เฉินอ่าวดูร่าเริง ฮัมเพลงในลำคอ แต่พอประตูบ้านปิดสนิทไม่มีคนนอก
เซียนผู้เคยสง่างามและไร้กังวล อยู่ๆ ใบหน้าก็ผันเปลี่ยน เต็มไปด้วยความขมขื่นผสมกับความไม่พอใจเล็กๆ คล้ายรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไปกระตุ้นอารมณ์เดิมที่เขาเก็บกดมานาน
ห้องด้านในสว่างไสวด้วยแสงสีขาวสลัวๆ ที่สะท้อนกับตัวกำแพงบ้านดินเหลือง เป็ไฟประหลาดที่เฉินอวี๋เรียกว่าหลอดไฟ LED ที่เชื่อมต่อจากแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา มันเป็สิ่งประดิษฐ์ที่กินแดดเป็อาหาร บ้านเล็กๆ จึงไม่ต้องจุดคบเพลิงทนดมกลิ่นควันเหมือนเดิมอีก
เดินผ่านห้องทางขวามือ ดูเหมือนท่านตาจะหลับไปแล้ว เห็นนอนขดตัวอยู่ที่มุมๆ หนึ่งไม่ได้เต้นเหมือนวันก่อนๆ ทำให้เข้าใจว่าแม้หลอดไฟจะมีแสงแต่ก็ไม่ใช่ไฟจริงๆ จึงทำให้ท่านตามองแค่ครู่หนึ่งแล้วเขาก็ไม่สนใจอีก
เขาไม่ได้เดินเข้าไปในนอนในห้องทันที แต่เดินไปที่ห้องโถงใหญ่ของบ้านนทางกับลูกชายคนโต
ปกติสองพ่อลูกไม่มีการทักทายใดๆ กันอยู่แล้ว แต่เฉินอ่าวไม่ได้สังเกตเลยว่าด้วยอารมณ์เศร้าๆ ที่เขาเป็อยู่นี้ มันจะทำให้เฉินต้าหยุดมอง เงยหน้าดูพ่อของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
อาจเป็เพราะไม่คาดคิดว่าจะเห็นพ่อแสดงสีหน้าเช่นนั้น ชายหนุ่มจึงเอียงศีรษะและมองสำรวจเฉินอ่าวั้แ่หัวจรดเท้า เป็สายตาที่เฉียบคมราวกับภาพเอกซเรย์ แม้จะยังไม่มีการทักทายอะไรเหมือนเดิม แต่ก็เป็ครั้งแรกที่ทำให้เฉินต้าสนใจพ่อ จากที่เคยคิดว่าจะไปที่ห้องนอนกับท่านตา เฉินต้าก็ค่อยๆ กันหลังกลับตามพ่อไปที่ห้องโถงใหญ่
ในห้องโถง
เฉินถั่วอ่าว เหนียงอู่ และอิงเอ่อที่นอนหลับบนตักของแม่ กำลังเรียนรู้วิธีตัดเย็บเสื้อผ้าจากเฉินอวี๋ มันไม่ใช่ชุดแต่เป็การเย็บผ้าห่มหนาๆ สำหรับฤดูหนาว
ทั้งสี่คนที่ยุ่งอยู่ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเฉินอ่าวเข้ามา ราวกับว่าเขาเป็อากาศธาตุหรือล่องหนได้
เฉินอ่าวก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการปฏิบัติจากสิ่งนี้ เขาทำได้เพียงทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงข้างเตาผิงอุ่นๆ
เดิมที ไม่คิดที่จะสร้างปล่องไฟในบ้าน แต่ด้วยความช่วยเหลือจากหยู่เจ๋อที่ชำนาญการปั้น จึงได้ตัดสินใจสร้างขึ้นในห้องโถงและเสร็จได้อย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนไม่มีใครสนใจเฉินอ่าว แต่ความจริงแล้วทุกคนที่อยู่ด้วยกันมานานนั้นััได้ ขนาดเฉินต้าที่พูดน้อยและไม่ค่อยจะติดพ่อ เขาก็ยังกลับมานั่งมองอยู่ไม่ไกล
ทุกคนที่เห็นสีหน้าวิตกกังวลบางอย่าง เฉินอวี๋จึงถามด้วยความเป็ห่วงออกมาว่า
“เกิดอะไรขึ้นรึท่านพ่อ?”
“หรือว่าไม่มีใครสนใจเตียงคั่งของเราเลย?”
นี่เป็ครั้งแรก ที่เฉินอวี๋ได้เห็นพ่อมีอารมณ์เหงาๆ เรียกได้ว่าพ่อมีพฤติกรรมแปลกจากวันอื่นๆ ที่มักจะร่าเริงอยู่ตลอดแม้จะถูกแม่ซ้อมปางตายก็ตาม
เฉินถั่วถงก็สังเกตเห็นเช่นกัน แต่นางไม่ถนัดเื่การปลอบโยน ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงมองไปที่เฉินอ่าวและรอให้เขาพูดออกมาเอง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เฉินอ่าวก็พูดด้วยน้ำเสียงหดหู่ ไม่คิดจะปกปิดความลับและความรู้สึกตัวเองต่อครอบครัว “ไม่มีสิ่งใด เื่รับจ้างทำเตียงคั่งได้รับผลตอบรับที่ดี สามารถเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ได้ เพียงแต่ข้าพึ่งต่อว่าหยู่เจ๋อว่าอย่าได้ดูถูกคุณค่าของตัวเอง แล้วมันไปสะกิดอารมณ์และความรู้สึกที่หลงเหลือในโลกเก่าเท่านั้น”
“ความรู้สึกในโลกเดิม?” เฉินอวี๋ทวนคำพูดของพ่อ
“อืม..ใช่ การที่อยู่ๆ พ่อก็หายตัวไปจากแดนเซียนอย่างกะทันหัน คงทำให้ตระกูลต้องรับหายนะต่างๆ ที่พ่อเคยก่อ และไม่รู้ว่าจะได้กลับไปหรือเปล่า และถ้ากลับไปได้ ก็ไม่อาจทราบว่าธารเวลาของโลกเบื้องล่างและโลกเบื้องบนไหลแตกต่างกันอย่างไร อาจจะพันปีหรือหมื่นปีในแดนเซียน หรือสิบปีร้อยปีในแดนมนุษย์ ทุกอย่างพลิกผันหวนกลับด้านยากคาดเดา และหากโชคดีกลับไปได้จริงๆ ตอนนั้นก็ไม่รู้ตระกูลจะอยู่หรือเปล่า ทำได้แค่คิดว่าขอให้พวกเขายังสบายดี”
จากคำพูด เฉินอวี๋และครอบครัวพยักหน้าด้วยความเข้าใจ ปรากฏว่าพ่อน่าจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเคยทำ
ทุกคนยกเว้นเฉินอ่าว ไม่มีพันธะเป็ห่วงในชีวิตก่อนหน้า เฉินถั่วถงเป็ทหารและเสี่ยงกับการพลีชีพกับาอวกาศอยู่แล้ว เฉินเหนียนอู่ก็โดดเดี่ยวถูกทั้งโลกไล่ล่า เฉินอวี๋ที่ป่วย ครอบครัวเดิมพยายามทำงานหนักหาเงินมารักษา ผลก็เป็ว่าพวกเขาจากไปก่อนเฉินอวี๋ที่เป็มะเร็งเสียอีก ส่วนเฉินต้า อิงเอ๋อและท่านตา ถึงจะยังไม่ได้เปิดเผยโลกเก่าให้รู้ แต่เหมือนสมาชิกของครอบครัวใหม่นี้ล้วนแต่เป็พวกที่ถูกโชคชะตารังแก
เฉินถั่วถงไม่ทราบตัวตนที่แท้จริงของสามี แต่นางรู้ว่าเขาเป็ผู้ฝึกฝนวิชาเซียน และน่าจะเป็ทายาทของพวกชนชั้นสูงๆ ของดินแดน
ถ้ามองในแง่สมัยใหม่ เขาคงเป็ทายาทผู้มั่งคั่งรุ่นที่สอง ที่ต้องออกไปหาเื่หรือรังแกคนที่อ่อนแอในสมัยเืร้อนตอนเป็วัยรุ่น
เมื่อครั้งที่เฉินอ่าวยังเป็บุคคลที่ใครๆ ต่างก็นับหน้าถือตา เขาใน่นั้นอาจดูถูกเหยียดหยามผู้คนในระดับล่าง คิดว่าพวกเขาไม่มีค่า และเชื่อว่าการที่คนเ่าั้มารับใช้ตนถือเป็พรอย่างหนึ่ง
แต่ตอนนี้ เขาไม่ใช่ผู้ทรงอำนาจเดิมอีก เขาเป็เพียงพลเมืองธรรมดาคนหนึ่ง และเป็สามีครอบครัวเล็กๆ สุดยากจนที่กำลังจะอดตาย
นั่นคงเป็เหตุผล ที่เขาสลัดความรู้สึกเดิมไม่ได้ ซึ่งเป็เื่ปกติมากสำหรับ่เวลาสูงสุดและ่เวลาต่ำสุดของชีวิต ตราบใดที่เขาสามารถก้าวผ่านอารมณ์นี้ได้อย่างมั่นคง แม้แต่นางที่ชอบทะเลาะอยู่บ่อยๆ ก็ยังเชื่อว่าเขาจะกลายเป็คนใหม่และสามีที่ดี
“นี่เป็ชุดขนสัตว์ตัวใหม่ที่พึ่งทำเสร็จ สามีข้าเอาไปใส่ก่อนสิ”
สายตาของเฉินถั่วถงเหลือบไปเห็นเสื้อสองชิ้นบางๆ ที่เฉินอ่าวสวมอยู่ จากนั้นนางก็ส่งเสื้อขนสัตว์ตัวหนึ่งไปให้
เฉินอ่าวเริ่มงงเล็กน้อย ว่านี่เป็รางวัลปลอบใจอะไรหรือเปล่า?
“อากาศเริ่มเย็น ถ้าจะออกไปวิ่งเล่นทำงานข้างนอก ใส่แค่เสื้อผ้าสองชั้นบางๆ ไม่พอหรอก ยังเหลือแผ่นหนังที่กำลังฟอกอยู่ ท่านเอาไปใส่ก่อนส่วนคนอื่นๆ อยู่บ้านไม่ไปไหนอยู่แล้วค่อยรับทีหลัง”
มีหนังสัตว์หลายแผ่นที่ครอบครัวเก็บไว้ หลังจากเื่บ้านมั่นคง เฉินถั่วถงจึงเริ่มทำเสื้อขนสัตว์สำหรับใส่ในฤดูหนาว เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเฉินอ่าวก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ที่จู่ๆ นางใจดีกับเขาต่างจากวันเดิมๆ
เมื่อเห็นสีหน้าใของเฉินอ่าว เฉินถั่วถงก็รู้สึกขำขึ้นมา เมื่อครู่ พึ่งทำหน้าอมทุกข์อยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับทำหน้าตาที่หน้าหัวร่อจนอดขำอย่างช่วยไม่ได้
เฉินถั่วถงไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม แต่ดวงตาสีเข้มทั้งสองข้างที่จ้องมองระหว่างกันนั้น ประกอบรอยยิ้มที่จริงใจแฝงไปด้วยความสนิทและความอ่อนโยน ไม่ได้แยกเขี้ยวเป็นางมาร
ประกอบกับแสงสลัวของหลอดไฟที่สะท้อนกับกำแพงดินเหลีอง จึงช่วยทำให้ใบหน้าคมคายของนางดูอ่อนโยนออกมา เฉินถั่วถงในตอนนี้ ต่างจากสาวชาวบ้านหนีตายในอดีต นางดูแลตัวเอง แต่งกายเรียบง่าย ถือเข็มและด้ายอยู่ในมือ ดูเหมือนภรรยาที่รักและห่วงใยคู่ชีวิต จนชั่วเวลาหนึ่ง เฉินอ่าวก็เผลอคิดว่าสตรีแซ่เฉินผู้นี้ยามปกติหน้าตาไม่เลวเลย
เฉินอ่าวอ้าปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็หยุดชะงักไม่รู้จะพูดอะไรดี หูของเขาจึงแดงระเรื่อเล็กน้อย แต่การจ้องมองแบบหลบๆ ซ่อนๆ ประกอบกับอาการเขินอายที่แสดงออกมา มันไม่อาจรอดพ้นสายตาของลูกๆ ไปได้
เฉินอวี๋มองไปที่เฉินเหนียนอู่ เฉินเหนียนอู่หันไปมองหน้าเฉินต้า เฉินต้ามองสลับไปมา อิงเอ๋อที่หลับบนตักก็ชูนิ้วโป้งให้กับพี่น้องทุกๆ คน
ไม่ได้พูดอะไร
แต่ด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก สื่อสารกันได้เข้าใจผ่านโทรจิต
จึงดูออกว่าท่านพ่อของพวกเขาในตอนนี้
เหมือนกำลังจะตกหลุมรักภรรยาของตัวเอง?
(^ ^)
(^ ^*)
(^ ^)
(=..=*) z z Z Z
