“ดาบนี้สามารถหยิบยืมจนสำเร็จ และจะใช้มันให้เป็ประโยชน์อย่างถึงที่สุด! ลูกแม่ จำเอาไว้นะ” ไป่ซื่อจับมือบุตรสาวของนางเอาไว้มั่นและบีบเอาไว้แน่น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยพลังและความบ้าคลั่ง “เ้าคือบุตรีของภรรยาเอกแห่งจวนเหิงชินอ๋อง พระชายาในอนาคต หรือแม้แต่ฮองเฮา!”
มู่จื่อรั่วเช็ดน้ำตาและพยักหน้าอย่างรุนแรง ดวงตาปรากฏร่องรอยแห่งความโเี้ พาให้คนสยดสยองพองขวัญ
ไป๋เซียงจู๋ เ้ารอก่อนเถิด แม้เ้าจะมีรูปลักษณ์ที่งามล่มเมืองแล้วอย่างไร เ้าโดดเด่นเหนือผู้ใดแล้วอย่างไร องค์รัชทายาททรงมองเ้าด้วยสายพระเนตรตกตะลึงแล้วอย่างไร เมื่อไม่มีผู้ใดช่วยเ้า เ้าก็เป็ได้แค่หินรองเท้าให้ข้าได้เหยียบย่างขึ้นไป! ชั่วชีวิตนี้เ้าอย่าได้คิดจะหนีออกไปจากใต้ฝ่าเท้าของข้าได้!
ตำแหน่งของฮองเฮาต้องเป็ของนางเท่านั้น ต้องเป็ของนางเท่านั้น! สตรีอย่างไป๋เซียงจู๋ถูกกำหนดให้เป็ดั่งแอ่งโคลนที่ถูกเหยียบย่ำด้วยฝ่าเท้าของนาง และจะไม่มีวันพลิกชะตาของตนได้
“รอจนกระทั่งองค์ฮ่องเต้กลับมายังเมืองหลวง เราจะจัดงานเลี้ยงชมดอกบ๊วย ใน่เวลานี้ เ้าควรศึกษาบทกวีเพลง และต้องรักษาหน้าตากลับมาให้ได้ถึงจะดี”
“เ้าค่ะ” มู่จื่อรั่วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
......
จวนไป๋
อวี๋ซื่อเพิ่งจะจิบชาเขียวปี้หลัวชุน [1] เข้าไปได้เพียงคำเดียว ไป๋ชิงโหรวที่สวมอาภรณ์สีชมพูทั้งกายพลันถลันเข้ามาในห้อง
“ท่านแม่ ท่านคิดว่าท่านย่ากำลังวางแผนอันใดกับคนจากเรือนฝูหรงเ้าคะ” ไป๋ชิงโหรวมองไปยังเรือนฝูหรงด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยเจตนาบางอย่าง
อวี๋ซื่อวางถ้วยชาลง ก่อนจะใช้ผ้าไหมเช็ดมุมปากของนางเบาๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มบางว่า “จะเป็เช่นไรได้ ไม่รู้ว่าสตรีผู้นั้นวางแผนชั่วร้ายอันใด จู่ๆ ก็รีบร้อนแต่งออกเรือนไป”
“แต่งออกเรือน?” ไป๋ชิงโหรวพลันใ ทันทีที่นางคิดเื่แต่งงาน นางก็ประหม่าโดยไม่รู้ตัว “แต่งออกเรือนไปกับผู้ใดหรือเ้าคะ หรือว่าองค์รัชทายาทจะทรงอภิเษกกับนางจริงๆ ”
คิดถึงท่าทีอันแสนพิเศษของเฟิ่งเจาเกอที่มีต่อไป๋เซียงจู๋ มิใช่ว่านางออกเรือนไปแล้วจะกลายเป็พระชายาแห่งองค์รัชทายาทกระมัง?
ในความคิดของไป๋ชิงโหรว สตรีระดับล่างอย่างไป๋เซียงจู๋ แม้จะตายไปแล้วก็เป็ได้เพียงพระชายารอง ทว่าแม้แต่ตำแหน่งพระชายารองก็ทำให้นางอิจฉาแทบตายแล้ว
ท่านแม่เอ่ยได้มิมีผิด หากปรารถนาจะเป็ที่โปรดปรานหรือปรารถนาในตำแหน่งที่สูงส่ง ย่อมต้องอภิเษกกับสมาชิกในราชวงศ์ อีกทั้งสมาชิกในราชวงศ์ที่อภิเษกด้วยนั้นก็ต้องไม่ธรรมดา ทว่าต้องมีความสามารถเพียงพอที่จะสั่นคลอนตำแหน่งอันสูงส่งนั้นได้ หากมีความสามารถนี้ต่อไปก็จะมีสามตำหนักหกเรือน ขอเพียงตำแหน่งของตนนั้นสูงส่งพอก็มิต้องเกรงกลัวอันใดอีกแล้ว
เฟิ่งเจาเกอคือบุรุษที่มีอำนาจมากที่สุดในบรรดาขุนนางของต้าฉี นางแพศยาเช่นไป๋เซียงจู๋นั่นตกลงแล้วนางประสบพบโชคอันใดกัน
เมื่อเห็นบุตรสาวของตนมีท่าทางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อวี๋ซื่อขมวดคิ้ว บุตรสาวของตนหุนหันพลันแล่นเกินไป นางเขียนทุกอย่างลงบนใบหน้า และไม่รู้วิธีการควบคุมตนเอง
อวี๋ซื่อเปล่งเสียงเ็าเยาะเย้ย "หากสตรีผู้นั้นได้รับความรักจากองค์รัชทายาทก็ถือว่าโชคดีของนาง ทว่าแม้แต่ขุนนางธรรมดายังดูถูกนาง ชื่อเสียงของนางก็เป็ที่รู้จักกันดี เ้าคิดว่าองค์รัชทายาทจะทรงทำลายอนาคตของตนเองโดยการอภิเษกกับนางหรือ นอกเสียจากว่าเขาจะยอมละทิ้งชื่อเสียงในตำแหน่งองค์รัชทายาทของตน”
น้ำเสียงของอวี๋ซื่อเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยเสียดสี ไม่นานมานี้นางขายร้านโอสถและมีเงินอยู่ในมือ ที่ไหนได้จวนเหิงชินอ๋องกลับส่งบัตรเชิญมา เอ่ยว่าในวันที่สองของเทศกาลล่าปา [2] จะจัดงานชมดอกบ๊วยขึ้น ในยามนั้นไป๋เซียงจู๋ก็จะเข้าร่วมด้วย เวลานั้นตนจะต้องร่วมมือกับพระชายาเหิงชินอ๋อง หากชื่อเสียงของไป๋เซียงจู๋ย่ำแย่ลงและเกิดเื่ขึ้นในจวนของเหิงชินอ๋อง สุดท้ายแล้วคนที่ได้ผลประโยชน์ย่อมเป็บุตรสาวของนาง ไป๋ชิงโหรว
ไป๋ชิงโหรวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็เข้าใจได้ทันทีว่ามารดาของนางหมายถึงอะไร หญิงสาวเหยียดยิ้มทันที
“ท่านแม่เ้าคะ หากกล่าวเช่นนี้ ถึงนางอยากจะรีบออกเรือนเพียงใดแต่ก็ไม่มีผู้ใด้า? สตรีน่ารังเกียจผู้นั้นก็ควรจะมีจุดจบเช่นนั้น” ไป๋ชิงโหรวพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง คิ้วตาของนางเต็มไปด้วยความอวดดี
อวี๋ซื่อพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "แต่ข้าได้ยินมาว่างานถูกกำหนดแล้ว เป็ตระกูลจวิน”
“จวินมู่ซี?” ไป๋ชิงโหรวร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว
อวี๋ซื่อขมวดคิ้วและมองไปทางไป๋ชิงโหรวอย่างตักเตือน “หากเ้า้าอภิเษกกับคนในราชวงศ์ จงอย่าคิดถึงเื่นี้อีก"
ไป๋ชิงโหรวเม้มปาก “ทราบแล้วเ้าค่ะ ท่านแม่”
แม้จะรู้สึกว่าการที่ไป๋เซียงจู๋มิได้อภิเษกกับคนราชวงศ์นับเป็เื่ที่สมเหตุสมผล ทว่ายามที่ได้ยินข่าวว่าตระกูลที่นางจะเกี่ยวดองคือตระกูลจวิน ไป๋ชิงโหรวก็ยังอิจฉาอยู่เล็กน้อย จวินมู่ซีหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ แม้ว่าเขาจะไม่จริงจัง และขี้เล่นอยู่เล็กน้อย แต่นางเคยเห็นด้วยตนเองบ่อยครั้งยามที่นางยังเยาว์นัก ไป๋จื่อจินพาเขามาเล่นพร้อมกับไป๋เซียงจู๋ นางรู้สึกว่าในเวลานั้นคุณชายใหญ่ตัวน้อยของตระกูลจวินช่างมีตาหามีแววไม่ เหตุใดถึงไปเล่นกับเด็กผู้หญิงแก่นแก้วอย่างไป๋เซียงจู๋ได้
คิดไม่ถึงว่ายามนี้เขาจะมาขอนางแต่งงานถึงประตู ไม่รู้จริงๆ ว่าดวงตาของเขามีปัญหาอันใดถึงได้ตกหลุมรักสตรีอย่างไป๋เซียงจู๋เข้า
“เหตุใดนางถึงได้รีบร้อนกำหนดวันแต่งงานด้วยเล่า” ไป๋ชิงโหรวครุ่นคิด ่นี้ไป๋เซียงจู๋มีบางอย่างผิดปกติ หรือว่าการที่นางคิดจะแต่งงานนั้น นางกำลังพยายามทำอันใดอยู่
เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋ชิงโหรว หรูอี้ หญิงรับใช้ที่ปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง นางได้ยินข่าวคราวเข้าก็เอ่ยว่า “คุณหนูรองคงไม่ทราบ เป็วันนั้นที่ไปวัดต้าโฝเพื่อสวดมนต์ ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินเฒ่าได้พบศิษย์ใกล้ชิดของพระอาจารย์เจวี๋ยคง ไม่รู้ว่าพระอาจารย์พูดอันใดกับฮูหยินเฒ่า ทว่ายามที่ฮูหยินเฒ่ากลับมา นางก็สั่งให้จัดงานแต่งงานให้คุณหนูใหญ่โดยเร็วที่สุดเ้าค่ะ…”
“มิน่าเล่า ข้าถึงเห็นนางพาไป๋เซียงจู๋วิ่งขึ้นเหนือลงใต้ ที่แท้ก็เพื่อจัดงานแต่งงานให้นางนี่เอง?”
ไป๋ชิงโหรวย่นจมูก ในใจคิดว่าหรือว่าไป๋เซียงจู๋จะกลัวว่าตนเองจะมิอาจออกเรือนได้ ดังนั้นจึงรีบร้อนถึงเพียงนี้?
“ไม่ว่านางจะแต่งงานกับผู้ใด คราวนี้นางได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงชมดอกบ๊วยแล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่นางจะไม่ไปอย่างแน่นอน ดังนั้นในเวลานี้เราต้องใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงย่ำแย่ของนาง ทำให้ตระกูลจวินขอถอนตัวจากการแต่งงาน หากเป็เช่นนี้นางก็เป็ได้เพียงแค่หญิงที่มีการเจรจาแต่งงาน ทว่ากลับแต่งไม่ออกแล้ว” ดวงตาของอวี๋ซื่อเต็มไปด้วยความโเี้
นางไม่ลืมความเกลียดชังที่ไป๋เซียงจู๋ทำลาย ‘มือขวา’ ของนางทิ้ง ทำให้เงินส่วนตัวของนางเกิดช่องโหว่มากมาย หากมิใช่เพราะไป๋เซียงจู๋ นางคงมิได้คับข้องหมองใจถึงเพียงนี้ สินทรัพย์ทั้งหมดนี้ล้วนเป็สินสมรสของบุตรสาวของนาง อีกทั้งเงินจากหญิงชราก็สูงอย่างคาดไม่ถึง นางแพศยาผู้นั้น นางปรารถนาจะทำให้นางต้องทนทุกข์ทรมาน ให้นางอยู่มิสู้ตาย
“ใช่แล้ว ท่านแม่ นางแพศยาเช่นนี้ไม่คู่ควรที่จะแต่งงานกับตระกูลจวิน” ไป๋ชิงโหรวพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า นางเห็นด้วยกับประเด็นนี้ นางหวังว่าไป๋เซียงจู๋จะไม่ตายดี
......
ทางด้านของไป๋เซียงจู๋ หลังจากแก้ไขปัญหาการแต่งงานที่ทำให้นางลำบากใจมากที่สุดใน่เวลานี้ได้แล้ว นางก็ผ่อนคลายลงได้อย่างแท้จริง
ยามที่นางไม่มีอะไรต้องทำ หญิงสาวหลบซ่อนตัวอยู่ในครัวเล็กเพื่อศึกษาสมุนไพรใหม่ๆ ของนาง นอกจากโอสถที่เอาไว้ช่วยชีวิตแล้ว นางยังเตรียมยาพิษสำหรับป้องกันตัวด้วย
นางมีเข็มเงินจำนวน 130 เข็มซ่อนอยู่ในร่างกายทั้ง 7 แห่ง สิ่งเหล่านี้ใช้สำหรับป้องกันตัว นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้มัน และระมัดระวังให้มากขึ้น ชีวิตของนางวิ่งอยู่บนปลายมีดในชาติที่แล้ว ดังนั้นจึงคุ้นเคยกับของป้องกันตัวเหล่านี้มานานนัก นางทนทุกข์ทรมานมามาก ทว่าก็ยังนับว่าได้เรียนรู้ทักษะมากมาย
ทั้งหมดนี้ล้วนต้องขอบคุณความโเี้ของเหยียนอี้เลี่ย ยามที่สตรีใจสลายจนถึงขีดสุด นางจะรับรู้ได้เพียงว่าบุรุษที่อยู่รอบตัวนางสกปรกและน่าขยะแขยงเพียงใด
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวนางเอง นางได้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้แล้ว
“คุณหนู ยาที่บรรจุในขวดกระเบื้องเหล่านี้คือโอสถขนานใหม่หรือเ้าคะ” ตู้เจวียนเข้ามาจากข้างนอก ก่อนจะหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวขวดหนึ่งขึ้นมาดมเบาๆ
"อย่าจับ!"
อย่างไรก็ตาม คำพูดของไป๋เซียงจู๋นั้นยังช้าไป ขาของตู้เจวียนอ่อนแรง นางล้มลงกับพื้น ใบหน้าเขียวคล้ำฉับพลัน ตาเหลือกโพลนเห็นเพียงตาขาว
เชิงอรรถ
[1]碧螺春 ชาเขียวปี้หลัวชุน ชื่อแปลตามตัว คือ หอยทากมรกตฤดูใบไม้ผลิ มีถิ่นกำเนิดและผลิตในแถบเขาต้งถิง เมืองไท่หู มณฑลเจียงซู ดินแดนเจียงหนาน ภาคกลางของจีน เป็หนึ่งใน 10 อันดับชาจีนยอดนิยม
[2]腊八节เทศกาลล่าปา ตรงกับ ขึ้น 8 ค่ำเดือน 12 เป็ยามที่พืชผลถูกเก็บเกี่ยว รอเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง ชาวบ้านจะเตรียมไหว้บรรพบุรุษและเทพเทวดาฟ้าดิน ขอให้บรรพบุรุษปกป้องคุ้มครอง ฟ้าดินประทานโชคลาภ ในสมัยโบราณก่อนทำการเซ่นไหว้จะต้องล่าสัตว์มาเป็เครื่องสังเวย จึงเรียกเดือน 12 ว่าเดือนแห่งการล่าสัตว์ และเพื่อเซ่นไหว้เทพเ้า 8 องค์ (八 bā) ดังนั้น จึงเรียกรวมว่า “ล่าปา”
