สำหรับนักรบของราชอาณาจักรเซนิทแล้ว การต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือระดับหกดาวถือได้ว่าหายากยิ่ง นี่เป็โอกาสดีที่พวกเขาจะได้เรียนรู้ทักษะการต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือและนำมาปรับปรุงพัฒนาฝีมือของตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่สำหรับาาทุกอาณาจักรและเหล่าอัศวินทั้งหลายแล้ว การต่อสู้ในครั้งนี้สามารถดึงดูดพวกคนใหญ่คนโตจากเมืองหลวงให้มาชมการต่อสู้ถึงที่นี่ได้ มันคือโอกาสอันดีที่พวกเขาจะได้สานสัมพันธ์กับพวกขุนนางชั้นสูงทั้งหลายที่ปกติจะไม่ค่อยได้เห็นหน้า
ยังเหลือเวลาอีกห้าชั่วโมงก่อนจะถึงเวลานัดหมายต่อสู้ รอบๆ สนามประลองดาบหมายเลขหนึ่งเต็มไปด้วยฝูงชน ทุกคนอยากมาชมการต่อสู้อย่างใกล้ชิด อยากเห็นการต่อสู้ด้วยสายตาของตัวเอง นอกจากพื้นที่แถวด้านหน้าสุดของสนามประลองดาบที่ถูกกันไว้ให้เหล่าขุนนางชั้นสูงแล้ว ทุกที่ก็เต็มไปด้วยฝูงชนที่แน่นขนัดจนแม้แต่เข็มก็ไม่อาจแทรกเข้าไปได้
เวลาไหลไปเรื่อยๆ ฝูงชนเริ่มกระสับกระส่าย
แม้การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายจะยังไม่เกิดขึ้น แต่บรรยากาศรอบๆ สนามก็เริ่มตึงเครียดขึ้นมาจนทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ หายใจไม่ออก ภายในรัศมีหนึ่งพันเมตรรอบสนามประลองดาบหมายเลขหนึ่งเต็มไปด้วยฝูงชนที่แออัด ส่วนด้านนอกรัศมีหนึ่งพันเมตรมีหอคอยไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างลวกๆ ้ามีฝูงชนที่มาสายจำนวนหนึ่งปีนขึ้นไปเพื่อรอชมการต่อสู้
ท่ามกลางทะเลมนุษย์ จะมีถนนเส้นเล็กๆ ที่กว้างไม่ถึงสามเมตรอยู่สายหนึ่ง
กองกำลังของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดในสภาพชุดเกราะและอาวุธครบมือต่างเข้าไปแยกฝูงชนที่แออัดเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เหล่าขุนนางชั้นสูงที่นั่งรถม้ามาเข้าชมการต่อสู้ ในค่ายทหารของอาณาจักรบริวารมีสนามประลองดาบอยู่ห้าสิบแห่ง ทางราชอาณาจักรได้จัดเตรียมสนามประลองไว้ล่วงหน้าสำหรับพวกนักรบหรืออาณาจักรที่มีความขัดแย้งกัน พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้สู้กันเอง แต่จะต้องมาตัดสินเป็ตายที่สนามประลองที่ทางราชอาณาจักรเตรียมไว้ให้
สนามประลองดาบแต่ละแห่งสร้างขึ้นมาด้วยก้อนหินแข็งๆ และเสริมด้วยอักขระเวทมนตร์และวงเวทจากเหล่านักเวทระดับสูง ซึ่งการที่จะกระตุ้นการทำงานของวงเวทเหล่านี้จะต้องใช้ก้อนหินเวทมนตร์จำนวนมาก เพื่อเพิ่มพลังในการป้องกันไม่ให้สนามประลองถูกทำลายลงในระหว่างการต่อสู้ได้ยินมาว่าเพื่อการประลองของยอดฝีมือที่แข็งแกร่งในวันนี้ หัวหน้านักเวทของราชอาณาจักรเซนิทอย่างท่านกัดดาบิลาถึงกลับลงมาควบคุมวงเวทด้วยตัวเอง ทำให้วงเวทนี้แข็งแกร่งมากจนสามารถต้านทานการโจมตีของนักเวทหรือนักรบระดับเจ็ดดาวได้
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นสูง ฝูงชนรออย่างใจจดใจจ่อ
บ่อนและหอการค้ารายใหญ่เริ่มตั้งกฎและอัตราการเดิมพันขึ้นมา เนื่องจากอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดถือได้ว่าเป็หนึ่งในยอดฝีมือรุ่นเก๋าของราชอาณาจักรที่ไม่ว่าใครต่างก็รู้จักกันดี ดังนั้นอัตราการแทงข้างเขาจึงสูงกว่าซุนเฟยหลายเท่า สำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษชั้นสูงที่ใช้ชีวิตแบบขาดความตื่นเต้นแล้ว ดังนั้น การต่อสู้ระหว่างเป็ตายของยอดฝีมือระดับหกดาวจึงกลายเป็สิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจ พวกเขาไม่ลังเลที่จะควักเงินจำนวนมหาศาลเพื่อลงพนันสำหรับการต่อสู้ในครั้งนี้ พวกเขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะให้การต่อสู้เริ่มขึ้น
เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ
เสียงเกือกม้าดังสนั่นแต่ไกลๆ หิมะปลิวว่อนไปทั่วบริเวณพร้อมกับเสียงธงโบกสะบัดไปมาในอากาศ ขบวนอัศวินม้าขนาดใหญ่กำลังแล่นมาจากเมืองหลวงเพื่อคุ้มกันรถม้าเวทมนตร์สองสามคันมายังสนามประลองดาบหมายเลขหนึ่ง
“อ่า...นั่นคือคนของตระกูลดีนที่เป็หนึ่งในเจ็ดขุนนางชั้นสูงแห่งราชอาณาจักรเซนิท พวกเขาควบคุมหนึ่งในสิบกองกำลังหลักของราชอาณาจักร 'กองกำลังอินทรีสยายปีก' ไว้ เ้าเห็นชายหนุ่มที่สวมชุดเกราะด้านหน้าสุดไหม นั่นเป็ผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของตระกูลดีน นักเวทอัจฉริยะ ดีน กาซอร์ลา...”
ผู้คนเริ่มส่งเสียงฮือฮา
ขบวนอัศวินเกราะสีเงินควบม้าผ่านเข้ามาจนแผ่นดินะเื กีบเท้าม้าย่ำหิมะที่ละลายกลายเป็โคลน กระเด็นเปรอะร่างผู้คนจำนวนมาก แต่กลับไม่มีใครกล้าไม่พอใจรถม้าเวทมนตร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ ม้าลากวิ่งไปยังสนามประลองดาบหมายเลขหนึ่ง ก่อนที่มันจะหยุดลง จากนั้นประตูรถม้าก็เปิดออกพร้อมกับร่างที่สูงสง่าสองสามคนเดินลงมา พวกเขาเดินไปยังที่นั่งสำหรับขุนนางชั้นสูงภายใต้การคุ้มกันอย่างแ่าของเหล่าอัศวิน
ตระกูลดีนเป็ตระกูลขุนนางชั้นสูงซึ่งน้อยครั้งมากๆ ที่พวกเขาจะปรากฏตัวออกมาต่อหน้าสาธารณะชน ไม่ช้าก็มีเสียงเกือกม้าวิ่งออกมาจากประตูเมืองหลวง อัศวินม้าควบม้านำหน้า ตามมาด้วยรถม้าเวทมนตร์ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงก็คือ สัตว์ที่ใช้จูงรถม้า
“โฮก!!!”
เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วฟ้า สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายเสือหกตัวที่มีส่วนสูงหกเมตร ลำตัวยาวหกเมตร คอยลากดึงรถม้าเวทมนตร์สามคันที่เรืองแสงสีแดง สีทองและสีม่วงผ่านหน้าฝูงชนไป สัตว์อสูรที่น่ากลัวนี้ได้แผ่กลิ่นอายเวทมนตร์ที่รุนแรงออกมา พวกเขามองเห็นคมมีดสายลมที่บินวนรอบๆ กายของพวกมันอย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า ไม่ว่ามันเดินผ่านตรงไหนก็จะคอยส่งเสียงขู่คำรามออกมา บางคนที่ขี้ขลาดหน่อยก็สะดุ้งใจนฉี่ราด
“นั่นมันตราสัญลักษณ์ของตระกูลฟรอยด์นี่ โอ้พระเ้า พวกเขาใช้สัตว์อสูรระดับห้ามาลากรถม้าเวทมนตร์อย่างนั้นหรือ น่ากลัวเกินไปแล้ว...สัตว์อสูรแบบนั้น ตัวหนึ่งก็ปาไปพันเหรียญทองแล้ว แถมยังหายากอีกด้วย!”
บางคนที่รู้จักสัตว์อสูรก็พลันอุทานออกมา ทันทีที่รู้ว่าสัตว์อสูรที่ดุร้ายพวกนั้นเป็สัตว์อสูรระดับห้า ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันตื่นใขึ้นมา
ตูมๆๆ!
แผ่นดินเริ่มสั่นไหว ก่อนจะเห็นร่างของสัตว์อสูรขนาดมหึมาตัวหนึ่งปรากฏออกมาจากเมืองหลวง ขนาดตัวของมันเทียบได้กับูเาขนาดย่อม ทุกย่างก้าวของมันก็ทำเอาแผ่นดินะเืประหนึ่งเกิดแผ่นดินไหว บนตัวสัตว์อสูรั์มีอัศวินชราผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากและชุดเกราะสีดำยืนอยู่ เขากำลังปกป้องหญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้หนึ่งและชายชราที่สวมชุดเกราะสีม่วงคนหนึ่งมายังสนามประลอง...
“นั่นคือตระกูลบีเกิ้ลที่ควบคุม 'กองกำลังั์' หนึ่งในสิบกองกำลังหลักแห่งราชอาณาจักรเซนิท...มีเพียง 'กองกำลังั์' เท่านั้นถึงจะสามารถใช้สัตว์ประหลาดั์พวกนี้ได้ พวกเขาไร้เทียมทาน สามารถผ่าูเาแหวกอากาศได้”
“...มาดูนี่เร็ว เห็นผู้หญิงสวยๆ คนนั้นไหม? นั่นเป็ทายาทหญิงเพียงคนเดียวของตระกูลบีเกิ้ล บีเกิ้ล บียอนเซ่ ได้ยินมาว่านางเป็ลูกรักของหัวหน้าตระกูล ในเมืองหลวงมีคนลือกันว่า หากมีใครทำใหู้เาน้ำแข็งอย่างคุณหนูบียอนเซ่คนนี้แต่งงานด้วยได้ คนคนนั้นจะได้รับทรัพย์สินและขุมอำนาจทั้งหมดของตระกูลบีเกิ้ล มีผู้ชายมากมายที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็คนรักของนาง...”
“จริงดิ? พระเ้า ถ้าข้าได้แต่งกับนางล่ะก็...คงจะดี”
“เ้า? อย่าได้ฝันเลย ูเาน้ำแข็งคนนี้เป็ยอดฝีมือที่มากด้วยพร์ ถ้าคิดอยากจะเป็ผู้ชายของนาง อย่างน้อยๆ ก็เอาชนะนางให้ได้ก่อนเถอะ...”
ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทา พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากประตูเมืองหลวงอีกครั้ง
ท่ามกลางฝูงชนที้กำลังซุบซิบนินทากันขุนนางคนอื่นๆ ก็พากันทยอยออกมา โฉมหน้าของบรรดาเหล่าขุนนางชั้นสูง ต่างทยอยปรากฏตัว บางคนที่หัวไวก็เริ่มรู้สึกได้ถึงกลิ่นแปลกๆ ที่ไม่ชอบมาพากล พวกคนใหญ่คนโตมามากขนาดนี้ แสดงว่าการประลองในครั้งนี้จะต้องมีความหมายที่ไม่ธรรมดาแน่นอน
“พรึ่บๆ!”
ปรากฏเงาจำนวนหนึ่งที่กำลังลอยอยู่บนอากาศพร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมคม
ดวงตาของฝูงชนต่างเบิกกว้างเมื่อเห็นว่ามีเงาร่างของบุรุษจำนวนหกคนที่แข็งแกร่งผ่านหน้าของพวกเขาไป ทั้งร่างของพวกเขาปลดปล่อยกลิ่นอายที่อันตรายออกมา แม้แต่คนที่ไม่มีคลื่นพลังยังรู้สึกได้ถึงบรรยากาศกดดันที่น่ากลัวจากร่างของบุรุษเ่าั้ แม้แต่พวกขุนนางชั้นสูงต้องยอมหลีกทางให้ประหนึ่งหนูเจอแมว พวกเขาต่างเก็บกลิ่นอายในที่แผ่ออกมาพลางยืนอย่างเงียบๆ
“นั่นคืออัศวินผู้ตัดสินแห่งราชอาณาจักรเซนิท สิบอัศวินที่ปกครองอัศวินทั้งหมดของราชอาณาจักร...พระเ้า พวกเขาก็มาด้วย ไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกเขาจะมา พวกเขาคงมาสนับสนุนอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดใช่เปล่า? เฮ้อ...าาเมืองแซมบอร์ดคงลำบากแย่!”
“อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง 'อัศวินแห่งการสังหาร' อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สาม 'อัศวินแห่งการลงทัณฑ์' อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สี่ 'อัศวินศาสตราวุธ' อัศวินผู้ตัดสินลำดับห้า 'อัศวินแห่งความโหดร้าย' อัศวินผู้ตัดสินลำดับหก 'อัศวินแห่งแสง' อัศวินผู้ตัดสินลำดับแปด 'อัศวินเมฆา' ...นอกจากอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หนึ่ง 'อัศวินแห่งทวยเทพ' อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เก้า 'อัศวินแห่งเงา' และอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สิบ 'อัศวินพระอาทิตย์สีทอง' ที่พ่ายแพ้ให้แก่าาแซมบอร์ดแล้ว อัศวินคนอื่นๆ ก็มาครบ อัศวินผู้ตัดสินลำดับแห่งราชอาณาจักรทั้งสิบ...นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าเห็นอัศวินผู้ตัดสินมารวมตัวกันเยอะแบบนี้!”
ยอดฝีมือระดับหกดาวถึงหกคน...พระเ้า ข้าปวดตาแทบตาย!
“อ๊าก นายท่านปาลอสกี้ อัศวินผู้ตัดสินลำดับหก 'อัศวินแห่งแสง' เขาคือวีรบุรุษของข้า...”
การปรากฏตัวของเหล่าอัศวินผู้ตัดสินทั้งหกคนถือเป็เื่ที่เหนือความคาดหมายของทุกคน บรรยากาศรอบๆ สนามคักคักขึ้นมาทันที อัศวินผู้ตัดสินทั้งหกต่างเป็ผู้ควบคุมและดูแลเหล่าอัศวินทั้งหมดของราชอาณาจักรเซนิท ตัวตนของพวกเขาเป็สิ่งที่อาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักรไม่ควรไปทำให้ไม่พอใจ ในสายตาของอาณาจักรบริวารพวกเขาเหมือนนักรบของพระเ้าที่สูงส่ง และในสายตาของเหล่านักรบระดับต่ำพวกเขาคือพระเ้า! คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะได้เห็นพวกเขาทั้งหกคนมาปรากฏตัวที่นี่ หากรวมครู้ด อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดไปด้วย ก็เท่ากับว่าที่นี่มีอัศวินผู้ตัดสินถึงเจ็ดคนมาเยือน เมื่อคิดได้ดังนี้ บางคนก็รู้สึกเืเดือดพล่านขึ้นมา
บนที่นั่งพิเศษ เหล่าขุนนางชั้นสูงบางส่วนก็พากันนิ่งอึ้ง พวกเขาไม่คิดเลยว่า การต่อสู้ธรรมดาๆ ในครั้งนี้จะสามารถดึงดูดยอดฝีมือสูงสุดของราชอาณาจักรได้!
บางคนก็เริ่มคิดได้แล้วว่า ตัวเองอาจจะละเลยอะไรไปหรือเปล่า การต่อสู้ในครั้งนี้อาจมีความหมายที่ยิ่งใหญ่แฝงอยู่
ในที่สุด พระอาทิตย์ก็ลอยขึ้นสู่เหนือหัวของทุกคน
ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นมา ทุกคนเห็นเพียงเส้นสีแดงราวกับเืหนึ่งสายพุ่งออกมาจากเมืองหลวง ทุกที่ที่มันผ่านไปเหมือนกับมีทะเลเืสีแดงปกคลุมทั่วท้องฟ้าที่ทำให้ใจริงๆ ก็คือกลิ่นคาวเืที่โชยมาในอากาศ ทุกคนรู้สึกเหมือนว่า พวกเขากำลังอยู่ท่ามกลางทะเลเืและกองูเาซากศพ!
เมื่อแสงสีเืสลายไป ก็ปรากฏร่างสูงใหญ่ของบรุษผู้หนึ่งยืนอยู่บนสนามประลองดาบ
'อัศวินโลหิต' ครู้ด!
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดผู้เลืองชื่อ
ในที่สุด หนึ่งในสองผู้ต่อสู้ได้ปรากฏกายออกมาแล้ว!
“าาเมืองแซมบอร์ด ยังไม่รีบไสหัวมาอีกหรือ!” ร่างที่ยืนตระหง่านอยู่บนสนามประลองพลันะโออกมาอย่างถือดี “จะถึงเวลาอยู่แล้วยังไม่โผล่หัวออกมาอีก หรือว่าเ้ากลัว?”
----------------------------
