“องค์ชายรองแสนดี ใส่พระทัยองค์หญิงทุกอย่าง ความรักของเขามั่นคงดังภูผา ข้าเชื่อเหลือเกินว่าความจริงแล้ว เขาเ็ปมากมายนัก องค์หญิงเพคะ...ท่านบอกข้าได้ฤาไม่ ว่าเหตุใดท่านจึงตัดสินใจเช่นนั้น มีสิ่งใดสำคัญกว่าความรักระหว่างท่านกับองค์ชายรองฤาเพคะ” ฟางเหนียงไม่ตอบ เพียงแต่เบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่น
“จุดมุ่งหมายของข้าสำคัญที่สุด” อิงอิงได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วแปลกใจ
“จุดมุ่งหมายอันใดเพคะ”
“อิงอิง ข้าอยากดื่มชา เ้าออกไปเอามาให้ข้าหน่อย”
“เพคะ” องค์หญิงฟางเหนียงเปลี่ยนเื่ ทำให้อิงอิงไม่อาจล้วงเอาความจริงออกมาได้ นางวางความอยากรู้ลง แล้วลุกขึ้นเดินไปยังโรงชาตามคำสั่ง
หลังจากเซียนรับใช้รายงานว่าหนิงเอ๋อกลับไปยังตำหนักไท่จือ องค์ชายรองพยักหน้าเพียงแค่รับรู้ ไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ออกมา ร่างสง่างามพร้อมชุดสีขาวเคลื่อนตรงไปยังห้องตำรา ก่อนใช้พลังแห่งเทพจุดเทียนให้สว่างไสว ทว่าในหัวใจแข็งแกร่งเขาพยายามหักห้ามความรู้สึก ที่มีต่อฟางเหนียง
หลังจากเทียบเชิญถูกส่งออกไป เซียนน้อยหนิงเอ๋อ จะถูกเลื่อนขั้นกลายเป็เทพในอีกไม่นาน หญิงสาวเดินเข้ามาในครัว หลังจากถูกเซียนคนอื่น ๆ ปฏิเสธไม่ให้ช่วยงานเย็บปักถักร้อย หนิงเอ๋อยืนมองทุกคนอย่างเงียบ ๆ แล้วตัดสินใจเข้าไปช่วยอีกครั้ง
“เดี๋ยวข้าช่วย” หนิงเอ๋อเดินไปช่วยเซียนคนหนึ่งทำอาหารด้วยความตั้งใจ
“ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าทำเอง เ้าไปพักเถอะ” หนิงเอ๋อมุ่ยหน้าแล้วค่อย ๆ วางถ้วยในมือช้า ๆ ก่อนสายตาหวานจะเลื่อนมองเซียนคนอื่น ๆ ทำงานกันอย่างแข็งขัน
“พี่สาวเดี๋ยวข้าแล่ปลาชิ้นนี้ให้” นางพยายามแย่งงานเซียนคนอื่น หากแต่ทุกคนปฏิเสธสิ้น ในที่สุดเซียนน้อยหนิงเอ๋อไม่อาจทนอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป
“เหตุใดพวกท่านจึงรังแกข้าเช่นนี้ เหตุใดพวกท่านจึงทำเหมือนข้าไม่มีตัวตน ข้าหยิบจับอะไร พวกท่านก็คอยห้าม พวกท่านเกลียดข้ากันหมดแล้วฤา” เซียนทุกคนเลื่อนสายตามองกัน หลังจากเสียงของหนิงเอ๋อพูดออกมาด้วยความน้อยใจ หลายวันมานี้นางต้องอยู่ด้วยความอึดอัด เพราะไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ และทำเหมือนนางไร้ตัวตน
“หาใช่เช่นนั้น” เซียนรุ่นพี่คนหนึ่งตัดสินใจเดินเข้ามาหาหญิงสาว แล้วจับมือนางพลางสบสายตาด้วยความจริงใจ
“เ้ารู้ฤาไม่ ว่าตอนนี้เทียบเชิญการแต่งตั้งเ้าเป็ชายาขององค์ชายรอง ถูกส่งไปยังบรรดาเหล่าเทพทั้งหลายเป็ที่เรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานฐานะของเ้าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ระดับเซียนของเ้าจะถูกยกขึ้นในฐานะเทพเฉกเช่นเทพองค์อื่น ๆ ไม่มีเทพองค์ใดลดตัวมาทำงานรับใช้เช่นนี้ ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนใจ เ้าอยู่เฉย ๆ น่ะดีแล้ว งานพวกนี้เซียนอย่างเราทำกันเองได้สบายมาก”
“พวกท่านไม่ได้เกลียดข้าใช่ฤาไม่” คำถามของหนิงเอ๋อทำให้เซียนทุกคน หันมองหน้ากันอีกครั้งกำลัง ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาหานางพร้อมรอยยิ้ม
“พวกเราไม่ได้เกลียดเ้า เพียงแต่เวลานี้ ที่นี่ไม่เหมาะกับเ้าอีกแล้ว” คำเปิดใจสุดท้ายของเหล่าเซียนรับใช้ ทำให้หนิงเอ๋อเดินตรงมายังสวนบูรพา สองเท้าเล็กก้าวไปเรื่อย ๆ พร้อมความคิดต่าง ๆ ผุดขึ้นมา
“ไปรับใช้องค์หญิงฟางเหนียงก็ถูกพี่อิงอิงสั่งห้าม พอจะกลับเข้าไปทำงานก็โดนเหล่าเซียนสั่งห้าม เช่นนี้กว่าจะถึงวันแต่งตั้งชายา ข้าก็คงเบื่อตายแย่” เซียนน้อยเดินไปบ่นไปตามนิสัยเดิมของนาง
ไม่นานนักเท้าเล็ก ค่อย ๆ ย่างกายเข้ามายังสวนบูรพา ด้วยความสวยงามตรงหน้าทำให้เซียนน้อยหนิงเอ๋อ ค่อย ๆ ลืมเื่ราวน่าเบื่อพวกนั้น กลับให้ความสำคัญยังต้นท้อที่ออกดอกสวยสดงดงาม
“หากสำนักิเซียนมีสวนท้อเช่นนี้บ้าง ข้ากับพวกศิษย์พี่ก็คงมาวิ่งเล่นกันอย่างสนุก” นางหวนระลึกถึงอาจารย์ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะยกยิ้มอย่างมีความสุขแล้วเดินลึกเข้าไปยังสระน้ำขนาดใหญ่ พร้อมผีเสื้อจำนวนมากมายบินวนไปมารอบกาย
“สวยจัง” นางมองผีเสื้อตัวหนึ่ง ที่บินมาเกาะมือ แล้วคลี่ปีกคล้ายกำลังอวดโฉม พร้อมรอยยิ้มหวานคลี่ออกอย่างมีความสุข ทว่านางยังไม่ละสายตาจากผีเสื้อน้อยตัวนั้น ดอกเหมย์ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า หญิงสาวละจากผีเสื้อ แล้วเงยหน้าขึ้นมองพลางเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ
“เหตุใดเหมย์จึงร่วงลงมาอีก” นางขมวดคิ้วก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าดอกเหมยที่กำลังร่วงหล่น แล้วสูดดมกลิ่นหอมด้วยความพอใจ
หลังต้นท้องที่อยู่ไม่ไกลนัก เทพแห่งชะตายืนทอดสายตามองหนิงเอ๋อพร้อมรอยยิ้มอ่อน แล้วใช้พลังแห่งเทพดึงเอาชะตาของนางขึ้นมาอ่าน
“ดอกเหมย์ คือชะตาะระหว่างเ้าและองค์ชายรอง ข้าช่วยพวกเ้าได้เพียงเท่านี้ ไม่อาจก้าวก่ายชะตาของพวกเ้าได้อีก” ก่อนร่างของเทพชะตาจะหายวับไป หลงเหลือแต่เซียนน้อย ที่เดินเล่นอยู่ในสวนบูรพาอย่างมีความสุข พร้อมดอกเหมยยังคงร่วงหล่นไม่ขาดสาย
เจี้ยนลู่ฟางนั่งอ่านตำราจนครบ ก่อนจะนึกถึงหนิงเอ๋อขึ้นมา ไม่รู้ว่าป่านนี้อาการาเ็ของนางจะหายดีทันวันแต่งตั้งชายาฤาไม่ เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงวางตำราลงแล้วใช้พลังแห่งเทพดับเทียนในห้อง ร่างสูงในชุดสีขาวก้าวตรงไปยังตำหนักไท่จือด้วยท่าทางราบเรียบ
“องค์หญิงฟางเหนียงเพคะ องค์ชายรองเสด็จมาเพคะ” เสียงของเซียนน้อยรายงาน ก่อนที่ฟางเหนียงจะละจากผ้าปัก แล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหมาย
“เขาอยู่ที่ใด”
“โถงเพคะ” ว่าแล้วฟางเหนียงจึงรีบรุดออกไปต้อนรับองค์ชายรองทันทีด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด เพียงแค่สองสายตาประสานสบกัน ความรู้สึกต่าง ๆ ของฟางเหนียงก็ย้อนกลับมาให้เ็ปอีกครั้ง นางค่อย ๆ ย่อตัวลงเคารพ แล้วเอ่ยถามเขาด้วยความคิดถึง
“องค์ชายรองมาหาข้า มีอันใดเพคะ”
