ทัณฑ์์คราวนี้มุ่งเป้าไปที่หลิ่วิเยวี่ยและหนิงเทียนเท่านั้น แม้จะมิได้สร้างาแบนร่างกายผู้อื่น แต่มันกลับฝังรอยแผลลึกลงในจิตใจ
การที่ทั้งหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยฝึกฝนจนพลังปราณพุ่งสูงลิ่ว จนก่อให้เกิดฟ้าพิโรธ เหตุการณ์นี้ย่อมเกี่ยวพันกับโซ่ตรึงสรรพสิ่ง
เหล่าผู้มีวาสนาหลายคนต่างรู้สึกผิดหวังที่โซ่ตรึงสรรพสิ่งอันล้ำค่าตกไปอยู่ในมือของหนิงเทียน
แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผล ทว่ายังมีบางส่วนที่รู้สึกว่าหนิงเทียนได้ก้าวล้ำหน้าพวกเขาไปไกลเกินเอื้อม ความหวังจึงริบหรี่ลง
สิ่งที่มนุษย์หวาดกลัวที่สุดคือการสูญเสียความหวัง เมื่อไร้ซึ่งความหวัง ไฟแห่งความมุ่งมั่นในใจก็มอดดับลงในพริบตา
โดยเฉพาะเหล่าผู้มีจิตศรัทธาไม่แน่วแน่ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ต่างรีบถอนตัวไปอย่างรวดเร็ว
ทว่ายังมีผู้คนอีกกลุ่มที่ยังคงเฝ้ารอ ด้วยหวังว่าหลิ่วิเยวี่ยและหนิงเทียนจะสิ้นชีวิตลงจากทัณฑ์์ หากทั้งสองสิ้นชีพ โอกาสก็จะตกแก่พวกเขาไม่ใช่หรือ?
บางคนถึงกับคิดการณ์ล่วงหน้า วางแผนกำจัดทั้งสองอย่างลับๆ
หนิงเทียนเป็ผู้บำเพ็ญจื๋อซิวอันดับหนึ่ง ขณะที่หลิ่วิเยวี่ยเป็ผู้มีร่างกายที่สามารถบ่มเพาะได้สองสาย ทั้งสองล้วนเป็บุคคลที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยนี้ หากปล่อยให้พวกเขาเติบโตขึ้น ย่อมยากที่ผู้ใดจะเทียบเทียม
การกำจัดอัจฉริยะั้แ่ยังอยู่ในวัยเยาว์ ความคิดเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นในใจของหลายๆ คน
แม้แต่บรรดาปรมาจารย์เหนือเมฆาก็อดใจคิดมิได้ อยากกำจัดหนิงเทียนให้สิ้นซาก ทว่าพวกเขาต้องคำนึงถึงการมีอยู่ของเยี่ยหลิงหลาน
นางผู้นี้แม้จะอายุยังน้อยทว่ากลับมีจิตใจโเี้ ไร้ปรานี เพียงครึ่งปีก็มีปรมาจารย์เหนือเมฆาหลายต่อหลายคนต้องสังเวยชีวิตใต้มือนาง
ท่ามกลางสายฟ้าอันโหดร้าย หลิ่วิเยวี่ยพยายามดึงมือออกจากหนิงเทียน เพราะนาง้ารับเคราะห์กรรมนี้เพียงลำพัง ไม่อยากให้เขาต้องพลอยถูกลากลงนรกไปด้วย ทว่าหนิงเทียนกลับจับมือนางไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย
“ข้าจับมือเ้าไว้แล้ว และจะไม่มีวันปล่อย”
หนิงเทียนจ้องมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน ความผูกพันทางใจทำให้เขารับรู้ถึงจิตใจอันดีงามของหลิ่วิเยวี่ยได้อย่างแท้จริง
ย้อนไปเมื่อครั้งบิดาถูกสังหาร หนิงเทียนโกรธแค้นตระกูลซู จึงทำร้ายหลิ่วิเยวี่ยอย่างไม่ตั้งใจ
แต่เมื่อได้รู้จักกับนางอย่างแท้จริง เขาจึงรู้ตัวว่าทำผิด เขาไม่ควรทำร้ายนางเช่นนั้น
ใจของหลิ่วิเยวี่ยสั่นสะท้าน น้ำตาคลอเบ้า ดวงตาของนางจ้องมองไปที่มือของเขาที่จับนางไว้ คำสัญญาที่จะจับมือกันชั่วนิรันดร์ เป็คำมั่นสัญญาที่จริงแท้ของเขาหรือไม่?
หลิ่วิเยวี่ยกลั้นความตื้นตันไว้ แล้วตอบรับ “อืม” ด้วยเสียงอ่อนหวาน บ่งบอกถึงความเชื่อใจที่มีต่อเขา
ทันใดนั้น หัวใจของพวกเขาก็ใกล้ชิดกันมากขึ้น ความเข้าใจอันเงียบงันค่อยๆ ก่อตัวขึ้น เปลี่ยนแปลงความรู้สึกของทั้งสองไปอย่างสิ้นเชิง
ความสุขที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของพวกเขา พลังงานภายในร่างกายของทั้งคู่เชื่อมต่อกันทันที แสงสว่างส่องออกมาจากร่างกายของพวกเขา ปลดปล่อยพลังอันรุนแรง สลายทัณฑ์์ลงอย่างสิ้นเชิง!
ห่วงเหล็กสั่นะเื พลังอันมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างกายของหนิงเทียน พร้อมลวดลายจิติญญามากมายที่ถูกปลดปล่อยออกมา
ตูม!
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง ฟ้าผ่าฟาดลงดุจใบมีด์ ฟาดฟันลงบนมือทั้งสองที่ประสานกัน ราวกับ้าแยกพวกเขาออกจากกัน
หนิงเทียนคำรามเสียงดัง ก่อนประตูสู่์จะปรากฏขึ้นเื้ั รวบรวมพลังจากดอกไม้ ต้นหญ้า ต้นไม้ เถาวัลย์ ดิน ไฟ น้ำ ลม และกลายเป็ลำแสงพุ่งชนกับสายฟ้าอย่างดุเดือด
หลิ่วิเยวี่ยช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แหวนผนึกนภาตรึงห้วงมิติเวลา เก้าดาวล้อมสุริยาเผาไหม้ท้องฟ้า ทำให้เมฆแห่งเคราะห์กรรมบนท้องฟ้าสลายลงอย่างรวดเร็ว
ใจสองดวงประสานเป็หนึ่ง พลังแกร่งกล้าเกินต้านทาน แม้แต่เคราะห์กรรม์อันทรงพลังก็พ่ายแพ้ต่อพวกเขา
เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึง หลายคนถึงกับอุทานด้วยความผิดหวัง สองคนนี้ทำไมถึงยังไม่ถูกฟ้าผ่าตายอีก?
เมื่อทัณฑ์์สิ้นสุด การต่อสู้ก็ดำเนินต่อไป
บรรดาผู้มีวาสนาบางส่วนเริ่มท้อแท้ ไม่อยากเสียเวลาต่ออีก
ห่วงเหล็กนั้นลึกล้ำ ไร้ก้นบึ้ง แม้แต่ปรมาจารย์เหนือเมฆาก็ยังเติมเต็มมันไม่ได้ นี่ให้ความรู้สึกเหมือนถูกหลอกลวง
คนแรกที่ถอดใจคืออัจฉริยะจื๋อซิว เขาแอบมองหนิงเทียนด้วยความอิจฉา ก่อนจะเหินฟ้าจากไป
หลังจากนั้น บางคนก็ทยอยยอมแพ้ สิ่งนี้ช่วยลดแรงกดดันให้กับหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยโดยไม่รู้ตัว
โครงสร้างของโซ่ตรึงสรรพสิ่งนั้นซับซ้อนยิ่งนัก ถึงแม้ว่าพลังของหนิงเทียนจะเพิ่มขึ้น แต่พลังจิตของเขากลับถูกสูบไปอย่างมาก
หนิงเทียนเตรียมใช้ประตูิญญาเพื่อกลั่นิญญา เติมเต็มพลังจิต ทว่าโลงศพทมิฬภายในร่างกายของเขากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างประหลาด
โลงศพหลอมรวมเข้ากับร่างกายของหนิงเทียน ฝาโลงนอนนิ่งอยู่ภายในตันเถียนของหลิ่วิเยวี่ย หลังจากที่ทั้งสองได้รับโลงศพทมิฬนี้มา พวกเขาก็ยังไม่มีเวลาศึกษาที่มาของมันอย่างละเอียด
บัดนี้โลงศพสั่นะเื ฝาโลงตอบสนอง สองส่วนหลอมรวมเป็หนึ่งในมือของทั้งสอง ก่อนจะปล่อยพลังบางอย่างออกมา
“ทัณฑสถานอเวจี สถานที่ฝังศพของยมโลก ิญญาไร้สิ้นสุด”
โลงศพทมิฬมีชื่อว่าทัณฑสถานอเวจี เป็ดินแดนแห่งการฝังศพิญญา ใช้สำหรับกักขังิญญานับไม่ถ้วน มันทั้งเก่าแก่และลึกลับ
หนิงเทียนเชี่ยวชาญในวิชาแปลงิญญา เมื่อผสมผสานกับทักษะแยกแสงิญญา เขาก็สามารถกลั่นิญญา บำรุงพลังจิตของตนเองได้
“ลองเปิดทัณฑสถานอเวจีและปล่อยิญญาออกมาบางส่วน ข้าจะใช้ทักษะกลั่นิญญาบริสุทธิ์เพื่อเติมเต็มพลังจิตที่สูญเสียไป”
หลิ่วิเยวี่ยกล่าวว่า “ในการลองเปิดครั้งแรก เ้าต้องระวังให้มาก”
โลงศพทมิฬนั้นช่างดูลึกลับน่าขนลุก ทั้งสองไม่มีประสบการณ์มาก่อน พยายามคลำหาทางเปิดอยู่นานกว่าจะเปิดออกได้อย่างทุลักทุเล
ทัณฑสถานอเวจีนั้นช่างน่าหวาดกลัว การเปิดโลงศพนั้นไม่ใช่แค่การแยกฝาออกจากตัวโลง แต่มันเป็การเปิดประตูสู่อีกมิติหนึ่งโดยสิ้นเชิง
หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยต้องใช้พลังปราณเกือบทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อเปิดสู่ทัณฑสถานอเวจี
ทันใดนั้น พลังชั่วร้ายอันน่าสยดสยองก็พุ่งพรวดออกมา สร้างความหวาดกลัวให้ทั้งสองจนต้องรีบปิดประตู แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีิญญาหลายร้อยดวงหลุดรอดออกมาจากคุกนรก
ิญญาเหล่านี้ปนเปื้อนด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย และพวกมันแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย
หนิงเทียนใช้ทักษะกลั่นิญญาบริสุทธิ์ ประตูิญญาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ดวงิญญามากมายลอยวนอยู่ภายใน พยายามดิ้นรนต่อต้านและคำรามอยู่ที่ประตู ก่อนจะถูกพลังอันบริสุทธิ์ชำระล้างจนสิ้น
พลังจิตของหนิงเทียนฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อน
เขาแบ่งจิตประสานงานหลายอย่างพร้อมกัน และเมื่อปลดลวดลายสลักบนห่วงเหล็กได้ พลังอันมหาศาลไหล่บ่าเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง
บนลานประมูล ยังเหลือผู้มีวาสนาเพียงสามสิบหกคน และทุกคนกำลังปรับสภาพร่างกายให้พร้อม
การจับคู่ระหว่างหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยนั้นช่างแปลกประหลาด หนึ่งเป็จื๋อซิว อีกหนึ่งเป็ซิงซิว และเป็ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง จำเป็ต้องใช้คู่หูเช่นนี้หรือไม่ที่ห่วงเหล็กจะยอมรับ?
ในบรรดาผู้มีวาสนาทั้งสี่สิบสองคน หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยเป็คู่หูที่ไม่เหมือนใคร หาคู่หูชายจื๋อซิวหญิงซิงซิวเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว
อวิ๋นชางเหยี่ยนึกถึงซูอวิ๋น การจับคู่ระหว่างชายหญิง อาจจะได้ผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้หรือไม่?
เป่ยหวาเทียนอวิ๋นคิดถึงการผสมผสานของหยวนซิวและซิงซิว และซูอวิ๋นเป็คนเดียวบนลานประมูลที่สามารถลองดูได้
ด้วยเหตุนี้ สองยอดฝีมือจึงเริ่มแข่งขันกันเพื่อชิงตัวซูอวิ๋น ท้ายที่สุดซูอวิ๋นตัดสินใจเลือกอวิ๋นชางเหยี่ย ซึ่งทำให้เป่ยหวาเทียนอวิ๋นไม่พอใจอย่างยิ่ง
ทว่าซูอวิ๋นและอวิ๋นชางเหยี่ยร่วมกันอยู่นาน แต่กลับไร้ผล
ต่อมาซูอวิ๋นจึงเปลี่ยนมาจับคู่กับเป่ยหวาเทียนอวิ๋น ลองพยายามร่วมกันอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เกิดผลลัพธ์ใดๆ
“ประหลาดนัก แท้จริงแล้วสาเหตุไม่ใช่สิ่งนี้หรือ?”
เป่ยหวาเทียนอวิ๋น ซูอวิ๋น และอวิ๋นชางเหยี่ยต่างสงสัย เป็ไปได้ไหมว่าจำเป็ต้องมีชายจื๋อซิวหญิงซิงซิว?
ในขณะนี้ หนิงเทียนได้เข้าใจโครงสร้างหลักของโซ่ตรึงสรรพสิ่งแล้ว จากนอกสู่ในมีทั้งหมดสิบชั้น เรียงลำดับจากหนึ่งถึงเก้า เก้าคูณเก้า เก้าคูณเก้าคูณเก้า เรียงต่อกันไป จำนวนแผ่นบางที่ประกอบเป็ตัวกุญแจนั้นช่างมากมายจนน่าตกตะลึง
ส่วนจำนวนลวดลายบนแผ่นนั้น เรียงจากในสู่นอก เริ่มต้นจากหนึ่งถึงเก้า เก้าคูณเก้า เก้าคูณเก้าคูณเก้า เก้าคูณเก้าคูณเก้าคูณเก้า...
ด้านหนึ่งเป็ด้านบวก อีกด้านเป็ด้านลบ ตัวเลขเก้าพลิกคว่ำ ซึ่งน่าทึ่งมาก
เหล่าปรมาจารย์และอัจฉริยะยังคงอัดฉีดพลังอย่างต่อเนื่อง และลวดลายจิติญญาเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นทีละเส้น ทีละเส้น
หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยได้ปลดลวดลายจิติญญาไปแล้วหลายตัว แต่ก็ยังมีลายจิติญญาใหม่เรืองแสงปรากฏขึ้นอยู่เสมอ
ทันใดนั้นร่างของอัจฉริยะผู้หนึ่งก็เริ่มสั่นคลอน ด้วยความที่ใช้พลังมากเกินไป ร่างกายจึงรับไม่ไหว จำใจต้องยอมแพ้
หลังจากนั้น ก็มีผู้ประสบชะตากรรมเช่นนี้อีกหลายคน จำนวนคนบนลานประมูลจึงทยอยลดน้อยลง
จากสามสิบสอง เหลือยี่สิบแปด ยี่สิบสี่ ความหนาแน่นก่อนหน้านี้ก็หายไปในพริบตา
ปรมาจารย์ทั้งสิบแปดคนรวมทั้งหนิงเทียน หลิ่วิเยวี่ย อวิ๋นชางเหยี่ย เป่ยหวาเทียนอวิ๋น หลงยวน และซูอวิ๋น รวมเป็ยี่สิบสี่คนพอดี
ความแข็งแกร่งของหนิงเทียนพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานหลังจากที่เขาเข้าสู่ขั้นเจ็ดของขอบเขตผนึกดารา เขาก็มาถึงจุดสูงสุดของขั้นเจ็ดแล้ว
ยามนี้หลิ่วิเยวี่ยเองก็มาถึง่สูงสุดของขอบเขตเปลี่ยนผ่านขั้นสองแล้วเช่นกัน และกำลังเริ่มก่อตัวเป็หอคอยพลังแห่งที่สาม
ปรมาจารย์ทั้งสิบแปดคน พร้อมด้วยอวิ๋นชางเหยี่ย เป่ยหวาเทียนอวิ๋น และซูอวิ๋นต่างเฝ้าจับตาดูสถานการณ์ของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ย ต่างพากันคาดเดาว่าพวกเขาใช้กลวิธีใดกันแน่
กาลเวลาผันผ่านรวดเร็วราวสายน้ำ
ครึ่งชั่วยามต่อมาหลิ่วิเยวี่ยก็ก่อให้เกิดทัณฑ์์เป็ครั้งที่สอง ก้าวข้ามสู่ขั้นสามของขอบเขตเปลี่ยนผ่าน เื่นี้สร้างความตื่นเต้นให้กับเทพธิดาเหยากวงอย่างมาก
ในเวลาเดียวกัน หนิงเทียนก็ก้าวเข้าสู่ขั้นแปดของขอบเขตผนึกดารา ทั้งสองคนฝ่าฟันทัณฑ์์ร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งดึงดูดสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยานับไม่ถ้วน
“เป็ไปได้อย่างไร?”
หลายคนต่างครุ่นคิดในใจ รู้สึกถึงความเหลวไหลอย่างยิ่ง
การรวมกันของจื๋อซิวและซิงซิวนั้นโดดเด่นกว่าปรมาจารย์ทั้งสิบแปดคน
สิ่งนี้สร้างความอับอายแก่เหล่าปรมาจารย์ไม่น้อย เมื่อสิ้นหวังในชัยชนะ หลายคนจึงทยอยขอถอนตัว
จำนวนผู้เข้าแข่งขันบนลานประมูลลดลงอย่างรวดเร็ว จากยี่สิบสี่ เหลือเพียงสิบแปด สิบสอง และในที่สุดก็เหลือเพียงสิบคนเท่านั้น
ศิษย์อาจารย์สี่คู่ยังคงดื้อดึงต่อสู้ ซึ่งประกอบด้วย เทพ์เทียนหวากับอวิ๋นชางเหยี่ย เทพดาราเทียนโต้วกับเป่ยหวาเทียนอวิ๋น จอมปราชญ์หลงชางกับหลงยวน ปรมาจารย์หานอวี้กับซูอวิ๋น
ในขณะที่ร่างกายของหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่างอันเจิดจ้า ห่วงเหล็กก็สั่นะเืเป็จังหวะ แสงสว่างของมันยิ่งทวีความเจิดจรัสขึ้นทุกขณะ
เทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วต่างรู้จักกันดี ทั้งคู่เป็หนึ่งในสิบยอดฝีมือแห่งดินแดนหยวนซิง เดิมทีพวกเขาเป็คู่แข่งกัน แต่ตอนนี้กลับมาปรึกษากันเป็การส่วนตัว
“ไม่แน่ว่าวิธีการของเราอาจผิดพลาด”
“เ้าพูดถูก มันผิดพลาด ทว่ายามนี้คงสายเกินแก้แล้ว”
“วิธีการกระตุ้นของเราไม่ถูกต้อง การปลดตรวนอาจเป็วิธีที่ถูกต้อง แต่การปลดจะถูกตอบโต้โดยโซ่ตรึงสรรพสิ่ง”
“ดังนั้น แม้จะดูเหมือนว่าพลังของพวกเขากำลังเพิ่มขึ้น แต่จริงๆ แล้วสถานการณ์ก็ไม่ดีนัก พวกเขาอาจถูกพลังที่ล้นทะลักะเิทั้งเป็ได้”
เทพ์เทียนหวากล่าวว่า “ดังนั้นถ้าเราลงมือต่อไป พวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน”
เทพดาราเทียนโต้วกล่าวว่า “ท่านพูดถูก ข้าเห็นด้วยกับท่าน”
สองผู้ทรงภูมิรู้และประสบการณ์ล้วนเดาทางได้คร่าวๆ ว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น
จอมปราชญ์หลงชางมองหลงยวนผู้มีใบหน้าซีดเผือด แล้วถอนหายใจเบาๆ “ช่างมันเถิด ทุกสิ่งมีย่อมมีวาสนาของมัน สิ่งใดมิใช่ของเรา พยายามเท่าไรก็ไร้ผล”
จอมปราชญ์หลงชางคว้าตัวหลงยวนศิษย์ของตน แล้วลอยละลิ่วลงจากลานประมูลไป
ปรมาจารย์หานอวี้มีจิตใจเด็ดเดี่ยว ไม่เคยเอ่ยคำยอมแพ้ แม้จะเห็นซูอวิ๋นอ่อนแรงลง เขาก็ไม่เคยคิดจะจากไป
จำนวนผู้ร่วมประมูลลดลงจากสิบคน เหลือเพียงเจ็ดคน แม้จะดูว่าหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยเผชิญแรงกดดันน้อยลง แต่สถานการณ์จริงนั้นกลับไม่ดีนัก
เทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้วเข้าใจความลับของการโซ่ตรึงสรรพสิ่ง และ้าใช้กุญแจนี้เพื่อบีบให้หนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยสิ้นใจตาย นับเป็การกำจัดศัตรูในเงามืดอย่างแเี
แม้อวิ๋นชางเหยี่ยและเป่ยหวาเทียนอวิ๋นจะไม่รู้ แต่ทั้งคู่ต่างก็เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งยโส พวกเขาลงมือจนกระทั่งพลังหมดสิ้น จึงจำใจถอนตัวออกจากการต่อสู้
ปรมาจารย์หานอวี้ยังคงดื้อดึงต่อ แต่ไม่นานนักเขาก็เหมือนจะเข้าใจบางสิ่ง จึงหันหลังกลับและจากไป
ด้วยเหตุนี้จึงเหลือเพียงหนิงเทียนและหลิ่วิเยวี่ยที่ต้องเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับเทพ์เทียนหวาและเทพดาราเทียนโต้ว สองหนุ่มสาวจะสามารถเอาชนะบุคคลสำคัญทั้งสองได้หรือไม่?
