ในดินแดนดาวตก อาณาจักรใหญ่ทั้งเก้า อาณาจักรเสวียนเทียนอยู่อันดับหนึ่ง
วิมาน์คือสำนักผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรเสวียนเทียน และในบรรดากลุ่มอิทธิพลมากมายของดินแดนดาวตก วิมาน์เองก็มีตำแหน่งที่เหนือล้ำเกินใครเช่นกัน
ซูหลินที่มาจากวิมาน์ อยู่ในพื้นที่ของขอบเขตท้าย์ ฝีมือสามารถกำราบอู๋หลิ่งและชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้นได้สบายๆ
พื้นที่ขอบเขตต้น์ อาจารย์อาน้อยของซูหลิน เผชิญหน้ากับการโอบล้อมโจมตีของผู้แข็งแกร่งต้น์สามคนซึ่งมีถังหยางรวมอยู่ด้วยก็ยังรับมือได้สบายๆ อย่างเห็นได้ชัด
ความแข็งแกร่งของวิมาน์ ทำให้เนี่ยเทียนแอบตกตะลึง
การต่อสู้นองเืในขอบเขตกลาง์และต้น์เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เนี่ยเทียนอยู่แล้วเรียกได้ว่าเหี้ยมโหดทารุณมากกว่านัก อีกทั้งยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงในระยะเวลาสั้นๆ
เนี่ยเทียนจับสังเกตอยู่ครู่ใหญ่แล้วจึงถอนสายตากลับ จากนั้นก็มองไปที่การต่อสู้ระหว่างซูหลินและชายหนุ่มชุดขาวจากอาณาจักรปิงเฟิง
เวลานี้พลังิญญา พลังจิตของเขาที่ใช้ไปในการต่อสู้กับอู๋หลิ่งล้วนฟื้นตัวกลับมาทั้งหมดแล้ว
เขาแอบรู้สึกได้ว่าหลังจากผ่านการเผาผลาญไปอย่างมหาศาลครั้งนี้ ดูเหมือนว่าพลังจิตและพลังิญญาของเขาจะพัฒนาไปอีกขั้นในระดับที่ต่างกัน
มีเพียงพลังเืเนื้อเท่านั้นที่ไม่ได้ไต่ไปสู่ระดับสมบูรณ์พรั่งพร้อม
เขาจึงหยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษออกมาจากกำไลเก็บของแล้วสวาปามคำใหญ่ลงท้องอีกครั้ง
เวลานี้ข้างกายของเขามีลูกปราณิญญาขนาดประมาณแท่นโม่หินลอยอยู่อีกสิบสามลูก
ลูกปราณิญญาเ่าั้ล้วนถูกดึงเอาพลังประหลาดที่สามารถบำรุงพลังจิตออกมา และภายใต้สถานการณ์ที่มหาสมุทริญญาของเนี่ยเทียนเปี่ยมล้นเช่นนี้ พลังที่เหลือในลูกปราณิญญาจึงถูกละทิ้ง
พลังจิตเป็กลุ่มๆ บินออกมาจากกายของเนี่ยเทียนแล้วผสานรวมเข้าไปในลูกปราณิญญาทั้งสิบสามลูก
เมื่อความคิดของเขาเปลี่ยนแปลง ลูกปราณิญญาสิบสามลูกก็ลอยล่องไปอยู่ในพื้นที่ระหว่างซูหลินสองคน
เขานั่งมองการต่อสู้ระหว่างซูหลินและชายหนุ่มชุดขาวแล้วรู้สึกเบื่อ จึงสร้างลูกปราณิญญาขึ้นมาอีกครั้ง
การต่อสู้กับอู๋หลิ่งทำให้เขาเข้าใจว่าปราณิญญาฟ้าดินของที่แห่งนี้บริสุทธิ์อย่างหาสิ่งใดมาเปรียบมิได้ ลูกปราณิญญาที่ถูกสร้างขึ้นยังกลายมาเป็ท่าไม้ตายให้เขาได้อีก
รอจนการต่อสู้ระหว่างซูหลินและชายหนุ่มชุดขาวสิ้นสุดแล้ว เขาสามารถยืมใช้ลูกปราณิญญาจำนวนมากมายมาต่อกรกับผู้ชนะเช่นเดียวกับที่เคยทำกับอู๋หลิ่ง
อย่างน้อยใน่เวลาที่ผู้ชนะใช้พลังงานไปมากจนเหน็ดเหนื่อยไร้กำลัง เขายังสามารถใช้ลูกปราณิญญาโจมตีใส่ได้
เขาวางแผนรัดกุมให้กับตัวเอง แล้วจึงใช้ปราณิญญาในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาสร้างลูกปราณิญญาอีกครั้ง
เวลาผ่านไปอีกพักหนึ่ง ลูกปราณิญญาที่อยู่ข้างกายเขาก็เปลี่ยนจากสิบสามมาเป็ยี่สิบเอ็ดลูก
เวลานี้เขามองเห็นความเหนื่อยล้าในสายตาเ็าของชายหนุ่มชุดขาวจากอาณาจักรปิงเฟิงแล้ว
ชายหนุ่มชุดขาวโบกสะบัดกระบี่เล่มยาวที่โบราณและเรียบง่าย แสงสว่างที่ถูกปล่อยออกมาลดน้อยลง และคลื่นพลังิญญาในร่างของเขาก็ไม่เชี่ยวกรากอย่างตอนแรกอีกแล้ว
“สวบๆ!”
นิ้วเรียวราวลำเทียนของซูหลินกรีดกราย มีดโค้งทรงพระจันทร์เสี้ยวหลายเล่มก็พลันปรากฏขึ้นมา
มีดโค้งเหล่านี้มีมากหลายร้อยเล่ม อีกทั้งยังถูกผลักดันด้วยค่ายกลมหัศจรรย์บางอย่าง ทำให้พื้นดินตรงจุดที่ชายหนุ่มชุดขาวยืนอยู่ซึ่งจับตัวเป็น้ำแข็งแตกสลายกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ดวงตาของซูหลินเปลี่ยนมาเป็ประกายสีเงิน ลูกตาดำของนางประดุจพระจันทร์เสี้ยวสองดวงที่เย็นรื่นสบายตา
เกล็ดหิมะทรงผลึกใสมากมายตรงพื้นที่การโจมตีทางพลังจิตตรงกลางระหว่างนางและชายหนุ่มชุดขาวแตกกระจายออกหมด สาดกระเซ็นออกมาเป็เกล็ดน้ำแข็ง
ชายหนุ่มชุดขาวถูกโจมตีอย่างรุนแรง เขากระอักเืออกมาหนึ่งคำ สีหน้าเปลี่ยนมาเป็ซีดขาวราวกระดาษในพริบตา
ซูหลินหน้าไม่เปลี่ยนสี พูดเสียงเรียบ “เสวียนเข่อ หอหันปิงของพวกเ้ากับวิมาน์ของข้ามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ข้าไม่้าสังหารเ้า เ้าใช้วิชาลับของตัวเองตัดภาพประตู์บนหลังมือทิ้งเสียเถอะ”
ชายหนุ่มชุดขาวจากอาณาจักรปิงเฟิงชื่อว่าเสวียนเข่อ พอมาถึงเวลานี้เหมือนว่าเขาเองก็เข้าใจสถานการณ์ดีแล้ว
เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่พูดไม่จาก็ใช้กระบี่ยาวเล่มนั้นปาดเนื้อบนหลังมือทิ้ง
เนื้อก้อนนั้นประทับภาพประตู์เอาไว้ ซึ่งในนั้นมีแสง์อยู่สิบหกจุด
วิธีตัดภาพประตู์ของเขาไม่ได้เหี้ยมโหดอำมหิตเฉกเช่นอู๋หลิ่ง
ที่เขาเสียไปมีเพียงก้อนเนื้อชิ้นหนึ่ง ซึ่งเนื้อตรงนั้นยังงอกขึ้นมาใหม่ได้ในวันหน้า
อู๋หลิ่งกลับไม่เหมือนกัน ใน่เวลาความเป็ความตาย อู๋หลิ่งไม่มีเวลาที่จะค่อยๆ ปาดเนื้อตัวเองออกอย่างระมัดระวังเช่นเขา
ตอนนั้นอู๋หลิ่งเผชิญหน้ากับหมัดพิโรธของเนี่ยเทียน จึงทำได้เพียงใช้วิธีที่โหดร้ายที่สุดอย่างการตัดมือของตัวเองทิ้ง
“เอ๊ะ!”
เมื่อเสวียนเข่อแห่งอาณาจักรปิงเฟิงปาดเนื้อชิ้นนั้นและเตรียมจะมอบให้ซูหลิน อยู่ๆ เขาก็หันมามองเนี่ยเทียนด้วยความตะลึงระคนแปลกใจ
ซูหลินเองก็ตะลึงแล้วหันหน้ากลับมาเช่นกัน
สองคนที่จมจ่อมอยู่กับการต่อสู้ ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจการปะทะระหว่างเนี่ยเทียนและอู๋หลิ่งจริงๆ แล้วก็ไม่มีสมาธิเหลือให้แบ่งมาดูด้วย
เดิมทีพวกเขาคิดว่าการต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและอู๋หลิ่งน่าจะยังดำเนินต่อ
ทว่าพอหันไปมองจริงๆ กลับพบว่าอู๋หลิ่งหายตัวไปแล้ว ส่วนภาพประตู์บนหลังมือของเนี่ยเทียนกลับมีแสง์เพิ่มขึ้นมาอีกสิบแปดจุด
แสง์เพิ่มขึ้นมาอีกสิบแปดจุดก็หมายความว่าอู๋หลิ่งที่หายตัวไปได้พ่ายแพ้ให้กับเนี่ยเทียนแล้ว
ข้างกายเนี่ยเทียนมีลูกปราณิญญาลอยอยู่ยี่สิบเอ็ดลูก ต่างก็ปลดปล่อยคลื่นพลังิญญาที่น่าตะลึงออกมา
เสวียนเข่อและซูหลินรับััเล็กน้อย จากนั้นก็ตรวจสอบดูถึงพลังในการต่อสู้ของเนี่ยเทียน เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ต่อสู้กับอู๋หลิ่ง ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก
นี่หมายความว่าเนี่ยเทียนไม่เพียงแต่ชนะอู๋หลิ่ง พลังงานที่เสียหายไปยังฟื้นตัวกลับมาแล้วด้วย
“อาณาจักรหลีเทียน...”
ดวงตาของเสวียนเข่อและซูหลินตอนที่มองมายังเนี่ยเทียนต่างก็เปลี่ยนมาเป็ซับซ้อน
พวกเขาต่างก็คาดไม่ถึงว่าผู้ชนะระหว่างเนี่ยเทียนและอู๋หลิ่ง จะกลายมาเป็เนี่ยเทียน
เก้าอาณาจักรของดินแดนดาวตก อาณาจักรหลีเทียนอยู่อันดับท้ายสุด เด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนแถมอยู่แค่ขอบเขตท้าย์ตอนกลาง กลับบีบให้อู๋หลิ่งหนีไปได้?
พวกเขารู้สึกตั้งรับไม่ทันอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เสวียนเข่อที่ปาดเนื้อทิ้งกลับถูกพลังงานลึกลับระลอกหนึ่งปกคลุม
เขาหายตัวไปจากเส้นสายตาของเนี่ยเทียน ราวกับว่าวินาทีนี้เขาได้ถูกพาออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้ว
มีเพียงเนื้อชิ้นนั้นที่ถูกเขาปาดออกที่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศ ซูหลินยื่นมือออกไปคว้า แสง์สิบหกจุดที่อยู่บนนั้นก็คล้ายสะเก็ดดาวที่บินออกมาหลอมรวมเข้าไปบนมือขาวนวลของซูหลิน
เสวียนเข่อเป็เหมือนอู๋หลิ่งที่พอสูญเสียภาพประตู์ไปแล้วจึงถูกส่งออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
ในพื้นที่ขอบเขตท้าย์ ตอนนี้เหลืออยู่เพียงแค่ซูหลินจากวิมาน์และเนี่ยเทียนที่มาจากอาณาจักรหลีเทียน
คนทั้งสองคนจึงประสานสายตากัน
ในสายตาของซูหลิน เนี่ยเทียนมองเห็นแค่เพียงความสงบนิ่งไร้คลื่นเคลื่อนไหวใดๆ สีหน้าของซูหลินเรียบเฉย นางหยิบเอายาสามเม็ดที่มีกลิ่นหอมลอยปะทะจมูกออกมาจากแหวน แล้วกลืนมันลงไปต่อหน้าเขา
“ข้าไม่้าเสียพลังงานไปกับตัวเ้า” ซูหลินคิดอยู่เล็กน้อยก็พูดเกลี้ยกล่อมขึ้นมาอย่างจริงใจ “เป้าหมายที่แท้จริงของข้าคือผู้ชนะคนสุดท้ายในพื้นที่ขอบเขตกลาง์ ข้าต้องรักษาสภาวะของตัวเองให้พรั่งพร้อมมากที่สุดเพื่อต่อสู้กับคนชนะของทางฝั่งนั้น”
“ดังนั้นข้าจะไม่ฆ่าเ้าก็ได้ เ้าแค่ทำเหมือนเสวียนเข่อ ตัดเนื้อชิ้นนั้นทิ้ง สละภาพประตู์ แล้วเ้าก็จะได้ออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเช่นเดียวกับเสวียนเข่อ”
“ข้าหวังว่าเ้าจะรู้ ต่อให้เ้าเอาชนะอู๋หลิ่งได้แต่เ้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่ดี”
“หากเ้าไม่รู้จักกลัวตาย คิดจะแย่งชิงกับข้าให้ได้ ข้าก็ขอบอกเ้าว่าหากเ้าลงมือเมื่อใด ข้าก็จะไม่ออมมืออีก และต้องสังหารเ้าให้ได้”
“เ้าพิจารณาเอาเองเถอะ”
ซูหลินจากวิมาน์เกลี้ยกล่อมเนี่ยเทียนด้วยความจริงจัง หวังว่าเขาจะเป็ฝ่ายทิ้งภาพประตู์ด้วยตัวเอง แล้วมีชีวิตรอดออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
นางยังมีความทะเยอทะยานที่มากกว่านั้น นางจึงไม่้าฆ่าเนี่ยเทียนจนเผาผลาญพลังงานของตัวเองมากเกินไป
ทว่าความหมายในคำพูดของนางกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ นางมั่นใจว่าหากเนี่ยเทียนลงมือ นางต้องฆ่าเนี่ยเทียนได้แน่นอน
เนี่ยเทียนหัวเราะพรืด กล่าว “เ้าเพิ่งสู้กับเสวียนเข่อเสร็จ พลังจิตและพลังิญญาของเ้าต่างก็ถูกเผาผลาญไปไม่น้อย ตามความเห็นข้า ตอนนี้พลังในการต่อสู้ของเ้าอาจจะเหลืออยู่แค่เพียงหกเจ็ดส่วนจากสภาวะสูงสุด”
“ส่วนข้า เนื่องจากยุติการต่อสู้กับอู๋หลิ่งเร็ว ตอนนี้จึงฟื้นตัวมาได้พอสมควรแล้ว”
“เ้านึกจริงๆ หรือว่าจะชนะข้าได้ง่ายๆ? หากประมือกัน คนผู้นั้นที่ต้องตายจะเป็ข้าจริงๆ หรือ?”
ซูหลินพยักหน้าเบาๆ “ข้าแน่ใจมาก”
เนี่ยเทียนถูกความมั่นใจที่มากเกินของนางกระตุ้นปณิธานในการสู้รบ เขาจึงยิ้มสดใส กล่าว “ข้าอยากจะลองดู!”
กล่าวจบลูกปราณิญญาทั้งหมดก็พุ่งเข้าโจมตีซูหลินอย่างรวดเร็วตามการเปลี่ยนแปลงทางจิตของเขา
ซูหลินขมวดคิ้วน้อยๆ ส่ายหัวกล่าว “เ้าคนไม่รู้จักฟังคำเตือน”
“ฟิ้ว!”
ร่างของนางขยับหนึ่งครั้งคล้ายแสงจันทร์กระจ่างเย็นตา ลูกปราณิญญาเ่าั้ยังไม่ทันเข้ามาใกล้ นางก็ลอดทะลุลูกปราณิญญาแต่ละลูกออกมาในพริบตา
เดิมทีระยะห่างระหว่างนางและเนี่ยเทียนยังมีมากถึงร้อยเมตร เนี่ยเทียนคิดว่าความห่างเท่านั้นถือว่ายังปลอดภัย
ทว่าวินาทีที่นางขยับตัว นางกลับใช้ความเร็วที่น่าเหลือเชื่อลอดทะลุลูกปราณิญญาที่ลอยอยู่ พริบตาเดียวก็เขยิบเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน
ส่วนเนี่ยเทียนเวลานี้ก็ยังไม่ทันสั่งให้ลูกปราณิญญาเ่าั้ะเิได้
เพราะเขาไม่สามารถใช้พลังจิตเล็งไปที่ซูหลิน แม้แต่ดวงตาของเขาก็ยังจับตำแหน่งที่แม่นยำของซูหลินไม่ได้
