ยามเช้าอันสดใสของวันรุ่งขึ้น หลังจากไป๋หยุนเฟยเสร็จสิ้นการฝึกปรือพลังและกำลังล้างหน้า ฉู่อวี้เหอก็นำอาหารเช้ามาส่งให้’ตรงเวลา’พอดี
“พี่หยุนเฟย ท่านตื่นแล้ว? อาจารย์บอกว่าท่านเพิ่งบรรลุด่านการฝึกปรือและต้องใช้เวลาเพื่อประบพื้นฐานให้มั่นคง เมื่อวานจึงห้ามไม่ให้ข้ามาหาท่าน... ท่านเป็อย่างไรบ้าง?” ฉู่อวี้เหอเอ่ยปากถามขณะที่วางชามโจ๊กและอาหารหลายจานบนโต๊ะ
“อืม ข้าไม่เป็ไรแล้ว อวี้เหอไม่ต้องกังวล” ไป๋หยุนเฟยกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
“ถ้าเช่นนั้นก็วิเศษ พี่หยุนเฟยสมควรรับประทานสักหน่อย ข้าทำอาหารเช้านี้ให้ท่านด้วยตนเอง!” ฉู่อวี้เหอเผยยิ้มน่ารักบนใบหน้ายามนั่งลงที่เบื้องหน้าของไป๋หยุนเฟย นางใช้มือขาวผ่องทั้งสองข้างเท้าคางกระพริบตามองดูอีกฝ่ายด้วยท่าทีน่ารัก
เห็นเด็กสาวตรงหน้ารอคอยด้วยท่าทีบ่งบอกว่า‘ชมข้าด้วยเถอะ’ ไป๋หยุนเฟยก็อดไม่ได้ต้องหัวเราะออกมา หัวใจมันเอ่อล้นด้วยความรู้สึกอันอบอุ่น “อืม ข้าทำให้เ้าลำบากแล้ว น้องอวี้เหอ”
“ไม่ลำบาก ไม่ลำบากแม้แต่น้อย! พี่หยุนเฟยรีบรับประทานเถอะ” ฉู่อวี้เหอฉีกยิ้มกว้างด้วยความยินดี
“โอ ข้าลืมถามเ้า พี่หงยินยังพักอยู่ที่ห้องถัดไปหรือไม่ เขารับประทานอาหารเช้าหรือยัง?” ไป๋หยุนเฟยเอ่ยปากถามขณะที่มองไปที่ประตู
“คิกคิก พี่หงยินตื่นนานแล้ว! ศิษย์พี่ชิวนำอาหารเช้ามาให้แต่แรก ตอนนี้ทั่งคู่อยู่ที่ริมทะเลสาบเล่นกับสุนัขอยู่”
“เอ๊ะ? สุนัข?” ไป๋หยุนเฟยงงงันวูบก่อนจะเข้าใจ “โอ เ้าหมายถึงสุนัขป่าอสนีบาต? หรือว่าพี่หงยินพยายามสื่อสารกับมันอีก?”
“อืม ใช่แล้ว พี่ใหญ่หงยินพยายามที่จะพูดคุยกับมัน แต่มันกลับไม่แยแส ขนาดเสี่ยวถังะโโลดเต้นอยู่บนหัว นอกจากใช้ขาเกาหูแล้วมันก็ไม่ตอบสนองอันใด”
ไป๋หยุนเฟยมองดูสีหน้า‘ซุกซน’ของอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มออกมา “ฮ่า ฮ่า อย่าให้เสี่ยวถังได้ยินเชียวนะ ไม่เช่นนั้นมันอาจขุ่นเคืองจนโยนเ้าลงน้ำก็ได้”
“เพ้ย ข้าไม่ยอมถูกรังแกแน่ มุสิกอย่างมันหรือจะกล้า?” ฉู่อวี้เหอเชิดจมูกขึ้นด้วยท่าทีน่ารัก ไม่แต่กลับไม่กล้าว่าร้ายเสี่ยวถังอีก
ไป๋หยุนเฟยเฟยสั่นศีรษะยิ้มแย้ม ก่อนจะนึกเื่บางอย่างออก มันนำของสิ่งหนึ่งออกมาจากแหวนช่องมิติพลางกล่าวว่า “อวี้เหอ ก่อนนี้ข้าเคยสัญญาว่าจะมอบของขวัญแก่เ้า แต่เพราะเื่ราวของสำนักธารน้ำแข็งจึงไม่มีโอกาสมอบให้ ฮ่า ฮ่า ดูสิว่าเ้าชอบหรือไม่”
กล่าวจบจึงมอบจี้รูปปลาสีเขียวมรกตให้แก่นาง
“ระดับไอเทม: ดีเลิศ”
“ระดับการอัพเกรด: +11”
“คุณสมบัติเพิ่มเติม: เพิ่มความเร็ว +60”
“ผลกระทบเพิ่มเติมสำหรับ +10: ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 3%”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 34 แต้ม”
นี่เป็เครื่องประดับที่หลงเหลืออยู่หลังจากการอัพเกรดของไป๋หยุนเฟยเมื่อคืน ก่อนหน้านี้มันเตรียมจี้รูปปลาอีกอันไว้ให้ฉู่อวี้เหอ แต่จี้ชิ้นนี้มีพลังเหนือกว่าไป๋หยุนเฟยจึงมอบให้แทน
ฉู่อวี้เหอเผยสีหน้าปลาบปลื้มยินดีขณะรับจี้มาอยู่ในมือ นางอุทานอย่างร่าเริง “ปลาน้อยที่งดงามนัก! ข้าชอบจี้นี้มาก ขอบคุณพี่หยุนเฟย”
“อืม เ้าชอบก็ดีแล้ว ลองสวมดูแล้วเ้าจะยิ่งยินดีกว่านี้อีก!” ไป๋หยุนเฟยแย้มยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกลับ
“ท่านหมายความว่าอย่างไร? ข้าสวมแล้วจะเป็อย่างไร?” ฉู่อวี้เหอเอ่ยปากถามขณะมองจี้ในมืออย่างงุนงง สุดท้ายจึงยอมสวมไว้รอบคอ
“เอ๊ะ? ความรู้สึกอันแปลกประหลาดนัก...” พริบตาที่สวมจี้รอบคอ ฉู่อวี้เหอก็ตะลึงงัน ก่อนจะอ้าปากอุทานออกมา
พลังฝีมือนางยังด้อยอยู่บ้าง ดังนั้นความเร็วที่จู่ๆเพิ่มขึ้นอีกหกสิบหน่วยนับว่ามากมายสำหรับนางยิ่ง
เห็นสีหน้าตะลึงงันของเด็กสาวตรงหน้า ไป๋หยุนเฟยจึงพยักหน้าอย่างพอใจ “เป็อย่างไร? อวี้เหอเ้ารู้สึกร่างเบาหวิวกว่าที่เคยกระมัง? ขอบอกต่อเ้า เมื่อสวมจี้นี้ไว้เ้าจะรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ฮ่า ฮ่า เ้ายินดีกว่าเดิมหรือยัง? ชมชอบหรือไม่?”
ฉู่อวี้เหอตะลึงงันอยู่เนิ่นนานก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็ยินดี นางจ้องมองไป๋หยุนเฟยด้วยดวงตาเป็ประกายราวกับดวงดาวพลางกล่าวว่า “พี่หยุนเฟย เป็เพราะจี้ชิ้นนี้จริงหรือ? น่าอัศจรรย์นัก! เป็ฝีมือพี่หยุนเฟยหรือ?”
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้า “อืม นี่เป็ความลับของพี่หยุนเฟยของเ้า และจะเป็ความลับของอวี้เหอด้วย เ้าไม่อาจให้ผู้อื่นรู้โดยเด็ดขาด ต่อให้เป็อาจารย์ของเ้าหรือศิษย์พี่ชิวก็ตาม อวี้เหอสัญญากับข้าได้หรือไม่?”
สีหน้าฉู่อวี้เหอกลายเป็ว่างเปล่า สุดท้ายจึงกล่าวอย่างจริงจัง “ตกลง! อวี้เหอจะจดจำเอาไว้และจะไม่ยอมให้ผู้ใดทราบความลับของจี้ชิ้นนี้เด็ดขาด!”
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าแ่เบาก่อนจะหันไปรับประทานอาหารเช้าบนโต๊ะ ฉู่อวี้เหอก็เล่นกับจี้‘เวทมนตร์’ที่สวมอยู่รอบคอของนางอย่างเบิกบาน
หลังจากมอบจี้ที่ผ่านการอัพเกรดให้แก่ฉู่อวี้เหอ ไป๋หยุนเฟยก็ไม่กังวลแม้แต่น้อย เด็กสาวที่น่ารักคนนี้ต้องไม่เผย‘ความลับ’ของมันโดยง่าย หากไม่ทราบมาก่อนไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจมองออกได้ว่าจี้ห้อยคอที่ดูธรรมดานี้จะมีพลังอันน่าอัศจรรย์แฝงอยู่
…………
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย ไป๋หยุนเฟยและฉู่อวี้เหอก็ออกจากห้องร่วมทางกันไปยังทะเลสาบ มองจากที่ห่างไกลก็เห็นหงยินและชิวลู่หลิวทั้งคู่นั่งอยู่บนม้านั่งริมทะเลสาบ เบื้องหน้าของทั้งคู่ปรากฏเงาร่างมหึมาอยู่สองร่าง เป็สุนัขป่าอสนีบาตเคียงคู่อยู่กับวานรั์เนตรทอง
มือข้างหนึ่งของหงยินกดไปที่หัวของสุนัขป่าอสนีบาตราวกับกำลังรวบรวมพลังจิตเพื่อ‘สื่อสาร’กับมัน ส่วนเสี่ยวถังก็อยู่บนหัวของวานรั์เนตรทองกำลังะโโลดเต้นพร้อมกับกระตุกดึงใบหูราวกับกำลัง‘กลั่นแกล้ง’วานรั์อยู่ กระนั้นอสูริญญาทั้งคู่กลับไร้การตอบสนอง ดวงตาของพวกมันว่างเปล่าปราศจากิญญา ร่างกายก็ไร้ปฏิกิริยาโดยสิ้นเชิง
ไป๋หยุนเฟยยืนที่ด้านข้างค้อมศีรษะแก่ชิวลู่หลิว มันไม่กล้ารบกวนหงยินจึงเพียงยืนที่ด้านหลังอย่างเงียบงัน
ฉู่อวี้เหอเดินถึงข้างกายชิวลู่หลิว จากนั้นหญิงสาวทั้งคู่จึงพากันเดินออกไป เสียงพูดคุยของทั้งสองแว่วมาแ่เบาขณะที่เด็กสาวเริ่ม‘อวด’ของขวัญที่เพิ่งได้รับ ดูแล้วฉู่อวี้เหอเพียงให้ชิวลู่หลิวััจี้บนคอและบอกว่าจี้นี้รูปลักษณ์ ‘ประณีต’และ’งดงาม’โดยไม่ได้พาดพิงถึงความพิเศษของมันแม้แต่น้อย
ครู่ต่อมา ในที่สุดหงยินก็ลืมตาขึ้น หลังจากถอนหายใจอย่างหดหู่ก็โบกมือเรียกอสูริญญาทั้งคู่กลับคืนสู่แหวนช่องมิติ
“พี่หงยิน เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าล้มเหลวอีกแล้ว?” เห็นทีท่าของหงยินเช่นนี้ ชิวลู่หลิวจึงขยับกายเข้ามาสองก้าวและเอ่ยปากถาม
หงยินพยักหน้าตอบเสียงค่อย “ไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย ที่จริงข้าก็ทราบดีว่าไม่ได้ผล แต่ก็ยัง... เฮ้อ!”.
“พี่หงยิน อย่าเพิ่งหมดหวัง ข้ามั่นใจว่าสักวันท่านต้องหนทางได้!” ชิวลู่หลิวกล่าวปลอบโยน ยามได้เห็นสีหน้าคับข้องใจของหงยิน
หลังจากทอดถอนใจสีหน้าหงยินค่อยคลายความคับข้องลงจากนั้นจึงหันไปยิ้มให้แก่ไป๋หยุนเฟย “หยุนเฟย เมื่อคืนเ้าฝึกปรือราบรื่นดีหรือไม่? อีกนานเท่าใดจึงปรับพลังใหม่ของเ้าให้มั่นคงได้?”
“ทุกอย่างราบรื่นดี ระหว่างฝึกปรือไม่มีอุปสรรคอันใด อย่างมากอีกห้าหกวันข้าจะเข้าถึงและควบคุมพลังแห่งภูติญญาระดับกลางได้อย่างสมบูรณ์” ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าตอบ
“ไฮ้! หยุนเฟย ไฉนข้ารู้สึกว่าแต่ละคำพูดของเ้าราวกับเป็คมอาวุธที่ทิ่มแทงใส่ข้า? จริงสิ ข้าไม่อาจเกียจคร้านอีกต่อไปแล้ว ต่อไปต้องคร่ำเคร่งฝึกวิชาเพิ่มพูนฝีมือ ศิษย์น้องพวกเรากลับไปฝึกวิชากันเถอะ...” ชิวลู่หลิวแสร้งเป็หน้ามืดเพื่อหยอกล้อไป๋หยุนเฟย ก่อนจะฉุดดึงฉู่อวี้เหอจากไป ที่จริงแล้วกลับเป็เพราะนางมองออกว่าไป๋หยุนเฟยและหงยินมีเื่ต้องสนทนากัน ดังนั้นจึงหาข้ออ้างเพื่อจากไป
ไป๋หยุนเฟยใช้สายตาส่งหญิงสาวทั้งสองจากไปจากนั้นจึงหันมายิ้มให้แก่หงยิน มันโบกมือขวาวูบ เขี้ยวโลหิตก็ปรากฏอยู่ในมือก่อนจะส่งคืนให้แก่หงยิน
“เอ๊ะ? เ้าทำสำเร็จเร็วถึงเพียงนี้?” หงยินตะลึงงัน ก่อนจะยื่นมือไปรับอย่างเหลือเชื่อ
ชั่วพริบตาที่มือััถูกเขี้ยวโลหิต ดวงตาหงยินก็กระจ่างวูบและรีบหุบปากกล้ำกลืนคำพูดลงไป สีหน้ามันเคร่งขรึมจริงจังยามที่ตรวจสอบอาวุธในมืออย่างลืมตัว
เขี้ยวโลหิตเป็อาวุธของหงยิน มันย่อมคุ้นเคยกับมีดเล่มนี้อย่างยิ่ง หลังจากพิจารณาอย่างละเอียด ดวงตามันก็ยิ่งเป็ประกายขณะที่สีหน้ากลายเป็แตกตื่นตะลึงลาน
“ชั้นนภาระดับกลาง! ชั้นนภาระดับกลาง! มันยกระดับขึ้นจริงๆ...” หงยินกล่าววาจาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ฉายแววตระหนักรู้ “หรือว่าเมื่อพลังโจมตีมากกว่า 3000 หน่วย จะนับเป็ชั้นนภาระดับกลาง? คาดว่าคนทั่วไปจะแบ่งชั้นของวัตถุิญญาจากพลังโจมตีและพลังป้องกัน มิหนำซ้ำวัตถุิญญาก็ยังไม่เคยมี’ผลเพิ่มเติม’มาก่อน... แต่การตรวจสอบด้วยกระบวนการอัพเกรดจะแสดงระดับดั้งเดิมของวัตถุิญญาออกมา อย่างเช่นปลอกแขนมีดเพลิงก่อนที่ข้าจะอัพเกรดเป็ชั้นปฐีระดับต่ำ แต่หลังจากอัพเกรดถึง +12 พี่หงยินกลับบอกว่าเป็ชั้นปฐีระดับสูง ต้องเป็เพราะหลังจากผ่านการอัพเกรดแล้ว พลังป้องกันโดยรวมสามารถเทียบชั้นกับวัตถุิญญาชั้นปฐีขั้นสูงได้...”
“เื่นี้เหลือเชื่อเกินไปแล้ว หยุนเฟยเ้าทำได้อย่างไร? เพียงชั่วข้ามคืนวัตถุิญญาชั้นนภาระดับต่ำกลับกลายเป็ระดับกลางได้ หากเื่นี้แพร่กระจายไปสู่โลกแห่งผู้ฝึกปรือิญญา เ้าคิดว่าจะะเืทั้งโลกเพียงใด? เท่าที่ข้าทราบ แม้แต่ผู้าุโที่เปี่ยมพร์แห่งสำนักช่างประดิษฐ์ยังยกระดับของวัตถุิญญาด้วยความลำบากแสนเข็ญ เมื่อครั้งที่บิดาบุญธรรมข้าสร้างอาวุธนี้ขึ้น เขี้ยวโลหิตนี้เป็เพียงวัตถุิญญาชั้นปฐีระดับสูง หลังจากทุ่มเทเงินทองมหาศาลผู้าุโสำนักช่างประดิษฐ์จึงใช้วัตถุดิบนับไม่ถ้วนและเวลาอีกตลอดเดือนเพื่อยกระดับให้กลายเป็ชั้นนภา มิหนำซ้ำหลังจากทำสำเร็จผู้าุโนั้นยังต้องเก็บตัวฝึกปรืออีกสิบกว่าวันเพื่อฟื้นพลัง แต่ว่าเ้า...” ยามหงยินนึกถึงว่าอีกฝ่ายใช้เวลาเพียงคืนเดียวยกระดับวันถุิญญาขึ้นด้วยท่าทีอันปลอดโปร่ง มันก็นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรกับไป๋หยุนเฟยดี
“โอ? ผู้าุโสำนักช่างประดิษฐ์ช่างน่าอัศจรรย์นัก!” ไป๋หยุนเฟยไม่ได้ตั้งใจฟังจึงไม่ได้ยินที่หงยิน’ยกย่อง’ เนื่องเพราะกำลังตื่นตะลึงกับเื่ราวของสำนักช่างประดิษฐ์
ตามที่มันเคยผ่านตาคุณสมบัติของวัตถุิญญาจากการใช้กระบวนการอัพเกรด วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับสูงจะมีพลังโจมตีหรือพลังป้องกันอยู่ระหว่างหนึ่งพันสองร้อยถึงสองพันหน่วย หลังจากทวนเปลวอัคคีและปลอกแขนมีดเพลิงผ่านการอัพเกรดแล้ว วัตถุิญญาทั้งสองก็ถือว่ายกระดับเป็ชั้นนภาระดับต่ำซึ่งมีพลังอยู่ระหว่างสองพันถึงสามพันหน่วยได้แล้ว สำหรับวัตถุิญญาที่มีพลังเกินกว่าสามพันหน่วยย่อมนับเป็ชั้นนภาระดับกลาง แต่สำหรับขั้นสูงสุดจนถึงตอนนี้ไป๋หยุนเฟยก็ยังไม่ทราบว่าต้องมีพลังเท่าใดถึงจะถือว่าเป็ชั้นนภาระดับสูงได้
หากเดิมทีเขี้ยวโลหิตเป็วัตถุิญญาชั้นปฐีระดับสูง แสดงว่าอย่างน้อยต้องมีพลังโจมตีอย่างน้อยประมาณหนึ่งพันสองร้อยหน่วย หากว่าผ่านการอัพเกรดถึง +10 จะเพิ่มพลังโจมตีขึ้นอีกครึ่งหนึ่ง หมายความว่าเขี้ยวโลหิตจะยกระดับถึงสุดขอบของชั้นปฐีระดับสูง กระนั้นคนของสำนักช่างประดิษฐ์กลับสามารถยกระดับไปจนถึงชั้นนภาระดับต่ำได้!
มุมปากหงยินสั่นกระตุก มันไม่ทราบว่าไป๋หยุนเฟยทำอย่างไรจึงยกระดับวัตถุิญญาขึ้นถึงเพียงนี้อย่างง่ายดาย ต่อให้เป็ผู้าุโสำนักช่างประดิษฐ์ยังยากจะเทียบได้...
