เล่มที่ 9 บทที่ 269 ทะเลอสูร
ครั้งนี้หลินเฟยรับคารวะจากหยางเลี่ยโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย เพราะการโคจรทวนกระแสค่ายกลมารฟ้ากลืนตะวันนั้น ทำให้เืลมที่บกพร่องของหยางเลี่ยฟื้นฟูกลับมา หรือจะพูดได้ว่าหลินเฟยสานต่อเส้นทางบำเพ็ญที่พังทลายไปแล้วให้กลับมาอีกครั้งนั่นเอง ดังนั้นบุญคุณครั้งนี้จึงถือว่าใหญ่หลวงเป็อย่างมาก หากหลินเฟยไม่รับการคารวะจากอีกฝ่ายละก็ เกรงว่าหยางเลี่ยเองก็คงจะไม่สบายใจ
หลายวันหลังจากนั้นก็ถือว่าสงบราบรื่นดี ไม่มีภัยอันตรายเกิดขึ้นแม้แต่น้อย คนทั้งสี่ยืนอยู่บนหลังเ้าปลาั์ของเวินโหว เหาะเหินอยู่สามวันสามคืนเต็มๆ และในที่สุดก็มองเห็นท้องทะเลสีดำอันกว้างใหญ่ไพศาลตรงหน้า…
“นี่คือทะเลอสูรสินะ…” เวินโหวก้มมองทะเลสีดำจากบนหลังเ้าปลาั์ เมื่อกวาดตามองไปก็เห็นท้องทะเลสุดลูกหูลูกตาที่ถูกย้อมเป็สีดำสนิท ทุกครั้งที่มีคลื่นน้ำซัดขึ้นมา ก็จะพลอยซัดอสุรกายขึ้นมาด้วย เพียงเห็นก็พลันรู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทันที
“รีบไปกันเถอะ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้นเลย…” แม้ตอนนี้หยางเลี่ยจะฟื้นฟูพลังกลับมาแล้ว แถมยังมีพลังแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แต่พอเห็นท้องทะเลที่เต็มไปด้วยไอสังหารเข้มข้น ก็ยังอดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้…
ทว่าเวินโหวกลับเอ่ยออกมาอย่างไม่สนใจ
“ไม่ต้องห่วงไปหรอก บัดนี้พวกเราลอยอยู่เหนือน่านน้ำสูงนับร้อยลี้ ต่อให้อสุรกายข้างล่างอยากจะพุ่งขึ้นมา…”
แต่ผลก็คือ…
เวินโหวยังไม่ทันพูดจบ ก็มีเสียงคำรามน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น เมื่อมองลงไปก็พบว่าเหล่าอสุรกายที่อยู่เบื้องล่าง กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง และบัดนี้อสุรกายจำนวนนับร้อยนับพันก็รวมตัวกัน จนเกิดเป็คลื่นั์สูงนับพันจ้าง ทำให้ทั่วทั้งทะเลอสูรปั่นป่วนราวกับทะเลเดือดเลยทีเดียว…
“แย่แล้ว…” ใบหน้าของหลินเฟยเปลี่ยนสีลงทันที ก่อนเ้าตัวจะโคจรปลดปล่อยคัมภีร์โครงกระดูกออกมา จากนั้นก็เอ่ยปากเร่งเ้าปลาั์ของเวินโหว
“หนีเร็ว!”
“ไปเดี๋ยวนี้แหละ ไปเดี๋ยวนี้…” เมื่อเห็นคลื่นั์ที่เกิดจากการรวมตัวของฝูงอสุรกายแล้ว เวินโหวก็ใกลัวจนเสียงสั่น ไม่กล้าลีลาแม้วินาทีเดียว เขารีบบงการเ้าปลาั์ให้บินหนีออกไปอย่างเร็วที่สุด…
คลื่นั์ด้านล่างโหมซัดสูงขึ้นเรื่อยๆ อสุรกายหน้าตาอัปลักษณ์จำนวนมากพากันทะยานขึ้นฟ้า เนื่องจากความรุนแรงของคลื่นั์ และในตอนนี้ฝูงอสุรกายก็กำลังพยายามไขว่คว้าเ้าปลาั์อย่างเอาเป็เอาตาย หมายจะลากลงมาให้ได้ แถมอสุรกายตนหนึ่งยังเป็ถึงอสุรกายขั้นกุ่ยหวัง เมื่อเห็นไออสูรที่เข้มข้นรุนแรงเช่นนี้ เวินโหวก็ใจนหน้าเผือดสี แต่ก็แอบโล่งใจที่เหล่าอสุรกายไม่สามารถออกจากทะเลอสูรได้ บัดนี้จึงทำได้เพียงพุ่งตัวขึ้นมาเท่านั้น ไม่อย่างนั้นละก็ เกรงว่าต่อให้มีปลาั์เป็สิบตัว ก็คงไม่พอให้มันฉีกกระชาก…
เ้าปลาั์โฉบเฉี่ยวไปมาท่ามกลางคลื่นั์ที่โหมซัดแรง คล้ายกับเรือน้ำน้อยในสายน้ำเชี่ยวก็ว่าได้ เพียงคลื่นซัดเข้ามาก็พร้อมอับปางลงได้ทุกเมื่อ นี่ถือเป็การเดินทางที่ยาวไกลมาก ทุกคนจับหลังปลาั์ไว้อย่างมั่นคง เพราะรอบด้านเต็มไปด้วยลมกระโชกแรง คลื่นั์สาดกระเซ็นเข้ามาเรื่อยๆ ราวกับโลกทั้งใบถูกพายุรุนแรงกระหน่ำพัด…
และก็เป็แบบนี้อยู่ถึงหนึ่งชั่วยามเต็มๆ ในที่สุดลมพายุก็ค่อยๆอ่อนกำลังลง อสุรกายนับหมื่นนับพันก็ทยอยจมหายกลับลงสู่ทะเลอสูร คลื่นน้ำที่โหมซัดรุนแรงก็ทยอยสลายไป เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนก็ตาเป็ประกายทันที ในที่สุดพวกเขาก็ผ่านพ้นเขตพายุไปแล้ว
“ให้ตายสิ หัวใจจะวาย…” เวินโหวที่ยืนอยู่บนหลังเ้าปลาั์ก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ หลังจากสลัดเหล่าอสุรกายไปได้แล้ว เวินโหวก็ทรุดนั่งอย่างหมดแรง โดยไม่ต้องขยับตัวอีก
ทว่าเวินโหวเพิ่งทิ้งตัวลงนั่งได้ไม่นาน ก็ถูกหยางเลี่ยเตะเข้าทันที
“ระวังตัวก่อน เื่นี้มันดูแปลกๆ…”
“ไม่ต้องห่วงหรอกอาจารย์อา…”
เวินโหวยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกอุดปากไปเสียก่อน เพราะหยางเลี่ยนึกขึ้นได้ว่าเื่เมื่อครู่เกิดขึ้นเพราะปากไม่มีหูรูดของศิษย์หลานผู้นี้คนเดียว เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงตะคอกใส่ด้วยสีหมองครึ้มทันที
“หุบปากซะ!”
น่าเสียดาย…
เพราะสายไปเสียแล้ว
ชั่วขณะที่เวินโหวกำลังอ้าปาก ก็มีเสียงคำรามกึกก้องออกมาจากบริเวณส่วนลึกของทะเลอสูร…
จากนั้นน้ำในทะเลอสูรก็เดือดพล่านขึ้นมา ไม่นานน้ำทะเลสีดำก็แยกออกเป็สองฝั่ง ก่อนจะมีบางอย่างที่มีขนาดใหญ่ ดูคล้ายกับูเาลูกย่อม ค่อยๆ ลอยขึ้นมา ส่วนรอบด้านก็เต็มไปด้วยอสุรกายจำนวนที่กำลังกรีดร้องเสียงแหลม ราวกับพวกมันกำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่างและพยายามหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต…
สิ่งที่ลอยขึ้นมา ก็คือใบหน้าของอสูรขนาดนับพันจ้าง…
ทั้งอัปลักษณ์และน่าสยดสยอง ตอนที่ใบหน้าอสูรปรากฏขึ้นมา ขนาดของมันคล้ายกับูเาขนาดย่อม ขณะที่ทุกคนเห็นใบหน้าอสูรนั่น ก็พากันขนหัวลุกทันที ทุกคนต่างรู้สึกหวาดกลัวจับใจ…
เพียงเสียงคำราม ก็มีพลังรุนแรงราวกับพลังจากฟ้าดินแล้วด้วยซ้ำ แรงกดดันมหาศาลกดทับลงกระทั่งคลื่นน้ำในทะเลเองก็ยังไม่กล้าโหมซัดเข้ามา และนี่ก็คือพลังที่แข็งแกร่งระดับฟ้าดินอย่างแท้จริง…
เพราะนี่คืออสุรกายกุ่ยตี้ ผู้เป็าาแห่งอสุรกายนั่นเอง!
ทันใดนั้นไม่ว่าจะเป็หลินเฟย เวินโหว หยางเลี่ยหรือนักพรตเฮยซานเอง ต่างก็รู้ดีว่าบัดนี้พวกเขาได้พบเจอเข้ากับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดแล้ว นี่คือาาแห่งอสุรกาย ผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งถึงขนาดล่มฟ้าล่มปฐีได้ในพริบตาเดียว เป็าาแห่งอสุรกายที่แท้จริง!
บัดนี้ทุกคนมือเท้าเย็นเฉียบไปหมด และหยางเลี่ยที่ได้สติก่อนใครก็รีบะโออกมาทันที
“หนีเร็ว!”
จริงๆแล้ว ไม่จำเป็ต้องให้หยางเลี่ยบอกก็ได้ เพราะเวินโหวเองก็รู้ดีว่า เวลานี้จะต้องรีบหนีเท่านั้น เพียงเสี้ยววินาทีที่อสุรกายกุ่ยตี้ปรากฏตัวออกมา เวินโหวก็ใช้เืเลี้ยงเ้าปลาั์ไปแล้ว เพียงหยดเืไหลเข้าสู่ปากของมัน เ้าปลาั์ก็เปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้าออกมาทันที ลำตัวของเ้าปลาก็พลันขยายใหญ่หลายเท่า บัดนี้จึงมีลำตัวยาวนับร้อยจ้างเลยทีเดียว ก่อนที่มันจะสะบัดหาง หมายจะสะบั้นเปิดห้วงมิติ…
“หืม?”
ทว่าพริบตาถัดมา เวินโหวกลับหน้าถอดสีลงทันที
เพราะห้วงมิติถูกปิดตายไปแล้ว!
แม้แต่เ้าปลาั์ที่สืบสายเืซวีคงเหยา ก็ยังไม่สามารถสำแดงพลังหายตัวได้…
ทันใดนั้นเอง เวินโหวก็เหงื่อแตกพลั่กทันที
‘คราวนี้แย่แน่…’
เพราะพลังหายตัวของเ้าปลาั์เป็หนทางรอดเดียวที่มี ทว่าบัดนี้ห้วงมิติกลับถูกปิดตายลง ไม่มีช่องว่างให้หายตัวได้แม้แต่น้อย พออับจนหนทาง เวินโหวจึงต้องกรีดเืตัวเองอีกครั้ง หมายจะบงการให้เ้าปลาั์บินหนีออกไปโดยเร็ว…
“โฮก!” เ้าปลาั์เพิ่งจะบินทะยานออกไปได้ไม่กี่ลี้ ใบหน้าของอสูรขนาดใหญ่เบื้องล่างก็พลันคำรามออกมาเสียงดังสนั่น…
ทันใดนั้นห้วงมิติก็บิดเบี้ยวราวกับจะะเิออก คลื่นพลังที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากำลังเคลื่อนตัวเข้ามาเรื่อยๆ จากนั้นน้ำทะเลทั่วทั้งรัศมีสิบลี้ก็สาดกระจาย อสุรกายมากมายพากันแตกสลายจนกลายเป็ผุยผงทันที โดยไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย...
พลังรุนแรงราวกับพลังจากฟ้าดินก็อัดกระแทกเข้ามา ไม่นานเ้าปลาั์ก็รู้สึกราวกับกำลังถูกฉีกกระชาก...
เวลานี้ไม่มีใครออมมือให้ใครอีกต่อไป หลินเฟยรีบบงการคัมภีร์โครงกระดูกออกมาให้กลายเป็ม่านรัตติกาลปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ นักพรตเฮยซานก็คำรามออกมาเสียงดัง จากนั้นก็สำแดงร่างจริงอันใหญ่โตนับร้อยจ้างออกมา คลื่นสีโลหิตแพร่กระจายไปทั่ว แม้แต่หยางเลี่ยก็ยังต้องใช้เืหล่อเลี้ยงสัตว์อสูรคู่กาย พริบตาเดียวฮวงหรานก็ะเิตัวเองกระทั่งงขยายใหญ่นับร้อยเท่า เพียงอ้าปากก็มีเปลวไฟร้อนแรงพวยพุ่งขึ้น...
ทั้งสามคนงัดทุกวิถีทางเพื่อต้านทาน...
แต่น่าเสียดาย เพราะเมื่อต้องเผชิญหน้ากัน ด้วยขั้นบำเพ็ญที่แตกต่างกันอย่างลิบลับ ทุกอย่างจึงไร้ค่าไปหมด ไม่อาจต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น ทั้งม่านรัตติกาล คลื่นโลหิต และเปลวไฟล้วนแตกสลายดับสูญภายในพริบตา จากนั้นก็เกิดเสียงดังกัมปนาทขึ้น เ้าปลาั์ถูกคลื่นเสียงอันดังสนั่นอัดกระแทกจนกระอักเืออกมา ก่อนจะกระเด็นลอยออกไปถึงร้อยลี้เต็มๆ หากไม่ใช่เพราะเวินโหวโคจรพลังบงการห่วงมารเซียนเก้าโคจร และลากเ้าปลาั์ไว้ทันละก็ เกรงว่าเ้าปลาั์คงจะพุ่งตกลงไปในทะเลอสูรเสียแล้ว...
แม้ผู้บำเพ็ญจิงตันสองคนรวมพลังกับหลินเฟย ก็ยังไม่อาจต้านเสียงคำรามได้...
เช่นนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้รู้ว่าาาอสุรกายกุ่ยตี้แข็งแกร่งเพียงใด...
และยังไม่จบเพียงเท่านี้...
เพราะหลังจากเ้าปลาั์ถูกอัดกระแทกจนลอยออกไป ท้องทะเลสีดำก็เกิดคลื่นน้ำไหลเชี่ยวขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็มีมือใหญ่จ้วงขึ้นมา หมายจะคว้าเ้าปลาั์เอาไว้...
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------