เป็ไปได้อย่างไร?
คนพวกนี้…ความจริงแล้ว...เป็คนของาาแซมบอร์ด?
บุรุษขี้โมโหที่ทุบตีอัศวินผู้ตัดสินประหนึ่งตีหมูคนนั้น บุรุษที่กำราบอัจฉริยะนักเวทตระกูลดีน ดีน กาซอร์ลา และบีบคอคุณหนูผู้งดงามอย่างบีเกิ้ล บียอนเซ่ แค่คิดหัวหน้าทหารก็รู้สึกเหมือนมีมีดมาจ่อคอตัวเองอยู่
“เ้า...พวกเ้า...เป็ชาวแซมบอร์ดจริงๆ หรือ?” หัวหน้าทหารถามอย่างระมัดระวังด้วยน้ำเสียงติดจะสั่นๆ สีหน้าของเขาเหมือนจะยิ้มก็ไม่ใช่ ร้องไห้ก็ไม่เชิง
แลมพาร์ดสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของอีกฝ่ายก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา เขาเองก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ถึงแม้ตอนนี้จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่ก็พอจะเดาบางอย่างออกได้ ดูท่าว่าในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางมาที่นี่ ฝ่าาคงแสดงฝีมือที่น่าตื่นตะลึงออกมาจนทำให้ทุกคนเกิดความหวาดกลัวและความยำเกรง ดูได้จากหัวหน้าทหารที่ก่อนหน้านี้ทำท่าหยิ่งยโส วางอำนาจบาตรใหญ่แบบไม่กลัวเกรง แต่มาตอนนี้ สีหน้าของพวกเขาดูหดหู่ราวกับรู้ข่าวว่าบิดามารดาตายก็ไม่ปาน
“แน่นอนว่าพวกข้าเป็ชาวแซมบอร์ด! ฮึ!” 'สองอสุรกาย' ดูภายนอกอาจจะเป็คนซื่อสัตย์ แต่ความจริงแล้วภายในปลิ้นปล้อนตลบตะแลงเก่งมาก พวกเขาเองก็พอจะเดาสาเหตุที่ทำให้หัวหน้าทหารคนนี้มีท่าทีเปลี่ยนไปออก จึงรีบลุกขึ้นมาตบอกตัวเองเสียงดังแล้วตอบออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“หา...!”
ทหารแห่งราชอาณาจักรที่อยู่รอบๆ พลันอุทานออกมาพร้อมกันอย่างตื่นตระหนก พวกเขาหน้ามืดไปวูบหนึ่ง ในอกของพวกเขาเหมือนกับมีเค้าลางเมฆฝนตั้งเค้า โดยเฉพาะหัวหน้าทหารที่แสดงท่าทีอวดดีก่อนหน้านี้ ตอนนี้ถึงกับเข่าอ่อนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความกลัว เขารีบะโสั่งพวกทหารด้วยความโมโหว่า “ไอ้พวกโง่! สมองพวกเ้ามันเน่าเฟะจนหนอนเข้าไปแทะจนหมดหรือไง! กล้าดีอย่างไรถึงไปจับทหารผู้จงรักภักดีของาาแซมบอร์ด พวกเ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วหรือไง? รีบแก้มัดสิวะ เร็ว! แก้มัดพวกเขาให้ข้า!!!”
พูดจบก็ปรี่เข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง หัวหน้าทหารแก้มัดให้แลมพาร์ดและ 'สองอสุรกาย' ด้วยตัวเอง
“เฮ้ยๆๆ ไม่ต้อง ไม่ต้องแก้!” ดร็อกบารีบหลบอย่างรำคาญใจ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด พลางพูดเสียงดังว่า “ข้าว่าเป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อยากถอดใช่ไหมชุดเกราะของข้าน่ะ! งั้นพวกเ้าก็เอาดาบมาตัดมันไปเสียสิ ข้าจะได้เดินตูดเปลือยไปหาฝ่าา ให้ฝ่าาทรงรับรู้ว่าประชาชนของท่านนั้นได้รับการปฏิบัติอย่างไร!”
“ใช่แล้ว เมื่อครู่นี้ไม่ใช่ว่าเ้าเพิ่งอวดดีหรอกหรือ?” เพียร์ซเริ่มเข้าใจแล้วว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป โอกาสดีแบบนี้พวกเขาจะพลาดได้อย่างไรกัน เพียร์ซไม่ลังเลที่จะผสมลงโรงด้วย เขาะโชักชวนออกมาว่า “พี่น้อง มอบชุดเกราะที่ฝ่าาประทานให้พวกเรากับมือให้พวกเขาไป อ้อ อย่าลืมยกเฟลมมิ่ง บีตส์ สัตว์อสูรแสนรักของฝ่าาไปให้พวกเขาด้วยล่ะ จริงสิ! ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่นี้พวกเขาบอกว่าพวกเราเป็นักฆ่าอะไรนั่นด้วยใช่ไหม? ฮึๆ อยากจะเห็นจริงๆ ว่า ตอนที่ฝ่าามารับพวกเราและรับของพวกนั้นคืนด้วยตัวเองจะเป็อย่างไร...”
ถึงแม้ว่าอัศวินบรอนซ์เซนต์และเทศกิจจะเป็พวกไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่หลังจากที่ได้ติดตามซุนเฟยมานานก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากาา แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเห็นหัวหน้าทั้งสองคนเริ่มก่อกวนก็เริ่มเลียนแบบอีแก่ที่บ้านตัวเอง แสร้งทำเป็ไม่พอใจมาก ในขณะที่รีบถอดชุดเกราะบนร่างออกโดยที่ไม่ต้องให้ทหารแห่งราชอาณาจักรกระตุ้นซ้ำ...
เหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าทหารแห่งราชอาณาจักรอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที
เื่นี้เป็ความผิดของพวกเขาั้แ่ต้น หากพวกเขาไม่ใช้การจับกุมผู้ต้องสงสัยมาเป็ข้ออ้างในการหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองล่ะก็ มันก็คงไม่เป็แบบนี้ ที่จริงแล้วเื่แบบนี้ใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น ผู้บัญชาการบางคนก็รู้ แต่ก็ยอมหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง...แต่ถ้าพวกเขาไปล่วงเกินคนที่ไม่สมควรไปล่วงเกินเข้า จากความผิดเล็กๆ ก็จะกลายเป็ความผิดที่ร้ายแรงขึ้นมา หากเื่นี้รู้ถึงหูาาแซมบอร์ดเมื่อไร พวกเขาคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากจะไม่มีใครออกมาแก้ตัวแทนพวกเขาแล้ว กลับกันยังพร้อมจะโยนความผิดทั้งหมดมาใส่หัวของพวกเขา เพื่อดับความโกรธของาาแซมบอร์ดด้วย
ทหารทั้งหมดหันไปมองหน้าหัวหน้าตัวเอง
ฉับพลัน หัวหน้าทหารก็น้ำตาไหลพราก
ตุบ!!!
“ข้าผิดไปแล้ว” สีหน้าของหัวหน้าทหารเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกราวกับนักโทษที่อยู่ในลานปะา “นายท่านทุกท่าน ข้า...ผิดไปแล้วจริงๆ…จะให้ข้าชดใช้อย่างไรบอกมาได้เลย ข้าจะชดใช้ให้ทุกอย่าง แต่ แต่ขอร้อง ไม่ว่าอย่างไรก็อย่าให้าาแซมบอร์ดรู้เื่นี้ ได้โปรดเถอะ…” หัวหน้าทหารพูดตะกุกตะกัก น้ำตาไหลพราก สองมือก็ล้วงถุงเงินของตัวเองออกมายกขึ้นเหนือหัวตัวเอง ปากก็พูดอ้อนวอนไม่หยุด แสดงความยินยอมที่จะ ‘ชดใช้’ โทษของตัวเองด้วยเงินที่มี
ท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกมาทำให้แลมพาร์ด 'สองอสุรกาย' และคนอื่นๆ ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
นี่เขากลัวจนกลายเป็แบบนี้เลยหรือ?
ใน่ที่พวกเขาไม่อยู่ ฝ่าาได้สร้างเื่ที่น่าตื่นใอะไรไว้กัน? หรือว่าฝ่าาได้เสียกับองค์หญิงใหญ่และกลายเป็ลูกเขยขององค์จักรพรรดิยาซินไปแล้ว? แต่เื่แค่นั้นก็ไม่น่าจะทำให้ทหารแห่งราชอาณาจักรหวาดกลัวได้ขนาดนี้ แค่พวกเขาได้ยินนามของฝ่าาทำท่าเหมือนได้ยินเสียงเรียกของมัจจุราชจนขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้ว?
เมื่อเห็นพวกเขาไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมา เสียงร้องไห้ดังฮือๆๆ ก็ลั่นขึ้นมาในทันที เหล่าทหารแห่งราชอาณาจักรพากันคุกเข่าลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียง
ไม่มีทางรอดแล้ว ทั้งค่ายทหารอาณาจักรบริวารตอนนี้ มีใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงความโหดร้ายของาาแซมบอร์ด?
หลังจากจบการต่อสู้เมื่อ่บ่าย กองกำลังหลายๆ แห่งได้กำหนดให้าาแซมบอร์ดกลายเป็หนึ่งในตัวอันตรายที่ห้ามเข้าไปยั่วยุอย่างเด็ดขาด ในตอนที่มีคำสั่งลงมาให้ค้นหาตัวนักฆ่า เบื้องบนก็เอ่ยย้ำถึงสามรอบว่าห้ามไปยั่วยุาาแซมบอร์ดอย่างเด็ดขาด!...ถ้ารู้ว่าคนกลุ่มนี้เป็ทหารในสังกัดของาาแซมบอร์ดล่ะก็ ต่อให้มีมีดมาจี้คอพวกเขา พวกเขาจะไม่มีทางมายั่วยุคนพวกนี้เด็ดขาด
'สองอสุรกาย' กับคนอื่นๆ ต่างหันมามองหน้ากัน
แลมพาร์ดขมวดคิ้ว ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาพูดกับทุกคนว่า “เื่นี้ก็ให้มันจบลงตรงนี้เถอะ พวกเราเสียเวลาอยู่ที่นี่นานไปแล้ว อีกอย่าง การเข้าเฝ้าฝ่าาเป็เื่สำคัญที่สุด อย่าลืมสิว่าท่านบรู๊คและท่านเบสท์ฝากข้อความถึงฝ่าาด้วย!” แลมพาร์ดไม่อยากทำให้มันเป็เื่ใหญ่โต ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นที่นี่ แต่ถ้าลดความยุ่งยากให้แก่ฝ่าาได้ย่อมเป็เื่ดี ก่อนออกเดินทาง บรู๊คและเบสท์เปรยไว้ว่ากลียุคได้มาถึงแล้ว ฉะนั้น ท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น การสงวนท่าทีคือวิธีที่จะอยู่รอดได้
“ขอรับ ครั้งนี้ถือว่าพวกเ้ารอดตัวไปนะ ไอ้พวกโจรกระจอก!” 'สองอสุรกาย' ต่างเชื่อฟังคำสั่งของแลมพาร์ด
แคว่ก แคว่ก แคว่ก!
เสียงเชือกขาดดังติดต่อกัน ชาวแซมบอร์ดแค่ยกมือขึ้นมากำเชือกไว้แล้วกระชากทีเดียว ก็สามารถทำให้เชือกที่รัดอย่างแ่าขาดออกจากกันได้อย่างสบายๆ
เมื่อเห็นฉากนี้ ทั้งหัวหน้าทหาร ทั้งเหล่าทหารก็พากันเบิกตากว้างจนตาแทบถลนออกมาจากเบ้า ในใจก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เหงื่อกาฬแตกพลั่กไปทั่วร่าง เชือกเหล่านี้ทำมาจากเส้นเอ็นของสัตว์อสูรที่มีความเหนียวแน่นมาก และจัดทำขึ้นมาเป็พิเศษสำหรับการไล่ล่าเหล่านักฆ่าโดยเฉพาะ ความเหนียวแน่นของมันแม้แต่ดาบยังฟันแทบไม่ขาดเลย แต่ชาวแซมบอร์ดกลุ่มนี้กลับดึงมันขาดอย่างง่ายไประหนึ่งดึงฟาง…พระเ้า นี่ยังเป็คนกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย? หรือความจริงแล้วพวกเขาเป็สัตว์อสูรที่สวมหนังมนุษย์กัน?
าาก็แปลกพออยู่แล้ว นี่ยังจะแปลกยันทหารอีกหรือ!
ชาวแซมบอร์ดยังเป็มนุษย์กันอยู่ไหม?
ก่อนจะจากไป ดร็อกบาก็ไม่ลืมหยิบถุงเงินที่อยู่ในมือของหัวหน้าทหารที่กำลังคุกเข่ามาเทใส่ถุงเงินของตัวเอง จากนั้นก็ผิวปากเดินไปรอบๆ เหล่าทหารที่คุกเข่า แล้วหยิบของมีค่าของพวกเขามาเป็ของตัวเอง เมื่อวนดูจนแน่ใจว่าไม่มีเหลือจึงกลับขึ้นหลังเฟลมมิ่ง บีตส์แล้วควบม้าจากไป
มองไล่หลังชาวแซมบอร์ดที่จากไปแล้ว เหล่าทหารและหัวหน้าทหารต่างพากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ดูเหมือนว่า ในที่สุดพวกปีศาจกระหายเืกลุ่มนั้นก็ไปสักที
“ไปแล้ว ในที่สุดก็ไปแล้ว...ฮือ!”
เมื่อก้มมองถุงเงินที่ว่างเปล่าของตัวเองแล้วน้ำตาก็ไหลอาบแก้มพวกเขาทันที ไอ้พวกแซมบอร์ดสมควรตาย! ทำไมพวกเอ็งถึงโลภแบบนี้เล่า? พวกเขาคว่ำถุงเงินลงแล้วเขย่าอย่างเอาเป็เอาตาย แต่อนิจจา แม้แต่เหรียญเงินสักเหรียญยังไม่มีร่วงลงมาเลย!
……
……
เมื่อควบม้าเข้ามาใกล้ประตูไม้หน้าค่ายทหารอาณาจักรบริวาร แลมพาร์ดและคนอื่นๆ ก็มองเห็นซุนเฟย ปีเตอร์ โอเลเกร์ ตอร์เรสและคนอื่นๆ กำลังรอพวกเขาอยู่ที่หน้าประตู
“ฝ่าา!” เมื่อม้าศึกวิ่งมาถึงด้านหน้า พวกเขาก็รีบะโลงจากหลังม้าแล้วทำความเคารพทันที
“ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็มาถึงแล้ว ตอนนี้กองทัพของแซมบอร์ดก็สมบูรณ์สักที…” ซุนเฟยหัวเราะออกมาเสียงดังพลางสั่งให้ทุกคนยืนขึ้น เขากวาดสายตามองหน้าทุกคนที่หายไปนานร่วมครึ่งเดือนกว่าๆ ความแข็งแกร่งของแต่ละคนก็พัฒนาขึ้นจนน่าพอใจ กลิ่นอายที่ออกมาจาตัวแฟรงก์ แลมพาร์ดจางๆ บ่งบอกได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในระดับห้าดาวแล้ว ช่างเป็พัฒนาการที่น่าเหลือเชื่อมาก ดูเหมือนว่าเขาเหมาะที่จะเป็นักรบธาตุสายฟ้าจริงๆ 'สองอสุรกาย' เพียร์ซและดร็อกบาก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน ตอนนี้พวกเขากลายเป็นักรบระดับสามดาวระยะกลางแล้ว ส่วนพลังของเทศกิจและอัศวินบรอนซ์เซนต์ก็เพิ่มขึ้นจากตอนที่อยู่ด้วยกันมากเป็เท่าตัว ดูเหมือนว่าศักยภาพของ 'น้ำยาฮัลค์' จะถูกพวกเขาดึงออกมาใช้ได้อย่างคุ้มค่าทีเดียว
“นั่นชาวแซมบอร์ดหรือ? คนพวกนี้ต้องเป็หน้าใหม่แน่ๆ แถมยังมียอดฝีมือเพิ่มมาอีกตั้งสองสามคนเชียว...”
“กำลังเสริมของเมืองแซมบอร์ด? นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ อาณาจักรบริวารระดับหกทำไมถึงมียอดฝีมือมากมายขนาดนี้? ชายที่แบกดาบั์สีดำผมแดงคนนั้น ความแข็งแกร่งของเขายากจะคาดเดามากๆ แม้แต่ข้าก็ยังมองความแข็งแกร่งของเขาไม่ออกเลย…เป็ไปได้อย่างไรกัน?”
“ทีแรกก็คิดว่า ชาวแซมบอร์ดคงจะอาศัยฝีมือของาาแซมบอร์ดเพียงคนเดียวในการแข่งขันแบบตัวต่อตัว แต่ใครจะรู้ว่าความจริงแล้วเขายังมียอดฝีมือซ่อนเอาไว้…การแข่งขันการซ้อมรบในครั้งนี้คงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ อาณาจักรบริวารระดับหนึ่งคงนั่งไม่ติดแน่ๆ! ฮ่าๆๆๆ น่าสนใจ น่าสนใจยิ่งนัก!!!”
ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ต่างมองฉากตรงหน้าด้วยสายตาตกตะลึง ความแข็งแกร่งของเมืองแซมบอร์ดทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว
ไม่ช้า ข่าวการมาถึงของกองกำลังเสริมที่เป็ยอดฝีมือของเมืองแซมบอร์ดก็ลุกลามไปทั่วค่ายอาณาจักรบริวาร เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกใและแปลกใจ แค่ระยะเวลาสั้นๆ เมืองแซมบอร์ดที่เป็อาณาจักรบริวารระดับหกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าเหลือเชื่ออยู่หลายครั้ง ทุกคนต่างรู้สึกว่าอสูรร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดเริ่มเผยตัวออกมาและกำลังแยกเขี้ยวอย่างเงียบๆ!
และใครจะเป็เหยื่อรายแรกของสัตว์อสูรร้ายจากดินแดนรกร้างแห่งนี้กัน?
-------------------
