โกดังริมท่าเรือเย็นกว่าที่คิด
ไม่ใช่เพราะลม แต่เพราะบรรยากาศที่ไม่มีทางรอด
ฉันยืนอยู่ตรงนั้นมือเปล่า สายตาจับจ้องไปที่เด็กผู้ชายซึ่งถูกจับมัดไว้กับเก้าอี้ น้องชายของฉันหายใจแรง เหงื่อไหลลงมาตามขมับ ดวงตาที่เคยมองฉันด้วยความเชื่อใจตอนนี้เต็มไปด้วยความกลัว
“พี่…อย่าทำตามที่มันบอกนะ”
ฉันไม่ตอบ เพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว
ปืนถูกยกขึ้น ปลายกระบอกหันไปทางเด็กที่ไม่มีทางสู้
ฉันขยับตัวก่อนจะคิด
ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าสมอง
แรงกระแทกรุนแรงพุ่งเข้ามาที่อก ความเจ็บแล่นวาบจนแทบหายใจไม่ออก ฉันล้มลงทันที เือุ่น ๆ ซึมออกมาจากาแ กระจายเปื้อนเสื้อผ้าและพื้นปูนเย็นเฉียบ
เสียงใครบางคนสบถเบาๆ เสียงฝีเท้าถอยห่าง
ฉันไม่เห็นหน้าใครอีกแล้ว
แต่ยังได้ยินเสียงน้องร้องเรียกชื่อฉันอย่างตื่นตระหนก
ดีแล้ว อย่างน้อยเขายังมีแรงร้อง
ภาพทุกอย่างเริ่มพร่า เพดานโกดังหมุนช้าๆ
ลมหายใจติดขัด ฉันไม่ได้เสียใจ
ไม่ได้คิดว่าตัวเองโง่ ฉันแค่เลือกในสิ่งที่เลือกได้
ถ้าฉันต้องตายแทนเขา มันก็ยุติธรรมดีแล้ว
ความมืดเข้ามาแทนที่ทุกอย่าง
ฉันควรจะตาย...
แต่...ความรู้สึกแรกที่กลับมาไม่ใช่ความว่างเปล่า
เป็ความเย็น และแรงบีบรัดรอบร่าง
น้ำ??
ฉันสำลักโดยไม่ตั้งใจ ร่างกายหนักผิดปกติ แขนขาไม่เชื่อฟัง เสียงน้ำกระเพื่อมดังใกล้หู ก่อนจะมีแรงดึงรั้งฉันขึ้นจากอะไรบางอย่าง อากาศพุ่งเข้าปอดอย่างรุนแรง ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วศีรษะ แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงอีกครั้ง
—
คราวนี้ ฉันตื่นขึ้นมาในความเงียบ
ไม่มีกลิ่นเื
ไม่มีกลิ่นสนิม
มีเพียงกลิ่นอับของผ้าเก่าและยาจาง ๆ
ฉันลืมตาขึ้นช้า ๆ เพดานเหนือหัวไม่สูง ผนังเรียบ สีอ่อนซีดจากกาลเวลา หน้าต่างบานเล็กปล่อยแสงแดดเข้ามาเพียงพอให้เห็นฝุ่นลอยอยู่ในอากาศ เตียงไม้เรียบง่ายที่ฉันนอนอยู่แข็งกว่าที่ควรจะเป็ ผ้าปูสะอาด แต่ไม่ใหม่
ฉันขยับตัว
เตียงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ร่างกาย…เบา เล็ก อ่อนแรงอย่างผิดปกติ
ฉันยกมือขึ้นมาดู มือเล็กเกินไป
นิ้วเรียวบาง ไม่ใช่มือของคนที่ผ่านชีวิตมาทั้งหมดนั้น
หัวใจฉันเต้นแรงขึ้น
ไม่ใช่เพราะใ
แต่เพราะสัญชาตญาณบอกว่าฉันไม่ควรรีบแสดงอะไรออกไป
เสียงฝีเท้าดังขึ้นหน้าประตู
“ฟื้นแล้วหรอคะ”
น้ำเสียงสุภาพ แต่ไร้น้ำหนัก
ผู้หญิงในชุดเมดมองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีราวกับไม่อยากสบตานานเกินไป สายตาของเธอไม่ได้มีความเป็ห่วง มีเพียงความเฉยชาแบบที่ใช้กับของที่ไม่สำคัญ
“ถ้ายังไม่ไหวก็อย่าลุกเองนะคะ”
พูดจบ เธอก็เดินออกไป
ไม่ถาม ไม่รอคำตอบ
ฉันมองไปรอบห้องอีกครั้ง โต๊ะไม้เก่า
เหยือกน้ำมีคราบ
พื้นไม้บางแผ่นผุจนต้องปูผ้าไว้กลบ
นี่ไม่ใช่ห้องของเด็กที่ถูกรัก
ความทรงจำแปลกปลอมไหลเข้ามาทีละน้อย
ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่รู้ที่มา
เอเลน่า
ชื่อของเด็กคนนี้
หรือชื่อของร่างที่ฉันอยู่ตอนนี้
ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน
ไม่รู้ว่าฉันรอดมาได้อย่างไร
และไม่รู้ว่าการที่ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง…
เป็เื่ดีหรือเื่ผิดพลาด
รู้เพียงอย่างเดียวว่า
ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป
ฉันต้องเงียบ และต้องรอ
เพราะที่ที่ฉันตื่นขึ้นมา
ไม่ได้ต้อนรับฉันมากไปกว่าโกดังร้างแห่งนั้นเลย
.....ก่อนที่ร่างเล็กจะหลับไปอีกครั้ง....
