บทที่ 7 ผักดองสูตรใหม่
หุ้นส่วนผู้เงียบงัน
หลังจากได้รับอนุญาต พร้อมกับคำขู่ จากท่านแม่สามีแล้ว ซูอันอันก็ไม่รอช้า นางเริ่มต้น "โครงการที่สอง" ของนางในบ่ายวันนั้นทันที โดยมีเสิ่นซินอี้เป็ผู้ช่วยตัวน้อยที่คอยวิ่งตามแจด้วยแววตาเป็ประกาย
นางนำผักป่าที่เหลืออยู่มาล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน คัดแยกใบที่ช้ำหรือมีรอยแมลงกัดกินออกอย่างใส่ใจ ทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยความแม่นยำราวกับกำลังเตรียมวัตถุดิบในห้องปฏิบัติการ
ทว่า อุปสรรคแรกก็ปรากฏขึ้นเร็วกว่าที่คิด
นางนำไหดินเผ่าใบเล็กที่หลิวซื่อชี้ให้ไปล้างทำความสะอาด เมื่อลองใช้นิ้วลูบไปตามพื้นผิวด้านใน นางก็ขมวดคิ้วมุ่นในทันที ‘แย่แล้ว...เนื้อดินเผามันหยาบเกินไป’ นางคิดในใจอย่างกังวล ‘มันมีรูพรุนเล็กๆ เต็มไปหมดแบบนี้ ต่อให้ปิดฝาสนิทแค่ไหน อากาศก็ยังสามารถแทรกซึมเข้าไปได้อยู่ดี
การหมักแบบไร้อากาศ้าสภาวะที่ปิดสนิทจริงๆ ไม่อย่างนั้นแทนที่จะได้จุลินทรีย์ตัวดี...เราจะได้เชื้อรามาแทน!’
“มีอันใดรึพี่สะใภ้?”
ซินอี้เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของนาง
ซูอันอันถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ไหใบนี้...มันยังไม่เหมาะที่จะใช้หมักผักสูตรใหม่ของพี่เท่าใดนัก” นางชี้ให้ซินอี้ดูพื้นผิวด้านใน
“เ้าดูสิ เนื้อดินเผามันไม่เรียบสนิท มันจะเก็บอากาศไว้ไม่ได้นานพอ”
นางได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองอย่างจนปัญญา
“ถ้าเพียงแต่เราจะมีไหที่เนื้อดินแน่นกว่านี้ ผิวเรียบเป็มัน และมีฝาปิดที่พอดีกับปากไห...การทดลองครั้งนี้คงจะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น”
นางไม่รู้เลยว่าบทสนทนาที่ดูเหมือนการบ่นพึมพำกับน้องสาวสามีนั้น ได้ลอยไปเข้าหูของใครอีกคนที่เพิ่งเดินกลับมาถึงบ้านและกำลังยืนเช็ดเหงื่ออยู่ตรงมุมยุ้งฉางเงียบๆ
เสิ่นอวี่หานยืนพิงผนังดินเหนียว ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังแผ่นหลังบอบบางของภรรยาที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับไหดินเผ่าใบเก่า เขามองเห็นความผิดหวังฉายชัดอยู่บนใบหน้าของนางเมื่อนางเงยหน้าขึ้นมา เขาได้ยินทุกถ้อยคำที่นางกล่าวกับซินอี้ และเข้าใจได้ในทันทีถึงอุปสรรคที่นางกำลังเผชิญอยู่
เขาไม่ได้เดินเข้าไปทักทาย ไม่ได้เอ่ยปากถามไถ่ หรือเสนอความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น...
บุรุษหนุ่มเพียงแค่หันหลังกลับ แล้วเดินจากไปอย่างเงียบงันดุจเงา ยิ่งกว่านั้น ในเย็นวันนั้น เขายังออกจากบ้านไปอีกครั้งหลังจากมื้อค่ำ เมื่อหลิวซื่อเอ่ยถาม เขาก็ตอบเพียงสั้นๆ ว่าจะไปดูตาข่ายดักสัตว์ที่วางไว้บนเขาเท่านั้น
รุ่งเช้าของอีกวัน ซูอันอันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย นางคิดว่าวันนี้คงต้องยอมใช้ไหใบเก่าไปก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ไขปัญหาเื่อากาศรั่วซึมทีหลัง
อาจจะต้องใช้ดินเหนียวมาพอกปิดทับอีกชั้นหนึ่ง แต่นั่นก็เป็วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่แน่นอนนัก
ทว่า ขณะที่นางกำลังจะเดินไปหยิบไหใบเ้าปัญหา ความเคลื่อนไหวที่หน้าประตูก็ทำให้เท้าของนางต้องหยุดชะงักลง
เสิ่นอวี่หานเดินกลับเข้ามาในบริเวณบ้าน ร่างสูงใหญ่ของเขาดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ บนเสื้อผ้ามีเศษดินและใบไม้ติดอยู่ประปราย
คล้ายกับว่าเขาไม่ได้กลับมานอนที่บ้านทั้งคืน แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนในบ้านต้องประหลาดใจก็คือ สิ่งที่เขาแบกอยู่บนบ่า
มันคือไหดินเผาใบใหม่เอี่ยม!
มันไม่ใช่ไหธรรมดาที่หาได้ทั่วไปตามหมู่บ้าน เนื้อดินของมันมีสีเข้มและดูแ่า พื้นผิวถูกเคลือบจนเรียบเนียนเป็มันวาวสะท้อนแสงแดดยามเช้า
ปากไหถูกปั้นมาอย่างประณีต และที่สำคัญที่สุดคือ มันมีฝาปิดดินเผาที่ถูกทำขึ้นมาคู่กันซึ่งดูแล้วน่าจะปิดลงได้สนิทพอดี
เขาเดินตรงมาหาซูอันอันที่กำลังยืนนิ่งอึ้งอยู่ แล้ววางไหใบนั้นลงบนพื้นตรงหน้านางอย่างแ่เบา เสียงก้นไหกระทบกับพื้นดินดัง ตุบ หนักแน่น ปลุกให้นางตื่นจากภวังค์
เขาไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่คำเดียว...
ไม่ได้อธิบายว่าไปได้มันมาจากที่ใด... ไม่ได้บอกว่าเขาต้องลำบากตรากตรำเพียงใดกว่าจะได้มันมา...
เขาเพียงแค่สบตานางนิ่งๆ ด้วยั์ตาที่ลุ่มลึกดุจผืนน้ำยามราตรีคู่นั้น ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าไปในบ้านเพื่อล้างหน้าล้างตา ทิ้งไว้เพียงซูอันอันที่กำลังยืนตะลึงงันอยู่กับ "ของขวัญ" ชิ้นแรกที่นางได้รับจากเขา
หัวใจของนางพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นปราดขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนแทบพูดไม่ออก
นี่คือการสนับสนุนที่ไร้ซึ่งคำพูด แต่มันคือการ ‘ส่งถ่านในวันหิมะตก’[1] ที่แท้จริง และกลับทรงพลังยิ่งกว่าคำปลอบโยนใดๆ เขาได้ยิน...เขาเข้าใจ...และเขาได้ลงมือทำเพื่อนาง
นางก้มลงลูบไหดินเผาใบใหม่อย่างแ่เบา ััได้ถึงความเย็นและความเรียบลื่นของมัน ในวินาทีนั้นเอง นางก็รู้ได้ในทันทีว่า...การทดลองทำผักดองครั้งนี้
นางไม่ได้ทำมันเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว นางมี "หุ้นส่วนผู้เงียบงัน" ที่พร้อมจะสนับสนุนนางอยู่ข้างๆ กายแล้ว
การหมักดองและความหวังในไหดิน
เมื่อได้อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจของ "โครงการที่สอง" มาอยู่ในมือแล้ว ซูอันอันก็ไม่รีรอที่จะเปลี่ยนความรู้ในหัวให้กลายเป็ความจริงที่จับต้องได้ นางลงมือทำ "ผักดองสูตรใหม่" ในบ่ายวันนั้นทันที โดยมีเสิ่นซินอี้เป็ลูกมือตัวน้อยที่คอยส่งของให้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและชื่นชมพี่สะใภ้ของนางอย่างปิดไม่มิด
“พี่สะใภ้ ไหใบนี้ช่างงดงามยิ่งนัก! ผิวของมันเรียบลื่นราวกับหยกเลยทีเดียว!” ซินอี้กล่าวขณะช่วยล้างไหใบใหม่อย่างเบามือ
ซูอันอันลอบยิ้ม นางรู้ดีว่าไหใบนี้ไม่ได้งดงามเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่นางจะหาได้ในยุคนี้
“ความเรียบลื่นของมันนี่แหละ คือสิ่งสำคัญที่สุด” นางกล่าวตอบ
“มันจะช่วยให้เราปิดฝาได้สนิท ป้องกันไม่ให้อากาศเล็ดลอดเข้าไปได้”
นางเริ่มต้นกระบวนการด้วยความพิถีพิถันราวกับกำลังประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ นางนำผักป่าที่ล้างสะอาดและผึ่งลมจนแห้งสนิทดีแล้วมาวางไว้บนกระด้งสานใบใหญ่ จากนั้นจึงหยิบเกลือเม็ดหยาบที่ได้รับอนุญาตมาจากหลิวซื่อขึ้นมาหนึ่งกำมือ ‘ปริมาณโซเดียมคลอไรด์ต่อมวลชีวภาพ...ต้องแม่นยำ’
นางคิดในใจ พลางค่อยๆ โปรยเกลือลงบนผักอย่างสม่ำเสมอ ใช้มือทั้งสองข้างคลุกเคล้าและขยำเบาๆ เพื่อให้เกลือซึมเข้าไปในเนื้อผักและดึงน้ำออกมา
“เหตุใดเราต้องขยำมันด้วยเล่าเ้าคะพี่สะใภ้?” ซินอี้เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เพื่อช่วยให้น้ำในตัวผักออกมาเร็วขึ้นอย่างไรเล่า” นางอธิบายอย่างใจเย็น ท่าทางของนางดู ‘มีไผ่อยู่ในอก’[2] “น้ำผักที่ออกมานี้สำคัญยิ่งนัก มันจะกลายเป็เกราะป้องกันชั้นดี ช่วยให้ผักของเราไม่เน่าเสีย”
ขณะที่สองพี่น้องกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมผัก หลิวซื่อก็นั่งทำงานจักสานของนางอยู่บนแคร่ไม่ไกลนัก แม้นางจะแสร้งทำเป็ไม่สนใจ แต่หางตาของนางก็คอยเหลือบมองการกระทำอันแปลกประหลาดของสะใภ้คนนี้อยู่เป็ระยะ
ในใจของนางยังคงเต็มไปด้วยความกังขา แต่ก็มีความอยากรู้อยากเห็นซ่อนอยู่ลึกๆ เช่นกัน
เมื่อคลุกเคล้าผักกับเกลือจนได้ที่แล้ว ซูอันอันก็เริ่มบรรจงอัดมันลงในไหใบใหม่อย่างแ่า นางใช้กำปั้นกดผักลงไปทีละชั้นๆ จนแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไล่อากาศที่แทรกอยู่ระหว่างใบผักออกให้หมด
“เราต้องทำให้มัน ‘อับลม’ อย่างแท้จริงนะซินอี้” นางสอนน้องสาวสามีไปด้วย “เราต้องไล่อากาศร้ายออกไปให้หมด เพื่อให้ ‘เพื่อนตัวเล็กๆ’ ที่ดีต่อร่างกายของเราทำงานได้เต็มที่
แล้วเพื่อนตัวเล็กๆ เหล่านี้ก็จะสร้างรสเปรี้ยวอร่อยๆ และช่วยให้เราเก็บผักไว้กินได้นานแสนนานเลยทีเดียว”
แม้ซินอี้จะไม่เข้าใจเื่ "เพื่อนตัวเล็กๆ" เท่าใดนัก แต่นางก็พยักหน้ารับอย่างแข็งขันและตั้งใจจดจำทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด
ในที่สุด ผักทั้งหมดก็ถูกอัดแน่นลงไปในไห น้ำผักที่ถูกเกลือขับออกมาค่อยๆ เอ่อล้นขึ้นมาจนท่วมผิวหน้าของผักชั้นบนสุดพอดี ซูอันอันยิ้มอย่างพึงพอใจ ‘สมบูรณ์แบบ! สภาวะไร้อากาศเบื้องต้นสำเร็จแล้ว!’
ขั้นตอนสุดท้ายคือนางนำแผ่นไม้สะอาดที่เหลาจนกลมพอดีกับปากไหมาวางทับลงไป ตามด้วยก้อนหินแม่น้ำที่ล้างจนสะอาดแล้วสองสามก้อนที่เสิ่นอวี่เจ๋อช่วยหามาให้วางทับลงไปอีกทีเพื่อเป็น้ำหนักกดทับ ป้องกันไม่ให้ผักลอยขึ้นมาััอากาศได้อีก
นางบรรจงปิดฝาไหที่เข้าคู่กันลงอย่างแ่า ก่อนจะใช้ดินเหนียวผสมฟางที่เตรียมไว้มาพอกปิดทับรอยต่อระหว่างฝากับปากไหอีกชั้นหนึ่งเพื่อการันตีความสำเร็จ
บัดนี้...ไหดินเผาใบใหม่ได้ถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์แล้ว ภายในนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ผักกับเกลือ แต่ยังบรรจุไปด้วยองค์ความรู้จากโลกอนาคต ความหวังที่จะมีอาหารที่ดีขึ้น และความใส่ใจของครอบครัวที่หลอมรวมกันอยู่
ซูอันอันใช้เศษถ่านไม้ขีดเขียนตัวอักษรสองสามตัวลงบนแผ่นไม้เล็กๆ แล้วนำเชือกป่านมาร้อยแขวนไว้ที่คอไห
"ของสำคัญ...ห้ามเปิดก่อนกำหนด"
นางยืนมองผลงานชิ้นเอกของตนเองด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น ในขณะที่ซินอี้มองไหใบนั้นราวกับมันเป็หีบสมบัติล้ำค่า ส่วนหลิวซื่อนั้นก็ได้แต่วางงานในมือลงแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าในใจของนางกำลังคิดสิ่งใดอยู่
ตอนนี้...สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือ การรอคอย รอคอยให้เวลาและ "เพื่อนตัวเล็กๆ" ของซูอันอันได้ทำหน้าที่ของมัน และรอคอยที่จะได้พิสูจน์ว่า ปัญญาที่ดูแปลกประหลาดในวันนี้ จะกลายเป็ความอิ่มท้องและความอยู่รอดของพวกเขาในวันข้างหน้าได้จริงหรือไม่...
[1]ส่งถ่านในวันหิมะตก: หมายถึง การให้ความช่วยเหลือในยามที่จำเป็ที่สุด, การหยิบยื่นสิ่งที่ขาดแคลนให้ในเวลาที่ยากลำบาก เปรียบเหมือนการได้ถ่านไฟในวันที่หิมะตกหนัก
[2] มีไผ่อยู่ในอก: หมายถึง การมีแผนการหรือความคิดที่ชัดเจนและมั่นใจอยู่ในใจแล้วก่อนที่จะลงมือทำ เปรียบเหมือนจิตรกรที่เห็นภาพต้นไผ่ที่สมบูรณ์อยู่ในใจก่อนจะวาดลงบนกระดาษ
