กระบี่ลายเส้นทั้งสองเล่มยังคงบินวนและเฉือนผ่านร่างของจางเจิ้งเทาไปมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เขาทำได้เพียงกรีดร้องโหยหวนออกมา ความเ็ปที่เขากำลังเผชิญ ทำให้เขาไม่สามารถแสดงเกราะพลังกังหยวนออกมาเพื่อปกป้องตัวเองได้
“ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ ข้ายอมแพ้แล้ว!”
จางเจิ้งเทาะโขอยอมแพ้ในที่สุด มู่เฟิงโบกมือ ทันใดนั้นกระบี่ลายเส้นทั้งสองเล่มก็พลันกลายเป็ลำแสงสีโลหิตพุ่งลงไปยังใต้ทะเลสาบ ก่อนจะะเิออกมาจนเกิดคลื่นน้ำสาดซัดไปทั่วบริเวณ
“นั่นมันทักษะวิชาใดกัน เขาถึงขั้นสามารถควบคุมวิถีการโจมตีของพลังกระบี่ได้เชียวหรือ?”
“ไม่น่าเชื่อ ความสามารถเช่นนี้สามารถเทียบได้กับผู้แข็งแกร่งในระดับหลิงไห่ได้เชียวนะ”
ทักษะการควบคุมทิศทางการโจมตีของกระบี่อันน่าอัศจรรย์ของมู่เฟิง ทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในกลุ่มคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ทันที
แม้ว่าโดยปกติแล้ว หลังจากปล่อยทักษะพลังปราณออกไปจะยังสามารถกำหนดทิศทางของมันได้ก็ตาม แต่การจะควบคุมการเคลื่อนไหวทั้งหมดของมันนั้น ในเวลานี้ยังไม่มีใครเคยพบเห็นวิธีการที่มีความยืดหยุ่นราวกับว่ามันมีชีวิตเหมือนกับร้อยกระบี่หวนคืนมาก่อน
มู่เฟิงก้าวเท้าเข้าไปหาจางเจิ้งเทาอย่างใจเย็น ตอนนี้ร่างกายของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยรอยเฉือนจากคมกระบี่ ิัของเขาถูกเปิดออก สภาพดูน่าเวทนาเป็อย่างยิ่ง
“เ้าคิดจะทำอะไร?”
ใบหน้าของจางเจิ้งเทาซีดเผือดลงด้วยความใ เขารีบถอยหลังออกไปด้วยร่างกายที่สั่นเทาเล็กน้อย
“เอามาสิ เงินน่ะ”
มู่เฟิงยื่นมือออกไปพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
จางเจิ้งเทากัดฟันกรอด แสงสว่างพลันส่องประกายออกมาจากแหวนเฉียนคุน ก่อนที่ป้ายทองคำจะปรากฏขึ้นในมือของเขา
“เ้าหนูสกปรก ไปตายเสีย!”
ดวงตาของจางเจิ้งเทาฉายแววอาฆาต เขาะเิพลังกังหยวนออกมาพร้อมกับตบฝ่ามือไปทางมู่เฟิงอย่างรวดเร็ว
ลอบโจมตี!
ฝ่ามือนี้ทั้งรวดเร็วและรุนแรง อีกทั้งมู่เฟิงยังอยู่ใกล้มากด้วย
“ต่ำช้า!”
เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของบัณฑิตหลายคนในสำนักศึกษาเทียนอวิ่นพลันเปลี่ยนไปทันที พวกเขาสบถสาปแช่งออกมาเสียงดัง
“รนหาที่ตาย!"
ดวงตาของมู่เฟิงเปลี่ยนเป็เ็า เขาะเิพลังหมัดอันทรงพลังออกมาอย่างรวดเร็ว
ปัง...!
เมื่อพลังทั้งสองสายพุ่งเข้าปะทะกัน จางเจิ้งเทาก็ต้องถอยออกไปด้วยความใ ในขณะที่มู่เฟิงก็ต้องถอยออกไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ก่อนที่พลังสายฟ้าภายในร่างของเด็กหนุ่มจะเกิดการสะท้อนกลับจากการใช้อัสนีบาตย่ำแปดทิศก่อนหน้านี้
อึก!
ใบหน้าของมู่เฟิงเปลี่ยนเป็ขาวซีดพร้อมกระอักเืออกมา พลังสายฟ้าที่ตีกลับทำให้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“ตายเสียเถอะ”
เมื่อจางเจิ้งเทาเห็นสถานการณ์ของมู่เฟิง เขาก็รีบปล่อยพลังฝ่ามือไปทางอีกฝ่ายอีกครั้งทันที โดยฝ่ามือนี้ได้มุ่งเป้าไปยังศีรษะของเด็กหนุ่ม เห็นได้ชัดว่าเขา้าจะสังหารมู่เฟิง
“มู่เฟิง!”
“เสี่ยวเฟิง!”
สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไป ข่งเซวียนเอ๋อร์กรีดร้องออกมาด้วยความใ ในขณะที่สีหน้าของมู่หลิงเอ๋อร์ซีดเผือดลง นางรีบทะยานร่างออกไปทันที แต่ดูเหมือนว่ามันจะช้าเกินไป
“เสี่ยวเทียน!”
“ฟ่อ...!”
ลำแสงสีขาวพลันพุ่งออกมาจากใต้แขนเสื้อของมู่เฟิง ภายในพริบตานั้นมันก็ได้กลายร่างเป็งูเจียวสีขาวที่มีความยาวมากกว่ายี่สิบเมตรและพุ่งกระโจนเข้าใส่จางเจิ้งเทาในทันที มันอ้าปากกัดฝ่ามือของจางเจิ้งเทาก่อนจะสะบัดอย่างแรง
แควก...!
จางเจิ้งเทากรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าสมเพช แขนของเขาถูกเสี่ยวเทียนกัดขาด ส่วนร่างกายก็ลอยกระเด็นออกไป
“โฮก…!”
ดวงตาของเสี่ยวเทียนฉายแววโเี้ มันกระโจนร่างไปทางจางเจิ้งเทาอีกครั้ง และครั้งนี้มันได้อ้าปากกว้างพร้อมกับปล่อยลูกบอลเปลวเพลิงสีแดงเข้มออกมาอย่างรวดเร็วด้วย
ตู้ม...!
ลูกบอลเปลวเพลิงพุ่งไปยังร่างของจางเจิ้งเทาก่อนจะะเิออกมา ชิ้นส่วนของอวัยวะกระเด็นออกไปทั่วทุกสารทิศในทันที เวลานี้ร่างของจางเจิ้งเทาถูกะเิจนกลายเป็เพียงเศษชิ้นเนื้อแล้ว
ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากจนไม่มีใครสามารถตอบสนองได้ทัน
“เ้าสัตว์เดรัจฉาน!”
ฝั่งบัณฑิตของสำนักศึกษาเป๋ยโต่วโกรธแค้นกับเื่นี้เป็อย่างมาก พวกเขารีบทะยานร่างขึ้นไปบนแท่นเวทีประลอง
เสี่ยวเทียนบินกลับมาปกป้องมู่เฟิงที่อยู่ด้านข้างโดยพลัน
“พวกเ้าคิดจะทำอะไร!”
เมื่อเห็นดังนั้นบัณฑิตของสำนักศึกษาเทียนอวิ่นก็รีบกระโจนร่างขึ้นไปบนแท่นเวทีประลองเช่นกัน ในเวลาเพียงชั่วพริบตาก็มีผู้คนจำนวนหลายร้อยมารวมตัวกันบนแท่นเวทีประลองแล้ว
มู่หลิงเอ๋อร์รีบเข้าไปพยุงร่างของมู่เฟิงและถามด้วยความเป็กังวลทันทีว่า “เ้าเป็อะไรหรือไม่?”
“โชคดีที่ยังมีเสี่ยวเทียน”
มู่เฟิงส่ายหน้า
เวลานี้บัณฑิตจำนวนหลายร้อยคนจากทั้งสองสำนักศึกษากำลังเผชิญหน้ากันอยู่บนแท่นเวทีประลอง
“เ้าเด็กบัดซบ เ้ากล้าดีอย่างไรมาสังหารคนของเรา”
ชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนกล่าวขึ้นด้วยความโกรธแค้น
“เห็นได้ชัดว่าคนของพวกเ้าลงมือก่อน เขาสมควรตายแล้ว”
แน่นอนว่าพวกข่งย่วนไม่อาจทนเฉยได้เช่นกัน นางตวาดออกมาอย่างไม่พอใจ
“ชัดเจนว่าเมื่อครู่เขาได้ขอยอมแพ้ไปแล้ว แต่เขากลับยังคิดจะลอบสังหารข้าอีก ข้าคิดว่าทุกท่านที่ชมเหตุการณ์อยู่คงจะไม่ได้ตาบอดกระมัง การตายของเขาเป็ความผิดของตัวเขาเอง”
มู่เฟิงกล่าวอย่างเ็า
“ถูกต้อง พวกเราทุกคนล้วนเห็นกันหมด ทำไม สำนักศึกษาเป๋ยโต่ว พวกเ้า้าจะยกพวกเขาสู้อย่างนั้นหรือ?”
แน่นอนว่าเหล่าบัณฑิตของสำนักศึกษาเทียนอวิ่นล้วนยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน
“ให้ตายเถอะ หากจะสู้ก็เข้ามาเลยสิ คิดว่าพวกข้ากลัวสวะอย่างพวกเ้ารึ”
บัณฑิตจากสำนักศึกษาเป๋ยโต่วแผดเสียงคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว เวลานี้สถานการณ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายจวนจะแตกหักกันเต็มทีแล้ว
“พอได้แล้ว!”
แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังลงมาจากบนท้องฟ้า
เงาร่างของใครหลายคนกำลังมุ่งหน้าตรงเข้ามา ในบรรดาคนเ่าั้มีทั้งชายชราผมขาวที่อยู่ในชุดคลุมสีขาวและชายวัยกลางคนร่างกำยำในชุดคลุมสีดำ
ผู้อำนวยการเฉินเฟิง ผู้าุโเจิ้ง รวมถึงผู้าุโอีกหลายคนของสำนักศึกษาเป๋ยโต่วกำลังมุ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
ความจริงแล้วพวกเขาได้เฝ้าชมการต่อสู้บนสังเวียนแห่งนี้มาโดยตลอด
“ผู้าุโชวี เ้าเด็กนั่นสังหารคนของสำนักศึกษาของพวกเราขอรับ”
ชายหนุ่มที่เปลือยท่อนบนผู้หนึ่งรีบบอกกล่าวแก่ผู้าุโของสำนักศึกษาเป๋ยโต่วที่เพิ่งบินมาถึงทันที
ผู้าุโชวีคือชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำ เขากำลังจ้องมู่เฟิงอย่างไม่พอใจ
ทางด้านเฉินเฟิงและคนอื่นๆ ต่างก็ขมวดคิ้วมุ่น พวกเขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เป็อีกฝ่ายที่ตั้งใจลงมือสังหารก่อน
“ผู้อำนวยการเฉิน เขาเป็ลูกศิษย์ของท่าน ท่านจะจัดการอย่างไรล้วนขึ้นอยู่กับท่าน”
ผู้าุโชวีกล่าวขึ้น เขาผลักปัญหาไปทางเฉินเฟิงแทน
“ผู้อำนวยการ อสูรเลี้ยงตัวเมื่อครู่ของมู่เฟิงถูกบีบให้ต้องสังหารศิษย์ของสำนักศึกษาเป๋ยโต่วเพื่อปกป้องผู้เป็นาย ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายได้ขอยอมแพ้ไปแล้ว แต่เขากลับคิดลอบสังหาร ขอผู้อำนวยการและผู้าุโโปรดตรวจสอบเื่นี้ให้ชัดเจนด้วยเ้าค่ะ”
ข่งย่วนโค้งคำนับผู้าุโ พร้อมกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยความเคารพ
“ผู้อำนวยการ ผู้าุโโปรดตรวจสอบเื่นี้ให้ชัดเจนด้วย เื่นี้มู่เฟิงไม่ผิด”
บัณฑิตของสำนักศึกษาเทียนอวิ่นหลายคนต่างกล่าวแย้งแทนมู่เฟิง
“มู่เฟิง เ้าว่าอย่างไร?”
เฉินเฟิงมองไปทางมู่เฟิง ก่อนจะถามขึ้น
มู่เฟิงประสานหมัดไปทางอีกฝ่าย ก่อนจะกล่าวว่า “เหตุการณ์เมื่อครู่ทุกคนล้วนเห็นได้อย่างชัดเจน ศิษย์ไม่มีสิ่งใดจะพูด แต่หากศิษย์ไม่ได้อสูรเลี้ยงตัวนี้ช่วยเหลือเอาไว้ เกรงว่าคนที่ตายคงจะเป็ตัวของศิษย์เอง”
เฉินเฟิงยิ้มบาง ก่อนจะพยักหน้าให้มู่เฟิง “ไม่เลว เข้าสำนักศึกษามายังไม่ถึงครึ่งปีก็มีความสามารถถึงเพียงนี้แล้ว ทำได้ดีมาก”
หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ ทุกคนต่างก็รู้สึกประหลาดใจ ผู้อำนวยการไม่เพียงไม่ตำหนิมู่เฟิงเท่านั้น แต่เขายังกล่าวชื่นชมเด็กหนุ่มอีกด้วย!
มู่เฟิงเองก็ใกับท่าทีของอีกฝ่ายเช่นกัน จากนั้นเขาจึงรีบประสานหมัดอีกครั้งและกล่าวขึ้นว่า “ทั้งหมดล้วนมาจากการชี้แนะของสำนักศึกษา”
“ผู้อำนวยการเฉิน นี่ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
ผู้าุโชวีขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยถามอย่างฉงน
“ฮ่าๆ ผู้าุโชวี ท่านเองก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านยัง้าให้ข้าตำหนิมู่เฟิงอีกหรือ? ท่าน้าให้ศิษย์สำนักศึกษาเทียนอวิ่นของข้าถูกศิษย์ของพวกท่านสังหารด้วยวิธีการที่น่ารังเกียจอย่างนั้นรึ?”
เฉินเฟิงหัวเราะออกมา ก่อนจะย้อนถามอย่างเ็า
“ท่าน…!”
ผู้าุโชวีโกรธมากจนพูดอะไรไม่ออก เขาคิดไม่ถึงว่าในฐานะเ้าภาพ เฉินเฟิงจะไม่ให้เกียรติแขกอย่างพวกเขาถึงเพียงนี้
แต่เมื่อลองพิจารณาเื่นี้ให้ดีแล้ว ระหว่างหกสำนักศึกษาหลักนั้นมีการต่อสู้กันทั้งแบบเปิดเผยและแบบลับๆ เพื่อแย่งชิงต้นกล้าที่มีพร์กันอยู่ตลอด หากวันนี้เฉินเฟิงกล่าวโทษมู่เฟิงย่อมจะเป็การทำร้ายความรู้สึกของเหล่าบัณฑิตให้เอาใจออกห่าง
“เอาเถอะ เื่วุ่นวายในวันนี้ขอให้จบกันไปเท่านี้ พวกเ้าต้องปฏิบัติต่อบัณฑิตของสำนักศึกษาเป๋ยโต่วให้ดี อย่าได้ใช้วิธีการที่น่ารังเกียจเช่นนี้เล่า”
เฉินเฟิงกล่าวกับบัณฑิตของสำนักศึกษาเทียนอวิ่นที่อยู่ด้านล่างโดยแฝงคำพูดถากถางอีกฝ่ายเอาไว้ด้วย
“น้อมรับคำสอน! พวกเราจะไม่มีทางใช้วิธีการที่น่ารังเกียจแบบนั้นเป็อันขาด!”
เหล่าบัณฑิตของสำนักศึกษาเทียนอวิ่นต่างก็ตะเบ็งเสียงตอบ การกระทำนี้ทำให้สีหน้าของพวกสำนักศึกษาเป๋ยโต่วเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำจนน่าเกลียด
“หึ!”
ผู้าุโชวีแค่นเสียงออกมาอย่างเ็า เขาจ้องศิษย์ของตนที่อยู่ด้านล่าง ก่อนจะจากไปพร้อมกับผู้าุโอีกหลายคน
“ฮ่าๆ ทำได้ดีมาก มู่เฟิง”
“ถูกต้อง ข้าสะใจมาก มู่เฟิง เ้าไปเอางูเจียวตัวนี้มาจากที่ใด มันทรงพลังยิ่งนัก!”
ทุกคนต่างก็เข้าไปรุมล้อมมู่เฟิงพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มยินดี
“ขอบคุณศิษย์พี่ทุกท่านที่ช่วยพูดแทนข้าเมื่อครู่”
มู่เฟิงประสานหมัดเพื่อแสดงความขอบคุณต่อทุกคน เวลานี้เขารู้สึกถึงการเป็ส่วนหนึ่งของสำนักศึกษาเทียนอวิ่นอย่างแท้จริงแล้ว
เมื่อหนานหลิงเห็นมู่เฟิงได้รับการยอมรับจากทุกคน สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนเป็น่าเกลียดทันที ครั้งนี้เขาถูกมู่เฟิงตบหน้าอย่างแรงอีกครั้งแล้ว