“ต่อกันเลย ข้าไม่เห็นอะไรเลย!” หลี่ชิงหนิงยกมือปิดหน้า แต่นิ้วกลับแยกออกกว้างเผยให้เห็นดวงตา
สภาพนี้ปิดหน้าก็ไม่ต่างจากการไม่ปิด...
หลิวจือโม่ก้มมองหลี่ชิงหลิงซึ่งฝังหัวไว้ที่หน้าอกเขา ก็รู้ทันทีว่านางกำลังอาย
เขายิ้ม แต่เมื่อหันไป สีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม "กลับห้องไป..." เ้าตัวเล็กนี่ต้องโดนสั่งสอนสักหน่อย
หัวใจของหลี่ชิงหนิงเต้นไม่เป็จังหวะ แม้ว่าพี่ชายคนโตมักจะใจดีและเอ็นดูนาง แต่ถ้าจริงจังขึ้นมาก็จะน่ากลัวมาก
ในครอบครัวนี้ทุกคนกลัวพี่ใหญ่กันหมด
"กลับ... กลับ... ข้าจะกลับ..."
พูดจบก็วิ่งหนีทันที แต่เมื่อไปถึงหัวมุมก็หยุดและโผล่หัวเล็กๆ ออกมาเงียบๆ อยากจะแอบมองต่อไป
แต่นางไม่คาดคิดว่าจะได้สบตาของหลิวจือโม่เข้า
เด็กน้อยใอีกครั้ง
“หลี่ชิงหนิง...”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้..."
เมื่อได้ยินชื่อเต็ม หลี่ชิงหนิงก็รีบหันหลังกลับวิ่งหนีไป
คราวนี้นางไม่กล้าอยู่ต่อแล้วจริงๆ ต้องรักษาชีวิตไว้ก่อน
เด็กน้อยวิ่งไปที่ห้องของหลิวจือโหรวในลมหายใจเดียว ปิดประตูดังโครม “โหรวโหรว เดาซิ ว่าเมื่อกี้ข้าเห็นอะไร”
นางวิ่งไปหยิบเข็ม และด้ายจากมือของหลิวจือโหรว ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ทำงานต่อ
หลิวจือโหรวมองหลี่ชิงหนิงอย่างช่วยไม่ได้ และค่อยๆ ถามว่าอีกฝ่ายเห็นอะไร
นางรู้จักหลี่ชิงหนิงดี หากนางไม่ทำตามก็จะไม่ได้สงบสุข
นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมหลี่ชิงหนิงซึ่งอายุเพียงสี่ขวบถึงมีพลังมากขนาดนี้?
ออกไปเล่นสนุกตอนกลางวัน กลับมาตอนกลางคืนยังไม่เหนื่อยแถมยังวุ่นวายต่อได้
“ฮิๆ... ข้าเห็นนี่" หลี่ชิงหนิงหัวเราะสองครั้ง แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือทำท่าจูบ
หลิวจือโหรวมอง แต่ไม่เข้าใจ
เมื่อเห็นหลิวจือโหรวท่าทางงุนงง หลี่ชิงหนิงก็ถอนหายใจเหมือนผู้ใหญ่ พี่สาวคนนี้ช่างไร้เดียงสาจริงๆ ไม่เข้าใจแม้กระทั่งเื่แบบนี้
"นี่... นี่..." นางทำสองครั้งติดต่อกัน แล้วถามหลิวจือโหรว "เข้าใจไหม"
"หนิงหนิง อยากจะพูดอะไรกันแน่" หลิวจือโหรวถามหลี่ชิงหนิงอย่างช่วยไม่ได้ นางไม่เข้าใจจริงๆ
หลี่ชิงหนิงก้มหัวลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันหลังคงต้องพาโหรวโหรวออกไปเล่นบ่อยๆ แล้ว ถ้าเื่แค่นี้ยังไม่เข้าใจ โดนหลอกขึ้นมาจะทำอย่างไร?
เด็กน้อยโน้มตัวไปใกล้หูของหลิวจือโหรว "ข้าเพิ่งเห็นพี่ชายกับพี่สาวจูบกัน!" หากไม่ใช่เพราะนางกระหายน้ำไปหาน้ำดื่ม ก็คงไม่ได้เห็นฉากนั้น
ฮิๆ โชคดีที่นางหิวน้ำ
“หา?” หลิวจือโหรวหน้าแดงทันที “เ้า… เ้า… เ้าไปแอบดูเื่แบบนี้ได้อย่างไร”
“จะโทษข้าไม่ได้นะ ข้าหิวน้ำ ไปหาน้ำกิน ใครจะรู้ว่าพี่ชายกับพี่สาวจะจูบกันตรงนั้น” หลี่ชิงหนิงปกป้องตัวเองด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “พวกเขาอยากจูบกันก็ควรหาที่ลับๆ สิ ทำให้เด็กเสียคนหมด”
"..." หลิวจือโหรวหมดคำจะพูดกับความหน้าหนาของหลี่ชิงหนิง "คราวหน้าถ้าเจอก็หนีออกมาเงียบๆ เข้าใจไหม"
พี่ใหญ่กับพี่สาวก็จริงๆ เลย ทำไมถึง…
เมื่อเห็นหลิวจือโหรวหน้าแดง หลี่ชิงหนิงก็หัวเราะ “แย่เลย เมื่อกี้ข้าส่งเสียงขัดจังหวะพวกพี่ๆ" นางนั่งลงข้างๆ หลิวจือโหรวด้วยท่าทางน่าสงสาร “โหรวโหรว พี่ๆ จะจัดการข้าไหม”
เมื่อคิดถึงใบหน้าที่มืดมนของพี่ชาย ร่างเล็กก็สั่นเล็กน้อย
ในครอบครัวนี้จะหาเื่ใครก็ได้ ยกว้นพี่ใหญ่
นั่นน่ะปีศาจชัดๆ เดี๋ยวจะโดนดีเข้า
หลิวจือโหรวคิดว่าหลี่ชิงหนิงกลัวจริงๆ จึงเอื้อมมือไปตบหลังปลอบโยนนาง "ไม่เป็ไร ยังมีข้าอยู่ ถ้าพี่ๆ โกรธละก็ ข้าจะช่วยพูดให้”
พี่ๆ คงไม่โกรธหรอกมั้ง? นางเองก็ไม่แน่ใจนัก
"โหรวโหรวดีที่สุดเลย" หลี่ชิงหนิงกอดหลิวจือโหรว แล้วหอมแก้มนาง "งั้นข้าไปนอนแล้วนะ!"
"อืม ไปเถอะ!"
หลี่ชิงหนิงปล่อยมือของหลิวจือโหรว เด้งตัววิ่งกลับห้อง
เมื่อผ่านห้องของหลี่ชิงหลิงก็เจอเ้าของห้องยืนอยู่ที่ประตู มองนางด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
หลี่ชิงหนิงชะงักฝีเท้าทันเวลา กลืนน้ำลายและยิ้มให้หลี่ชิงหลิง "ท่านพี่... ยังไม่นอนหรือ?"
ท่านพี่คงไม่ได้อยากมาสะสางบัญชีกับนางใช่ไหม นางไปเห็นโดยบังเอิญจริงๆ นะ...
เอ่อ… ถึงแม้อยากจะแอบดูต่อก็เถอะ แต่ก็โดนพี่ใหญ่ไล่มาแล้วนี่
นางไม่ผิดจริงๆ นะ...
"อือฮึ... ทำไมยังไม่นอนอีก ไปไหนมา? หืม?"
นางสงสัยจริงๆ ว่าหลี่ชิงหนิงเกิดผิดเพศ ยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนเด็กผู้ชาย ซุกซนจริงๆ...
ดวงตาของหลี่ชิงหนิงกลอกไปมาอย่างระมัดระวัง หัวเราะแหะๆ บอกไปหาโหรวโหรวมา เพราะอยากให้ช่วยปักผ้าเช็ดหน้าให้
หลี่ชิงหลิงเคาะกรอบประตู ไม่บอกว่าตนจะเชื่อคำพูดของหลี่ชิงหนิงหรือไม่ ทำเพียงพูดเสียงเรียบ "ลืมทุกสิ่งที่เ้าเพิ่งเห็นซะ เข้าใจไหม"
พูดไปก็รู้สึกว่าใบหน้าของนางร้อนเล็กน้อย โดนน้องสาวเห็นตอนจูบหลิวจือโม่นี่มันช่าง...
เื่แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่ได้ หากนาง้าจูบหลิวจือโม่ คงต้องหาที่ลับๆ
เดี๋ยวสิ... นางคิดไปถึงไหนเนี่ย? หลี่ชิงหลิงส่ายหน้าอย่างแรง สะบัดความคิดในใจออกไป
หลี่ชิงหนิงเห็นหลี่ชิงหลิงขมวดคิ้วบ้าง ส่ายหัวบ้างแล้วมึนงง ไม่เข้าใจว่าพี่สาวกำลังทำอะไรอยู่?
“ท่านพี่เป็อะไรหรือ ปวดหัวรึ”
“ไม่เป็ไร กลับไปนอนเร็ว อย่าเที่ยวเตร่ไปมา”
หลังจากพูดจบ หลี่ชิงหลิงก็เดินเข้าไปในห้อง และปิดประตูดังปัง
"..." หลี่ชิงหนิงเกาหัว มองอยู่ครู่หนึ่งก็ปิดประตูห้องด้วยความงุนงง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ก่อนที่หลิวจือโม่จะออกจากบ้าน แม่สื่อก็มาหาด้วยรอยยิ้ม
"กำลังเตรียมออกจากบ้านหรือ"
หลิวจือโม่เห็นแม่สื่อที่แต่งตัวสวยงาม แล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“งั้นก็บังเอิญจริงๆ ฤกษ์ของพวกเ้าออกมาแล้ว มีวันมงคลสองวัน วันแรกคือวันที่สิบของเดือนหน้า อีกวันคือวันที่แปดเดือนของเดือนเจ็ด เ้าจะเลือกวันไหน?”
หลิวจือโม่บอกวันที่สิบของเดือนถัดไปโดยไม่แม้แต่จะคิด
วันที่แปดเดือนเจ็ดต้องรออีกสามสี่เดือน เขารอนานขนาดนั้นไม่ไหว
ถ้าเขาทำได้ เขาอยากจะแต่งงานกับหลิงเอ๋อในวันพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ
“เช่นนั้น... ข้าจะรอดื่มสุรามงคลของเ้าทั้งคู่”
หลิวจือโม่ยิ้มและมอบเงินให้กับแม่สื่อ หลังจากที่แม่สื่อจากไปอย่างมีความสุข เขาก็หันหลังกลับเดินไปที่ห้องหลี่ชิงหลิง เขาหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความตื่นเต้นเสร็จจึงเอื้อมมือไปเคาะประตู
“ใคร” หลี่ชิงหลิงถามด้วยความงัวเงีย
เขายิ้ม “ข้าเอง เข้าไปได้ไหม”
"อืม..."
เมื่อได้ยินคำตอบของนาง หลิวจือโม่ก็ผลักประตูห้องและเดินเข้าไป
เขาเดินไปที่ข้างเตียง เห็นหลี่ชิงหลิงที่ห่มผ้าแ่า โผล่เพียงศีรษะแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นในดวงตา เขานั่งเบาๆ ที่ข้างเตียง
เขาเอื้อมมือไปปัดผมที่ปรกหน้าเด็กสาวออก แล้วบีบจมูกนางเบาๆ
หลี่ชิงหลิงรู้สึกว่าหายใจไม่ออก จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น และเห็นเขากำลังบีบจมูก
นางเอื้อมมือไปตบมือเขา แล้วถามเขาด้วยเสียงฮึดฮัดว่ามาทำไม
หลิวจือโม่เกลี่ยผมทั้งหมดที่ปรกหน้าออก มองดูใบหน้าที่แดงระเรื่อ เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เมื่อกี้แม่สื่อมา นางเสนอวันมาสองวัน วันแรกคือวันที่สิบเดือนหน้า อีกวันคือวันที่แปดเดือนเจ็ด ข้าตัดสินใจเลือกต้นเดือนหน้า เ้าคงไม่คัดค้านอะไรใช่ไหม”
เขามองหลี่ชิงหลิงอย่างประหม่า กลัวว่าอีกฝ่ายจะคัดค้าน
แม้ว่าเขาจะค่อยๆ กล่อมนางได้ แต่ก็ยังหวังว่านางจะไม่คัดค้านวันที่เขาเลือก
เขาค่อนข้างโลภ หวังอยากให้นางรู้สึกแบบเดียวกับเขา และรีบแต่งงาน
หลี่ชิงหลิงมองเขานิ่งๆ จนเขาไม่กล้าหายใจแรง จากนั้นจึงพยักหน้าช้าๆ "งั้นก็วันที่สิบของเดือนหน้า ข้าไม่ขัดข้อง"
เขาจึงค่อยๆ คลายความกังวล ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หัวเราะกล่าวว่างั้นก็ดี
"พี่มีความสุขน่าดู..." นางกล่าว
เขาเป็คนที่ไม่แสดงอารมณ์ แต่ยามนี้ทั้งดวงตาและใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้นางรู้ว่าเขามีความสุขจริงๆ
หลิวจือโม่พยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา "ข้ามีความสุขจริงๆ แล้วเ้าละ?" เขาสบตากับนางและถามอย่างจริงจัง "เ้ามีความสุขไหม"
หลี่ชิงหลิงตอบรับโดยไม่ลังเล "ข้าก็มีความสุขมากเช่นกัน" นางรู้สึกถึงอารมณ์ของเขาและเริ่มมีความคาดหวังขึ้นมา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มของเขาก็กว้างขึ้นและอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจูบหน้าผาก "นอนเถอะ ข้าจะไปสถานศึกษา"
"เดินทางระวังนะ"
“ได้เลย...” เขาลูบหัวนางอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วออกไป
หลิวจือโม่ไม่้าอาศัยอยู่ในสถานศึกษา เขาจึงต้องขี่ม้าไปกลับทุกวัน
เขาขี่ม้ามาถึงสถานศึกษาอย่างอารมณ์ดี เพิ่งส่งม้าให้ผู้คุม เตรียมเข้าไปในสถานศึกษา เขาก็ได้ยินเสียงคนเรียก
“ศิษย์พี่หลิว...”
หลิวจือโม่หยุดชะงัก หันกลับไปมองและเห็นเด็กสาวอายุสิบสี่สิบห้าปีในชุดสีเหลืองอ่อนยืนอยู่ไม่ไกล มองดูเขาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
