เมื่อรู้ความจริงแล้วเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถอนหายใจออกมาอย่างหนัก จากนั้นก็ยกมือมาลูบคางเบาๆ และพูดอย่างเศร้าๆ ว่า “ข้าคิดว่าข้าโชคดีที่จะได้เห็นโอรสแห่ง์ออกมาล่าสัตว์ แต่คาดไม่ถึง นับแต่โบราณมาคนที่ใช้ใจไปแลกใจอย่างซื่อตรงมักไร้ค่า มีเพียงกลยุทธ์เท่านั้นที่ชนะใจผู้คน”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วทั้งถอนหายใจทั้งส่ายหัว ประหนึ่งหญิงสาวที่ถูกฮ่องเต้ทำให้ผิดหวัง
แต่ฮ่องเต้ผิดเื่อะไรล่ะ? ตอนที่มีราชโองการเรียกให้มาไม่ได้บอกว่าเป็สนามการแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงสักหน่อย อีกทั้งยังไม่ได้ระบุว่าจะนำสัตว์จริงเข้าไปล่า ในฐานะที่เป็ประมุขของประเทศ ตอนที่ล่าสัตว์หลอกๆ ก็แค่ไม่ยิงลูกธนูไปทิศทางตรงกันข้ามแค่นี้ก็ถือว่าได้หน้าแล้ว…
เมื่อมองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ยังคงจมอยู่ในความโศกเศร้า เยวี่ยเจาหรานยกยิ้ม และหัวเราะจนเสียงดังลอดออกมา
“ดูสีหน้าที่โศกเศร้าของเ้าสิ เ้าจะเศร้าอะไรนักหนา หากให้ฮ่องเต้ไปสู้กับหมีั์ แล้วเ้าเป็ผู้ดูแลที่ต้องรับผิดชอบ เ้าก็จะกลายเป็คนแรกที่จบชีวิตลงอย่างเลวร้าย เ้าเข้าใจหรือไม่?”
เสียงหัวเราะเยาะของเยวี่ยเจาหรานเป็ดั่งมีดปลายแหลมที่บาดลึกลงไปในหัวใจของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่บอบช้ำอยู่แล้วทำให้ใจแตกเป็เสี่ยงๆ ยากที่จะเอากลับคืนมาได้
“อะไรกัน! ถ้าเช่นนั้นการล่าสัตว์ครั้งนี้จะมีประโยชน์อย่างไร? ฮ่องเต้แค่หาข้ออ้างวางแผนต่างๆ ไว้อย่างยาวนานเพื่อที่จะออกพระราชวังมาท่องเที่ยวสิบวันแค่นั้นหรือ? แล้วในสิบวันนี้พระองค์ทรงคิดเพียงจะเฝ้าดูพวกเหล่าขุนนางล่าสัตว์… จะใช้เวลาว่างทั้งหมดของพระองค์เลยหรืออย่างไร? จริงๆ เื่ใหญ่อย่างราชกิจในแคว้นเวลาก็ไม่พออยู่แล้ว…”
ในความคิดของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ไม่ได้ซับซ้อน การกระทำเช่นนี้ของฮ่องเต้เป็การเสียเวลา ถ้าหากมีสัตว์จำนวนมากอยู่เบื้องหน้าของพระองค์แต่กลับทำได้แค่ดู ไม่สามารถประลองฝีมือได้ การออกมาล่าสัตว์ครั้งนี้จะมีความหมายอะไร?
“เ้าไม่เข้าใจหรือไร ฮ่องเต้เป็ถึงโอรส์ ทรงเป็จักรพรรดิของแคว้น ถ้าหากเอาชีวิตไปทิ้งในงานล่าสัตว์ แล้วใครจะมารับผิดชอบเื่นี้? ในรอบสามปี ระยะเวลาสิบวันนี้ถือว่าเป็การรักษาพระเกียรติ…”
เกี่ยวกับเื่พวกนี้ เยวี่ยเจาหรานเริ่มคิดได้มากกว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเยอะแล้ว ถึงอย่างไรตอนนี้ตนก็เป็ผู้หญิงไม่สามารถไปล่าสัตว์ได้ ก็เหมือนกับฮ่องเต้ที่ในสิบวันนี้คงได้แต่นั่งบนแท่นประทับและเป็เพียงผู้ชมเท่านั้น… แต่ไม่ว่าฮ่องเต้จะออกล่าสัตว์หรือไม่ ก็ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับตน
ช่างน่าเศร้าเสียจริง
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วซึ่งไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ นางยังคงส่ายหัวไม่หยุด ใบหน้าของนางดูเศร้าใจไม่น้อย “ข้ายังหลงคิดว่าจะมีโอกาสได้ประลองฝีมือกับฮ่องเต้ แต่คาดไม่ถึงว่าจะทำได้เพียงแค่ดูตลอดทั้งสิบวันกับฮ่องเต้...”
“เ้าอยากประลองฝีมือกับฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ?!” เยวี่ยเจาหรานกำมือ ยกขึ้นมาตีศีรษะเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว พูดอย่างเหลืออดว่า “ถ้าเ้าได้ประลองฝีมือกับฮ่องเต้แล้วเ้าชนะ เ้าก็จะโดนตี ถ้าเ้าแพ้เ้าก็จะโดนตี เ้าลองคิดอีกสักนิดว่าเ้ายังอยากประลองฝีมือกับฮ่องเต้อยู่หรือไม่?”
ชนะก็โดนตี แพ้ก็โดนตี แล้วมันต่างกันอย่างไร?
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แล้วถามอย่างไร้เดียงสาว่า “แล้วมันต่างกันอย่างไร?” เยวี่ยเจาหรานกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ แล้วพูดต่อว่า “ไม่ต่างกัน ถึงอย่างไรเ้าก็เจ็บเหมือนกัน”
…
อำนาจของฮ่องเต้ในการล่าสัตว์ไม่สามารถท้าทายได้! รู้ตัวอีกทีรถม้าก็หยุดลงแล้ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถึงได้เข้าใจความหมายของเยวี่ยเจาหราน
เยวี่ยเจาหรานลงจากรถม้า เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอยากจะทำตามเหมือนคนอื่นๆ แต่โดนเยวี่ยเจาหรานดึงกลับมาข้างกาย และฟังเยวี่ยเจาหรานกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “เ้าต้องจำที่ข้าบอก ไม่ว่าฮ่องเต้จะกระทำสิ่งใด เ้าแค่เป็ผู้ชมที่ดี อย่าทำตัวโดดเด่นเกินฮ่องเต้ อย่าคิดแต่เื่ที่จะประลองกับพระองค์ จำได้หรือไม่?”
“ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว ชนะก็โดนตี แพ้ก็โดนตี ข้าเข้าใจแล้ว!”
ตลอดเส้นทางหลังจากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้ฟังแปดคำนี้ นางได้จารึกหลักสิบประการในการอยู่ร่วมกับฮ่องเต้ไว้ในใจแล้ว ส่วนเยวี่ยเจาหรานก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากต้องวางความกังวลและไม่สบายใจลงเสียก่อน และเดินตามสาวใช้ของฮองเฮาเข้าไปในส่วนของฝ่ายผู้หญิงอย่างไม่เต็มใจ
ทุกคนที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานล่าสัตว์ในครั้งนี้ ทั้งหมดได้ประจำที่ตนเองอย่างพร้อมเพรียงกัน และเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วในฐานะ ‘แขกคนพิเศษ’ ที่ได้รับการเชื้อเชิญจากฮ่องเต้ด้วยพระองค์เอง ความจริงแล้วจะต้องเดินตามหลังฮ่องเต้เข้าไปในลาน และเป็อีกคนที่ได้รับสิทธิพิเศษ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วผู้ที่ได้เดินตามหลังฮ่องเต้ ได้ััว่าการได้รับเกียรตินั้นมีหมายความว่าอย่างไร…
เมื่อถึงเวลา ฮ่องเต้นั่งลงอย่างช้าๆ ยกขาทั้งสองข้างราวกับว่าประทับอยู่ในวังของพระองค์เอง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอดทนที่จะกลอกตามองบนอย่างอดไม่ได้ อีกทั้งยังบอกกับตัวเองในใจว่า : ใต้หล้านี้ไม่มีอะไรที่ไม่ใช่ดินแดนของกษัตริย์ สถานที่ที่พระองค์ไปล้วนเป็ที่ของพระองค์ไม่ใช่หรือ?
หลังจากพิธีสักการบูชาได้สิ้นสุดลง ในที่สุดฮ่องเต้ก็ค่อยๆ โบกมือขึ้นมาช้าๆ แล้วตรัสว่า “ขุนนางทั้งหลายลุกขึ้นเถิด วันนี้เรามารวมตัวกันเพื่อล่าสัตว์ หวังว่าทุกคนจะแสดงความสามารถจริงๆ ออกมา และแต่ละกลุ่มประชันกันอย่างสมศักดิ์ศรี อย่าใจอ่อน! ประกาศให้ทั่วแผ่นดินได้รับรู้ความสามารถของพวกเ้า!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ทั้งงานประลองล้วนได้ยินผู้คนต่างะโให้ฮ่องเต้ว่าทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี ในใจของฮ่องเต้ก็ทรงพึงพอใจ ดังนั้นพระองค์จึงลูบหนวดเคราและตรัสด้วยรอยยิ้ม “ข้าครองบัลลังก์มาเป็เวลาเจ็ดปี นี่เป็ครั้งแรกในรอบเจ็ดปีที่ข้าได้มาล่าสัตว์ที่นี่ ถือว่าเป็งานที่ยิ่งใหญ่ งานแห่งความสุข นอกเหนือจากรางวัลในปีที่แล้วๆ มา ผู้ใดชนะและขึ้นเป็ที่หนึ่ง ข้าจะเพิ่มรางวัลเป็สองเท่า หวังว่าทุกคนจะแสดงฝีมืออย่างกล้าหาญและขอให้รับชัยชนะ!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอดไม่ได้ที่จะกลอกตาไปมา การปลุกใจฮ่องเต้นั้นเป็คำพูดง่ายๆ ถ้าหากทุกคนกระตือรือร้นมากกว่านี้อีกสักหน่อย เกรงว่าการล่าสัตว์ครั้งนี้อาจจะทำสัตว์หมดลาน
ในขณะที่พูด มีทหารยื่นธนูและลูกธนูให้กับฮ่องเต้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติฮ่องเต้จะล่าสัตว์ตัวแรกในงานครั้งนี้ด้วยพระองค์เอง ฮ่องเต้ยื่นมือรับลูกธนูด้วยความปลื้มปีติ หันมาทางเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแล้วตรัสว่า “อวิ๋นชิง เ้ามากับข้า!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเป็คนที่อยากรู้อยากเห็น แต่ถูกฮ่องเต้เลือกกะทันหันจึงรู้สึกหวาดกลัว คาดไม่ถึงว่านางกับฮ่องเต้ต้องไปล่าสัตว์ด้วยกัน ภาพที่เคยวาดเอาไว้อย่างสวยงามนั้นไม่กล้านึกถึงอีกแล้ว
“กระหม่อมไม่กล้า…” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วโค้งคำนับ และไม่สามารถหาชื่อเรียกที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้อยู่สักครู่หนึ่ง และหลบเลี่ยงอยู่สักพักจึงเอาตัวรอดมาได้ “ขอบพระทัยฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ที่ถูก ‘ปฏิเสธ’ ถึงกับขมวดคิ้วอย่างเสียดาย หลังจากนั้นฮ่องเต้ยกคันธนูขึ้นมา ทันใดนั้นชั่วพริบตาเดียวสายตาก็เปลี่ยนเป็สายตาที่คมกริบ เล็งเป้าหมายและปล่อยลูกธนูพุ่งตรงไปยังกวางเหมยฮวาที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อลูกธนูพุ่งทะลุไปยังตัวกวางและได้ยินเสียงร้องของกวาง เหล่าผู้ชมทั้งหมดต่างรู้สึกคึกคัก แต่ในความคึกคัก สิ่งที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่คิดอย่างสบายๆ ว่า : ไม่ว่าอย่างไรกวางตัวนี้ถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว มีอะไรที่น่าตื่นเต้นดีใจ?
ผู้ที่ดูแลรับผิดชอบในการล่าสัตว์ได้นำตัวกวางมาถวายให้กับฮ่องเต้ทางด้านหน้า ลูกธนูเจาะดวงตามันทั้งสองข้าง ช่างน่ากลัวเสียจริง!
ฮ่องเต้ดีใจเป็อย่างยิ่ง จึงมีคำสั่งลงมาว่า วันนี้ให้ฆ่ากวางอีกสองสามตัว ในค่ำคืนนี้ฮ่องเต้และขุนนางจะร่วมงานเลี้ยงด้วยกัน!
