“ท่านปู่ท่านพ่อ เอากระดาษอักษรโบราณนี้ ใส่ไว้ตรงเสื้อด้านใน มันเป็อักษรที่เกี่ยวกับพลังเ้าค่ะ ทั้งพ่อกับท่านปู่ลองติดดู จะมีพลังตามในตำราหรือไม่”
สองพ่อลูกรับตัวอักษรโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็แผ่นสีขาวซีดขนาดเท่าฝ่ามือ มาใส่ไว้ในอกเสื้อและออกไปขุดหาหินสี ที่ตอไม้ถูกฟ้าผ่า
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ซินหยางตามไปดูผลงาน “ท่านปู่ท่านพ่อพวกท่านเหนื่อย หรือว่ามีแรงเพิ่มขึ้นไหม หลังจากที่พบอักษรโบราณแล้ว”เด็กน้อยร้องะโถามจากปากหลุม
สองพ่อลูกหยุดขุดดิน แล้วมาสำรวจตัวเอง ใช่แล้วขุดมาหนึ่งชั่วยาม พวกเขายังไม่เหนื่อยเลย ไม่ได้หิวหรือพักกินน้ำด้วย
“หลานปู่อักษรโบราณของเ้า ช่างวิเศษยิ่งนัก ขุดมาตั้งนานยังไม่เหนื่อยหรือหิวเลย เหมือนจะมีแรงขุดมากขึ้นด้วย อย่างนี้เ้าต้องให้ ย่าและแม่ของเ้าลองดูแล้ว”ท่านปู่ะโออกมาจากก้นหลุม
“ดีแล้วเ้าค่ะข้าจะไปทดลองกับทุกคนเลย แต่ตอนนี้แผ่นอักษรโบราณเหลือแค่แผ่นเดียว”พูดได้แค่นั้นเด็กน้อยก็วิ่งมาหาพี่ชาย
“พี่รอง นี่คืออักษรโบราณวิเศษ พกติดตัวแล้วจะได้มีแรงไม่เหนื่อย วันนี้เราจะได้ออกไปหาสมุนไพรกัน พี่รองดูท่านพ่อกับท่านปู่เป็ตัวอย่าง ขุดหินสีั้แ่เช้าแล้ว พวกท่านพกอักษรโบราณนี้จึงไม่เหนื่อย”
เด็กชายไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขาได้ยินเสียงที่ะโคุยกันอยู่แล้ว จึงเอาแผ่นอักษรโบราณใส่ไว้ใน กระเป๋าเสื้อด้านในติดกับหน้าอก และเตรียมตัวเข้าป่าหาสมุนไพรกับน้องเล็ก
“พี่รองเดินทางมานานแล้ว จนจะถึงูเาลูกที่เรามองเห็นแต่ไกลแล้ว รู้สึกเป็ยังไงบ้าง เหนื่อยไหมหลังจากพกอักษรโบราณวิเศษแล้ว”
“น้องเล็กถ้าเ้าไม่ทัก พี่รองก็ไม่รู้ว่าเราเดินมานานแล้ว ข้าไม่เหนื่อยและไม่หิวจริงด้วย อย่างนี้ถ้าทุกคนพกก็ต้องเดินทางไกล ไปต่างเมืองได้ไวขึ้นล่ะสิ เพราะพวกเราไม่เหนื่อยไม่หิว”
“ข้าก็ว่าอย่างนั้นละเ้าค่ะ ต้องศึกษาเพิ่มเติม มีอักษรโบราณหลายตัว ความสามารถก็ต่างกัน พี่ลองต้องตัดเยื่อไม้สีขาวมาให้ข้าเพิ่มแล้วล่ะ จะได้ทดลองอักษรอีกหลายตัว”
“น้องเล็กดูเหมือนพวกเราจะมาถึงแล้ว ป่าที่ยังมีใบสีเขียว”ป่าตรงนี้มีใบสีเขียวมีหลายต้น ซินหยางแหงนหน้าดูต้นไม้ใหญ่ ต้นหนึ่งที่มีใบสีเขียวเยอะกว่าตนอื่น
“ต้นไม้สีเขียวใหญ่มันดูสดชื่นและมีพลัง จะมีอักษรโบราณช่วยให้ป่าไม้มีสีเขียวได้ไหมนะ หรือว่าทำให้มีน้ำ ไม่อย่างงั้นก็มีฝนตกลงมา กลับไปต้องเปิดอ่านดูให้ดีแล้ว”เด็กน้อยยืนคิด
“น้องเล็กดูเหมือนจะมีผลไม้เยอะเลย มาช่วยกันเก็บเถอะจะได้กลับที่พักก่อนจะมืดค่ำ เดี๋ยวทุกคนจะเป็ห่วง”ทั้งสองช่วยกันปีนเก็บผลไม้ ผลใหญ่อย่างลูกท้อเหมือนมันอยู่มานานแล้ว
“พี่รองท่านไม่กลัวตกต้นไม้แล้วรึ ต้นมันทั้งสูงและใหญ่ขนาดนี้ ต้นเล็กกว่านี้พี่รองยังไม่อยากขึ้น อย่าบอกว่าเป็เพราะอักษรโบราณที่พบติดตัว พอมีกำลังก็เลยไม่กลัว”
“น่าจะเป็แบบนั้นแหละน้องเล็ก แขนขาข้าไม่สั่นเหมือนตอนนั้น มือก็มีแรงเกาะยึดต้นไม้ ต้องเก็บไปให้ได้เยอะที่สุดมันหายากแล้วลูกท้อแบบนี้”
“น้องเล็ก! เ้าดูนั่นงูอยู่บนยอดไม้ ไม่ใช่ว่าในป่าไม่มีสัตว์แล้วไม่ใช่หรือ มนุษย์น่าจะจับไปกินหมดแล้ว ทำไมถึงมีงูอยู่บริเวณนี้ล่ะ”
“ป่าที่นี่ห่างไกลจากมนุษย์อาศัยอยู่ คงไม่มีใครมาล่า ไม่งั้นผลไม้พวกนี้คงไม่เหลือมาถึงเราหรอก ถ้ามันไม่เข้ามากัดพวกเราก็ปล่อยมันไปเถอะ”
“น้องเล็กแต่พวกเราไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานแล้วนะ ถ้าได้เนื้อของมันไปย่างกินหรือทำน้ำแกง ก็คงจะดี”
“อ้าว? ที่รองร้องลั่น ไม่ได้กลัวงูมาฉกหรือมากัด แต่จะเอางูไปทำอาหารหรอกหรือ ข้าว่าปล่อยมันไปเถอะ นอกจากว่ามันจะมากัดพวกเราก่อน ต่างคนต่างอยู่”
แต่ดูเหมือนงูจะไม่เข้าใจ มีผู้บุกรุกเข้ามาใกล้ มันจึงเลื้อยมาหาด้วยความไว ยังดีที่อยู่ไกลไปหลายกิ่ง ลี่ถังทีแรกไม่กลัว แต่พองูเข้ามาใกล้แล้วตัวใหญ่ ขาและมือที่จับกิ่งไม้เริ่มสั่น
“น้อง…!เล็ก งูมันเลื้อยเข้ามาใกล้พี่รองแล้ว ทำยังไงดี”ลี่ถังใจนเสียงสั่น
ถึงพวกเขาจะเป็เด็กที่แข็งแกร่งกว่าอายุ เพราะความยากจน แต่พอเจออสรพิษ ระยะใกล้ซึ่งเขาก็ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนี้ เริ่มมีอาการหวาดกลัว สั่นจนแทบจะตกต้นไม้ เพราะยังไงเขาก็เป็เด็กใช้อายุเจ็ดขวบ
“พี่รองอย่าลืมว่า มีอักษรโบราณพิเศษอยู่กับตัวไม่ต้องกลัว พอมันเข้ามาใกล้มีดในถุงย่าม สับเข้าไปที่หัวมันได้เลย
พี่รองมีของดีไม่ต้องกลัว”ซินหยางะโเสียงดัง
“จะ…จริงหรือ? น้องเล็กที่ว่างูตัวนี้ทำอะไรพี่รองไม่ได้ แต่มันตัวใหญ่มากนะ มีดจะฟันมันเข้าหรือ พี่รอง…ไม่ได้กลัวมันนะ!”
ซินหยาง เด็ดลูกท้อขนาดเหมาะมือ เตรียมพร้อมหากงูจู่โจมเข้ามาใกล้พี่ชาย “ดูเหมือนมันไม่ใช่งูพิษ แต่ฟันมันก็คงแหลมคมถ้าโดนกัดก็ต้องเจ็บ”เด็กน้อยเดินไต่ไปบนกิ่งไม้เข้าไปใกล้พี่ชาย ให้ได้มากที่สุด
“พี่รองงูตัวนี้ไม่ได้มีพิษ ให้ระวังอย่าให้มันกัด หรือโดนมันรัดเท่านั้น ถ้าสังหารมันได้เย็นนี้ก็จะมีเนื้อกิน ถ้าพี่รองกลัวก็จะถูกมันกัด แต่ว่าพี่รองไม่กลัวนี่นา”
งูใหญ่ตัวเข้าขาของลี่ถัง เลื้อยเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาเตรียมมีดไว้ฟัง สองขายึดกิ่งไม้ มืออีกข้างหนึ่งก็เกาะกิ่งไม้ไว้ พยายามอย่างเต็มที่เพื่ออาหาร ทั้งที่สั่นเทาไปทั้งตัว
“ฟ่อๆ!”
งูสีดำตัวใหญ่ชูคอขึ้น พร้อมเสียงขู่ดังก้อง ลี่ถังรู้สึกถึงอันตรายที่เข้ามาใกล้ ใจหนึ่งก็อยากจะะโลงจากต้นไม้ แต่ด้วยความสูงแขนขาต้องหักเป็แน่ อีกใจก็นึกถึงอักษรโบราณวิเศษที่น้องสาวให้มา
ลี่ถังยกมีดขึ้น พร้อมจะฟันไปที่คอของงู ถึงไม่ตายแต่มันก็ได้รับาเ็เป็แน่
“ปึก!”
ลูกท้อโดนตรงหัวงูพอดี ทำให้มันร่วงลงไปตกอยู่บนพื้นใต้ต้นและนอนแน่นิ่ง “พี่รองรีบตามลงไป หาไม้มาตีมันให้ตาย ตอนนี้มันสลบไปเท่านั้น แต่อย่าใช้มีดแทงให้เืมันออกนะ”
ซินหยางบอกพี่ชาย แต่เด็กน้อยลงมาถึงข้างล่างก่อน มองดูงูที่นอนเหมือนตายแล้ว หาไม้แห้งมาหนึ่งท่อนยื่นให้กับผู้เป็พี่ “ไม้อยู่นี่ ข้าไม่มีแรงเท่าพี่รอง”
ลี่ถังดีใจวันนี้จะได้กินเนื้อในรอบสองปี ถือท่อนไม้ได้ก็กระหน่ำตีไปที่หัวงู จนแน่ใจว่ามันตายแล้ว “น้องเล็กเรารีบกลับกันเถอะ วันหน้าค่อยมาหาสมุนไพร เอางูตัวนี้กลับไปให้ท่านย่าและท่านแม่ทำอาหารก่อน”
พูดจบเด็กชาย ตัดเอาเถาวัลย์มามัดงูให้เป็วงกลม เดินนำหน้าถืองูตัวใหญ่กลับบ้าน
“สงสัยพี่รองอยากกินเนื้อ งูตัวใหญ่และหนักขนาดนั้น ถือกลับไปได้ยังไง หรือเพราะอักษรโบราณ ทำให้น้ำหนักเบาลง”ซินหยางได้แต่คิดในใจ เดินตามหลังพี่ชายกลับบ้าน
สองเด็กน้อยเดินแบบไม่พัก ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามก็มาถึงบ้าน ซึ่งเป็เวลาเที่ยงวันพอดี
“ลี่ถังซินหยาง พวกเ้าเอางูมาจากที่ไหนตัวใหญ่ขนาดนี้ ไม่กลัวมันกัดหรือยังไง ถือมาได้ยังไงไม่หนักรึ”ลู่อินและหวังฟาง รีบไปรับงูตัวใหญ่จากลูกชาย
“ลี่ถังเ้าหิ้วมาได้อย่างไร หนักมากขนาดนี้ ย่ากับแม่เ้ายังยกแทบไม่ขึ้น นี้ไม่ใช่ร้อยจินหลอกหรือ วันนี้เรามีเนื้อกินแล้วในรอบสองปีกันแล้ว”ถึงจะถามมาเป็ชุด แต่ก็ช่วยกับห้ามไปชำแหละทำอาหารให้แก่ทุกคน
ลี่ถังวิ่งไปเล่าเื่ราว ให้ทั้งสองได้ฟังถึงที่เขาก็อยากกินเนื้อโดยไว “แผ่นอักษรโบราณ อย่างนั้นรึที่ทำให้เ้ามีแรง ยกงูมาได้ไกลแบบนี้ ไม่น่าล่ะถึงไม่เห็นปู่กับพ่อของเ้า ขึ้นมานั่งพักเหมือนทุกวัน”
“ใช่แล้วขอรับท่านยาย น้องเล็กยังบอกว่า ทำแผ่นอักษรโบราณให้กับทุกคนเลย เวลาได้เดินทางไกลจะได้ไว ขึ้นทำอะไรก็ไม่เหนื่อย”
“ดียิ่งนัก ไม่นึกว่าตำรานั่นจะสามารถ ทำให้อักษรโบราณที่เขียนขึ้นมาจะมีพลัง ดลบันดาลให้คนที่พกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาได้ เ้าไปเล่นที่อื่นเถอะ ตรงนี้ยกให้เป็หน้าที่ของย่ากับแม่เ้าเอง”
ลี่ถังวิ่งไปหาปู่กับพ่อ เล่าเื่ราวต่างๆให้ฟังอย่างสนุกปาก“เ้าได้งูมาอย่างนั้นหรือ แถมยังตัวใหญ่อีกด้วย แผ่นอักษรโบราณ เ้าก็ได้อย่างนั้นหรือ ถึงกับมีแรงยกงูตัวใหญ่กลับมา”ลี่กันพูดกับลูกชาย
“วันนี้ทุกคนต้องได้กินเนื้อ อย่างอร่อยแน่นอน”เด็กชายพูดด้วยตาที่เป็ประกาย ก่อนเดินไปช่วยพี่สาวจุดไฟ และอาสาไปหิ้วน้ำ
ซินหยางกลับมาถึงที่พัก เอาหนังสือเวทมนตร์ขึ้นมาเปิดอ่าน “มีอักษรตัวไหน ที่ทำให้อากาศเย็นหรือฝนตก หรือทำให้ต้นไม้ทุกต้น มีสีเขียวกันน่ะ”
“ให้ตัวเองมีพลังจึงสามารถกำกับทุกสิ่งได้ อักษรโบราณตัวนี้เขียนให้ตัวเองอย่างนั้นรึ ต้องรองดู”ซินหยางนั่งเขียนอักษรโบราณที่ทำให้ตัวเองแข็งแกร่ง แล้วนำมาใส่ไว้ในเสื้อตรงหน้าอก
งูตัวใหญ่เนื้อยังเหลือไว้ทำเนื้องูตากแห้งอีกไม่น้อย เย็นทั้งครอบครัวได้กินเนื้อ ในรอบสองปีมีทั้งย่างและตุ๋นทุกคนกินอย่างเอร็ดอร่อย รวมถึงซินหยาง
พอถึง่เย็น ซินหยางมีอาการปวดหัวตัวร้อน และอาเจียนออกมา “หลานปู่ทำไมถึง มีอาการแบบนี้กัน อุตส่าห์ได้กินเนื้อมื้อแรกในรอบสองปีแท้ๆ หรือว่าท้องเ้าไม่ชินกับเนื้อสัตว์ ถึงได้อาเจียนออกมาแบบนี้”
“พวกท่านไม่ต้องเป็ห่วงเ้าค่ะ ข้าดีขึ้นแล้ว อาการเหมือนมีเืลมวิ่งทั่วตัว แล้วทำให้อึดอัด ปวดหัวตัวร้อน พอได้อาเจียนออกมาแล้ว อาการดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ”
“เดี๋ยวก่อนนะแม่เพิ่งนึกออก วันนี้ไม่ใช่ครบสี่ขวบของซินหยางหรอก แต่มันคงไม่เกี่ยวกับที่ลูกไม่สบายและอาเจียน หรือว่าลูกจะแพ้เนื้องู ก็ไม่น่าจะใช้ตอนอายุหนึ่งขวบก็เคยกินนี่นา”หวังฟางพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าสามี
“พวกท่านนอนหลับพักผ่อนเถอะเ้าค่ะ ข้าหายดีแล้วขอนอนเงียบๆสักพักน่าจะดีขึ้น”ซินหยางนอนนิ่ง สำรวจร่างกายของตัวเองไปทีละจุด ตามความร้อนที่วิ่งวนไปตามร่างกาย ก่อนจะไปรวมอยู่ในบ่อขนาดเล็กตรงท้องน้อย
นอนอยู่แบบนั้นจนเผลอหลับไปถึงเช้า “ทำไมถึงกลิ่นตัวแรงแบบนี้ เมื่อคืนก็ไม่ได้อาเจียนใส่เสื้อผ้านี่ หรือว่าจะโดนชุดไปด้วย ต้องรีบไปหาที่อาบน้ำแล้ว”ซินหยางหยิบถุงใส่ชุด รีบมุดออกมานอกกระโจม วิ่งไปข้างลำธารพร้อมถังไม้
“อาบไปทั้งเสื้อผ้านี่แหละ เดี๋ยวจะได้ถอดชุดซักทีเดียว ไม่สะอาดท่านแม่คงจะมาซักซ้ำให้ ไม่เคยอาบน้ำตอนเช้า เย็นเหมือนกันนะนี่”
“ซินหยางเ้าไปอาบน้ำอะไรั้แ่เช้ามืดขนาดนี้ ไม่กลัวหรือยังไง ทำไมไม่เรียกพ่อไปด้วย แล้วเ้ามุดออกไปตอนไหน พ่อนั่งเฝ้ายามทำไมไม่เห็น”
“ข้าเหม็นกลิ่นอาเจียนตัวเอง จนทนไม่ไหวเ้าค่ะ เลยแอบมุดออกไป ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก แค่ลำธารนี่เอง ข้าก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว”เด็กน้อยเอาชุดที่เปียก ฟาดกับไว้บนกิ่งไม้ใกล้กับกองไฟ
ซินหยางกลับเข้าไปในกระโจมต่อ เพราะข้างนอกยังมืด นอนก็ไม่หลับเลยนั่ง ขัดสมาธินิ่งๆเพราะกลัวจะรบกวนผู้อื่นที่ยังนอนไม่ตื่น
