหลายครั้งเข้า ความสงสารเช่นนี้ก็กลายเป็ความเบื่อหน่าย หากไม่ใช่เพราะไทเฮา เกรงว่าอดีตฮ่องเต้คงไม่สนใจเด็กคนนี้
ผู้ใดก็ไม่คาดคิดว่าเด็กที่บิดามารดาต่างไม่รักผู้นี้จะนั่งอยู่บนตำแหน่งในปัจจุบัน
ต่อมาไทเฮาทรงพระครรภ์อีกครั้ง แม้นางจะระมัดระวังและเอาใจใส่อย่างรอบคอบ ทว่าท้ายที่สุดก็รักษาเอาไว้ไม่ได้
เมื่อก่อนเหยียนอู๋อวี้คิดเพียงแค่ว่าบิดามารดาย่อมรักบุตร ทว่าตอนนี้เมื่อไตร่ตรองอย่างละเอียดแล้วก็มักรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ อยู่ในนั้น ไทเฮาเข้มงวดกับบุตรชายเพียงคนเดียวผู้นี้…...เกินไปหน่อยจริงๆ หากบอกว่าเข้มงวดั้แ่ยังเด็กเพื่อให้เขากลายเป็คนมีความสามารถ ทว่าตอนนี้เขาอายุยี่สิบเจ็ดแล้วกลับยังไม่คืนอำนาจทั้งหมดให้เสียที และเหมือนว่า้าบีบคั้นจนตายถึงจะยอมเลิกรา
ต่อให้ไทเฮาทรงรักอำนาจมากเพียงใด ทว่านั่นก็เป็บุตรชายที่นางให้กำเนิด คิดแล้วก็ชวนให้รู้สึกไม่เข้าใจจริงๆ
ทว่ายังมีอีกหลายเื่ที่ไทเฮาทำแล้วชวนให้รู้สึกไม่เข้าใจ อย่างเช่นกับตระกูลเซียว
เมื่อก่อนพระนางเกลียดเข้ากระดูกดำ ตอนนี้นึกไม่ถึงว่าจะเตรียมการให้บุตรสาวตระกูลเซียวเข้าวัง ถึงขั้นให้เซียวหรูเสวี่ยมีโอกาสเอาชนะใจฝ่าา สาเหตุของการคบค้าสมาคมในครั้งนี้คืออันใดกันแน่?
เมื่อนึกถึงเื่พวกนี้นางเงยหน้ามองฉางฮวนในกระจกที่กำลังช่วยตนเองหวีผม “นางกำนัลเข้ามาอีกทีพรุ่งนี้ เชิญหัวหน้าโจวมาด้วยเถิด”
ฉางฮวนตอบรับเบาๆ แล้วออกจากห้องไป
ป้าโฉ่วช่วยประคองนางนอนลงพลางทูลว่า “องค์ชายในครรภ์ของเหลียงเจาอี๋มาได้ถูกเวลาพอดีเพคะ”
เหยียนอู๋อวี้นึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ก่อนจะพูดอย่างเสียงเบา “ซ่งอี้เฉินมีความสุขมาก เหลียงเจาอี๋ก็เป็นางกำนัลที่ถูกเลื่อนขั้นขึ้นมาเช่นเดียวกัน ไม่สนใจเื่ทางโลกมาโดยตลอด ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะยอมให้นางเก็บทารกไว้”
“ฮวารั่วซีจะลงมือหรือไม่เพคะ?” ป้าโฉ่วถาม “อดีตนางเคยทำเื่เช่นนี้มาไม่น้อย เมื่อรู้ว่าฝ่าาหลับนอนกับนายหญิงก็จะส่งน้ำแกงทำแท้งมาให้ ตอนนี้ไม่มีอำนาจแล้วคงทำได้ยากกว่าเมื่อก่อน ทว่านางยังครองตำแหน่งพระสนม หากคิดจะทำคงไม่ยาก”
“เต๋อเฟยไม่ปล่อยให้นางได้รับความโปรดปรานเพียงผู้เดียว”
“ความหมายของไทเฮาก็คือเต๋อเฟยต้องทำ วันนี้เซียวเป่าหลินกับเห้อเป่าหลินก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน”
“ทั้งซ้ายและขวาไม่ได้รับความโปรดปรานอีกต่อไป เช่นนั้นก็ลองเปลี่ยนวิธีเข้าไปใกล้ตำแหน่งนั้นมากขึ้น เกรงว่าในใจพวกนางคงไม่พอใจเหมือนกัน เหตุใดฝ่าาไม่เป็แบบฮ่องเต้เฉิงฮว่าเล่า? ตนเองจะได้เป็ว่านเจินเอ๋อร์คนที่สอง น่าเสียดาย…...ซ่งอี้เฉินไม่ชอบสิ่งนี้” เหยียนอู๋อวี้แย้มยิ้มแล้วเลิกผ้าม่านขึ้น “ช่วยพยุงข้าขึ้นเถิด ยังไม่ว่างพักผ่อน”
ป้าโฉ่วพูดอย่างประหลาดใจ “แม่นาง ตอนนี้ดึกมากแล้ว…...”
เหยียนอู๋อวี้เม้มริมฝีปาก “กว่าเขาจะมาได้สักครั้งไม่ง่ายเลย”
ป้าโฉ่วยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม นางหันศีรษะไปมองและเห็นเงาดำสายหนึ่งแวบเข้ามาจากหน้าต่างที่แง้มไว้อยู่ นางเอามือปิดปากด้วยความใ เมื่อเห็นคนที่มาชัดเจนจึงถอนหายใจโล่งอก