“ศิษย์พี่หญิง เหยียนอวี่ยกให้ข้าจัดการเถอะ”
เมื่อพลังกายสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เยี่ยเฉินเฟิงก็เหยียบย่างเคลื่อนย้ายเงาพราย พกพาความกดดันของพละกำลังมหาศาลพุ่งทะยานไปจู่โจมเหยียนอวี่ที่มีพลังสูงสุด
“รนหาที่ตาย!”
เหยียนอวี่ที่เห็นเยี่ยเฉินเฟิงพุ่งโจมตีเข้ามาก็ล้วงหยิบพลองยาวที่สลักลายัขดตัว อาวุธิญญาระดับหลิงขั้นกลางออกมาจากถุงเอกภพ แล้วแทงทะลวงใส่หน้าอกของอีกฝ่ายด้วยพลังอำนาจที่สามารถตัดทะลวงได้อย่างง่ายดาย
เพื่อสร้างาแสาหัสให้กับเยี่ยเฉินเฟิงภายในการโจมตีเดียว เหยียนอวี่จึงเค้นพลังสูงสุดของตัวเองออกมาใช้ พุ่งแทงหอกออกไปราวกับสายฟ้า เพิ่มพลังโจมตีขึ้นเป็เท่าตัว
“ระวัง รีบหลบเร็ว!”
หลินเข่อจู๋รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของเหยียนอวี่ดี แม้แต่ตัวนางเองยังไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าจะเอาชนะเหยียนอวี่ได้ แล้วตอนนี้เยี่ยเฉินเฟิงยังสูญเสียพลังไปมากอีกต่างหาก คงไม่มีทางแสดงพลังทั้งหมดที่มีออกมาได้หรอก
“พละกำลังสี่หมื่นจิน”
เมื่อได้ยินเสียงร้องะโของหลินเข่อจู๋ เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่ได้ขยับหนีแต่อย่างใด เขาควบคุมพลังิญญาให้ผสานรวมกับพลังกาย แล้วยกระดับพลังให้สูงถึงขีดจำกัด พลังงานจำนวนมากไหลเวียนไปรวมตัวกันที่หมัดของเขา หนึ่งหมัดชกออกไปทางพลองยาวลายัที่พุ่งแทงเข้ามา
“ใช้หมัดเปล่าๆ ต่อกรกับพลองลายั ไอ้เด็กเวรนี่คงอยากตายจริงๆ สินะ” เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า ซงฉีก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา เขาจินตนาการถึงภาพของแขนเยี่ยเฉินเฟิงแหลกกระจุยไปล่วงหน้าแล้ว
ส่วนหลินเข่อจู๋ที่เตรียมจะทำการโจมตีอยู่นั้นก็พลันแสดงสีหน้าสิ้นหวังออกมา ท่าทางคล้ายไม่กล้ามองภาพตรงหน้าอีกต่อไป
“ชิ้ง!”
เยี่ยเฉินเฟิงชกหมัดซึ่งบีบอัดพลังจนถึงขีดสุดใส่พลองยาวลายั พละกำลังสี่หมื่นจินอันน่าสะพรึงกลัวราวกับน้ำเชี่ยวกรากไหลทะลักเข้าไปในพลองยาว ทำลายกระแสไฟฟ้าที่วิ่งวนรอบพื้นผิวไม้พลองและสั่นะเืจนแขนของเหยียนอวี่ชาหนึบจนเกือบเผลอปล่อยไม้พลองหลุดมือ
“อะไรกัน หมัดของเ้านั่นทำมาจากเหล็กไหลนิลกาฬหรืออย่างไร? ทำไมถึงได้แข็งขนาดนี้” คลื่นลูกั์ก่อตัวขึ้นในใจของเหยียนอวี่ เขาไม่มีทางเชื่อเื่ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เลย
ไม่เพียงแต่เหยียนอวี่เท่านั้นที่ตกตะลึงกับพลังกายของเยี่ยเฉินเฟิง ซงฉีและหลินเข่อจู๋เองก็ตกอยู่ในภาวะมึนงงเช่นเดียวกัน สายตามองไปทางเยี่ยเฉินเฟิงราวกับเห็นตัวประหลาด
‘จริงด้วย พลังที่แท้จริงของเหยียนอวี่ผู้นี้ได้รับผลกระทบจากสุสานมรณะ ถูกกดพลังลงเหลือแค่ปรมาจารย์อสูรมายาระดับหกเท่านั้น’ หลังจากะเิพลังทั้งหมดที่มีออกมาและโจมตีเหยียนอวี่ด้วยหมัดอันทรงพลังจนล่าถอยไป เยี่ยเฉินเฟิงก็ได้ข้อสรุปในใจ
เขาะเิเสียงคำรามออกมา พลังอำนาจบนร่างะเิออกอีกครั้ง เืลมที่พวยพุ่งราวกับควันสัญญาณไหลทะลักออกมาจากร่างกาย พละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวกดทับเหยียนอวี่จนอีกฝ่ายแทบจะหายใจไม่ออก
“กระบวนท่าพลองัอัสนี”
เมื่อััได้ถึงพลังคุกคามของเยี่ยเฉินเฟิง เหยียนอวี่ก็ไม่กล้าประมาทอีกต่อไป เขารีบใช้เคล็ดิญญาระดับหลิงขั้นสูง กระบวนท่าพลองัอัสนี
ลำแสงพลองที่เป็อัสนีบาตรพุ่งออกไปด้านหน้า กลายเป็ัคะนองตัวหนึ่งแยกเขี้ยวกางเล็บ พุ่งคำรามโจมตีไปทางเยี่ยเฉินเฟิง
แม้ว่าเหยียนอวี่จะได้รับผลกระทบจากสุสานมรณะและไม่สามารถใช้กระบวนท่าพลองัอัสนีพลังโจมตีอันแข็งแกร่งที่สุดได้ แต่กระบวนท่าพลองัอัสนีก็เป็เคล็ดิญญาระดับหลิงขั้นสูง อานุภาพจึงยังคงน่ากลัวไม่เปลี่ยนไป
“เคลื่อนย้ายเงาพราย!”
เมื่อรับรู้ได้ถึงพลานุภาพของัคะนองประกายอัสนีที่คุกคาม เยี่ยเฉินเฟิงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะใช้เคลื่อนย้ายเงาพรายพลิ้วกายหลบหนี
ใต้ฝ่าเท้าของเขาสว่างวาบ เงาร่างซ้อนทับเลือนรางปรากฏขึ้นด้านหลังของเขา เพิ่มความเร็วของเขาให้สูงขึ้นและหลบเลี่ยงการโจมตีของัคะนองประกายอัสนีได้อย่างหวุดหวิด เข้าประชิดตัวเหยียนอวี่และโจมตีใส่เขาด้วยกระบวนท่าที่มีพลังอำนาจดุจอัสนีบาต
เยี่ยเฉินเฟิงเข้าต่อสู้โรมรันกับเหยียนอวี่อย่างดุเดือด หลินเข่อจู๋และซงฉีที่ได้สติคืนมาก็หันไปโจมตีฝ่ายตรงข้ามพร้อมกัน
ในตอนนั้นเอง เสียงะเิดังสนั่นก็ปรากฏขึ้น พลังิญญาอันน่ากลัวพุ่งปะทะกันอย่างดุเดือด เกิดเป็คลื่นสะท้อนการโจมตีจำนวนมาก สั่นะเืรุนแรงจนพื้นใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาเริ่มปริแตกเป็รอยแยกเต็มไปหมด เนินหลุมสุสานทั้งเล็กทั้งใหญ่แทบจะราบเป็หน้ากลอง
หลินเข่อจู๋ที่สิ้นเปลืองพลังงานไปมากรู้ดีว่า หากไม่สามารถจัดการกับซงฉีได้ในระยะเวลาอันสั้น นางจะต้องเป็ฝ่ายที่ตกอยู่ในอันตรายเสียเองแน่ จึงตัดสินใจเด็ดขาดร่ายเคล็ดิญญาที่แข็งแกร่งสุดของตนเองโจมตีใส่ซงฉี
เมื่อร่างอันใหญ่โตของงูเหลือมเพลิงปรากฏขึ้นซ้อนทับร่างกายของนาง พลังิญญาก็ไหลทะลักเข้าไปในดาบผลึกเพลิง ชั่วพริบตานั้น บนพื้นผิวของดาบผลึกเพลิงก็ปรากฏแสงเพลิงโชติ่ขึ้นมาราวกับกำลังเผาไหม้อย่างไรอย่างนั้น
“เงาเพลิงคีรีดาบ”
หลินเข่อจู๋คำรามลั่น ตวัดดาบผลึกเพลิงในมือฟาดฟันออกไป ลำแสงดาบสีแดงเพลิงน่าสะพรึงกลัวม้วนเอาลมร้อนที่แผดเผาเข้ามา กลายรูปลักษณ์เป็ูเาดาบ ฟาดฟันไปทางซงฉี
“หลินเข่อจู๋ วันนี้มันต่างไปจากในอดีตแล้ว เ้าต่างหากล่ะที่จะต้องพ่ายแพ้”
ม่านตาของซงฉีหดวูบ จิตอสูรน่าหวาดกลัวปรากฏขึ้นซ้อนทับร่างกายของเขา พลังอัสนีม่วงไหลทะลักออกมา รวมกันจนกลายเป็ลำแสงดาบอัสนีม่วงที่น่าตื่นตระหนก พุ่งเข้าปะทะกับเงาเพลิงคีรีดาบที่ถูกฟันลงมา
“ตูม!”
ในพริบตาที่ลำแสงดาบอันน่าหวาดหวั่นทั้งสองสายตัดปะทะกัน ก็พลันเกิดเสียงะเิดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว คลื่นพลังงานมหาศาลซัดพลังหยินรอบๆ จนกระจัดกระจาย พื้นดินราวกับจะแตกแยกออกจากกัน
“พรวด!”
เมื่อต้องรับมือกับแรงปะทะ หลินเข่อจู๋และซงฉีก็กระเด็นถอยหลังไปจากแรงสะท้อนกลับ ทั้งคู่กระอักเืออกมาพร้อมกัน
หลินเข่อจู๋สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เพื่อกดให้เืลมที่ปั่นป่วนสงบลง จากนั้นก็ฟาดฟันลำแสงดาบเพลิงใส่ซงฉีไปอีกครั้ง การโจมตีที่ราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากชนิดไม่สนใจความเป็ตายก็กดดันซงฉีให้ถอยร่นไปอย่างต่อเนื่อง
“หลินเข่อจู๋ ข้าอยากจะเห็นนักว่าเ้าจะยืนหยัดได้นานสักแค่ไหน”
แม้ว่าซงฉีจะเป็ผู้ถูกกระทำอยู่แต่เขาก็ไม่ได้วิตกกังวล ทุ่มเทพลังทั้งหมดไปกับการป้องกัน รอโอกาสที่จะเอาคืนหลังจากหลินเข่อจู๋ใช้พลังจนหมดแรง
“แย่แล้ว ศิษย์พี่หลินกำลังจะยื้อต่อไม่ไหวแล้ว ข้าต้องรีบจบการต่อสู้นี้โดยไว ไม่อย่างนั้นนางเป็อันตรายแน่”
แม้ว่าการโจมตีของหลินเข่อจู๋จะดุดันร้ายกาจ แต่เยี่ยเฉินเฟิงที่ประสาทััเฉียบไวก็รับรู้ได้ถึงความสับสนวุ่นวายจากกลิ่นอายของอีกฝ่าย จึงเดาว่านางจะยื้อเอาไว้ไม่ไหวแล้ว
เยี่ยเฉินเฟิงอาศัยพละกำลังอันยอดเยี่ยมต้านทานพลองลายัที่เหยียนอวี่โจมตีเข้ามา ก่อนจะตะปบถุงเอกภพอย่างรวดเร็ว กระบี่เมฆาสีชาดที่กลายเป็ลำแสงสีแดงก็บินทะยานออกมา จากนั้นครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ในร่างของเขาก็พรั่งพรูออกมา
”ครึ่งก้าวอำนาจกระบี่!”
เมื่อตวัดกระบี่ออกไปกลางอากาศก็ปรากฏลำแสงกระบี่อันดุดันขึ้น แทงทะลุอากาศที่ขมุกขมัวแล้วฟาดฟันใส่เหยียนอวี่อย่างสุดแรง
ในตอนที่เหยียนอวี่ร่ายเคล็ดิญญาออกมาปะทะกับครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ของอีกฝ่าย ร่างกายจึงสูญเสียการควบคุมไปเล็กน้อย เยี่ยเฉินเฟิงก็ใช้เคลื่อนย้ายเงาพรายเข้าประชิดตัวเขาอย่างฉับพลัน
“ไปตายซะ”
เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าอย่างแปลกประหลาด เหยียนอวี่ที่ร่างกายสูญเสียการควบคุมอยู่เล็กน้อยก็กวัดแกว่งพลองลายัในมือโจมตีใส่อีกฝ่าย ในขณะที่ลำแสงพลองอันหนักอึ้งฟาดลงไปเบื้องหน้านั้น เยี่ยเฉินเฟิงก็ใช้เคลื่อนย้ายเงาพรายแวบหายหลบลำแสงพลองอันหนักอึ้งแล้วโผล่ไปอยู่ด้านหลังของเขาแทน
“แย่แล้ว!”
เมื่อพลองอันหนักอึ้งถูกเยี่ยเฉินเฟิงหลบเลี่ยงได้ เหยียนอวี่ก็คิดจะพลิ้วกายหลบตามสัญชาตญาณ
ในขณะที่เขากำลังจะพลิ้วกายหนีนั้น เขาก็ััได้ถึงแรงสั่นะเืจากพื้นเบื้องล่าง จนทำให้การเคลื่อนไหวของเขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย
ครู่ต่อมา เื้ัของเขาก็ปรากฏลำแสงดาบอันดุดัน ฟันผ่านอากาศและทะลุเกราะป้องกันของเขาเข้ามาได้ ทิ้งรอยแผลถูกฟันลึกจนถึงกระดูดเอาไว้ด้านหลังของเขา เพียงกระบี่เดียวก็ซัดเขาจนลอยกระเด็นออกไป
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกยืนให้มั่นคง อำนาจกระบี่ไร้ที่สิ้นสุดก็ะเิออกมาจากร่างของเยี่ยเฉินเฟิงรวมกันจนกลายเป็แรงทำลายล้าง หนึ่งกระบี่ฟาดฟันลงบนศีรษะของเขา
แม้ว่าเหยียนอวี่จะพยายามหลบเลี่ยงอย่างสุดชีวิต แต่ลำแสงดาบที่รวมขึ้นจากครึ่งก้าวอำนาจกระบี่ของเยี่ยเฉินเฟิงรวดเร็วเกินไป เพียงพริบตาเดียว แขนข้างขวาของเขาก็ถูกลำแสงกระบี่อันคมกริบตัดขาด เืไหลทะลักเจิ่งนองเต็มพื้น
หลังจากแขนขวาถูกเยี่ยเฉินเฟิงตัดขาด เหยียนอวี่ก็ร้องโหยหวนด้วยความปวดร้าวก่อนจะใช้มือกดาแตรงข้อแขนที่เืไหลไม่หยุดเอาไว้แล้วหลบหนีหัวซุกหัวซุนทันที
พอเหยียนอวี่วิ่งหนีเอาตัวรอดไป ซงฉีก็เกิดกลัวขึ้นมาทันที เขามองไปทางเยี่ยเฉินเฟิงด้วยสายตาหวาดผวา ก่อนจะผละออกจากหลินเข่อจู๋ที่ใกล้จะหมดแรงสู้เต็มทีแล้ววิ่งหนีตามเหยียนอวี่ไปติดๆ
