“โอย หวังเค่อ ข้าไม่ไหวแล้ว! ไม่ไหวแล้ว!” าาอสรพิษคร่ำครวญหวนไห้
“ไม่ไหวอะไร? พวกเราตามหาผู้ซื้อประกันของข้าอยู่นะ ข้าก็ไม่ได้ให้เ้าไปตามที่ๆ
คนเยอะๆ ซะหน่อย พวกสัตว์อสูรดุร้ายพวกนั้นข้าก็ให้เ้าหลีกห่างๆ เข้าไว้แล้วไง
สัจปราณของข้าเองก็หมดเกลี้ยงแล้วยังไม่เห็นต้องร้องร่ำคร่ำครวญแบบเ้าเลย
เ้าจะดราม่าทำไม?” หวังเค่อนิ่วหน้ากล่าว
หลังวิ่งวนไปหลายรอบ
คนมากมายก็ถูกแบกมากองไว้ที่ล็อบบี้อาคารเสินหวัง!
หวังเค่อใช้สัจปราณขุ่นของมันทำเอาทั้งคนทั้งสัตว์อสูรสลบเหมือดไปได้มหาศาลจริงๆ
แต่สัจปราณของมันเองก็มีจำกัด หากละเล่นต่อไปเช่นนี้ หวังเค่อคงต้องเล่นถึงตาย!
ต่อให้สัจปราณของมันฟื้นพลังรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่อาจตามทันอัตราการสูญเสีย!
มีครั้งหนึ่ง
มัน้าปล่อยสัจปราณน็อคกลุ่มศิษย์ธรรมะอธรรมในทีเดียว
สัจปราณที่ปล่อยไปเกือบไม่พอใช้จนตนเองแทบถูกขวานจามผ่าครึ่ง
หากมิใช่ว่าาาอสรพิษหนังหนาคงกระพัน หวังเค่อคงสิ้นชื่อไปแล้ว!
ขนาดตัวมันยังไม่ร้องเลย
แล้วาาอสรพิษนี่จะร้องอะไร?
“ข้าร้องอะไร? ข้าไม่ได้รับาเ็น่ะใช่
แต่เื่ของเื่ตอนนี้ข้าแทบจะขย้อนอวัยวะภายในทั้งห้าออกมาแล้ว
ข้าอ้วกจนหมดตัวแล้ว ยาดมมหาประลัยนี่ของเ้ามันเหม็นเกินไป!” าาอสรพิษโหยหวน
หวังเค่อหน้าแข็งทื่อ
แล้วเ้าจะเอายังไง?
“ก็ได้ ในหมอกคาวโลหิตพวกนี้
ที่ตายก็ตายไปพอสมควรแล้ว พวกผู้แสวงเซียนก็น่าจะตายหมดแล้ว
เหลือแต่ศิษย์พรรคธรรมะกับอธรรมที่สู้ไปหนีไปกันอยู่ส่วนหนึ่ง
ข้าเองก็ไล่พวกมันไม่ทัน ส่วนสัตว์อสูรร้ายพวกนั้นข้าก็ไม่ได้มักคุ้นอะไรกับพวกมัน
เพราะงั้นก็ไม่ต้องสน แต่น่าเสียดายที่ข้าช่วยพวกที่ซื้อประกันข้าไปได้แค่แปดคน เพ้ย!
เหนื่อยสาหัสจริงๆ รอบนี้!” หวังเค่อถอนใจยาว
“เหนื่อยสาหัสบั้นท้ายเ้าสิ!
ตลอดทางมานี่เ้ารูดทรัพย์ศพศิษย์สำนักเซียนที่หมดลมไปตั้งเท่าไหร่
เจอคนไหนปล้นคนนั้น ดูสภาพตัวเองซิว่าตอนนี้มีกำไลแหวนมิติอยู่กี่วง
ค้นเจอสมบัติวิเศษกี่ชิ้น ได้กระบี่วิเศษมากี่เล่ม เหนื่อยสาหัสลมผายอะไร!”
าาอสรพิษสวนกลับอย่างแรง
“เอาเถอะๆ
ไม่ต้องพูดมากไร้สาระ! สรุปแล้วสัจปราณขุ่นของข้าหมดเกลี้ยงไม่เหลือแล้ว
ข้าเองก็เริ่มจะเอาไม่อยู่แล้วเหมือนกัน พวกเรากลับกันเถอะ!” หวังเค่อเอ่ย
าาอสรพิษหน้าหดหู่ดำทะมื่น
กล้าบอกว่าข้าพูดไร้สาระ?
าาอสรพิษแบกหวังเค่อขึ้นหลัง
มุ่งกลับสู่อาคารเสินหวังอย่างหดหู่
นี่มิใช่ว่าพวกมันอยากตัดใจลาจากจัตุรัสชุมนุมประตูั
จุดสำคัญคือด้านนอกค่ายกลมีเซ่ออวี้เทียนที่ขี่ัโลหิตคุมเชิงอยู่
ร่ายระบำไปทั่วทั้งลานสัประยุทธ์ หากตอนโผล่หน้าออกไปเจอกับมันเข้าจะทำยังไง?
หนึ่งคนหนึ่งงู
จึงเร่งเดินทางกลับเข้าอาคารเสินหวัง
“อ้วก!”
าาอสรพิษสำรอกอาเจียน
ส่วนหวังเค่อปีนขึ้นอาคาร สุดท้ายมาถึงชั้นที่ยี่สิบห้า ก่อนจะขึ้นสู่ชั้นบนสุด
บนยอดอาคาร คนร่วมร้อยชุมนุมอยู่
ทั้งหมดแบ่งออกเป็สองฝักฝ่ายชัดเจน
ต่างกำลังคุ้มกันพวกของตัวเองพลางรักษาอาการาเ็
ล้วนเป็ศิษย์ธรรมะอธรรมทั้งสองฝ่าย
แม้ทั้งหมดถูกช่วยมาได้ ทั้งยังรับาเ็มากน้อย ทว่าพวกมันเป็อริโดยธรรมชาติ
ยังคงตั้งป้อมปราการตามสัญชาตญาณ เื่ที่หวังเค่อช่วยเหลือศัตรูของพวกมันเอาไว้
เพียงอึดอัดใจอยู่บ้างเท่านั้น
“พี่หวังกลับมาแล้ว!”
หนึ่งในกลุ่มคนะโออกมา
“พี่หวัง ขอบคุณ!” ศิษย์ธรรมะและอธรรมทั้งสองฟากข้างร้องะโออกมาพร้อมกัน
จางเจิ้งเต้าล้มพับลงกับพื้น
“หวังเค่อ ไม่ไหวแล้ว ข้าจะอ้วกแล้ว! ครั้งหน้าถ้าเ้าต้องจ่ายค่าชดเชย
ไม่ต้องเรียกข้าอีก!!”
จางเจิ้งเต้าและาาอสรพิษตอนนี้เป็เฉกเช่นเดียวกัน
อาเจียนจนน้ำย่อยน้ำเหลืองในท้องล้วนออกมาหมดสิ้นแล้ว
“ตกลง
จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เป็ไร ข้าไม่หักเงินเ้าแล้ว!” หวังเค่อรับประกัน
“ยอดเยี่ยม!”
จางเจิ้งเต้านอนแผ่ลงอย่างวางใจ
าาอสรพิษปรายตามองจางเจิ้งเต้า
เ้าถูกมันหลอกอีกแล้ว หวังเค่อไหนเลยจะสนใจเงินเล็กน้อย ตอนนี้
มันกำลังจะทำเงินมหาศาลได้ต่างหาก
“ทุกคน
เมื่อครู่ทางด้านล่างหมอกโลหิตอาถรรพ์หนาทึบสุดประมาณ
ข้าเองก็มองไม่ออกว่าใครเป็ใคร ช่วยใครไปบ้างยังไม่รู้เลย!
ขอแค่มองเห็นข้าล้วนช่วยทั้งนั้น ทุกคนไม่จำเป็ต้องขอบคุณอะไร!”
หวังเค่อโบกไม้โบกมือ
“นั่นไงๆ ข้าก็บอกเ้าแล้ว
สภาพการณ์แบบนั้น ศิษย์น้องของข้าก็แค่อยากช่วยคน
ไม่รู้ว่าตัวเองช่วยใครไว้ด้วยซ้ำ! สมองของพวกเ้าทำไมสกปรกโสโครกแบบนี้
ยังจะโทษว่ามันไปช่วยพวกลัทธิมารอีก? มโนธรรมในใจของพวกเ้าไม่เ็ปบ้างหรือ?”
เถี่ยหลิวหยุนเอ่ยอย่างคับแค้น
ศิษย์ฝ่ายธรรมะทั้งหมดก้มศีรษะต่ำ
อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายลัทธิมารเองก็ต้องทอดถอนใจ
“ข้าว่าแล้ว
เ้าตำหนักสองทำร้ายพวกเรา หวังเค่อกลับคุ้นเคยกับเ้าตำหนักสามและสี่
เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยพวกเราไว้! หากมิใช่มันแลกชีวิตตนเองลงมา พวกเราคงตายไปแต่แรก!
พวกเ้ายังกล้าโทษว่ามันช่วยศิษย์ฝ่ายธรรมะโดยไม่ดูตาม้าตาเรืออีก? หวังเค่อหากมัวแต่มาถามชื่อแซ่ทีละคน พวกเ้าคงตายไม่เหลือ!”
นักเล่นไพ่นกกระจอกกับหวังเค่อคนหนึ่งกล่าว
กลุ่มมารทั้งหลายก้มศีรษะต่ำ
หวังเค่อไม่เหลือแรงไปสนทนาพาทีกับศิษย์ฝ่ายธรรมะและอธรรม
หากแต่ทอดตามองไปยังด้านล่างอาคาร
ค่ายกลหมื่นโลหิตชุบัค่อยๆ
กระจ่างชัดเจนพร้อมกับการสังเวยชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ไปแล้ว
เผยให้เห็นร่างกายใหญ่โตของัโลหิตนองเื
เ้าตำหนักสองเซ่ออวี้เทียนนั่งอยู่บนเศียรัโลหิต
ท่วงท่าอหังการอย่างไม่้าคำอธิบาย
ไอัสุดคณานับทั้งหมดถูกัโลหิตสูบกลืนเข้าไป
สัตว์อสูรน่าเวทนาด้านล่างไม่กี่ตัวกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
“เซ่ออวี้เทียน
เ้าไม่ตายดีแน่!” เถี่ยหลิวหยุนเศร้าโศกสุดพรรณนา
“เ้าตำหนักสอง
ท่านกระทั่งสังหารศิษย์ลัทธิมารเราไปด้วย! ท่าน ทำเกินไปแล้ว!” ศิษย์ลัทธิมารคนหนึ่งะโด้วยความขุ่นแค้น
ส่วนหวังเค่อยามนี้กำลังมองไปรอบๆ
นอกจากจื่อปู้ฝานและจื่อจ้งซานที่กำลังโรมรันกันเหนือฟ้า
ที่จริงแล้วเมืองหลงเซียนนี่สมควรยังมีพี่ใหญ่อยู่
มารอริยะหายไปไหน? แถมยังไอ้เฒ่าบัดซบโม่ซันซันด้วย?
ขณะที่หวังเค่อเพิ่งจะฉุกใจสงสัย
“ตูม~~~~~~~~~~~!”
ตลอดทั้งเมืองหลงเซียนพลันบังเกิดเสียงกัมปนาทะเืถึงท้องฟ้า
“โอย!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง
ปรากฏร่างหนึ่งถูกทุบตีปลิวละลิ่วล่องพุ่งขึ้นฟ้า
“โม่ซันซัน?” เถี่ยหลิวหยุนอุทาน
หวังเค่อเบิกตากว้าง
โม่ซันซันไอ้เฒ่าไม่มีดี มันเองก็มีวันที่ถูกเล่นงานปางตาย? เมืองหลงเซียนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ใครที่เตะโด่งมันขึ้นไปแบบนั้น?
“โม่ซันซัน กล้าโกหกข้า?
ตาย!” เสียงเฉียบขาดเสียงหนึ่งดังลั่นจากยอดเขาไกลออกไป
“ระวัง!”
ลำแสงสว่างจ้าสายหนึ่งพุ่งออกมา
พริบตาก็ตัดข้ามระยะ ทะลวงเข้าใส่โม่ซันซันทันที
“แย่แล้ว!”
โม่ซันซันหน้าเปลี่ยนสี
โม่ซันซันตวัดกำปั้นสกัดกั้นออกไปอย่างฉุกละหุก
“ตูม!”
ลำแสงดั่งเลเซอร์แข็งแกร่งเกินต้าน
พริบตานั้นลำแสงพุ่งเสียบร้อยใส่กำปั้นของโม่ซันซัน ตัดผ่าลำแขน ทะลวงไปถึงไหล่บ่า
“ปืนใหญ่เลเซอร์? เอ๊ย ไม่สิ ลำแสงเลเซอร์? นี่มันกระบวนท่าของมารอริยะ
เป็มันยกนิ้วสาดออกมา? โม่ซันซันทรยศมารอริยะ? เกิดอะไรขึ้น?” หวังเค่อสะท้านะเื
หวังเค่อเคยเห็นมารอริยะลงมือบนเกาะเทพั
มันไม่เพียงยกนิ้วก็สาดทะลวงทุกสรรพวัตถุโดยปล่อยแสงจากปลายนิ้ว
ลำแสงยังสามารถแปรเปลี่ยนเป็ดาบลำแสง ผ่าแยกทุกสรรพสิ่งจากกัน!
ขอเพียงลำแสงนี้ตวัดลากผ่าขวาง
โม่ซันซันจะถูกตัดขาดเป็สองท่อน
“ท่านประมุข ลงมือเร็ว
ข้าล่อมารอริยะออกมาถึงเมืองหลงเซียน ตอนนี้ถือเป็โอกาสเหมาะ ฆ่ามัน!”
โม่ซันซันคำรามลั่นอย่างลนลาน
“ครืนนนน!”
ทันใดนั้น ณ
สวนหย่อมน้อยที่มารอริยะพำนักอยู่ พลันมีเสียงกระบี่คำรนก้องขึ้น
ครืนนนน~~~~~~~~~~~~!
จากนั้นเป็เสียงก้องกัมปนาท
สวนหย่อมขนาดย่อมะเิกระจายทันที
เงาร่างหนึ่งดำหนึ่งขาวพุ่งตามแรงะเิขึ้นสู่ท้องฟ้าไกลในพริบตาจาแรงปะทะการะเิ
ต่างเผชิญหน้ากันและกัน
“ท่านประมุข?” เถี่ยหลิวหยุนอุทานแตกตื่น
“นั่นมันเฉินเทียนหยวน?
ยังมี นั่นมารอริยะ?” ศิษย์ลัทธิมารเองก็อุทานออกมาเช่นกัน
สองสุดยอดฝีมือเผชิญหน้า โม่ซันซันตอนนี้นับว่ารอดตายหวุดหวิด
“ท่านประมุข
ข้าได้รับความไว้วางใจจากมารอริยะ หลอกล่อมันมาจนถึงที่นี่ได้!
จากนี้ขึ้นอยู่กับท่านแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” โม่ซันซันลั่นวาจาเบิกบานสะใจ
หวังเค่อเบิกตากว้าง “บัดซบ
นี่มันมิชชันอิมพอสซิเบิลหรือไง?
มันคือแผนซ้อนแผนซ้อนแผนซ้อนแผน? โม่ซันซันเป็สายลับสองหน้าของจริง?
แถมยังสลับสองหน้าอย่างไหลลื่นแเี?”
“โม่ซันซัน
ขวัญกล้าบังอาจนัก!” มารอริยะแค่นเสียงเย็น
“หากไม่ขวัญกล้า
ไหนเลยจะทำให้เ้าเชื่อข้าได้? ฮ่าฮ่าอ่าฮ่า! มารอริยะ
วันนี้ไม่เพียงเฉินเทียนหยวนคนเดียว ยังมีจื่อจ้งซานที่มาฆ่าเ้า!”
โม่ซันซันะโอย่างลำพอง
“ตูม~~~~~~~~~~~~!”
ห่างออกไป
จื่อจ้งซานะเิสลัดจื่อปู้ฝานออกไปไกล
จื่อจ้งซานเหยียบย่างกลางอากาศ
ทอดตามองต่ำลงยังจื่อปู้ฝาน “น้องเล็ก เ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า! วางมือเถอะ!”
“เ้า!”
จื่อปู้ฝานจ้องมองอาฆาตไปยังจื่อจ้งซาน
“จื่อจ้งซาน
นี่ก็คือที่เ้าเชิญข้ามารับมือมารอริยะ? ข้าแค่มาช้าไปก้าวเดียว
คนในงานชุมนุมประตูัล้มตายไปมากมายปานไหน? เ้าไม่สนใจบ้างเลยหรือไง?”
เฉินเทียนหยวนทวงถามอย่างขุ่นข้อง
จื่อจ้งซานสูดลมหายใจลึก
“ข้าก็กำลังรอเ้าอยู่นี่ไง? เฉินเทียนหยวน ข้าคุยกับโม่ซันซันแล้ว เ้าเองก็อย่าแปลกใจ! อย่างไรเสีย
แผนปราบมารรอบนี้ไม่มีทางผิดพลาดได้!”
เฉินเทียนหยวนขมวดคิ้ว
มองดูจื่อจ้งซาน
ทว่าหวังเค่อที่ด้านล่างกำลังเบิกตาแทบถลน
“อาจารย์บอกไว้ว่าจะออกจากพรรคสักพักหนึ่ง ที่แท้ได้รับคำเชิญจากจื่อจ้งซาน!
แผนปราบมารนี้จื่อจ้งซานเป็คนต้นคิด?”
“พอแล้ว เฉินเทียนหยวน
มีเื่อะไรค่อยกลับไปคุยกัน ตอนนี้มาปราบมารอริยะก่อน! ที่จริงหาตัวมันยากเย็นนัก
ครั้งนี้ มันต่อให้มีปีกก็หนีไม่พ้น!” จื่อจ้งซานเอ่ยเสียงเย็น
ขณะกล่าววาจา จื่อจ้งซานก็ปัดฝุ่น
วิชชุอสนีสุดคณานับพลันก่อหวอดขึ้นที่ด้านหลังมัน ราวมหาเทพอสนีจุติจาก์
“จื่อจ้งซาน ข้าอยู่ตรงนี้
เ้าอย่าฝัน!” จื่อปู้ฝานพลันก้าวเท้าเหยียบฟ้า ยืนขวางหน้าจื่อจ้งซาน
“น้องเล็ก
นี่ไม่เกี่ยวกับเ้า หลีกทางไปซะ ก่อนหน้านี้ข้าอ่อนให้เ้า หากยังเข้ามาขวางทาง
ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!” จื่อจ้งซานตวาดเสียงเย็น
“เฮอะ เข้ามาเลย!”
จื่อปู้ฝานะโท้าทาย
“จื่อจ้งซาน
ข้าสกัดจื่อปู้ฝาน พวกเ้าไปรับมือมารอริยะ! มารอริยะตอนนี้ถูกข้าวางยาแล้ว
เร็วเข้า มันกำลังขับพิษอยู่ พวกเ้าต้องรีบลงมือ!” โม่ซันซันพลันเร่งเร้า
เข้ามาขวางหน้าจื่อปู้ฝานไว้
“โม่ซันซัน ไอ้โจรถ่อย!”
จื่อปู้ฝานะโด่า
“จื่อปู้ฝาน
ถึงตอนนี้ข้าค่อยเข้าใจ เ้าคือคนที่ภักดีต่อมารอริยะที่สุด? เฮอะ ข้าจะบอกให้ ข้าใช้ถงอันอันเป็เหยื่อล่อดึงความสนใจของมารอริยะ!
ที่จริงคือ้าใช้เื่ที่เ้ารับถงอันอันเข้าสังกัดมาฟ้องร้องมารอริยะ
มารอริยะกลับไม่สนใจเื่นั้น ทั้งยังไม่ลงทัณฑ์เ้า? ที่แท้
ทั้งหมดที่เ้าทำล้วนเป็มารอริยะบงการ! มารอริยะมอบหมายให้เ้าคอยดูเื่ภายนอกลัทธิ?
ดี ดี ดีจริงๆ หากไม่มีวันนี้ ข้าคงคิดไม่ถึง!” โม่ซันซันหัวเราะเย็น
“ไอ้โจรถ่อย ตาย!”
จื่อปู้ฝานะโ
“เฮอะ เข้ามา!” โม่ซันซันะโ
“ตูม!”
จื่อปู้ฝานและโม่ซันซันเข้าปะทะหักหาญ
จื่อจ้งซาน เฉินเทียนหยวน
สองั์ใหญ่แห่งสิบหมื่นมหาบรรพตฝ่ายธรรมะ เข้าล้อมกรอบมารอริยะไว้กึ่งกลางทันที
าใหญ่กำลังจะเริ่มในไม่ช้า
เหนืออาคารเสินหวัง
หวังเค่อและทุกคนเผยสีหน้าโง่งมสุดบรรยาย
“แม่งเอ๊ย
ชุมนุมประตูันี่เป็แผนที่ฝั่งอธรรมวางไว้ หรือแผนของพวกฝ่ายธรรมะกันแน่?
ทำไม? ทำไมข้าไอคิวสูงขนาดนี้ยังมองไม่ออกอีก?
บิ๊กบอสสมเป็บิ๊กบอสจริงๆ!
เื่ปวดหัวขนาดนี้ยังว่างผลาญพลังสมองออกมาได้!” หวังเค่อกลืนน้ำลาย
