“ถ้านายไม่ดื่ม ฉันก็ไม่บังคับ แต่...ฉันถามอะไรอย่างหนึ่งสิ” ชนกันต์เหลือบมองพิมพ์มาดาที่เดินลับเข้าไปในครัว แล้วเอ่ยถามบางอย่างจากเพื่อนรัก
“ว่ามาสิ”
“กำไลข้อมือของพิมพ์มาดายังอยู่ไหม นายได้ขอดูจากเธอหรือยัง” เทวทิณณ์ได้ยินดังนั้น จึงหันมามองเพื่อนรักของเขา
“นายยังไม่จบเื่นี้อีกเหรอ ทำไมฉันจะต้องไปขอดูด้วย ในเมื่อพิมพ์ไม่มีวันทำอย่างนั้นกับฉันอยู่แล้ว” คำพูดมั่นใจของเทวทิณณ์ ทำให้ชนกันต์ถอนหายใจออกมา
“ฉันเตือนนายด้วยความหวังดี”
“นั่นน้องสาวของนาย นายควรเข้าข้างสิ ไม่ใช่พูดอะไรไร้สาระแบบนี้”
“ก็เพราะว่าเธอเป็น้องสาวฉันไง ฉันรู้จักพิมพ์มากกว่านาย”
“ต้องเห็นกับตาใช่ไหม นายถึงจะจบเื่นี้” ว่าแล้วเทวทิณณ์คิดตัดรำคาญ จึงลุกขึ้น แล้วเดินตรงไปยังแฟนสาวของเขาที่กำลังล้างจานอยู่
“เข้ามาทำไมคะพี่ทิณณ์” พิมพ์มาดาหันมาเอ่ยถาม ก่อนที่เขาจะคว้ามือเธอ แล้วพาไปยังโต๊ะอาหาร สายตาของเทวทิณณ์จับจ้องไปยังชนกันต์แล้วกลับมายังพิมพ์มาดา
“เอามือมาให้พี่”
“คะ” หญิงสาวชะงัก แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยความแปลกใจ
“กำไลข้อมือที่พี่ซื้อให้ พี่ขอดูหน่อยได้ไหม” คำพูดของเขาทำให้พิมพ์มาดาเลื่อนสายตามายังชนกันต์ที่ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับดาราสาวที่เดินตามมา หยุดมองทุกอย่างด้วยใจจดจ่อ
“ทำไมอ้ำอึ้งล่ะพิมพ์” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทีอึกอักของแฟนสาว ทำให้เขาเลื่อนสายตาไปยังมือของเธอ แล้วตัดสินใจจับมือเธอขึ้นมา เปิดแขนเสื้อคลุมสีอ่อน ที่คลุมไว้ตลอดทั้งวันออก ก่อนจะพบกับความว่างเปล่า หัวใจของเทวทิณณ์เวลานั้นอ่อนยวบ เขาตัดสินใจจับมืออีกข้างของเธอขึ้นมาแล้วเปิดดูเช่นกัน
“ข้อมือที่พี่ซื้อให้ไปไหนแล้ว” สายตาสั่นไหวของเทวทิณณ์ทำให้พิมพ์มาดายิ่งอึกอัก เธอก้มหน้าลงแล้วพยายามจะอธิบาย ก่อนที่เขาจะคว้ามือเธอ แล้วพาร่างเล็กออกไปจากบ้านหลังใหญ่ไปในทันที โดยไม่หันไปล่ำลาใคร
“กลับไปคุยกันที่คอนโดฯ” หัวใจของเขาในตอนนี้หล่นวูบลงมา ก่อนที่ทั้งชนกันต์และปุยนุ่นจะเดินตามออกมา ทอดมองรถหรูของเทวทิณณ์ที่แล่นลับไป
“บอกพี่มา ว่ากำไลข้อมือ ไปไหน” น้ำตาของพิมพ์มาดาค่อย ๆ ไหลรินออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ที่พยายามเค้นเอาคำตอบ มือหนาเลื่อนไปปิดประตูคอนโดฯ แล้วเดินเข้ามาจับมือเธอแน่น หมายเอาความจริงจากปากเธอ
“พิมพ์ลืมไว้ในห้องน้ำเหรอ ลืมไว้ที่ไหน พี่ไปดูให้นะ” เทวทิณณ์พยายามปลอบใจตัวเอง เมื่อเห็นท่าทีเด่นชัดของอีกฝ่ายแสดงออกมา เขาเบี่ยงตัวเดินเข้าไปหาในห้องน้ำ และห้องนอนด้วยท่าทางรีบร้อน
“พี่ว่าพิมพ์ต้องถอดไว้ที่ไหนสักแห่ง พี่จะไปดูในห้องครัวนะ” เขาท่าทางจะเดินออกไป ก่อนที่มือบางของพิมพ์มาดาคว้าตัวชายหนุ่มไว้ได้ทัน
“พี่ทิณณ์คะ” น้ำเสียงสั่นเครือของพิมพ์มาดาทำให้ชายหนุ่มชะงัก ค่อย ๆ หันใบหน้าหล่อเหลากลับมายังแฟนสาว เมื่อเห็นน้ำตาของเธอ จึงพยายามเข้มแข็ง แล้วหาข้ออ้างเพื่อปลอบใจตัวเอง
“พิมพ์ทำหล่นหายไปใช่ไหม บอกพี่มาสิ พี่พร้อมเชื่อพิมพ์ บอกพี่มาคำเดียว ว่าพิมพ์ทำหล่นหายไปแล้ว” ท่าทางของชายหนุ่มในตอนนี้ ทำให้พิมพ์มาดาเลื่อนสายตามองเขาด้วยความรู้สึกผิด
“พิมพ์เอาข้อมือนั้นไปขายแล้วค่ะ” คำพูดของเธอ คล้ายกับมีมือใหญ่มาบีบหัวใจเขาให้หล่นวูบในทันที คำพูดของชนกันต์ลอยเข้ามาให้เทวทิณณ์หวาดหวั่น ก่อนเขาจะกลั้นใจถามเธอเป็ครั้งสุดท้าย
“พิมพ์แกล้งพี่ใช่ไหม” ชายหนุ่มฝืนยิ้มมองตรงไปยังแฟนสาว ภาวนาให้ทุกอย่างเป็เพียงความฝัน ที่ไม่ใช่ความจริง ก่อนพิมพ์มาดาปาดน้ำตาแล้วส่ายศีรษะปฏิเสธ
“กำไลข้อมือไม่อยู่แล้วค่ะ ความจริงพิมพ์ตั้งใจจะบอกพี่ทิณณ์หลายครั้งแล้ว แต่พิมพ์ไม่กล้า” พิมพ์มาดาเดินเข้ามาจับมือเขา แล้วเงยหน้ามองชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่ากำไลข้อมือที่เขาซื้อให้นั้นมีความหมายมากมายแค่ไหน
“พิมพ์ขอโทษนะคะที่ต้องขายไป พิมพ์รู้ว่า..”
“เธอทำแบบนี้ทำไม ของที่พี่ให้ไม่มีความหมายเลยงั้นเหรอ” เขาพูดสวนขึ้นทั้งที่พิมพ์มาดายังพูดไม่จบ เธอเลื่อนสายตามองเขาอีกครั้ง รับรู้ได้ถึงความผิดหวังที่มองตรงมา ก่อนหญิงสาวจะก้มหน้าลง แล้วยอมสารภาพความจริงทั้งหมด”
“พิมพ์ไม่มีทางเลือกค่ะ ตอนนี้คุณแม่ของพิมพ์ป่วยหนัก พิมพ์จำเป็ต้องเอาเงินไปรักษาท่าน แต่พี่ทิณณ์ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าพิมพ์เรียนจบ พิมพ์จะพยายามหาเงินมาคืนพี่ทิณณ์เอง”
“แม่ป่วยงั้นเหรอ” เขาทวนคำพูดของหญิงสาว พร้อมกับหมดแรงลงในทันที ชายหนุ่มเบี่ยงตัวไปนั่งยังเก้าอี้ แล้วครุ่นคิดถึงคำเตือนของชนกันต์ที่พูดไว้ ว่าเขาจะได้รับคำโกหกมากมายจากผู้หญิงหัวเงินคนนี้
“พ่อกับแม่เธออยู่ที่ไหนเหรอ” เขากัดฟันถามแฟนสาวด้วยสายตาผิดหวังอย่างถึงที่สุด ก่อนที่พิมพ์มาดาจะทอดสายตามองตรงไปยังชายหนุ่มที่เคยอบอุ่นแสนดี ทว่าแววตาเปลี่ยนไปจนเธอรับรู้ได้
“พ่อกับแม่ของพิมพ์ อยู่ที่ประเทศจีนค่ะ”
“งั้นเหรอ...” น้ำเสียงของเขาแสดงออกว่าไม่เชื่อ
“พี่ทิณณ์พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” พิมพ์มาดารับรู้ถึงความผิดปกติในสายตาที่มองมา ก่อนเทวทิณณ์คว้าแขนเธอแล้วกำแน่น
“พี่ถามเธออีกครั้งเดียว เธอขายกำไลนั้นไปทำไม ขอแค่อย่าโกหก แล้วพี่ยกโทษให้”
“พิมพ์ขาย เพราะ้าเอาเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยค่ะ” ในสายตาเขา หญิงสาวยังคงยังย้ำคำโกหกเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มือหนาของเทวทิณณ์ค่อย ๆ ปล่อยเธอออกอย่างคนหมดแรง ความรู้สึกมากมายที่มอบให้ ถูกเหยียบย่ำไม่เหลือชิ้นดี ด้านชาไปหมดทั้งร่างกายไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเดินต่อ เมื่อถูกคนที่รักทำลายความรักของเขาเพียงเพราะเงิน
