ท่ามกลางต้นไม้โบราณมากมายหลายต้น เฟ่ยลี่ลนลานหนีเอาชีวิตรอดอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนเส้นทางใดๆ
ตอนที่หอหลิงเป่าเผชิญกับหายนะ เขาไม่ได้อยู่ในหุบเขา แต่ออกมาทำกิจด้านนอกตามที่กันคังอาจารย์ของเขากำชับมา
เดิมทีเขากะว่าจะกลับไปยังสำนักเมื่องานประมูลของหอหลิงเป่าวันที่สามเริ่มต้น
ทว่าตอนที่เขากลับมาได้มองเห็นพระจันทร์ที่ลอยสูงอยู่กลางท้องฟ้าราตรีถูกอาบย้อมไปด้วยสีเื
หลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดุเดือดอันน่าใยิ่งดังออกมาจากหุบเขาอันเป็ที่ตั้งของหอหลิงเป่า
และผ่านไปไม่นานนักเขาก็มองเห็นค่ายกลใหญ่ “เพลิงพิภพเผานภา” ที่ปกคลุมไปทั่วหุบเขาถูกฉีกกระชากออก มองเห็นผู้าุโฝางฮุยยืนอยู่บนกระถางั์ทองสัมฤทธิ์ที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้า
นาทีนั้นเขาจึงเข้าใจทันทีว่าหากเขากลับเข้าไปในหุบเขา ย่อมมีสิทธิ์ตายมากกว่ารอด
เขาที่แอบดีใจในความโชคดีของตัวเอง ตัดสินใจจากมาด้วยความเด็ดเดี่ยว คิดจะหนีไปให้ไกลจากประตููเาให้มากที่สุด และไม่คิดจะกลับไปอีก
ส่วนเื่ที่ว่ากันคังอาจารย์ของเขาจะเป็อย่างไร หอหลิงเป่าจะอยู่หรือตาย พี่น้องร่วมสำนักจะรอดหรือไม่ เขาได้โยนทิ้งไปจากสมองนานแล้ว
“เฟ่ยลี่ เ้าจะไปที่ไหนรึ?” เงาร่างงดงามแดงฉานร่างหนึ่งพลันโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ดึกดำบรรพ์ มองเขาด้วยสายตาเ็าแฝงไว้ด้วยการหยอกล้อ
ผู้ที่ปรากฏตัวแน่นอนว่าเป็อันซืออี๋
อันซืออี๋ที่อยู่ขอบเขตกลาง์่ท้ายมายืนขวางอยู่ด้านหน้าเฟ่ยลี่ ดวงตางดงามเผยเจตจำนงในการต่อสู้ที่ดุเดือดดุจกองไฟ กลุ่มแสงเปลวเพลิงแดงส้มหลายกลุ่มโอบล้อมเรือนกายที่อรชรอ้อนแอ้นของนางไม่ต่างจากก้อนเมฆ
นางปลดสายคาดเอวหนึ่งเส้นที่ปลดปล่อยแสงสีหลากหลายน่าอัศจรรย์ใจออกมาจากเอว สายคาดเอวเส้นนั้นถูกนางสะบัดหนึ่งครั้ง พริบตาเดียวก็มีเปลวเพลิงอันน่าใพวยพุ่งออกมา
แม้ว่าอันซืออี๋จะอยู่หอหลิงเป่า ทว่านางมีธาตุเปลวเพลิงมาั้แ่เด็ก อันที่จริงนางเองก็วาดหวังว่าจะมีสักวันที่นางได้รับความสำคัญจากช่างหลอมอาวุธของหอหลิงเป่า หวังว่าจะได้กลายมาเป็ช่างหลอมอาวุธคนหนึ่งของหอหลิงเป่า
น่าเสียดาย กันคังที่ก่อนหน้านี้นางเข้าใจมาตลอดว่าเห็นความสามารถของนางกลับคิดไม่ซื่อต่อนาง มองเห็นเพียงความงามของนางเท่านั้น ไม่เคยเห็นพร์ในด้านการหลอมอาวุธของนาง
“เป็เ้า?”
สีหน้าของเฟ่ยลี่ค่อยๆ ถอดสี มองประเมินไปรอบด้านคล้ายรู้สึกแปลกใจอยู่มาก
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอันซืออี๋ถึงได้ปรากฏตัวอยู่ที่นี่
“ฟิ้วๆๆ!”
และเวลานี้เอง พวกเนี่ยเทียน พันเทาและเจียงหลิงจู ต่างก็ทยอยกันมาปรากฏตัวอยู่ข้างกายอันซืออี๋
“พวกเ้าหนีออกมาได้อย่างไร?” เฟ่ยลี่ยิ่งตะลึงมากกว่าเดิม
“อย่าพูดมาก” อันซืออี๋ไม่เกรงใจแม้แต่นิด นางยื่นมือไปทางเฟ่ยลี่ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขุม “ส่งยาสั่งสมิญญามาซะแล้วเ้าจะไปไหนก็ไป ข้าจะไม่ขัดขวาง แต่หากเ้าดึงดันจะเก็บยาสั่งสมิญญาเอาไว้ให้ได้ ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาโทษว่าข้าไม่เกรงใจ”
“อันซืออี๋! เ้ากล้ารีดไถยาสั่งสมิญญาจากข้าเชียวรึ?” เฟ่ยลี่เดือดดาลขึ้นมาทันควัน ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ “ตระกูลอันของเ้าเป็เพียงแค่ตระกูลในสังกัดหอหลิงเป่าเท่านั้น! เ้ากล้าหลบหนีตอนที่สำนักประสบภัย ตระกูลอันก็ปกป้องเ้าไม่ได้! ท่านอาจารย์ของข้าเป็ถึงช่างหลอมอาวุธระดับสูงคนที่ห้าของหอเป่า เ้าเอาความมั่นใจจากไหนมารีดไถยาสั่งสมิญญาจากข้า?”
“หากกันคังไม่ใช่อาจารย์ของเ้า เ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าคงเลาะฟันเ้าออกมานานแล้ว?” ความแค้นทั้งเก่าและใหม่ของอันซืออี๋ล้วนปะทุขึ้นมากลางใจ แล้วก็คร้านจะพูดมากกับเขาจึงลงมือทันใด
สายคาดเอวมหัศจรรย์ในมือนางคล้ายรุ้งเพลิงที่โบกสะบัด พริบตาเดียวก็ฟาดโบยมาที่เฟ่ยลี่
“เพี๊ยะ!”
เฟ่ยลี่ไม่ทันป้องกัน ใบหน้าที่แห้งตอบจึงถูกสายคาดเอวฟาดลงมาอย่างแรง
ใบหน้าซีกหนึ่งของเขาพลันบวมเป่งขึ้นมาทันใด ทั้งยังถูกเปลวเพลิงร้อนลวกอาการสาหัส
“นังสารเลว! เ้าบังอาจลงมือกับข้า!” เฟ่ยลี่เอามือกุมหน้ากรีดร้องเสียงแหลม ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าอันซืออี๋ที่ได้แต่กล้ำกลืนความไม่เป็ธรรมเพื่อรักษาหน้าทุกฝ่ายจะกล้าลงมือเหี้ยมโหดกับเขาจริงๆ
“ผู้าุโกันคังและคนของอาณาจักรอั้นิมีข้อตกลงร่วมกัน เขาจะไปจากหอหลิงเป่า ไปจากอาณาจักรหลีเทียน เดินทางไปยังอาณาจักรอั้นิพร้อมกับคนเ่าั้” พันเทาขมวดคิ้วคล้ายรู้สึกว่าไม่ควรมาเสียเวลากับตัวของเฟ่ยลี่มากนัก ดังนั้นจึงพูดอธิบาย “เขาเตรียมตัวจะตีจากสำนักแล้ว ที่พึ่งของเ้าในหอหลิงเป่าถูกโค่นล้มลง ตัวเ้าเป็ลูกศิษย์ของเขา เมื่ออาจารย์ทรยศสำนักหนีเอาตัวรอด เ้าเองก็ย่อมหนีไม่พ้นความผิด”
“ส่งยาสั่งสมิญญามา หนีไปได้ไกลเท่าไหร่ก็หนีไปซะ ทางที่ดีคือหาอาจารย์เ้าให้เจอแล้วเดินทางออกไปจากอาณาจักรหลีเทียนพร้อมกับเขา”
พันเทารู้ว่าอันซืออี๋สะสมแค้นอย่างมหาศาลต่อเฟ่ยลี่ แล้วก็รู้ด้วยว่าแท้จริงแล้วอันซืออี๋เป็คนใจคอเหี้ยมโหด ไม่ได้อ่อนแออย่างที่นางแสดงออก
ตอนนี้เมื่อโอกาสลอยมาอยู่ตรงหน้า นางย่อมฉวยโอกาสนี้ทำให้เฟ่ยลี่ลำบากใจ หรืออาจถึงขั้นทำให้เฟ่ยลี่าเ็สาหัสก็เป็ได้
เพียงแต่ว่าถึงแม้เฟ่ยลี่จะไม่ถนัดในการต่อสู้ ทว่าเขาก็มีตบะอยู่ในขอบเขตกลาง์ หากสองคนเปิดศึกกันขึ้นมาตรงนี้ ย่อมต้องถ่วงเวลาทุกคนให้ล่าช้าออกไปอีกอย่างแน่นอน
พันเทายกจุดนี้ขึ้นมากล่าวก็เพื่อ้าให้เฟ่ยลี่ตระหนักถึงสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน จะได้ไม่คิดต่อสู้เอาชีวิตกับอันซืออี๋
“อาจารย์ของข้า...เตรียมจะไปอาณาจักรอั้นิ?” เฟ่ยลี่หน้าเปลี่ยนสี สายตาของเขาเปล่งวาบหนึ่งครั้ง คล้ายเชื่อขึ้นมาทันทีทันใด
“ยาสั่งสมิญญา เอาไป!”
เฟ่ยลี่ตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาด พอเข้าใจสถานการณ์จึงโยนกล่องบรรจุยาสั่งสมิญญาซึ่งอยู่ในกำไลเก็บของออกมาอย่างไร้ซึ่งความลังเลใดๆ
พันเทารับกล่องมาแล้วเปิดออกมาดมหนึ่งครั้ง จากนั้นจึงโยนให้อันซืออี๋
อันซืออี๋ตรวจสอบอย่างละเอียดจึงพยักหน้าเบาๆ “คือยาสั่งสมิญญา”
เนี่ยเทียนที่อยู่ข้างกันพอได้ยินว่าสิ่งที่อยู่ในมือนางคือยาสั่งสมิญญาที่ตัวเองปรารถนาอยากจะได้แม้ในยามหลับจริงๆ จึงจ้องมองด้วยความปีติยินดี
ในอาณาจักรหลีเทียน ยาสั่งสมิญญาถือเป็ของที่หายากที่สุด สามารถรักษาอาการาเ็ที่รุมเร้าท่านตาของเขามานานหลายปีได้ ในสายตาของเขาแล้ว ของสิ่งนี้จึงล้ำค่ายิ่งกว่าเกราะัเพลิง
“ข้าไปได้หรือยัง?” เฟ่ยลี่แค่นเสียงเ็า
อันซืออี๋โบกมือ “ไสหัวไปเถอะ! เ้าไม่มีที่พึ่งอย่างกันคัง ต่อไปก็อย่าให้ข้าได้เจอเ้าในอาณาจักรหลีเทียนอีก มิฉะนั้น...”
ไม่รอให้นางพูดจบ เฟ่ยลี่ก็แค่นเสียงเ็าหนึ่งครั้งแล้ววิ่งออกห่างจากทุกคนทันที
“เอ้า ยาสั่งสมิญญาของเ้า” อันซืออี๋โยนออกมาส่งๆ
เนี่ยเทียนรับกล่องนั้นมาได้ก็เก็บเข้ากำไลเก็บของทันทีโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณพี่หญิงอัน”
อันซืออี๋คลี่ยิ้มชวนหลงใหล กล่าว “ในที่สุดก็ได้ทำตามความปรารถนาเล็กๆ ของเ้าให้เป็จริง”
ในใจนางรู้สึกผิดกับเนี่ยเทียนมาโดยตลอด รู้ว่าเนี่ยเทียนผิดใจกับกันคังก็เพราะนาง มิฉะนั้นยาสั่งสมิญญาเม็ดนั้นก็คงมาอยู่ในมือของเนี่ยเทียนนานแล้ว
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่อยู่ในลานบ้าน นางและอันอิ่งผู้เป็น้องสาวตัดสินใจแล้วว่าจะกระโจนเข้าสู่ความตาย ก็เป็เนี่ยเทียนที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ทั้งยังยินยอมเสียเวลาของทุกคนเพื่อเร่งเร้าให้พวกนางพี่น้องจากไปพร้อมกัน
นางเองก็รู้ดีว่าที่อูซิ่งแห่งสำนักหลิงอวิ๋นเอ่ยปากยอมแบกความรับผิดชอบให้กับพวกนางพี่น้อง นั่นก็เป็เพราะว่าเห็นแก่หน้าของเนี่ยเทียน ไม่้าให้เนี่ยเทียนมาเสียเวลาอยู่กับพวกนาง
ภายหลัง กันคังมาขวางที่หน้าปากถ้ำ จงใจทำให้ทุกคนลำบากใจ จนทุกคนไม่สามารถหนีออกไปได้ทันเวลาก็เป็เพราะนางเช่นกัน
นางรู้ว่านางติดค้างเนี่ยเทียนมากมายนัก ในใจเต็มไปด้วยความละอาย จึงคิดอยากหาโอกาสชดใช้ให้เขาอยู่ตลอดเวลา
ตอนนี้สามารถแย่งชิงเอายาสั่งสมิญญาที่เดิมทีควรเป็ของเนี่ยเทียนมาจากมือเฟ่ยลี่ได้ ในที่สุดก็ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง รอยยิ้มบนใบหน้าจึงสว่างสดใสไม่น้อย
“เอ่อ พวกเรายังหนีไม่พ้นเลยกระมัง? มีเื่อะไรรอให้ไปจากหุบเขาได้แล้วจริงๆ ไม่เจอคนของสำนักภูตผีและสำนักโลหิตอีก ค่อยคุยกันดีหรือไม่?” พันเทาพูดพร้อมยิ้มเจื่อน
“ก็จริง” อันซืออี๋เม้มปากยิ้ม
“เ้านำทางต่อเถอะ” เนี่ยเทียนก็กล่าวเช่นกัน
......
ทางออกที่พวกเนี่ยเทียนหนีออกมาได้ ผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตจำนวนมากกำลังเข่นฆ่ากับสำนักหลิง หอเป่า แล้วก็พวกอูซิ่ง หญิงชราเวิง
อวี๋ถงแห่งสำนักโลหิตพลันบินออกมาจากหุบเขา “ท่านอาจารย์ลุงหยางหยวน ท่านเห็นพวกเด็กรุ่นเล็กของสำนักหลิงอวิ๋นหนีไปหรือไม่?” นางถามผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตที่ไร้แขนซ้ายซึ่งกำลังต่อสู้กับอูซิ่งอย่างดุเดือด
“อ้อ พวกเด็กรุ่นเล็กนั่นโชคดีไม่น้อย หนีออกไปได้เป็กลุ่มแรก” หยางหยวนตอบรับส่งๆ ไปหนึ่งประโยค
อวี๋ถงที่สวมชุดกระโปรงยาวสีแดงเืรีบถามต่อ “มีใครบ้าง? อยู่ขอบเขตไหนกันบ้าง?”
ผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตที่ก่อนหน้านั้นที่ต่อสู้กับล่ายอี้ เวลานี้กำลังจะมุดเข้าไปในถ้ำที่กันคังจากไป เพื่อไล่ตามกันคังและล่ายอี้ที่หนีไป พอได้ยินจึงหยุดชะงักแล้วกล่าวว่า “ผู้นำคืออันซืออี๋แห่งสำนักหลิง ตบะกลาง์่ท้าย คนอื่นๆ ล้วนเป็เด็กรุ่นเล็ก และตบะก็แค่ท้าย์่ต้นเท่านั้น”
“ท่านลุงเฟิง ท่านไปกับข้า!” อวี๋ถงเอ่ยเรียกร้อง
ผู้แข็งแกร่งสำนักโลหิตคนหนึ่งที่ติดตามนางมาตลอดพยักหน้า แสยะปากยิ้ม “ข้าชอบไล่ฆ่าพวกหนูสกปรกที่คิดว่าตัวเองหนีรอดมากที่สุดเลยล่ะ”
“ข้าไปสืบมาจนรู้แน่ชัดแล้ว เด็กคนนั้นที่ตาเฒ่าอูเพิ่งรับเป็ศิษย์ก็มาที่นี่ด้วยเหมือนกัน น่าจะอยู่ในกลุ่มพวกเขา!” แสงสีเืในดวงตาอวี๋ถงเปล่งประกายวาบ
“เนี่ยเทียนคนที่เ้าพูดถึงมาตลอดครึ่งปีน่ะหรือ?” หยางหยวนกล่าวด้วยความแปลกใจ
“เขานั่นแหละ” ปราณดุร้ายของอวี๋ถงพวยพุ่งขึ้นมา
หยางหยวนพยักหน้า กล่าวกับผู้แข็งแกร่งที่อยู่ด้านหลังนาง “เฟิงหลัว เ้าเด็กที่ชื่อเนี่ยเทียนนั่นคือมารในใจของเสี่ยวถง เ้าไปช่วยนางกำจัดมารนั่นทิ้งเถอะ”
“ข้าทราบแล้ว” เฟิงหลัวหัวเราะคิกคักเสียงประหลาด
ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ของสำนักโลหิตล้วนรู้ว่าหลังจากที่อวี๋ถงกลับมาจากโลกมายามรกตก็าเ็สาหัสทั้งยังหมดสติ ใช้เวลานานมากถึงจะฟื้นตัวกลับมาเป็ปกติ
อวี๋ถงที่กลับมาแข็งแรงดังเดิมจึงยิ่งฝึกบำเพ็ญตบะอย่างมานะบากบั่น ตอนนี้ฝีมือของนางจึงพัฒนาไปอีกขั้น
ทว่าอวี๋ถงกลับไม่เคยลืมเลือนเ้าเด็กที่ชื่อเนี่ยเทียนคนนั้น สืบหาข่าวของเนี่ยเทียนไปทั่ว รอจนนางได้ยินว่าเนี่ยเทียนถูกอูจี้รับเป็ศิษย์ ถึงได้ล้มเลิกความคิดจะไปสังหารเนี่ยเทียนที่ตระกูลเนี่ยในเมืองเฮยอวิ๋น
พวกเขาล้วนมองออกว่า หากเนี่ยเทียนไม่ตาย สักวันจะต้องกลายมาเป็มารขัดขวางการบำเพ็ญตบะของอวี๋ถงในวันหน้า ดังนั้นทุกคนจึงสนับสนุนให้นางสังหารเนี่ยเทียนั้แ่ที่นี่
“ท่านลุงเฟิง พวกเราไปกันเถอะ!” อวี๋ถงเดินผ่านเหล่าผู้คนที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เอ่ยปากกับเฟิงหลัว ไล่ตามไปยังทิศทางที่พวกเนี่ยเทียนหนีไป
-----
