เมื่ออวิ๋นซีได้ยินถ้อยทีโอหัง นางก็มองไปยังหลินหลานถิง จากนั้นจึงหัวเราะฮ่าฮ่าอย่างเ็า “น้องสาวของชายาองค์ชายห้า หลานสาวของเจิ้นหนานอ๋อง แม่นางผู้นี้ช่างวางอำนาจเหลือเกินนะ เมื่อครู่ที่เ้าด่าว่าลูกสะใภ้สายตรงของฝ่าาว่าเป็นังชั้นต่ำในที่สาธารณะเช่นนี้ เดิมทีควรจะได้รับโทษตาย แต่เ้ากลับไม่สำนึกผิด ทั้งยังละเมอว่าท่านตาและพี่หญิงของเ้าจะสามารถช่วยเหลือเ้าได้? คุณหนูหลิน เ้าคิดอะไรที่ไร้เดียงสาเกินไปหรือไม่? ”
หลินหลานถิงหวาดกลัวจนผงะถอยไปเล็กน้อย การด่าว่าพระชายาขั้นหนึ่งของราชวงศ์ถือเป็โทษตายจริงๆ “ผู้ไม่รู้ ไม่ผิด” นี่เป็สิ่งเดียวที่นางสามารถเค้นออกมาสมองได้ พูดออกมาได้
แม้ใจจะหวาดกลัว แต่เมื่อนึกถึงคำที่มารดาเคยบอกไว้ว่า นางเป็หลานสาวของเจิ้นหนานอ๋อง ซึ่งเจิ้นหนานอ๋องนั้นเป็อ๋องที่มีอำนาจมากที่สุดเมื่อเทียบกับอ๋องต่างแซ่ทั้งหมด กระทั่งยามที่ฝ่าาได้พบกับท่านตาของตนเป็การส่วนตัวก็มักจะเรียกขานว่าเสด็จอา
ดังนั้น นางย่อมไม่เป็อันใด ต้องไม่เป็อันใดอย่างแน่นอน
“ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ดียิ่ง” เจียงเฉิงมองสตรีโอหังตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย สตรีเช่นนี้ เขาเห็นมาเยอะแล้ว หลายปีก่อนที่ภรรยาป่วยตายไปมีคนคิดจะให้ลูกสาวนายอำเภอเมืองหงแต่งให้เขา แต่เขาไม่ได้ตอบตกลง เพราะสตรีผู้นั้นก็เป็สตรีโอหังดังเช่นคุณหนูหลินที่อยู่ตรงหน้านี้ ขอแค่เป็สตรีที่หน้าตางดงามกว่านาง ไม่แคล้วให้ต้องพานพบประสบเคราะห์ หากแต่งสตรีประเภทนี้เข้าบ้านมา ชีวิตนี้ก็อย่าได้หวังเลยว่าจะได้อยู่ดี
โชคดีที่ตอนนั้นเขายืนยันหนักแน่น ไม่ยอมแต่งสตรีนางนั้นเข้ามา ทำให้วันนี้มีโอกาสได้ยืนอยู่ข้างกายอวิ๋นซี เคียงข้างนางในฐานะสหาย
หลินหลานถิงเคยได้ยินเื่ชาติกำเนิดของอวิ๋นซีมาบ้าง คนเป็แค่หมอหญิงจากสถานที่เล็กๆ อย่างหานโจว ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบชาติกำเนิดกับตนแล้วก็เรียกได้ว่าต่างกันราวฟ้ากับดิน ถึงกระนั้นอวิ๋นซีก็ถือว่าโชคดีที่ได้แต่งให้หนิงอ๋อง หลินหลานถิงยังคงจ้องมองสตรีงามเบื้องหน้า ต่อให้คนจะไม่ชอบนางแล้วจะอย่างไร เมื่อครู่อีกฝ่ายก็ตบหน้านางไปแล้ว นางจึงไม่เชื่อว่าจะยังกล้าถึงขั้นลงมือสังหาร
รอจนสงบสติอารมณ์ได้ นางก็ลอบคิดในใจ รอไปก่อนเถอะ ข้าจะทำให้เ้าต้องเสียใจที่ทำเช่นนี้กับข้า ชายาหนิงอ๋องอวิ๋นซี วันคืนยังอีกยาวไกล ข้าจักต้องคืนความอัปยศที่ต้องพบเจอในวันนี้กลับไปให้เ้าร้อยเท่าพันทวี
“ในเมื่อเ้าเป็น้องสาวของชายาองค์ชายห้า เช่นนั้นเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ข้าในฐานะที่เป็พี่สะใภ้ก็คงต้องไปเยี่ยมเยือนชายาองค์ชายห้าผู้นั้นที่จวนเสียหน่อย” อวิ๋นซีมองคนตรงหน้า พูดขึ้นเรียบๆ
หลินหลานถิงคิดไม่ถึงว่าอวิ๋นซีจะพูดเช่นนี้ ไปจวนองค์ชายห้า? ด้วยเื่นี้ ทำให้นางต้องหวนนึกถึงพี่เขยตนที่มองเพียงภายนอกดูเรียบร้อยเหมือนพวกบัณฑิต ทว่า ไม่รู้เพราะเหตุใดจู่ๆ นางกลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ
แต่ว่า การที่อวิ๋นซีคิดจะไปจวนองค์ชายห้า ตัวนางก็ไม่อาจขัดขวางได้จริงๆ
อวิ๋นซีมองไปยังสตรีที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยสายตาเ็า “ทำไม ยังต้องให้เปิ่นเฟยแบกเ้าไปอีกหรือ”
เมื่อหลินหลานถิงได้ยินก็สบสายตากับอวิ๋นซีไปทีหนึ่ง ตอนนี้นางรู้ตัวแล้ว ทั้งยังคิดในใจว่า ไปก็ไปเถอะ สุดท้ายแล้วพี่หญิงและพี่เขยจะเลือกช่วยเหลือคนนอกหรือไร
คิดถึงตรงนี้ นางก็กัดริมฝีปาก ก่อนจะติดตามไป
ณ จวนองค์ชายห้า องค์ชายห้าที่เพิ่งจะกลับจากหน่วยราชการ ยังไม่ทันได้เดินเข้าจวนตนก็เห็นพี่สะใภ้รองและเจียงเฉิงลงจากรถม้าพร้อมด้วยน้องภรรยาอย่างหลินหลานถิง
เขาสงสัยนัก แต่ไม่ได้ถามอะไร ทำเพียงก้าวเข้าไปหากลุ่มผู้มาเยือนแล้วกล่าวทักทายราวกับไม่มีเื่อันใดเกิดขึ้นทั้งสิ้น เมื่ออวิ๋นซีเห็นเช่นนั้น ในใจก็ชัดเจนราวกระจกใส องค์ชายห้าตรงหน้าที่ดูถ่อมตนผู้นี้ แท้จริงแล้วไม่ธรรมดา
หลังจากทักทายกันเสร็จสิ้น อวิ๋นซีก็เดินตามองค์ชายห้าเข้าไปในจวน ทันทีที่นางและเจียงเฉิงนั่งลงแล้ว สาวใช้ก็รีบยกของว่างและน้ำชาเข้ามา เมื่อได้ลิ้มรสชาของจวนองค์ชายห้าแล้ว นางก็หันไปพูดกับเจียงเฉิงที่นั่งอยู่ข้างกายเกี่ยวกับรสชาติของชานี้
หลินหลานถิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อเห็นเช่นนี้เข้า หัวใจก็อดเต้นตึกตักไม่ได้ นังอวิ๋นซีสมควรตายคิดจะทำอะไรกันแน่? ทว่า ในเวลาเดียวกันนั้น เมื่อนางเหลือบไปเห็นสายตาของพี่เขยตนที่ยิ่งดำคล้ำลงเรื่อยๆ ในใจก็สั่นสะท้าน
รออยู่ครู่หนึ่ง อวิ๋นซีถึงได้พูดขึ้นช้าๆ “น้องห้า แม้คุณหนูหลินจะเป็แค่น้องภรรยาเ้า ไม่นับเป็เ้านายที่แท้จริงของจวนองค์ชายห้า แต่ว่า ในเมื่อนางเข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้แล้ว ไม่ว่าจะอยู่เพียงชั่วคราวหรือถาวร อย่างน้อยเื่กฎเกณฑ์มารยาทก็ควรต้องตั้งใจเรียนให้ดี เมืองหลวงนี้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของโอรส์ ขุนนางและเหล่าคนสูงศักดิ์เองก็มีไม่น้อย บางครั้ง หนึ่งการกระทำหรือหนึ่งคำพูดก็สามารถเป็ตัวแทนของหนึ่งตระกูล น้องห้าคงไม่อยากให้น้องภรรยาเพียงคนเดียวพาให้คนทั้งจวนองค์ชายห้าตกลงไปในน้ำลึกทะเลไฟหรอกกระมัง”
โอวหยางเทียนซื่อคิดไม่ถึงว่าอวิ๋นซีจะพูดเช่นนี้ออกมา เขามองไปยังหลินหลานถิง “วันนี้เ้าไปก่อเื่ใดที่ด้านนอกมา? ” นิสัยของน้องภรรยาตน เขาเองก็รู้ดี นางไม่ใช่คนที่คบค้าสมาคมด้วยง่าย อีกทั้ง นิสัยก็ยังแตกต่างกับชายาตนโดยสิ้นเชิง
หนนี้นางเพิ่งมาถึงเมืองหลวงได้สองวันก็ทำเอาคนในจวนอกสั่นขวัญแขวนกันไปหมด ตอนนี้เพียงคนรับใช้ในจวนเห็นนางเข้าต่างก็พากันหวั่นกลัว เดิมทีตัวเขาเองก็คิดจะลงมือสั่งสอน แต่นางนั้นเป็หลานสาวของเฒ่าชราเจิ้นหนานอ๋อง หากคนเป็หลานสาวธรรมดาก็ช่างเถอะ แต่บิดาผู้ให้กำเนิดของหลินหลานถิงยังเป็เขยที่แต่งเข้า ดังนั้น วันหน้าไม่แน่ว่า ตำแหน่งเจิ้นหนานอ๋องนี้ก็อาจตกมาเป็ของบิดาหลินหลานถิงก็เป็ไปได้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ตำแหน่งที่เขา้าก็จำต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเจิ้นหนานอ๋อง เพราะหากไม่ได้รับการช่วยเหลือของอีกฝ่าย ตำแหน่งที่เขาวาดหวังไว้ก็ถือว่าเลิกคิดไปได้เลย นั่นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ อย่างไรเสีย ตอนนี้ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด นอกจากเ้าสามที่กำลังทหารอ่อนแอ ไม่ว่าจะพี่ใหญ่ พี่รอง หรือพี่สี่ ใครบ้างที่เื้ัไม่มีกองกำลังทหารสองแสนนายขึ้นไป
ดังนั้น สำหรับเขาแล้ว การสนับสนุนของเจิ้นหนานอ๋องนับว่าเป็แรงผลักที่สำคัญมาก
หลินหลานถิงกล่าวตอบเสียงเบา “พี่เขย วันนี้ยามที่ถิงเอ๋อร์ออกไปกินข้าว บังเอิญชอบโต๊ะตัวที่ชายาหนิงอ๋องกำลังนั่งอยู่พอดี ทว่า เนื่องจากไม่รู้ในสถานะของนาง ไม่ทราบว่านางเป็ใคร ท้ายที่สุดจึงได้เกิดวิวาทกับชายาหนิงอ๋องและพี่ใหญ่เจียง พี่เขย ท่านรีบช่วยขอร้องแทนถิงเอ๋อร์ด้วย ถิงเอ๋อร์ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ”
องค์ชายห้าที่ได้ฟังถึงกับมีสีหน้าดำคล้ำ น่าหวาดกลัว “เ้ากล้าถึงขั้นวิวาทกับพี่สะใภ้รอง? ” น่าตายนัก ตอนนี้มีใครในเมืองหลวงไม่รู้บ้างว่า พี่สะใภ้รองเป็ที่โปรดปรานอย่างยิ่งของเสด็จพ่อและเสด็จย่า ทว่า เ้าเด็กคนนี้กลับกล้าเข้าไปหาเื่นาง
หลินหลานถิงไม่คิดว่า หลังจากที่พี่เขยฟังนางเล่าแล้วจะโกรธจนแทบะเิอารมณ์ออกมาเช่นนี้ ชายาหนิงอ๋องผู้นี้จะมีอำนาจที่แข็งแกร่งเพียงนั้นเชียวหรือ? เหตุใดแม้แต่พี่เขยที่เป็ถึงองค์ชายยังต้องเกรงกลัวอยู่สามส่วน? ไม่ คนเป็พระชายา จะอย่างไรก็เป็แค่พระชายาผู้หนึ่ง ไม่ใช่ลูกสาวลูกชายแท้ๆ หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ นางก็เชื่อมั่นว่า ฝ่าาจักต้องช่วยเหลือพี่เขยแน่ๆ มิใช่ลูกสะใภ้
หากชายาองค์ชายห้ารู้ว่าหลินหลานถิงคิดอะไรอยู่ นางคงได้ตบหน้าน้องสาวคนนี้ของตนทันทีอย่างแน่นอน ช่างเป็เด็กที่ไม่รู้ความจริงๆ สำหรับฮ่องเต้ ขอแค่พระองค์ทรงพอพระทัย แม้แต่ขอทานก็ยังกลายเป็องค์หญิงได้ แล้วนับประสาอะไรกับสะใภ้ของพระองค์เอง ทั้งยังเป็สะใภ้สายตรงอีกด้วย ยิ่งกว่านั้น คนยังให้กำเนิดแฝดชาย สิ่งหนึ่งที่ควรต้องรู้ นี่ถือเป็ครั้งแรกนับแต่ก่อตั้งราชวงศ์ที่มีแฝดชายถือกำเนิด ดังนั้น หากฮ่องเต้และไทเฮาไม่เห็นสองสามีภรรยาคู่นี้เป็ลูกหลานสุดที่รักก็คงจะแปลกน่าดู
หลินหลานถิงถูกเสียงตวาดของพี่เขยทำให้หัวใจน้อยๆ เป็ต้องสั่นไหว นางน้อยอกน้อยใจ “พี่เขย ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ”
“ไม่ได้ตั้งใจหรือ? เช่นนั้นเ้าก็ไปขออภัยพี่สะใภ้รองและผู้นำตระกูลเจียงด้วยตนเองจนกว่าพวกเขาทั้งสองจะพอใจเถอะ” โอวหยางเทียนซื่อขมวดคิ้วพูด
