เล่มที่ 5 บทที่ 148 สำนักละเล่ม
คราวนี้หลินเฟยไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด กลับขายให้จ้าวซื่อไห่แต่โดยดี แถมยังตบบ่าจ้าวซื่อไห่เบาๆอีกด้วย ก่อนกลับก็ยังพูดชมเชยอีกฝ่ายอยู่หลายประโยค ทำให้จ้าวซื่อไห่ประหลาดใจไม่น้อย แต่ก็รู้สึกดีใจจนตัวลอยเลยทีเดียว
“จะไม่รอก่อนหรือ?” เจียงหลีที่อยู่ข้างๆกลืนน้ำลายอย่างลำบากใจ
“แล้วอีกสองคนที่เหลือล่ะ ถ้าเกิดพวกเขาให้ราคาสูงกว่านี้จะทำอย่างไร?”
หลินเฟยหัวเราะน้อยๆ โดยไม่ตอบคำถามของเจียงหลี
ไม่นานเจียงหลีก็เริ่มเข้าใจคำตอบของคำถามตนเองแล้วใ
เพราะครึ่งชั่วยามถัดมา ซูจิ้งจากสำนักกระบี่หลีซานก็มาที่ร้านหลอมเช่นกัน พอเข้ามาก็ทำเช่นเดียวจ้าวซื่อไห่ เขามองรอบๆอย่างหวาดระแวงราวกับเป็โจรย่องเบา
“ข้ากลับไปปรึกษากับศิษย์พี่แล้ว สำนักกระบี่หลีซานขอซื้อกระบี่เล่มนั้นด้วยราคาสี่หมื่นห้าพันหินิญญา พอจะขายให้ข้าได้หรือไม่?”
เจียงหลีได้ยินดังนั้นก็อยากจะพุ่งตัวไปทวงกระบี่จากจ้าวซื่อไห่คืนมาทันที ในใจเอาแต่บ่นด้วยความเสียดาย ‘เพียงแค่ครึ่งชั่วยามแท้ๆ ดันเสียหายไปห้าพันหินิญญาเชียว น่าเสียดายจริงๆ’
ทว่าเจียงหลียังไม่ทันได้เอ่ยอะไรก็ต้องหยุดชะงักลงไปก่อน
เพราะสิ่งที่เจียงหลีเห็นก็คือ…
หลินเฟยหยิบกระบี่ออกมาอีกเล่ม!
เจียงหลีเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง…
‘ทำไมถึงมีอีกเล่มล่ะ?’
‘บ้าเอ๊ย อาจารย์อาเหลี่ยมจัดใช่เล่น!
‘มิน่าเมื่อครู่ถึงถามว่าอยากได้สามหมื่นหรือแสนหินิญญา ตอนที่จ้าวซื่อไห่มาขอซื้อก็เลยรีบขายให้ทันที ที่แท้ก็เป็แบบนี้ เพราะมีกระบี่มากกว่าหนึ่งเล่มนี่เอง…
‘สงสัยคงจะเตรียมให้สำนักละเล่มกระมัง…’
‘เ้าเล่ห์เสียจริง…’
และก็เป็อย่างที่คิดไว้ ครึ่งชั่วยามถัดมา อันจื่อเจี๋ยจากสำนักโยวิก็เดินทางมาถึง หลังจากอิดออดอยู่ชั่วครู่ ก็เดินเข้ามาอย่างกระดากอาย เพราะในบรรดาพวกเขาทั้งสามคน มีแค่ตนเองเท่านั้นที่เป็ฝ่ายลงมือก่อน หากไม่ใช่เพราะหลินเฟยออมมือ เกรงว่าป่านนี้ชื่อิที่บำเพ็ญมากว่ายี่สิบปีจะต้องตายไปแล้วแน่ๆ…
หลังจากชักแม่น้ำทั้งห้าจนจบ ก็พบว่าหลินเฟยไม่ได้ติดใจเื่ที่ผ่านมา อันจื่อเจี๋ยจึงเบาใจลงไป ก่อนจะทิ้งศักดิ์ศรีเอ่ยถามอย่างประจบแจงว่า “สำนักโยวิขอซื้อกระบี่ในราคาห้าหมื่นหินิญญาได้หรือไม่?”
ภายใต้สายตาดูแคลนของเจียงหลี จึงปรากฏเป็ภาพของหลินเฟยที่หยิบกระบี่ออกมาอีกเล่ม สุดท้ายอันจื่อเจี๋ยก็นำกระบี่ออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพึงพอใจ…
“อาจารย์อา…” พอเห็นว่ากอบโกยมาได้หลายแสนหินิญญา เจียงหลีก็รู้สึกตื่นเต้นเป็พิเศษ แต่ก็แอบกังวลว่าหินพวกนี้เป็ของร้อนที่อาจจะนำภัยมาได้
“ท่านทำเช่นนี้ ไม่กลัวพวกเขาจะรู้หรือ?”
“รู้แล้วจะทำไม?”
เจียงหลีได้ยินก็ตื่นตูมขึ้นมาทันที
“ลองคิดดูนะ ทั้งสามสำนักต่างก็ซื้อกระบี่ที่คิดว่ามีเพียงเล่มเดียวด้วยราคาสูงลิ่วขนาดนี้ สุดท้ายท่านกลับขายให้สำนักละเล่ม วันหน้าถ้าพวกเขารู้เข้า จะไม่มาหาเื่อย่างนั้นหรือ?”
“หึหึ…” หลินเฟยแค่นหัวเราะน้อยๆ พลางมองไปที่เจียงหลี
“ไม่ต้องห่วงไปหรอก ต่อให้รู้ก็ไม่กล้าโวยวาย ส่วนหาเื่นี่ยิ่งไม่กล้าใหญ่…”
“หา ว่าไงนะ?”
“เอาล่ะ ไม่ต้องหงต้องหาแล้ว ข้ายังมีเื่ต้องทำ ข้าวานเ้าช่วยหน่อย”
“ทราบแล้ว…”
แม้เจียงหลีจะพยักหน้าตอบรับ แต่ในใจก็ยังกังวลเป็ที่สุด
หลินเฟยเห็นเช่นนั้นก็ไม่คิดจะพูดอะไรมาก เขาโยนกระเป๋าเฉียนคุนสามใบที่มีหินิญญาหลายหมื่นลงตรงหน้าเจียงหลี กระเป๋าเฉียนคุนถือว่าเป็ของที่พบเห็นได้ทั่วไปในพิภพหลัวฝู มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ขนาดเล็กสามารถบรรจุของได้หลายร้อยจิน ส่วนขนาดใหญ่ก็แทบจะใสู่เาลงไปได้ทั้งลูก นอกจากนี้ยังได้ยินว่าที่พิภพหลัวฝูมีกระเป๋าเฉียนคุนขั้นเซียนเทียนอยู่ใบหนึ่งอีกด้วย…
และกระเป๋าเฉียนคุนที่อยู่บนโต๊ะทั้งสามใบนี้ก็มีมนต์สะกดเก้าสาย ถือว่ามีคุณภาพระดับปานกลาง เรียกได้ว่าเป็ของระดับศิษย์สายในทั่วไปเท่านั้น ปกติจะเอาไว้ใส่อาวุธไม่ก็ยาลูกกลอน แต่ทั้งสามคนกลับเลือกใช้กระเป๋าเฉียนคุนมาใส่หินิญญาแทน
“ทั้งหมดนี้มีหนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันหินิญญา เ้าเอาไปซื้อของบางอย่างมาให้หน่อย…”
“สบายมาก รับรองว่าจะจัดการให้อย่างเรียบร้อย” เจียงหลีตอบรับจบ ก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
“แล้วที่เหลือล่ะ?”
“ที่เหลือ…” หลินเฟยเกาหัว ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างกลัดกลุ้ม
“ที่เหลือค่อยหาเพิ่มแล้วกัน…”
เจียงหลีได้ยินก็แทบจะพ่นน้ำลายออกมาจากปากทันที พร้อมกับมองหลินเฟยด้วยใบหน้าตกตะลึง
“อะ…อาจารย์หลิน สิ่งที่จะซื้อมีราคามากกว่าหนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันอีกหรือ?”
“ขาดอีกครึ่งน่ะ…”
เจียงหลีรู้สึกว่าหินิญญาในกระเป๋าเฉียนคุนทั้งสามใบมีมหาศาลมากพอแล้ว เขาเองก็ติดตามอาจารย์เปิดร้านหลอมอาวุธมาหลายปี ก็ได้หินมาแค่หลักหมื่นเท่านั้น บัดนี้เพียงกระบี่สามเล่ม ก็ขายได้หลักแสนหินิญญา จึงนับว่าเป็เื่ที่เจียงหลีไม่คาดคิดมาก่อน
แต่สำหรับหลินเฟยนั้น…
ยังถือว่าขาดอีกมาโข
ช่วยไม่ได้ ก็เพราะเป้าหมายของหลินเฟยคือชิ้นส่วนประตูมิติ…
ซึ่งถือว่าเป็สิ่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้เลยทีเดียว
ขอแค่มีชิ้นส่วนประตูพิภพ ก็จะสามารถเข้าออกพิภพซ่างจงได้ตาม้า ของเช่นนี้ต่อให้เป็สามสำนักใหญ่ของทะเลอูไห่ก็คงต้อง่ชิงมาให้ได้ ดังนั้นหากชิ้นส่วนประตูมิติปรากฏขึ้นที่เทศกาลไห่หุ้ยขึ้นมา เกรงว่าจะต้องแข่งเสนอราคากันอย่างดุเดือด หินิญญาหลักแสนจึงไม่เพียงพอ…
แต่ยังดีที่ตอนนี้หลินเฟยไม่ได้มีแค่หินิญญาเท่านั้น
เขายังมีเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถู จึงมีวิธีหาหินิญญามาเพิ่มอีกมากมาย หากให้เวลาหาสักหนึ่งเดือน เกรงว่าจะมีมากพอถึงกับซื้อเมืองวั่งไห่ได้ครึ่งเมืองเลยทีเดียว แต่หลินเฟยก็ไม่อยากเสียเวลาไปกับเื่นี้เท่าไรนัก เพราะถึงอย่างไรหินิญญาก็เป็ของนอกกาย หากมัวแต่หาหินิญญาจนกระทบการบำเพ็ญละก็ เกรงว่าแบบนั้นจะได้ไม่คุ้มเสีย
หลินเฟยจึงตัดสินใจกระทำบางอย่าง นั่นก็คือทำให้หินิญญาลอยเข้ากระเป๋ามาเอง…
ไม่นานหลินเฟยก็เขียนสิ่งที่้าออกมา
“…” เจียงหลีเห็นเช่นนั้นก็มึนงงทันที
เขาแต่จ้องใบรายการอยู่หนึ่งเค่อเต็มๆ ก่อนจะเงยหน้ามองหลินเฟย และพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“อะ…อาจารย์อา ทำไมถึงให้แต่ซื้อวัตถุดิบหลอมอาวุธทั้งหมดล่ะ แถมยังซื้อมากขนาดนี้อีก…”
“เยอะหรือ?” หลินเฟยมองกระเป๋าเฉียนคุนทั้งสามใบด้วยใบหน้าเศร้า
“เสียดายที่มีหินิญญาไม่พอ ซื้อเท่านี้ก่อนแล้วกัน ที่เหลือค่อยหาวิธีใหม่…”
“ยังจะซื้ออีกงั้นหรือ?”
เจียงหลีเห็นใบรายการที่มีตัวอักษรแน่นขนัดเต็มแผ่น ก็รู้สึกอยากร้องไห้ออกมาทันที ‘วัตถุดิบนับร้อยชนิด แถมทุกชนิดก็ซื้อหลักร้อยถึงพันจิน แม้แต่ทองแดงเย่วเจี้ยนิ ก็ยังจะซื้อพันจิน รู้หรือไม่ว่าทองแดงเย่วเจี้ยนิแค่เล็กน้อยก็สามารถแปรสภาพเหล็กธรรมดานับหมื่นจินได้ แล้วจะซื้อมาทำไมตั้งเยอะแยะแบบนี้?…’
น่าเสียดายที่ไม่ว่าเจียงหลีจะซักไซ้อย่างไร หลินเฟยก็ไม่ตอบ ในเมื่อทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ เจียงหลีจึงเดินคอตกยอมออกไปซื้อแต่โดยดี…
“จริงสิ ทางสามสำนักนั่นจะไม่เป็อะไรจริงๆใช่ไหม?” ทั้งที่เพิ่งจะก้าวเท้าออกมาจากร้าน เจียงหลีก็อดที่จะถามย้ำไม่ได้…
“ไม่ต้องห่วง ไม่เป็อะไรหรอก”
“ทราบแล้ว…”
-----------------------------------------------------------------------------------------------
