หมอเทวดาชวีเข้าไปขอบคุณกู้อวี้ต่อหน้าชาวบ้าน บอกว่าวันนั้นตนเองขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรคนเดียว ต่อมาพลัดตกเนินเขาจนสลบไสลไม่ได้สติ หากไม่ได้พวกกู้อวี้ช่วยเหลือเอาไว้ ป่านนี้คงกลายเป็ผีเฝ้าป่าแห่งนั้นไปแล้ว
ต่อมาชายชราได้หันไปกล่าวกับผู้ใหญ่บ้านต่อหน้าชาวบ้านอีกว่า “ข้าไม่ทราบว่าเื่นี้ถูกลือกันไปเช่นนี้ได้อย่างไร คนทั้งคู่คือผู้มีพระคุณ หาใช่ผู้ที่ทำร้ายข้าไม่ ทั้งหมดเป็ความผิดของข้าเอง หลังจากฟื้นขึ้นมาก็ควรส่งคนมาอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้ชาวบ้านรับรู้ พวกท่านจะได้ไม่ต้องคาดเดากันไปเอง”
สิ้นประโยคนี้ผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้าแดงจัดด้วยความอับอาย หลิ่วตี๋กับหมอเทวดาชวีทักทายปราศัยกับผู้ใหญ่บ้านต่ออีกสองสามประโยคแล้วถึงค่อยเดินเข้าไปในบ้านสกุลกู้ โดยที่หน้าบ้านมีองครักษ์คอยเฝ้าอยู่ เพื่อกันไม่ให้ชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นตามเข้าไปข้างในได้
คล้อยหลังทั้งคู่ไปแล้ว ผู้ใหญ่บ้านค่อยหันไปเอ่ยถามหญิงชาวบ้านในหมู่บ้านด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ผู้ใดเป็คนพูดว่าเจินเจินทำร้ายชายชราผู้นั้นจนถึงแก่ชีวิต พวกเ้าไปฟังผู้ใดมา!”
หญิงชาวบ้านแซ่หลิ่วชี้ไปยังอีกคน “ข้าฟังมาจากมารดาของซานลวี่จื่อ!”
มารดาของซานลวี่จื่อพลันใชี้ซัดทอดไปยังอีกคนทันใด ซึ่งอีกคนก็ชี้ไปยังอีกคน จนสุดท้ายซัดทอดไปถึงเ้าใหญ่
ชาวบ้านทุกคน “…”
เ้าใหญ่ที่กำลังถูกทุกคนในหมู่บ้านด่าทอว่าหน้าไม่อายโดยไม่รู้ตัว ในเวลานี้ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงเดินออกจากห้องมาดู พบว่าสีหน้าของท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่ารวมถึงท่านปู่ดูไม่ดีนัก นางใจเต้นรัวแรงอย่างไม่สู้ดี ผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นไม่ใช่ว่าไปเอาเื่ที่บ้านสกุลกู้หรอกหรือ เช่นนั้นแล้วท่านปู่ท่านย่าก็น่าจะดีใจ ไฉนถึง…
หากยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถาม ท่านปู่ยกมือขึ้นสูงแล้วฟาดลงบนใบหน้าท่านย่าอย่างแรง จนหญิงชราล้มลงไปกับพื้นส่งเสียงร่ำไห้อย่างเ็ป ไม่เพียงเท่านั้นผู้เฒ่าหยวนยังตามเข้าไปกระชากผมแล้วตบเข้าที่ใบหน้าอีกครั้ง
“นังหญิงสารเลว! ข้าจะปลดเ้า! เป็เพราะเ้าบอกให้ข้าไล่เ้ารองออกไป และเป็เพราะเ้าที่เอาแต่พูดว่าเ้าหกคือตัวโชคร้าย! ช่างน่าตายนัก! ของตอบแทนมากมายถึงเพียงนั้นล้วนแล้วแต่เป็ของมีค่าทั้งสิ้น ยังไม่ต้องพูดถึงของในหีบ ลำพังแค่ผ้าไหมพวกนั้น ต่อให้เอาเ้าไปขายก็ยังไม่พอให้ข้าซื้อหามาได้เลย!”
หวางซื่อเอามือกุมใบหน้าด้วยสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ พยายามจะอธิบาย “หากไม่ใช่เพราะเ้าใหญ่พูดให้ข้าฟังว่าเ้าหกก่อเื่ให้คนสกุลกู้แล้ว พวกเราหรือจะเข้าใจไปเช่นนั้น หากไม่ใช่เพราะเ้าใหญ่พูดเช่นนี้ของตอบแทนเ่าั้ก็จะต้องเป็ของพวกเรา…”
จบประโยคนี้ เป้าหมายของผู้เฒ่าหยวนเปลี่ยนไปยังเ้าใหญ่แทนในทันใด
เ้าใหญ่ไม่เคยเห็นท่านปู่โกรธจัดเช่นนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้ต่อให้เขาโมโหอย่างไรอย่างมากก็แค่จุดแท่งยาสูบแล้วสูบ ทว่าไม่เคยถึงขั้นลงไม้ลงมือเช่นครั้งนี้มาก่อน ครั้นท่านปู่เดินมาถึงตัวนาง ไม่รอให้พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ทั้งสิ้น เขายกมือแล้วตบมาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง
“ท่านพ่อ…”
“เ้าใหญ่…”
เจียงซื่อมีสีหน้าตื่นใ รีบเข้าไปประคองบุตรสาวที่ถูกตบจนล้มไปกองกับพื้นพลางเงยหน้ามองพ่อสามีอย่างไม่เชื่อสายตา
หยวนเหล่าต้าเข้าไปยืนบังหน้าบุตรสาวอย่างปกป้อง “ท่านพ่อ ท่านตบเ้าใหญ่ด้วยเหตุใด ชีวิตที่สุขสบายของพวกเราล้วนขึ้นอยู่กับนาง!”
ผู้เฒ่าหยวนโต้กลับสีหน้ากราดเกรี้ยว “หากไม่ใช่เพราะข้าหลงเชื่อพวกเ้าไล่เ้ารองออกจากบ้านไปละก็ ป่านนี้ข้ามีชีวิตที่สุขสบายไปแล้ว ให้รอนางน่ะหรือ จะต้องรอไปถึงเมื่อใด! ตามความเห็นข้า ผู้ที่มีบุญวาสนาสูงส่งหาใช่เ้าใหญ่ไม่ ก่อนหน้านี้เป็เพราะหลิ่วซิ่วไฉได้หมั้นหมายกับเ้าหกถึงได้กลับมาเป็ปกติ ไม่ใช่เ้าใหญ่ เวลานี้พอเ้าหกไปอยู่บ้านสกุลกู้ คนสกุลกู้ทั้งคนหนุ่มคนแก่ต่างแข็งแรงขึ้นไม่น้อย!
“มิหนำซ้ำเวลานี้ผู้สูงศักดิ์ยังมาเป็หนี้บุญคุณคนสกุลกู้อีก วันคืนอันสุขสบายกำลังรอคนสกุลกู้อยู่ข้างหน้าแล้ว อันที่จริงคืนวันอันสุขสบายเหล่านี้ควรต้องเป็ของพวกเราสกุลหยวน แต่เป็เพราะพวกเ้าเอาแต่พูดว่าเ้าใหญ่คือผู้มีบุญวาสนาสูงส่งมาเกิด เป็เพราะข้าหลงเชื่อคำนั้นถึงได้กลายเป็เช่นนี้!”
ประโยคนี้ของผู้เฒ่าหยวนทำให้ภายในใจของเ้าใหญ่รู้สึกหนาวสะท้าน นางอาศัยคำทำนายว่าตนเป็ผู้มีบุญวาสนาสูงส่งจึงทำให้มีที่ยืนในสกุลนี้ แต่ถ้าหากเื่นี้ทำให้คนในสกุลไม่คิดเช่นเดิมแล้วเล่า เมื่อคิดได้ดังนี้หญิงสาวจึงดิ้นออกจากอ้อมกอดของมารดา จากนั้นคลานเข่าอ้อมบิดาไปหาท่านปู่แล้ววิงวอน
“ท่านปู่ ข้าขออภัยท่าน เป็เพราะข้าหลงเชื่อคำพูดของท่านอารองกับท่านอาสะใภ้รอง ข้าถามพวกเขาถึงเื่ที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกเขาก็บอกข้าว่าเ้าหกก่อเื่เข้าให้แล้ว คิดไม่ถึงว่าเพื่อให้ได้ของตอบแทนพวกนั้น พวกเขาจะถึงกับโกหกข้า ท่านปู่ ท่านอย่าโมโหไปเลยเ้าค่ะ พี่เหวินไฉมีวิธีหาเงินแล้ว ทั้งยังบอกอีกว่าหากได้เงินมาจะแบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง ข้ามิกล้าพูดออกมาเพราะต้องปิดเื่นี้เป็ความลับจากหลิ่วต้าเหนียง[1]”
จบประโยคนี้สีหน้าผู้เฒ่าหยวนถึงค่อยดีขึ้นเล็กน้อย หวางซื่อซึ่งถูกสามีตบจนใบหน้าบวมเป่งนึกถึงเงินที่เ้าใหญ่ให้ตัวเองมาก่อนหน้านี้ก็รีบเข้าไปช่วยพูดแทนหลานสาว
“ท่านพี่ ไฉนท่านถึงยังคิดไม่ตก เวลานี้ชีวิตเ้าหกจะมีชีวิตที่ดีอย่างไรล้วนไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว ท่านดูเ้ารอง มีชีวิตที่สุขสบาย ได้ของตอบแทนมากมาย แต่กลับไม่นึกถึงพวกเราเลยแม้แต่น้อย ผิดกับเ้าใหญ่ที่คิดถึงพวกเราอยู่เสมอ ไม่ว่าคำทำนายที่นักพรตผู้นั้นพูดถึงจะหมายถึงผู้ใด อย่างไรเ้าใหญ่ก็คือผู้มีวาสนาของสกุลเรา!”
“ใช่ขอรับท่านพ่อ ท่านอย่าได้ถูกเส้นผมบังตา ทรัพย์สินเท่านั้นหรือจะสู้ทรัพย์สินมากมายที่รอให้เราในภายภาคหน้าได้ อีกอย่างชีวิตที่สุขสบายไหนเลยจะได้มาอย่างง่ายดายเพียงนั้น ต้องพบเจออุปสรรคมากมายเสียก่อนถึงจะได้มีชีวิตสุขสบาย ข้าว่าคงมีแค่ผ้าไหมพวกนั้นที่มีราคา ของในหีบไม่แน่ว่าจะมีราคา คงเพราะกลัวผู้อื่นจะรู้จึงใส่เอาไว้ในหีบ หากเป็ของตอบแทนมีค่าจริงจะหลบๆ ซ่อนๆ ไปไย”
ผู้เฒ่าหยวนลองคิดตาม พบว่าที่บุตรชายพูดมาก็มีเหตุผลไม่น้อย ใบหน้าของเขาจึงพลันเปลี่ยนเป็รู้สึกผิด “เ้าใหญ่ เ้าอย่าถือสาข้าเลย เมื่อครู่ข้าเลอะเลือนไปชั่วขณะ…”
เ้าใหญ่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ข้าจะไม่พอใจท่านปู่ได้อย่างไร ั้แ่เด็กท่านปู่รักและเอ็นดูข้าที่สุด เื่นี้ข้าล้วนทราบดีกว่าใคร…”
ครั้นปรับความเข้าใจกันได้ บรรยากาศในสกุลหยวนกลับมาปรองดองอีกครั้ง เ้าใหญ่กลับเข้าห้อง หลังจากปิดประตู ใบหน้าที่บวมแดงเนื่องจากถูกตบพลันเปลี่ยนเป็เ็า สักวันนางต้องทำให้คนสกุลหยวนมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนอยู่ต่อหน้าให้จงได้ แล้วก็เ้าหกอีกคน…
นางอยากให้เด็กหญิงผู้นั้นตายไปเสีย หาไม่แล้วคงไม่อาจสบายใจได้ ยามนี้นางตระหนักแล้วว่าเหตุที่เื่ราวทั้งหมดเป็เช่นนี้ จุดเปลี่ยนอยู่ที่เ้าหกเพียงผู้เดียว ทว่าเด็กหญิงไม่ใช่ผู้ที่จะจัดการได้โดยง่าย ไม่เหมือน…
คงต้องค่อยเป็ค่อยไป นางเชื่อว่าสักวันจะต้องมีโอกาสแน่นอน เวลานี้เื่สำคัญที่สุดคือคิดหาวิธีหาเงินเพื่อไปไถ่เอาปิ่นปักผมกลับคืนมาจากเฉินหม่าจื่อ
ณ บ้านสกุลกู้ กู้เอ้อร์หลางไปเรียกเจินเจินมายังห้องโถง ครั้นเห็นหลิ่วตี๋แววตาเปล่งประกายด้วยความดีใจ “พี่ชายสุนัขจิ้งจอก!”
แววตาเปล่งประกายของเจินเจินที่มองไปยังหลิ่วตี๋ทำให้กู้อวี้รู้สึกเสียดแทงั์ตายิ่ง ขณะที่เด็กหญิงกำลังจะพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่ม เขาจึงยื่นมือไปดึงตัวนางไว้ทันใด
“เจินเจิน คุณชายท่านนี้คือคุณชายหลิ่ว” กู่ซื่อรีบสอนสั่งเพราะกลัวว่าแขกผู้สูงศักดิ์จะไม่พอใจ จากนั้นถึงค่อยหันไปกล่าวขออภัย “คุณชายหลิ่ว นางยังเด็กยังไม่รู้ความ ขอท่านอย่าได้ถือสา”
เจินเจินเรียกตามที่กู่ซื่อสอนอีกครั้งอย่างเชื่อฟัง “คุณชายหลิ่ว”
หลิ่วตี๋กลับยิ้มแย้มไม่ถือสา “ข้าชอบให้เ้าเรียกข้าว่าพี่ชายสุนัขจิ้งจอกมากกว่า”
ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้อง “…”
บุรุษผู้นี้ช่างมีนิสัยแปลกประหลาดเหลือเกิน ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องคิดในใจ มีเพียงแค่เจินเจินผู้เดียวเท่านั้นที่แย้มยิ้มกว้างออกมา “เช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าพี่ชายสุนัขจิ้งจอกเหมือนเดิมดีหรือไม่”
“เ้าคัดอักษรเสร็จแล้วหรือ” ประโยคนี้ของกู้อวี้ทำให้บรรยากาศแช่มชื่นเปลี่ยนเป็กระอักกระอ่วนในพลัน ในขณะที่เจินเจินคอตกอย่างห่อเหี่ยว เห็นแล้วชวนให้ผู้คนสงสารยิ่ง
[1] ต้าเหนียง เป็คำเรียกสตรีที่มีอายุ
