“ฮือ… บิลลี่”
สาวน้อยผู้อ่อนไหวมีใจรักสัตว์ปล่อยโฮออกมา รีบเดินไปหลังบ้าน เปิดกรงเ้าหนูแฮมสเตอร์ตัวอ้วน เอื้อมเอามือช้อนร่างไร้ลมหายใจขึ้นมาลูบเบาๆ ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ
“เ้าบิลลี่มันไปดีแล้วค่ะคุณหนู”
ป้าช้อย หญิงชาวเหนือวัยสี่สิบรูปร่างขาวอวบทำงานเป็คนใช้ทำงานในบ้านหลังนี้มานานหลายปี รีบเข้ามาปลอบใจคุณหนู
“ขอเ้าบิลลี่ให้ป้าเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าจะ ช่วยเอาไปฝังให้นะคะ… ”
ป้าช้อยอยากช่วย
“ไม่ฝังได้ไหมคะป้า… หนูอยากเผาค่ะ อยากให้ิญญาของเ้าบิลลี่ไปสู่สุคติ… ”
แม้รู้ว่าการฝังทำให้เ้าหนูย่อยสลายกลายเป็ปุ๋ยดินได้เช่นกัน แต่นีรยาก็ยังอดห่วงไม่ได้ เมื่อนึกถึงภาพที่เ้าบิลลี่จะต้องโดนหนอนชอนไชร่างในระหว่างที่ถูกฝัง
“หนูจะเอาเ้าบิลลี่ไปเผาได้ไหมคะป้า… ”
นีรยาเคยได้ยินมาว่าที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอรับเผาศพสุนัข
“ได้ค่ะ… ป้ารู้จักลุงทิมม์ เดี๋ยวจะไหว้วานให้แกช่วย… ”
“แล้วลุงทิมม์เป็ใครคะป้า”
นีรยาสงสัย
“เป็สัปเหร่อค่ะ… ”
ป้าช้อยตอบ ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อออกมากดโทรหาลุงทิมม์ พูดคุยกันเพียงสองสามคำก็กดวางสาย
“วันนี้ลุงทิมม์ม์กำลังว่างพอดี… แกให้ไปตอนนี้เลย งั้นคุณหนูรอป้าสักครู่นะคะ… เดี๋ยวป้าไปตรวจดูความเรียบร้อยในครัวสักพัก”
ป้าช้อยจะไปเป็เพื่อน เมื่อครู่ก่อนหน้าที่คุณหนูจะมาถึงหล่อนกำลังทำงานอยู่ในครัว
“ไม่เป็ไรค่ะป้า… เดี๋ยวหนูไปเองได้ หนูรู้จักวัดค่ะ… ”
นีรยาไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของป้าช้อย
“คุณหนูแน่ใจนะคะว่าไปเองได้”
ป้าช้อยถามย้ำ
