“พระราชวังาาุ์ นั้นเมื่อก่อนตั้งอยู่้าลอยอยู่เหนืออากาศ แต่ั้แ่ที่ภวังคจิตแกร่งขึ้น ตัวของข้าที่แตกออกเป็สองอ่อนกำลังและแยกย้ายกันไปอยู่คนละทิศ ตัวปราสาทนั้นก็ถูกภวังคจิตนั่นกลืนกิน เปลี่ยนรูปร่าง และตัวปราสาทย้ายลงไปอยู่ในหุบผาลึก” ปินลู่ซีเฉินเล่า
จากป่าฌาปนกิจะ ทั้งห้าเดินออกจากป่าที่เริ่มกลับคืนสู่ความเงียบ แต่ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี จากสีเทาอันหม่นหมองกลายเป็สีดำคล้ำ ดาวดวงต่างๆ จางหายไป เหลือเพียงพระจันทร์เสี้ยวสีแดงเืส่องแสงลงมาแผ่นดินใต้เท้าสั่นะเื หินก้อนใหญ่กลิ้งร่วงลงมาจากหน้าผา ก่อนที่เส้นทางใหม่จะปรากฏขึ้น เป็บันไดหินสีดำที่ลาดลงไปสู่หุบเขาลึก ทั้งสี่หันมองหน้าปินลู่ซีเฉิน ปินลู่ซีเฉินพยักหน้ารับว่าเป็ทางที่ถูกต้อง ทั้งห้าก้าวลงบันไดทีละขั้น แต่ละก้าวที่เขาเดิน บันไดจะเปล่งประกายสีแดงเืขึ้นมาชั่วขณะ เหมือนมีพลังมืดที่พยายามซึมเข้าไปในร่างกายของทุกคน
“ทุกคนระวังตัว ที่นี่มีแต่พลังมืดจากภวังคจิต ดูหนักหน่วง ร้ายแรง และกลืนกินลึกกว่าที่ที่ผ่านมา” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
หลังจากเดินลงบันไดนับพันขั้น ก็มาถึงที่ราบกว้างใหญ่ที่ถูกล้อมรอบด้วยหินดำขลับ ตรงกลางที่ราบตั้งตระหง่านอยู่พระราชวังอันยิ่งใหญ่ “พระราชวังาาุ์” เป็ปราสาทที่ถูกสร้างด้วยหินสีดำล้วนๆ สูงเสียดฟ้าเป็ชั้นๆ มีทั้งหมด ๙ ชั้น เหมือน ปราสาทขั้นบันได ยอดสุดของวังมีรูปปั้นแกะสลักปินลู่ซีเฉินเ้าภพุ์ แต่ดวงตากลับเป็หลุมกลมสีแดงเข้มคล้ายมีเืหลั่งออกมา ปากอ้าเหมือนกำลังกรีดร้อง
กำแพงรอบพระราชวังแกะสลักด้วยรูปุ์นานาชนิด ุ์เ่าั้ดูเหมือนจะมีชีวิต สายตาสีแดงจ้องมองเคลื่อนไหวตามทุกฝีก้าวของผู้มาเยือน มีเสียงกระซิบสะท้อนไปมา และดูเหมือนมีการขยับเคลื่อนไหว ราวกับกำแพงนี่มีชีวิต หน้าต่างของพระราชวังเป็ช่องดำทึบ ไม่มีแสงสว่างใดๆ แต่จากช่องหน้าต่างเ่าั้ มีสายตานับพันคู่จ้องมองออกมา เป็สายตาของสิ่งมีชีวิตอันน่าสยดสยอง
“ุ์เหล่านี้คือราชองครักษ์ และ ผู้พิทักษ์แห่งาา...เ้าภพ ข้าว่าพวกเค้าคงโดนมนต์ดำจองจำให้มาจำศีลไม่ขยับที่นี่ แม้นว่าพลังจะมีความดำมืดสูงขึ้น แต่ข้ายังััจิตแห่งุ์ที่ภักดีได้”
ทั้งห้าเดินมาถึงประตูโถงใหญ่ พ่อมดแห่งปัญญาใช้มือผายในอากาศผลักเปิดประตูใหญ่ของพระราชวังสูงกว่าคนสิบเท่า ทำจากไม้สีดำที่ดูเหมือนจะไหม้แต่ไม่เป็เถ้าถ่าน บนประตูแกะสลักรูปมือนับร้อยข้าง มือเ่าั้เอื้อมออกมาเหมือนกำลังตะเกียกตะกาย พยายามจะคว้าใครก็ตามที่เข้าใกล้ ตรงกลางประตูมีใบหน้าเ้าภพ ตาปิดแน่น ปากอ้าออกเป็ช่องทางเข้า ฟันเขี้ยวยาวคมเหมือนหอกแหลม ชี้ลงมาจากเพดานปาก
ภายในพระราชวังมืดมิด มีเพียงเทียนสีแดงที่จุดอยู่ตามผนัง ให้แสงสลัวๆ ที่แทบมองไม่เห็นทาง กลิ่นเหม็นหืนของเืและความตายลอยฟุ้งในอากาศ โถงใหญ่ในชั้นแรกเต็มไปด้วยเสาหินสีดำสูงเสียดฟ้าเพดาน บนแต่ละเสาผูกไว้ด้วยโซ่เหล็กและมีโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตต่างๆ แขวนอยู่ ทั้งของมนุษย์และุ์
"ยินดีต้อนรับสู่พระราชวังของข้า...!" เสียงดังก้องมาจากข้างบน ทุกคนมองขึ้นไปตามเสียง เห็นร่างสูงใหญ่ลอยลงมาจากความมืด เป็ร่างของปินลู่ซีเฉินเ้าภพุ์ ในขณะนี้ไม่ใช่ร่างเดิมของเขาแล้ว ร่างกายถูกครอบงำด้วยพลังมืด ิัเป็สีเทาเข้ม ดวงตาเป็สีแดงเื เขี้ยวแหลมคมโผล่ออกมาจากปาก บนหัวของเขามีมงกุฎหนามดำ ที่ดูเหมือนจะแทงลึกเข้าไปในกะโหลก เืดำไหลริน ขาทั้งสี่ข้างยาวเยอะผิดปกติ ปลายนิ้วเป็เล็บยาวคมเหมือนดาบ
“เอ่อ! ถ้าท่านอยู่ตรงนี้ในร่างพ่อมดแห่งปัญญา แล้วตรงนั้นที่ขโมยร่างท่านไปคือใคร” เ้าวั่งซูกระซิบ
“ข้าเข้าใจละความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาหลายร้อยปีในภพแห่งนี้ มันคือเงามืดที่สร้างขึ้นเลียนแบบเ้าภพ เพื่อหลอกและควบคุมุ์ตนอื่นๆ” พ่อมดแห่งปัญญากระซิบ
"เ้ามาหาข้าเพื่อภวังคจิตแห่งราชันย์ปีศาจ ใช่มิใช่!? ฮ่าๆๆ!" เขาหัวเราะเสียงดังกึกก้อง "แต่ดวงจิตนั้นผสมกลมกลืนเข้ากับบัลลังค์าานี่มาหลายพันปี ถ้าขาดบัลลังค์นี่ และเ้าภพ (เงา) ที่พลังอ่อนแออย่างข้าในเวลานี้ ภพุ์จะเข้าสู่กลียุคอย่างแน่นอน!"
ด้านหลังเ้าภพุ์ (เงา) นั้น มีบัลลังค์าาตั้งอยู่บนแท่นหินสูง บัลลังค์ทำจากกระดูกและิญญากะโหลกศีรษะของเ้าภพุ์ ทำให้บัลลังค์นี้มีความสำคัญ และเป็แหล่งพลังที่แกร่งพอๆ กับปินลู่ซีเฉิน
บนที่นั่งของบัลลังค์ มีดวงจิตสีดำลอยอยู่ กลุ่มก้อนเป็รูปหัวใจ แต่เต้นเป็จังหวะ พลังมืดที่เปล่งออกมาจากดวงจิตนี้แผ่ไปทั่วพระราชวัง
"ดวงจิตนั่นคือแก่นแท้ของอำนาจ!" เ้าภพุ์ (เงา) ชี้ไปที่บัลลังค์ "มันได้เข้ารวมกับร่างของข้า ทำให้ข้าแข็งแกร่งเหนือใครเทียม!"
"สติ! เ้ามันก็แค่สมุนจอมมารนั่น มาเสนอหน้านั่งบัลลังค์เป็เ้าภพ อ้างว่าเ้าภพพลังอ่อนแอ แท้จริงแล้วเ้ามันแค่เงาจากจอมมารนั่น เลิกแสดงไอ้ปีศาจ!" เ้าวั่งซูะโ พร้อมตวัดเคียวสู่ภพไปจ่อใต้คางปีศาจเงานั่น
"สติ? ฮ่าๆๆๆ!" เ้าภพุ์ (เงา) หัวเราะบ้าคลั่ง "ข้าจะแสดงให้เ้าเห็นว่าข้านี่แหละคือเ้าภพที่แท้จริง!"
ปีศาจ (เงา) พุ่งไปหาเ้าวั่งซูด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน เล็บยาวคมแทงตรงไปที่หัวใจ เ้าวั่งซูใช้เคียวรับปัดป้อง แรงปะทะทำให้เ้าวั่งซูถอยหลังไปหลายก้าว
"เ้าอ่อนแอเกินไป!" เ้าภพุ์ (เงา) โจมตีต่อเนื่อง เล็บทั้งสิบข้างเหมือนสิบเล่มดาบ แต่ละครั้งที่โจมตี อากาศจะแยกออกเป็ร่องลึก
เ้าวั่งซูเรียกพลังเคียวออกมาป้องกัน แสงสีทองเรืองรองรอบตัวและเคียวสู่ภพ แต่เ้าภพ (เงา) ก็ยังโจมตีอย่างหนักหน่วงไม่หยุด ด้วยพลังแห่งภวังคจิตทำให้การโจมตีแต่ละครั้งนั้นกล้าแข็ง แต่ก็ทำอะไรเ้าวั่งซูไม่ได้ เ้าวั่งซูแกล้งทำเป็ร่นถอยเพื่อ้าสังเกตการณ์โจมตี และความข้องเกี่ยวระหว่างบัลลังค์าาและเ้าภพ (เงา)
ระหว่างการต่อสู้ เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เ้าภพุ์ (เงา) ใช้พลัง จะมีเส้นสีดำเชื่อมต่อระหว่างเขากับบัลลังค์าา และดวงจิตปีศาจบนบัลลังค์จะเรืองแสงสีดำแรงขึ้น เ้าวั่งซูสร้างวงพลังขึ้น “วงแหวนปรภพ” กักเ้าภพ (เงา) นั่นไว้ด้านใน และหันมาทางฮวาเฟยฟาเหมือนรู้กัน
"บัลลังค์และเ้าภพคือสิ่งเดียวกัน” เ้าวั่งซูเอ่ย
