การแข่งขันการซ้อมรบถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ปฏิบัติการค้นหาและกวาดล้างเหล่านักฆ่าจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุสก็เริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อสถานะตัวตนของเหล่านักฆ่าได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็คนจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุสจริงๆ ทำให้ความสัมพันธ์ที่เหลืออยู่น้อยนิดของราชอาณาจักรเซนิทกับราชอาณาจักรสปาร์ตากุสขาดสะบั้นทันที ชายแดนทางทิศใต้ของราชอาณาจักรเซนิทถูกกองทัพของราชอาณาจักรสปาร์ตากุสบุกโจมตีด้วยกำลังพลหนึ่งแสนนาย การโจมตีกะทันหันนี้ทำให้ราชอาณาจักรเซนิทต้องเป็ฝ่ายตั้งรับ ชายแดนของทั้งสองราชอาณาจักรได้เปิดฉากาขึ้นมา…ทุกวันจะมีรายงานผลการรบเข้ามาไม่ขาดสาย ราวกับเกล็ดหิมะที่ปลิวว่อนเข้ามาในค่ายทหาร
สำหรับสถานการณ์การสู้รบที่ชายแดนจะเป็อย่างไรนั้น ทุกอย่างถูกเก็บเป็ความลับ
ทุกคนต่างรู้สึกว่า พายุฝนที่ตั้งเค้าได้ตกลงมาแล้ว และแรงกดดันบางอย่างได้เข้าปกคลุมอยู่ในใจอย่างเงียบๆ
ในเย็นวันที่เจ็ด ขณะที่ซุนเฟยกำลังสอนทักษะการลอบสังหารให้แก่เหล่าลูกศิษย์ตัวน้อยในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ทันใดนั้นองครักษ์ข้างกายอย่างเฟร์นันโด ตอร์เรสก็เดินดุ่มๆ เข้ามารายงานว่า มีแขกลึกลับคนหนึ่ง้าพบซุนเฟยและกำลังรออยู่นอกเต็นท์
ซุนเฟยหัวเราะออกมาเบาๆ ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากเต็นท์ เขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่แสนคุ้นเคย
“ท่านแพรีส ไม่ได้เห็นหน้ากันเสียนานเลยนะ ข้ายังหลงคิดว่าท่านลืมสัญญาของพวกเราไปแล้ว!” ซุนเฟยนั่งลงบนเก้าอี้ของาา ใบหน้าที่หล่อปรากฏรอยยิ้มออกมาแสดงถึงความไม่ใส่ใจ มือของซุนเฟยผายไปยังที่นั่งตรงข้ามแล้วพูดว่า...
“ฮึๆ ชื่อเสียงขององค์าาแซมบอร์ดที่น่าครั่นคราม บุรุษผู้สร้างวีรกรรมที่สั่นสะท้านไปทั่วราชอาณาจักร าาอันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวาร…ยังกลัวถูกปฏิเสธอีกหรือ!”
ร่างบางมักจะสวมชุดกระโปรงสีขาวอยู่เสมอ ในมือของนางถือดอกกุหลาบสีแดงสดไว้ สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับสีแดงเือย่างเห็นได้ชัด ราวกับจะแสดงให้เห็นถึงอุปนิสัยที่ขัดแย้งในตัวของนาง นางคือปีศาจเ้าแผนการที่ใครๆ ต่างก็กลัวเกรง ทั้งยังเป็สหายคนสนิทที่น่าหลงใหล แม้จะมีบทบาทที่แตกต่างกันและอารมณ์ที่แปรปรวน แต่นางก็ยังเป็ผู้หญิงที่ทำทุกอย่างได้อย่างราบรื่น
ซุนเฟยคุ้นเคยกับท่าทางกระเง้ากระงอดของปีศาจสาวตรงหน้าเป็อย่างดี ดังนั้นจึงไม่ถูกกิริยาน่ารักน่าชังของนางล่อลวง
ตอนนี้เอง ม่านเต็นท์ก็ถูกเปิดขึ้นมา เป็เจ็มม่าที่เดินเข้ามาก่อน เมื่อนางกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วเหลือบไปเห็นแพรีสเข้า สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเหมือนกับนกน้อยขี้โมโห นางหันไปดึงร่างคนที่อยู่ข้างหลังให้เข้ามา
เต็นท์สว่างขึ้นเมื่อมีคนเข้ามา
เป็แองเจล่า
สีหน้าของนางดูร้อนรนและไม่เป็ธรรมชาติ นางมองมาที่ซุนเฟยด้วยสายตาลุแก่โทษ ก่อนจะพยายามดึงมือตัวเองออกมาจากการเกาะกุมของเจ็มม่า
เมื่อเห็นเจ็มม่ามองแพรีสด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตรเท่าไร ทันใดนั้นซุนเฟยก็เข้าใจเหตุผลแล้วว่า ทำไมทั้งสองสาวจึงพรวดพราดเข้ามา เมื่อเจ็มม่าที่เดินเข้ามาเห็นตัวเองอยู่กับสาวงามสองต่อสองภายในเต็นท์ ทำให้เจ็มม่ารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงเข้าไปดึงแองเจล่าให้เข้ามาด้วย นี่ใช่ไหมที่เรียกกันว่า ‘จับชู้’ ถึงแม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในเป็การ ‘จับชู้’ เท่าไรนัก แต่การกระทำนี้ได้เตือนสติซุนเฟยไว้ว่า เขามีภรรยาแล้วนะ จะทำตัวเหลวไหลไม่ได้
ซุนเฟยเห็นสายตาดื้อรั้นของเจ็มม่าแล้วก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“น้องสาวคนนี้น่ารักจัง!” แพรีสเป็คนฉลาด เพียงครู่เดียวก็เข้าใจเื่ราวได้ทั้งหมด รอยยิ้มยั่วยวนบนใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็อบอุ่นดุจสายลม ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่นางหยิบของขวัญชิ้นเล็กๆ แต่ล้ำค่าออกมามอบให้กับเจ็มม่า ราวกับจะเป็การขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนยอดเขาตะวันออกในอดีต พร้อมทั้งก้มหัวขอโทษแองเจล่าด้วย
ั้แ่ต้นแล้ว เจ็มม่าไม่ใช่คนที่จะจัดการยากอะไร แพรีสเป็ใคร? ทำไมนางจะดูไม่ออกว่าสาวน้อยคนนี้เป็พวกปากร้ายแต่ใจดี ดังนั้นนางจึงเลือกใช้ไม้อ่อนเป็หลัก นางเล่าว่าในตอนนั้น นางถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องทำแบบนั้น ก่อนจะเล่าว่านางเป็เด็กกำพร้า ชีวิตในวัยเด็กถูกข่มเหงรังแกมีชะตาชีวิตที่แสนอาภัพ ต่อมาก็ได้องค์ชายรององค์ชายโดมิงเกวซช่วยชีวิตไว้และเพื่อเป็การตอบแทนบุญคุณ นางจึงยอมเข้าร่วมาในการแย่งชิงบัลลังก์ จากนั้นนางก็บอกไปอีกว่า นางไม่ได้มีใจพิศวาสต่อซุนเฟย แต่ที่มาที่นี่ก็เพื่อช่วยให้อาณาจักรแซมบอร์ดได้ล้างแค้นกลุ่มทหารรับจ้างดาบโลหิตเท่านั้น…
ซุนเฟยได้แต่นั่งอึ้งอยู่บนเก้าอี้หิน
ปีศาจสาวใช้เวลาสั้นๆ ก็สามารถสลายความเป็อริของแองเจล่าและเจ็มม่าได้อย่างง่ายดาย ไม่ช้า สามสาวก็เริ่มยิ้มแย้มและพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ราวกับเป็พี่สาวน้องสาวที่พลัดพรากจากกันมานาน…ร้ายกาจนัก!
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่นาตาชาถึงเคยบอกข้าว่า พี่แพรีสเป็คนที่น่าสงสาร!” หลังจากที่แองเจล่าได้ฟังประวัติความเป็มาจากปากของแพรีสก็ถอนหายใจออกมา
“โอ้ องค์หญิงเคยพูดแบบนั้นด้วย?” ในดวงตาของแพรีสปรากฏร่องรอยความแปลกใจออกมา
“ใช่แล้ว…” แองเจล่าหันไปสั่งคนให้ไปนำไวน์และผลไม้เข้ามา นี่เป็สัญญาณว่านางเห็นแพรีสเป็สหายคนหนึ่ง
ไม่ช้า หัวข้อสนทนาที่ห่างหายไปนานก็กลับมาอีกครั้ง
“เื่ที่ฝ่าาขอให้ช่วยข้าจัดการเรียบร้อยแล้วนะ คืนนี้ฝ่าาสามารถนำคนเข้าไปในเมืองหลวงได้สิบกว่าคนเท่านั้นและมีเวลาแค่สองชั่วโมงในการจัดการกับกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต ไม่ว่าจะกวาดล้างกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตได้หรือไม่ ท่านต้องรีบกลับออกมาทันทีหลังจากครบสองชั่วโมง…” นางหันมาแจกแจงรายละเอียดที่นางจัดการให้ซุนเฟยฟัง
ท่าทางที่สง่างามเช่นนี้ ยิ่งทำให้แองเจล่าและเจ็มม่ารู้สึกดีกับนางเพิ่มขึ้น
“สองชั่วโมงเหรอ ฮึ แค่นี้ก็พอแล้ว!” ความแข็งแกร่งของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเป็อย่างไร ซุนเฟยรู้อยู่แก่ใจ ในใจของเขาเริ่มวาดแผนการขึ้นมา
……
……
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดยามราตรีก็มาเยือน
ความมืดได้เข้ามาปกคลุมค่ายทหารอาณาจักรบริวารและูเามอร์โร
มีคนไม่กี่คนที่เดินอยู่บนถนน ทุกคนต่างพากันเร่งรีบกลับไปยังค่ายทหารของอาณาจักรตัวเองเมื่อใกล้จะถึงเวลาเคอร์ฟิว หลังจากถูก ‘ความหวาดกลัว’ เข้าปกคลุมเป็เวลานาน ในที่สุดทุกคนก็ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตและการป้องกันตัวของที่นี่แล้ว
ภายใต้ความมืดที่เข้าปกคลุม มีทหารที่สวมเครื่องแบบทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรประมาณห้าสิบคนแอบลอบเข้ามาในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดอย่างเงียบๆ
สิบนาทีต่อมา ทหารทั้งห้าสิบคนก็พากันเดินออกมาจากค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดอย่างรวดเร็ว
ทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรเป็หนึ่งในกองกำลังที่คอยสนับสนุนองค์ชายรององค์ชายโดมิงเกวซ และยังเป็หนึ่งในกองกำลังที่ไล่ล่าพวกนักฆ่าจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุส ถึงแม้ว่าเหตุการณ์การต่อสู้กันตัวต่อตัวของาาแซมบอร์ดก่อนหน้านี้ได้สร้างความสั่นะเืให้แก่ผู้คนเป็จำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้น ชาวแซมบอร์ดก็ต้องถูกทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรและทหารจาก 'ค่ายวีรบุรุษเหล็ก' คอยเข้ามาตรวจตราในค่ายทุกวัน แน่นอนว่ามันเป็เพียงการดูรอบๆ ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดอย่างลวกๆ รอบหนึ่งเท่านั้น ด้วยชื่อเสียงของาาอเล็กซานเดอร์แห่งแซมบอร์ด ทำให้ไม่มีทหารคนไหนหรือเ้าหน้าที่คนใดกล้าตรวจค้นค่ายทหารนาน
พฤติกรรมของพวกเขาไม่เป็ที่สนใจของผู้คน
หลังจากออกมาจากค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ไปตรวจค่ายทหารอาณาจักรบริวารอื่นๆ แต่พากันตรงออกจากค่ายหทารอาณาจักรบริวารเพื่อไปยังเมืองหลวงทันที พวกเขาผ่านเข้ามายังประตูเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กทางทิศใต้อย่างราบรื่น ก่อนจะกลืนหายไปกับฝูงชนในเมืองหลวง
……
พระจันทร์ลอยสูงเด่นกลางท้องฟ้า
“องค์าาแซมบอร์ด อาคารสีแดงด้านหน้าก็คือสำนักงานใหญ่ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของยอดฝีมือหรือความมั่งคั่งต่างรวมตัวกันอยู่ที่นั่น ยิ่ง่นี้มีการไล่ล่านักฆ่าจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุสอย่างจริงจัง ทำให้กองกำลังทหารรับจ้างหลายๆ ที่เลือกที่จะเก็บตัวอยู่เฉยๆ ดังนั้นสมาชิกระดับสูงทุกคนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตจึงอยู่ที่นี่กันหมด!”
ร้านเหล้าหกชั้นเป็หนึ่งในกิจการขององค์ชายโดมิงเกวซ
ตอนนี้ซุนเฟยได้ปลอมตัวเข้ามาในเมือหลวง เขากำลังยืนอยู่ที่ชั้นสี่ของร้านเหล้าเพื่อคอยสังเกตุการณ์กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตโดยมีทหารที่เป็คนของแพรีสคอยอธิบายรายละเอียดอยู่ข้างๆ
“อืมข้ารู้แล้ว ขอบใจเ้ามาก” ซุนเฟยพยักหน้า
“การได้รับใช้ฝ่าาถือว่าเป็เกียรติของพวกเรา!” หัวหน้าทหารรักษาการณ์แห่งราชอาณาจักรเคราแดงพูดประจบออกมาด้วยสีหน้าชื่นมื่น “ท่านแพรีสได้ให้ข้าน้อยมาแจ้งกับฝ่าาว่า หากฝ่าาสามารถกวาดล้างกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตได้ อาณาจักรแซมบอร์ดจะได้ส่วนแบ่งสามสิบเปอร์เซ็นต์”
“สามสิบเปอร์เซ็นต์?” ซุนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย
แต่ไม่ช้าเขาก็เริ่มเข้าใจขึ้นมา
ปัจจุบันเมืองหลวงมีการคุ้มกันอย่างแ่าและอยู่ในสภาพพร้อมรบได้ทุกเมื่อ อีกทั้งยังมีทหารและยอดฝีมืคอยลาดตระเวนอย่างแข็งขัน บวกกับกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตยังมีเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงคอยชักใยอยู่เื้ั ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แพรีสสามารถยื้อเวลาให้ได้ตั้งสองชั่วโมง คาดว่าอาจจะมีการต่อรองกับกองกำลังใกล้เคียงไม่ให้สอดมือเข้ามายุ่ง การที่เมืองแซมบอร์ดได้แค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าได้กำไรเยอะมากแล้ว
“ตกลง สามสิบเปอร์เซ็นต์!” ซุนเฟยพยักหน้า
หัวหน้าทหารเคราแดงเห็นาาแซมบอร์ดตอบรับง่ายๆ ก็รู้สึกสดชื่น
นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้พบาาแซมบอร์ด ได้ยินมาว่าาาแซมบอร์ดมีพลังที่น่าทึ่ง แต่มีหลายๆ คนยังนึกปรามาสอยู่ในใจว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนกัน เพราะอย่างไรก็ตาม าาแซมบอร์ดก็มาจากอาณาจักรบ้านนอก ยังไม่เคยพบเห็นโลกมากมาย การที่จู่ๆ จะมาท้าทายหนึ่งในสามของกองกำลังทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งที่สุดในราชอาณาจักร ดูท่าว่าสมองคงเน่าจนหนอนเข้าไปกินจนหมดแน่ๆ แต่เมื่อได้มาเห็นตัวจริงแล้ว หัวหน้าทหารรักษาการณ์ก็ประเมินค่าในตัวของาาแซมบอร์ดสูงขึ้นอีกนิด
----------------
