ตำหนักเมฆา หลังจากเทพโอสถกลับไปได้ครู่ใหญ่ ิเยว่ที่นอนพักรักษาตัว บนเตียงสีอ่อนค่อย ๆ รู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเทพฉางจือนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ก่อนเขาจะรีบเข้าไปพยุงนางขึ้นนั่งด้วยความเป็ห่วง
“ท่านดื่มน้ำหน่อย” เขาหันไปรินน้ำแล้วยื่นให้ ก่อนิเยว่จะรับไปดื่มอย่างกระหาย หลังจากนั้นจึงเลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ พลันเอ่ยถามด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ประมุขตงหยางล่ะ” ฉางจือก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความน้อยใจ
“ประมุขตงหยางออกไปคุยกับราชันจางเหว่ย เื่ที่จะพาท่านกลับเผ่ามาร” ิเยว่รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความหวังที่จะได้ใกล้ชิดเขาเป็จริงขึ้นมาเรื่อย ๆ
“เหตุใดท่านจึงทำหน้าเช่นนั้น” หญิงสาวสังเกตเห็นอีกฝ่ายดูมีท่าทีเปลี่ยนไป ก่อนเทพฉางจือจะตัดสินใจพูดขึ้น
“ร้อยปีที่ผ่านมา ข้าฝึกพลังิญญาให้ท่านทุกวัน พอนึกว่านับจากนี้ ข้าจะไม่ได้ฝึกพลังิญญาให้ท่านอีกก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ไปอยู่ที่เผ่ามารท่านต้องดูแลตัวเองให้มากรู้หรือไม่” สายตาเป็ห่วงของฉางจือทำให้หญิงสาวรับรู้ นางจึงยิ้มอ่อนแล้วเอื้อมไปจับมือเขาแแ่
“ข้ามาเผ่าเทพอย่างโดดเดี่ยว ไร้เพื่อนรู้ใจข้างกาย ทว่าข้าอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขเพราะท่านเมตตา หากข้าไปเผ่ามารแล้วท่านเองก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีเช่นกัน ข้าจะไม่มีวันลืมเทพฉางจือที่ใจดีกับข้าเป็ที่สุด” ฉางจือพยายามข่มความเสียใจไว้ภายในแล้วปล่อยยิ้มบางเบาออกมา
“จำไว้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ข้าจะดีกับท่านเช่นนี้ตลอดไป” ิเยว่ได้ยินดังนั้น ไม่อาจกลั้นความรู้สึกได้ จึงโผเข้ากอดเขาทั้งน้ำตา ในห้วงแห่งความรู้สึก หญิงสาวเก็บภาพความดีงามของเขาไว้ในความทรงจำ ฉางจือปล่อยให้ธิดาหมิงเยว่ทำตามใจครู่หนึ่ง ก่อนความห่วงใยของเขาจะเอ่ยเตือน
“ท่านคงไม่รู้ ว่าท่านไม่ไปได้เผ่ามารเพียงผู้เดียว” ิเยว่ปล่อยกอดแล้วเอียงศีรษะเล็กน้อย
“ท่านหมายความว่าอย่างไร” ฉางจือถอนหายใจแล้วพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“หลังจากที่ท่านถูกพิษันิลกลับมา ทั้งราชันจางเหว่ยและประมุขตงหยางพยายามทุกทางเพื่อรักษาท่านให้หายเป็ปกติ ทว่าพิษของันิลร้ายกาจนัก แม้แต่เทพโอสถก็ไม่สามารถรักษาท่านได้ ประมุขตงหยางทำได้เพียงใช้พลังิญญาประคองอาการของท่าน ทว่าพวกเราทุกคนมีเวลาเพียงสามวันเท่านั้น หากพิษจากันิลไม่ถูกถอนออก พลังิญญาจากประมุขตงหยางก็ไม่อาจต้านทานพิษร้ายได้อีกต่อไป” ิเยว่ได้ยินดังนั้นใจหายวาบ นางรู้ตัวว่าได้ทำความลำบากให้ประมุขตงหยางเสียแล้ว ก่อนเทพฉางจือจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เทพธิดาจางซิน ใช้ดอกถงเซาต่อรองกับประมุขตงหยาง หากนางมอบดอกถงเซาให้ท่านแล้ว ประมุขตงหยางจะต้องพานางไปยังเผ่ามารด้วยเช่นกัน แม้ประมุขตงหยางไม่เต็มใจนัก ทว่าเพื่อช่วยชีวิตท่าน เขาจึงยอมรับปากนางในที่สุด” สายตาเป็ประกายของิเยว่สัดส่ายด้วยความรู้สึกผิด
“ข้าทำให้ทุกคนเดือดร้อนเพียงนี้เชียวเหรอ”
“อย่าได้โทษตัวเอง ที่ท่านทำก็เพื่อสรรพชีวิต ไม่มีใครโทษท่าน เพียงแต่ข้าไม่ไว้ใจที่เทพธิดาจางซินจะไปยังเผ่ามารพร้อมท่านด้วย ด้วยความเอาแต่ใจของนาง ข้าเกรงว่าจะทำให้ท่านลำบาก” ฉางจือเอ่ยเตือนด้วยความกังวลใจ ก่อนิเยว่จะทบทวนอย่างเงียบ ๆ แล้วพูดขึ้น
“ข้าจะพยายามดูแลตัวเองอย่างดี จะไม่ให้นางรังแกได้อีก อย่างน้อยการไปอยู่ที่เผ่ามาร ก็ลดอำนาจนางได้ครึ่งหนึ่ง” ฉางจือทบทวนแล้วพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนวรกายของประมุขตงหยางจะวาบเข้ามาให้เทพฉางจือจำต้องถอยออกจากิเยว่
“เทพฉางจือ ข้าขอบใจเ้ามากที่เฝ้าดูแลิเยว่แทนข้ามานานหลายปี นับจากนี้ไป ข้าจะดูแลนางด้วยตัวเอง” น้ำเสียงราบเรียบของประมุขตงหยางทำให้เทพฉางจือน้อมกายลง แล้วใช้พลังิญญาหายลับไป ท่ามกลางสายตาอาลัยของิเยว่ที่เลื่อนมองหาเขาด้วยความหวาดหวั่น ก่อนร่างของประมุขตงหยางจะเดินเข้ามาแล้วพูดขึ้น
“เมื่อเ้าฟื้นแล้ว ข้าจะพาเ้ากลับเผ่ามาร” หญิงสาวพยักหน้า ทว่ายังคงครุ่นคิดถึงเทพฉางจือ ที่ยังไม่ทันได้ล่ำลา ก่อนประมุขตงหยางจะขมวดคิ้วแปลกใจ
“ไม่ดีใจเหรอ” ิเยว่นิ่งเงียบ ก่อนภาพของเทพฉางจือจะทำให้หญิงสาวรู้สึกใจหายเมื่อต้องจากลาแล้วจริง ๆ ประมุขตงหยางทอดสายตามองอาการของิเยว่ จึงตัดสินใจพูดขึ้น
“เ้าคิดสิ่งใดอยู่ ไม่ดีใจเหรอที่ข้ามารับ ก่อนหน้าเทพฉางจือเคยบอกข้าว่า เ้ารอวันที่จะได้ฝึกพลังิญญากับข้า” ิเยว่เลือนสายตามายังชายหนุ่มหล่อเหลาตงหน้า แล้วฝืนยิ้มออกมา
“ดีใจเ้าค่ะ ทว่าเมื่อครู่เทพฉางจือบอกข้าหมดแล้วว่าท่านจะรับข้าไปยังเผ่ามาร แต่ว่า...” ิเยว่หลุบตาต่ำลง
“แต่ว่าอะไร” เขาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“แต่ว่าข้าแค่อดใจหายไม่ได้ ที่อยู่ ๆ จะไม่ได้พบกับเทพฉางจืออีก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับร้อยปี เทพฉางจือเป็คนเดียวที่ข้าสนิทมากที่สุด ต่อไปข้าจะไม่ได้พบหน้าเขาทุกวันเช่นนี้แล้ว” ประมุขตงหยางได้ยินดังนั้นจึงนิ่งเงียบไม่พูดสิ่งใดต่อ
ก่อนราชันจางเหว่ยจะพาเทพธิดาจางซินเข้ามายังตำหนักเมฆาด้วยตนเอง ิเยว่เลื่อนสายตามองนางก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น แล้วน้อมกายลงเคารพเช่นเดิม ทว่าความทะนงตัวของเทพธิดาจางซินยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม หญิงสูงศักดิ์เชิดหน้าขึ้นแล้วเดินตรงมายังประมุขตงหยาง
