ไม่ได้ใช้เวลานานนัก พละกำลังที่เนี่ยเทียนสูญเสียไปกับการสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างเต็มที่
ลืมตาขึ้น เขาเห็นเฟิงหลัวจากสำนักโลหิตกำลังมองประเมินเขาอยู่เงียบๆ
เห็นว่าเขาตื่นแล้ว เฟิงหลัวจึงพยักหน้าให้เขาน้อยๆ กล่าว “หากคนผู้นั้นมา เ้าสร้างสนามแม่เหล็กขึ้นมาก่อน ต้องได้เปรียบมากแน่นอน”
“ตกลง” เนี่ยเทียนตอบรับ
“ส่วนไข่มุกน้ำแข็งะเิ...” เฟิงหลัวคิดอยู่ครู่ก็พูดว่า “เกรงว่าคงไม่มีประโยชน์เท่าใดนัก”
“หมายความว่าอย่างไร?” เนี่ยเทียนถามด้วยความแปลกใจ
เฟิงหลัวยิ้มเจื่อน กล่าว “เมื่อครู่ลืมบอกเ้าไป พลังิญญาที่คนผู้นั้นฝึกก็คือคาถาวิเศษน้ำแข็ง ธาตุของเขาคือพลังความเย็นสุดขั้ว”
“เขาที่เป็เช่นนี้ย่อมไม่กลัวแท่งน้ำแข็งและมีดน้ำแข็งจากไข่มุกน้ำแข็งะเิ”
“อีกอย่างพลังความเย็นที่เกิดจากไข่มุกน้ำแข็งะเิจะยังช่วยให้เขานำมาใช้ต่อกรกับพวกเราได้ด้วย”
พอได้ยินว่าคนผู้นั้นฝึกพลังความเย็น เนี่ยเทียนก็ยกเลิกความคิดที่จะใช้ไข่มุกน้ำแข็งะเิอีกครั้งทันที “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่ใช้ไข่มุกน้ำแข็งะเิ”
“ก่อนหน้านี้ตอนที่ต่อสู้กับเขา ข้าได้รับาเ็ไม่น้อย ซึ่งยังไม่อาจฟื้นตัวได้ใน่ระยะเวลาสั้นๆ นี้” เฟิงหลัวรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “แน่นอนว่าเมื่อเขามา ข้าต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทว่า...ข้าไม่แน่ใจว่าจะทำร้ายเขาได้จริงหรือไม่”
“นางล่ะ?” เนี่ยเทียนมองไปทางอวี๋ถง
อวี๋ถงนั่งเงียบอยู่บนก้อนหินก้อนหนึ่ง บนร่างมีปราณเืเข้มข้นลอยอบอวล
“เสี่ยวถงไม่ได้าเ็เท่าไหร่นัก หลังจากที่ผ่านประสบการณ์ในเทือกเขาชื่อเหยียน ตอนนี้นางเลื่อนสู่ท้าย์่กลางสำเร็จแล้ว ทว่าต่อให้เป็เช่นนี้ก็ยังอยู่แค่ท้าย์เท่านั้น จะฆ่าขอบเขตต้น์ได้อย่างไร?”
พูดมาถึงตรงนี้ สายตาที่เฟิงหลัวใช้มองเนี่ยเทียนก็ฉายประกายแปลกประหลาดอย่างเห็นได้ชัด
เนี่ยเทียนและเจิ้งปินล้วนมีตบะอยู่ท้าย์่ต้น ทั้งสองคนรวมพลังกันสามารถกำจัดเจี่ยเผิงได้ ในสายตาของเขา นี่ช่างเป็เื่ที่ไม่น่าเป็ไปได้อย่างยิ่ง
“อูจี้...”
เขาโยนความมหัศจรรย์ทั้งหมดบนตัวเนี่ยเทียนให้เป็ความดีความชอบของอูจี้ จึงยิ่งเลื่อมใสนับถืออูจี้มากขึ้น
“ท้าย์่กลาง” เนี่ยเทียนเหลือบตามองอวี๋ถงหนึ่งครั้ง
เขานึกไม่ถึงว่านางมารนั่นจะฝ่าทะลุไปอีกขั้นใน่ระยะเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้
ถึงแม้เขาเองก็ได้พบกับเื่อัศจรรย์หลายครั้ง ทว่าก่อนที่จะไปจากเทือกเขาชื่อเหยียนก็ยังไม่สามารถเลื่อนจากท้าย์่ต้นเข้าสู่่กลางได้
เขาจึงรู้สึกทึ่งกับพร์ในการฝึกบำเพ็ญตนของนางมารผู้นั้นอย่างยิ่ง
อวี๋ถงที่สวมอาภรณ์สีเื แม้จะนั่งอยู่เฉยๆ แต่ก็ยังมีเสน่ห์เย้ายวนชวนมองไม่น้อย
เวลานี้คล้ายััได้ถึงสายตาของเนี่ยเทียน นางจึงหันหน้ากลับมาถลึงตาดุดันใส่เนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง แค่นเสียงกล่าว “มองอะไรของเ้า?”
เนี่ยเทียนยิ้มประดักประเดิด “ไม่... ไม่มีอะไร”
ตอนนี้ทั้งสองคนต้องร่วมมือกันชั่วคราว เขาไม่อยากจะมีเื่กับนางในเวลานี้ จึงย้ายสายตามามองที่เจิ้งปินแล้วส่งยิ้มไปให้
เจิ้งปินเองก็ยิ้มกลับมาให้เขา “ข้าคิดว่าคราวนี้พวกเราก็ต้องเป็ฝ่ายชนะอีกแน่”
มีประสบการณ์สังหารเจี่ยเผิง เห็นได้ชัดว่าเจิ้งปินมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย อีกทั้งตอนนี้พวกเขายังมีเฟิงหลัวและอวี๋ถงเพิ่มมาด้วย เขารู้สึกว่าหากต้องเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งต้น์่กลาง ก็คงไม่น่ากลัวเท่าใดนัก
เขายังถึงขั้นคิดไปแล้วว่าหากอีกครู่สังหารคนผู้นั้นได้ เขา... จะได้วัตถุวิเศษเป็ส่วนแบ่งเท่าใด?
“อู้ๆ!”
และเวลานี้เอง มีลมเย็นเสียดแทงกระดูกระลอกหนึ่งพัดโชยมาเงียบๆ
ท่ามกลางสายลมนั้นแฝงเร้นไว้ด้วยพลังความเย็นที่ทำให้กระดูกจับตัวน้ำเป็น้ำแข็ง ซึ่ง่ที่ผ่านมาเนี่ยเทียนเคยเจอกับลมเย็นแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
พอลมเย็นพัดมา เขาไม่คิดอะไรมากก็หยิบเอาหินวิเศษก้อนหนึ่งออกมาจากกำไลเก็บของ เริ่มดูดซับพลังิญญาของมัน
ม่านแสงพลังิญญาที่อ่อนจางชั้นหนึ่งค่อยๆ กระเพื่อมขึ้นมาปกคลุมบนร่างของเขา เขากำลังโคจรพลังงานไปต้านทานกับความหนาวเหน็บรอบกาย
เจิ้งปิน อวี๋ถงและเฟิงหลัวต่างก็รู้ถึงความโหดร้ายของลมเย็นนั้น ทุกคนขมวดคิ้วมุ่น พยายามต้านทานพลังความเย็น
เืลมในร่างเฟิงหลัวซึ่งมีขอบเขตต้น์่ต้นพลันสั่นไหว คล้ายรู้สึกระแวดระวัง
“ผิดปกติ ลมเย็นระลอกนี้พัดมาโดยบังเอิญเกินไป ข้าสงสัยว่า... น่าจะเป็แผนการลับๆ ของเ้าหมอนั่น” เฟิงหลัวพูดเบาๆ
เนี่ยเทียนตะลึง “เขาสามารถเรียกใช้ลมเย็นที่พัดอยู่ในต่างแดนได้อย่างนั้นรึ?”
“ข้าไม่แน่ใจ” เฟิงหลัวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็กล่าวว่า “แต่เขาฝึกวิชาความเย็นสุดขั้ว การมาเยือนของลมเย็นระลอกนี้ เขาไม่เพียงแต่ไม่จำเป็ต้องทำการป้องกันใดๆ ยังได้รับผลประโยชน์จากวิธีนี้ด้วย!”
“พลังงานของคนผู้นั้นน่าจะเพิ่มมากขึ้นในระดับหนึ่งด้วยลมเย็นระลอกนี้!”
“ทุกคนระวังตัวกันให้ดี!”
“ไม่ว่าลมเย็นระลอกนี้จะมาจากเขาหรือไม่ แต่หากเป็ข้า ข้าย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปแน่นอน!”
สีหน้าเนี่ยเทียนเองก็เปลี่ยนมาเป็เคร่งขรึมอย่างยิ่ง ทั้งยังแอบแผ่พลังจิตออกไปรับัักับการเปลี่ยนแปลงของพลังความเย็นรอบด้านอย่างละเอียด
พอพลังจิตของเขาลอยออกไปจากร่างก็ััได้ทันทีว่าในลมเย็นระลอกนั้นยังปะปนไปด้วยพลังจิติญญาที่แฝงเร้นไว้ด้วยกลิ่นคาวเืด้วย
และพลังิญญาเ่าั้ได้ปกคลุมไปทั่วบริเวณตาข่ายปฐีแล้ว
ซึ่งเวลานี้ พลังจิตของเขาก็แค่แผ่ออกไปด้านนอกสิบกว่าเมตรเท่านั้น
เขาใช้สายตาตกตะลึงมองไปที่เฟิงหลัว
เฟิงหลัวพยักหน้าน้อยๆ สายตาที่มองมายังเขาเผยแววชื่นชมเล็กน้อย กล่าว “ที่เสี่ยวถงพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือเ้าหลายต่อหลายครั้ง ดูท่าคงไม่ใช่เพราะเ้าบังเอิญโชคดี”
เส้นเืที่กระจายออกไปรอบด้านนั้นมาจากเฟิงหลัว เมื่อกระแสจิตของเนี่ยเทียนแผ่ออกมา เขาจึงััได้ทันที
ในความรู้สึกของเขา พลังจิตที่เนี่ยเทียนแผ่ออกมาเพียงเล็กน้อยทั้งบริสุทธิ์และเข้มข้นมากยิ่งกว่าของอวี๋ถงเสียอีก
ทั้งๆ ที่อวี๋ถงก็เหยียบย่างเข้าสู่ท้าย์่กลางแล้ว!
ยิ่งพลังจิตแข็งแกร่งก็หมายความว่าการบำเพ็ญตบะในวันหน้าจะยิ่งมีการพัฒนาด้านจิติญญาเป็พิเศษ
เมื่อพลังจิตรวมตัวกันได้ระดับหนึ่งจะแปรสภาพกลายมาเป็พลังจิติญญา พลังจิติญญาคือวิธีการที่มีเฉพาะในผู้ฝึกลมปราณระดับสูงเท่านั้น ซึ่งจะแฝงเร้นไว้ด้วยความอัศจรรย์มากมาย
ความแข็งแกร่งของพลังจิตเนี่ยเทียน เมื่อเขาแอบรับััอยู่อีกครู่ก็ยิ่งตกตะลึง
“อูจี้...” เขาพึมพำกับตัวเองอยู่ในใจ ยิ่งเคารพเลื่อมใสตาเฒ่าผู้นั้นของสำนักหลิงอวิ๋นมากขึ้น
“ท่านลุงเฟิง! ตาข่ายปฐีมีการเปลี่ยนแปลง!” ทันใดนั้นอวี๋ถงก็ร้องขึ้นมาเสียงแหลม
ระหว่างที่นางพูด เฟิงหลัวและเนี่ยเทียนััได้พร้อมกันว่าไอเย็นที่พัดมากำลังแทรกซึมลงไปใต้ดินช้าๆ
ในพื้นใต้ดินที่เย็นเฉียบซุกซ่อนเส้นเืตาข่ายปฐีเอาไว้มากมาย เมื่อได้รับผลกระทบจากพลังความเย็นสุดขั้ว เส้นเืจึงเริ่มจับตัวเป็น้ำแข็ง
เส้นเืตาข่ายปฐีแข็งตัว นี่หมายความว่าหากอวี๋ถงคิดจะร่ายใช้เวทลับตาข่ายปฐี นางจำเป็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สาหัสมากกว่าเดิม
อีกทั้งก็ใช่ว่านางจะสามารถชักนำเส้นเืตาข่ายปฐีที่แข็งตัวออกมาได้ทั้งหมด
ลมเย็นที่มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ตาข่ายปฐีแข็งตัว เวทลับสำนักโลหิตที่นางร่ายขึ้นมาอย่างยากลำบากจึงเสียประสิทธิภาพไปในพริบตา
ดวงตาสีเืงามชวนพิศของนางเต็มไปด้วยความร้อนรน
และเวลานี้เอง เงาร่างผอมสูงร่างหนึ่งก็พลันลอยขึ้นบนท้องฟ้าจุดที่ห่างออกไปไกล
ร่างของคนผู้นั้นคล้ายลอยไปมาตามลมเย็นเยียบ และถูกลมหนาวเหน็บพัดให้เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
กระแสความเย็นระลอกหนึ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากระเพื่อมไหวอยู่บนร่างของคนผู้นั้น คล้ายว่าเขาเองที่เป็ผู้ก่อกวนทิศทางลม
“เป็ฝีมือเขาจริงๆ ด้วย!”
วินาทีที่มองเห็นเขา เฟิงหลัวก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ทันทีว่าเหตุใดอยู่ๆ ถึงมีลมเย็นพัดโชยมา
“เอ๊ะ! มีผีน้อยเพิ่มมาอีกสองคนด้วย!” ผู้ที่มาเยือนมองไกลๆ มาเห็นก็พลันหัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง “ดีเลยๆ จะได้สะสมกุญแจประตู์เพิ่มขึ้นอีกสองดอก!”
เพียงแค่มองปราดเดียวเขาก็รู้ทันทีว่าเนี่ยเทียนและเจิ้งปินมีตบะท้าย์
ในสายตาของเขา ความสามารถเช่นนี้เดิมทีก็เป็แค่แกะน้อยที่จงใจนำตัวมาให้เชือด เพื่อให้เขาได้กุญแจประตู์โดยแท้
