ตอนที่มุ่งหน้ามายังวังยมบาล อูจี้ก็เคยบอกไว้ว่าในประตู์จะมีศิษย์ผู้ทรงเกียรติของเก้าอาณาจักรอยู่ด้วย
ศิษย์ผู้ทรงเกียรติเ่าั้เดิมทีก็มีพร์ไม่ธรรมดา คาถาวิเศษที่พวกเขาฝึกฝน อาวุธวิเศษที่ใช้ล้วนเป็วัตถุระดับสูงทั้งสิ้น
นอกจากนี้แล้ว พวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติยังมีอาจารย์ที่มีฝีมือเลิศล้ำ ซึ่งบางทีอาจารย์ของพวกเขา...อาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าอูจี้อาจารย์ของเขาด้วยซ้ำ
รากฐานความสามารถของสำนักที่พวกเขาอยู่ก็เหนือล้ำเกินกว่าสำนักหลิงอวิ๋น หรืออาจจะเหนือกว่าวังยมบาลหนึ่งขั้นด้วย
ศิษย์ผู้ทรงเกียรติที่เก่งกาจเช่นนี้ต่างก็เข้ามาในประตู์ด้วย หากเขาพบเจอ จะต้องระมัดระวังให้มาก
ในสายตาของเนี่ยเทียน อู๋หลิ่งที่มาจากอาณาจักรต้าฮวงก็คือศิษย์ผู้ทรงเกียรติของต่างอาณาจักรที่อาจารย์เขากล่าวถึง
มีดยาวแปลกประหลาดเล่มนั้นของอู๋หลิ่ง และยังมีเกราะวิเศษบนร่างของเขาต่างก็ไม่ใช่วัตถุธรรมดาทั่วไป
ลูกปราณิญญาหกลูกเมื่อถูกแสงมีดที่อู๋หลิ่งกระตุ้นตวัดฟันก็พากันะเิกระจุยกระจาย สะเก็ดแสงที่มาจากลูกปราณิญญาจึงกลบทับร่างของอู๋หลิ่งไว้จนมิด
ทว่าเพียงแค่อู๋หลิ่งเผยเสื้อเกราะวิเศษบนร่างออกมา แสงที่สาดส่องจากเกราะวิเศษนั้นก็ทำลายสะเก็ดแสงทั้งหมดเสียจนสิ้นซาก
อู๋หลิ่งไม่เป็อะไรสักอย่าง มีเพียงแสงที่ถูกปล่อยออกมาจากเกราะวิเศษเท่านั้นที่มืดสลัวลงเล็กน้อย
“ข้าคงดูถูกอาณาจักรหลีเทียนมากเกินไป” อู๋หลิ่งสาวเท้ายาวๆ ออกมาจากสะเก็ดแสง ตรงดิ่งเข้าหาเนี่ยเทียน
เขาก้าวเดินมาข้างหน้าเรื่อยๆ แสงที่ถูกปล่อยออกมาจากเกราะวิเศษก็ทำลายสะเก็ดแสงทั้งหมดให้หายวับไม่มีเหลือ
“นึกไม่ถึงว่าอาณาจักรหลีเทียนกระจอกๆ จะมีคนอย่างเ้าอยู่ด้วย” อู๋หลิ่งขมวดคิ้ว ไม่กล้าดูถูกเนี่ยเทียนอีก คล้ายว่าในที่สุดก็มองเขาเป็คู่ต่อสู้ที่ควรค่าแก่การให้ความสำคัญอย่างแท้จริง
“ฟู่วๆ!”
ลำแสงมากมายแลบเข้าแลบออกจากมีดยาว พอเขาโบกสะบัดมีดยาว ดวงตาสามข้างที่เปิดขึ้นบนตัวมีดก็จับจ้องมาที่เนี่ยเทียนกะทันหัน
วินาทีที่ดวงตาสามข้างนั้นมองมายังเนี่ยเทียน ดวงตาทั้งคู่ของเนี่ยเทียนพลันปวดร้าว เืสดไหลรินออกมาในชั่วพริบตา
เวลาเดียวกันนั้น พลังจิตชั่วร้ายกระหายเืระลอกหนึ่งก็รุกรานเข้ามาในสมองของเนี่ยเทียนด้วย
พลังจิตชั่วร้ายนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาจากอู๋หลิ่ง แต่มาจากตัวของมีดยาวเอง
หรือจะพูดให้แน่ชัดก็คือมาจากดวงตาสามข้างที่เปิดขึ้นบนมีดยาว
ดวงตาสามข้างนั้นเดิมทีเป็แสงสีเข้ม ทว่าเวลานี้กลับเปลี่ยนมาเป็สีเขียว สีแดง และสีดำ
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน เขาเหมือนถูกปีศาจชั่วร้ายน่าหวาดกลัวสามตนจ้องมอง และปีศาจชั่วร้ายสามตนนั้นก็พุ่งพรวดเข้ามาในสมองของเขา หมายจะกัดกระชากมหาสมุทริญญาของเขา
เขารีบรวบรวมสมาธิมั่นทันใด!
พลังจิตที่เขาปลดปล่อยออกไปควบคุมลูกกลมปราณิญญาเ่าั้ก็จำเป็ต้องถอนกลับคืนมา
เขารวบรวมพลังจิตทั้งหมด จินตนาการถึงมีดคมกริบขนาดั์ขึ้นในสมอง พยายามฟาดฟันพลังจิตชั่วร้าย หมายจะขับไล่พวกมันออกไป
“พลังจิตแข็งแกร่งมาก ไม่ด้อยกว่าข้าเลยแม้แต่น้อย” อู๋หลิ่งแสยะปากยิ้ม รอยยิ้มนั้นเหี้ยมเกรียมและกระหายเื “แต่น่าเสียดาย ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่เคยฝึกเวทลับทางพลังจิตใดๆ เลย ก็จริงนะ ยังไงซะอาณาจักรหลีเทียนของพวกเ้าก็อยู่อันดับท้ายสุดของเก้าอาณาจักร ด้วยขอบเขตตบะของเ้า เกรงว่าคงไม่มีสิทธิ์ได้ัักับเวทลับทางพลังจิตระดับสูงเท่าใดนัก”
เขาแสยะยิ้มพลางเพิ่มความเร็ว ขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนมากขึ้นเรื่อยๆ
เวลานี้ เนี่ยเทียนที่ถูกมนต์ดำวิชาพลังจิตรุกรานสิ้นไร้เรี่ยวแรงที่จะควบคุมลูกปราณิญญาที่เหลืออยู่ให้ไปสกัดขวางเขาได้อีก
ระยะห่างระหว่างเขาและเนี่ยเทียนที่เดิมทีมีหลายสิบเมตรได้เขยิบเข้ามาเป็สิบเมตรอย่างรวดเร็ว
ในระยะสิบเมตร เวทลับและคาถาวิเศษทั้งหมดของอู๋หลิงก็คล้ายจะถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด
ทว่าอยู่ๆ เขาก็พลันหยุดชะงัก
“ฟิ้ว!”
แสงมีดรุบรู่ยาวเกือบยี่สิบเมตรเส้นหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากในมีดยาวลึกลับ และนาทีที่แสงมีดนั้นก่อตัวสำเร็จมันก็เขมือบกลืนปราณิญญาเข้มข้นที่อยู่รอบด้านมาทันที
แสงมีดที่เดิมทีเล็กยาวกลับเปลี่ยนมาเป็ขยายกว้างอีกหลายเท่า คล้ายมีดั์ที่ใช้ผ่าท้องฟ้าซึ่งกำลังจะผ่าเนี่ยเทียนออกเป็สองท่อน
“น่าเสียดายนัก...”
ซูหลินที่มาจากวิมาน์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียนก็ส่ายหัวเบาๆ ในใจเชื่อแน่นอนแล้วว่าเนี่ยเทียนย่อมตายอย่างมิต้องสงสัย
นางเองก็มองออกว่าเนี่ยเทียนถูกดวงตาปีศาจสามข้างบนมีดยาวของอู๋หลิ่งโจมตีทางจิติญญา
ส่วนเนี่ยเทียนมีเพียงแค่พลังจิตที่แข็งแกร่ง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนพลังจิตนั้นมาเป็เวทลับที่น่าครั่นคร้ามได้ นั่นถึงทำให้เขามิอาจต้านทานการรุกรานของพลังชั่วร้ายทางจิตของดวงตาปีศาจสามข้างนั้นได้
เนี่ยเทียนที่ถูกพลังชั่วร้ายทางจิตโจมตีจนจิติญญากระเจิดกระเจิง เผชิญหน้ากับแสงมีดที่ฟาดฟันลงมาอย่างน่าหวาดกลัวนั้น แม้แต่การกระทำต่อต้านปกติก็ยังมิอาจทำได้
นางเชื่อว่าเนี่ยเทียนต้องตายแน่ๆ
ในมหาสมุทรพลังจิติญญาของเนี่ยเทียน พลังชั่วร้ายทางจิตได้แปรเปลี่ยนเป็พายุคลุ้มคลั่งหมายจะบดขยี้สมองของเขาให้แหลกลาญอย่างกำเริบเสิบสาน
ม่านกำบังที่เขาใช้พลังจิตสร้างขึ้นแตกทลายอย่างต่อเนื่องเมื่อถูกโจมตีจากพายุนั้น แล้วก็ก่อตัวกันขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว
เขากำลังพยายามต้านทานอย่างสุดความสามารถ
ท่ามกลางลมพายุสีเข้มนั้น สามารถมองเห็นจุดแสงสามจุดได้รำไร แสงสามจุดนั้นมีสีเขียว แดง ดำสามสี ราวกับว่าดวงตาทั้งสามก็คือผู้บัญชาการที่อยู่กลางพายุ คอยควบคุมทิศทางการหมุนของพายุอยู่เงียบๆ
เมื่อมนต์ดำทางพลังจิตเข้ามารุกราน ดวงตาสามข้างบนมีดยาวของอู๋หลิ่งก็คล้ายมานอนแน่นิ่งอยู่ในสมองของเนี่ยเทียน
และก็เพราะการดำรงอยู่ของดวงตาสามข้างนั้น มหาสมุทรพลังจิตของเนี่ยเทียนจึงวุ่นวายยุ่งเหยิง ไม่สามารถใช้พลังจิตที่มากมหาศาลของตัวเองมาต้านอย่างมีประสิทธิผลได้
ขณะที่พลังจิตของเนี่ยเทียนไหลหายอย่างไปอย่างรวดเร็วจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองใกล้จะแตกสลายเต็มที เขาก็ไม่มีเวลาให้คิดมากอีก จึงรีบใช้ยันต์วิเศษอีกชิ้นหนึ่งที่อาจารย์มอบให้เขา
เมื่อเขาใช้พลังจิตกระตุ้น ยันต์วิเศษชิ้นนั้นจึงลอยออกมาจากกำไลเก็บของทันที
นาทีถัดมา ม่านแสงพลังิญญาเจ็ดชั้นที่สีสันเหมือนหินหยกก็โอบล้อมรอบกายเนี่ยเทียน ปกคลุมร่างของเขาเอาไว้ภายใน
“ฟู่วๆ!”
พอม่านแสงพลังิญญาเจ็ดชั้นก่อตัวขึ้น มนต์ดำพลังจิตจากมีดยาวที่เข้ารุกรานสมองของเนี่ยเทียนจึงได้รับผลกระทบในทันใด
สะเก็ดแสงมากมายจากม่านแสงเจ็ดชั้นพลันร่วงลงสู่มหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียน
ดวงตาสามข้างที่อยู่จุดศูนย์กลางของลมพายุกำเริบเสิบสาน เดิมทียังคงกะพริบปริบๆ ปลดปล่อยความพิศวงออกมาอย่างต่อเนื่อง
ทว่าวินาทีที่สะเก็ดแสงร่วงเข้าใส่ ดวงตาสามข้างนั้นก็คล้ายแสงเทียนที่ส่ายไหวท่ามกลางลมพายุ พริบตาเดียวก็ดับลงไปอย่างรวดเร็ว
พลังจิตชั่วร้ายที่เชื่อมต่อกับเนี่ยเทียนจึงถูกสะบั้นอย่างไร้ปราณีไปด้วย
“ซี่ๆ!”
แสงรุบรู่หลายเส้นพลันบินออกมาจากดวงตาของเนี่ยเทียน
พอแสงเ่าั้เข้ามาอยู่ในม่านแสงเจ็ดสีก็หายวับไปทันใด สมองของเนี่ยเทียนที่ถูกรบกวนจนพลิกคว่ำคะมำหงาย บัดนี้ได้ฟื้นคืนสู่สภาวะปกติแล้ว
และตอนนี้เอง แสงมีดสีเข้มขนาดใหญ่ั์ก็ฟาดฟันลงมา
“ตูม!”
เมื่อแสงมีดฟันฉับลงมา ม่านแสงเจ็ดสีที่ล้อมวนรอบกายเนี่ยเทียนก็ปลดปล่อยแสงวิเศษเจิดจ้า
แสงมีดของอู๋หลิ่งแตกกระจายไปทีละนิ้ว ทว่าม่านแสงเจ็ดสีที่เกิดจากยันต์วิเศษชิ้นนั้นกลับหายไปแค่สองชั้นเท่านั้น
การโจมตีสุดพลังของอู๋หลิ่งยังได้แค่ทำลายม่านแสงไปสองชั้น เนี่ยเทียนเองนอกจากจะได้รับแรงบีบคั้นระลอกหนึ่งแล้ว ก็ไม่ได้รับาเ็ใดๆ อีก
เพียงแต่ว่าพลังจิตของเขาที่ใช้ต้านทานเวทชั่วร้ายทางพลังจิตเมื่อครู่นี้กลับเสียหายไปเยอะมาก
“ยันต์วิเศษหนึ่งชิ้นสามารถต้านทานการโจมตีสุดพลังของผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ได้หนึ่งครั้ง ต่อให้อู๋หลิ่งจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็แค่ท้าย์ ต่อให้อาศัยอาวุธวิเศษที่ทรงพลังก็ไม่น่าจะมีแรงโจมตีได้เท่าขอบเขตต้น์”
เนี่ยเทียนที่ฟื้นคืนสติมีสีหน้าเคร่งขรึม จ้องอู๋หลิ่งด้วยสายตาเ็า
เนี่ยเทียนที่ถูกม่านแสงห้าชั้นห่อหุ้มร่างเอาไว้ ไม่ได้รับอิทธิพลใดๆ จากมนต์ดำชั่วร้ายอีกจึงรีบรวบรวมพลังจิตทันที
พลังจิตกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าแทรกซึมเข้าไปในลูกกลมปราณิญญาทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ ลูกกลมปราณิญญาหกลูกที่ยังคงล่องลอยไปมาพลันพุ่งเข้าโจมตีอู๋หลิ่งอย่างพร้อมเพรียงกัน
อู๋หลิงที่ไม่สามารถสังหารเนี่ยเทียนได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแอบขมวดคิ้ว เขามองม่านแสงหินหยกห้าชั้นที่หลงเหลืออยู่ แล้วแค่นเสียงหนึ่งครั้ง กล่าว “ดูท่าเ้าคงจะมีอาจารย์ที่ดีสินะ”
ซูหลินที่จ้องมองการต่อสู้ระหว่างอู๋หลิ่งและเนี่ยเทียนอยู่ตลอดเวลา เห็นว่าเนี่ยเทียนไม่ถูกอู๋หลิ่งสังหาร แต่กลับฟื้นคืนสติอีกครั้ง ทั้งยังขับเคลื่อนลูกกลมปราณิญญาที่เหลือให้ไปโจมตีอู๋หลิ่ง นางก็รู้สึกตะลึงระคนแปลกใจเล็กน้อย
หลังจากความตะลึงผ่านไป นางก็หันหน้าไปมองพื้นที่ของผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์ พบว่าที่นั่นก็เปิดศึกนองเืที่ดุเดือดแล้วเช่นกัน
ซูหลินแอบประเมินอยู่ในใจตัวเอง คล้ายยอมรับฝีมือของเนี่ยเทียน รู้สึกว่าเนี่ยเทียนน่าจะมีศักยภาพมากพอที่จะเผาผลาญพลังของอู๋หลิ่งจากอาณาจักรต้าฮวงอย่างช้าๆ ได้
เมื่อความคิดนี้เกิดขึ้น ซูหลินจึงตัดสินใจเฉียบขาดทันที
นางที่อยู่นิ่งมานานพลันกล่าวกับชายหนุ่มชุดขาวแห่งอาณาจักรปิงเฟิง “บทต้นของคาถาสะเก็ดดาวอยู่ในมือของพวกเราสี่คน ในเมื่ออู๋หลิ่งมีคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกันแล้ว ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็ต้องรอต่อไปอีก เ้าและข้าล้วนเข้าใจดี ยิ่งรวบรวมบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งข้ามผ่านม่านกำบังที่เป็แม่น้ำแสงเจ็ดสี และทดลองเข้าไป่ชิงบทกลางของคาถาสะเก็ดดาวมาได้เร็วเท่านั้น”
ตอนที่พูดถึงบทกลาง นางก็มองไปยังพื้นที่ของผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์อีกครั้ง มองการต่อสู้โเี้ที่เกิดขึ้นตรงนั้น
ชายหนุ่มชุดขาวตะลึงพรึงเพริด “ซูหลิน! เ้า...เ้าถึงขนาดกล้ามีความคิดจะไป่ชิงคาถาสะเก็ดดาวบทกลางเชียวรึ?”
“วิมาน์ของข้า้ารวบรวมคาถาสะเก็ดดาวให้ครบทั้งต้นกลางและท้าย” ซูหลินไม่ได้สนใจการต่อสู้ดุเดือดระหว่างเนี่ยเทียนและอู๋หลิ่ง นางเพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทางฝ่ายของต้น์ มีอาจารย์อาของข้าคนหนึ่งจัดการอยู่แล้ว ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของเขา จะต้องชิงคาถาบทท้ายมาได้อย่างแน่นอน”
“เดิมทีวิมาน์ของเรายังส่งคนอีกคนหนึ่งให้ไปที่ขอบเขตกลาง์ด้วย ทว่าน่าเสียดาย เขาไม่ทันมาถึงพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็สิ้นชีพไปก่อนแล้ว”
“ผู้ที่เลื่อนขั้นเป็ต้น์ ต่อให้ได้รับบทท้ายของคาถาสะเก็ดดาวก็ไม่สามารถข้ามแม่น้ำแสงเจ็ดสีมายังขอบเขตของกลาง์ได้”
“มีเพียงผู้ที่อยู่ท้าย์เท่านั้นที่หลังจากรวบรวมบทต้นของคาถาสะเก็ดดาวแล้วถึงจะข้ามแม่น้ำแสงเจ็ดสีที่เป็ตัวกางกั้นไปได้”
“สามบทของคาถาสะเก็ดดาว วิมาน์ของพวกเราต้องได้ ในเมื่ออาจารย์อาของข้ามิอาจข้ามมายังพื้นที่ของกลาง์ได้ ถ้าเช่นนั้นก็มีเพียงข้าเท่านั้นที่ต้องทำให้ได้”
-----
