“ข้าดีใจที่อาจารย์หญิงได้รับรู้ถึงความเป็ไปของข้า และส่งปิ่นทองอันนี้ฝากเทพแห่งชะตามาร่วมยินดี อาจารย์หญิงต้องทั้งงง และสับสนแน่ ๆ ว่าศิษย์ไม่เอาไหนอย่างข้า จะได้ขึ้นเป็ชายาของโอรส์ได้เช่นไร ในความคิดของนาง ท่านรู้ฤาไม่ว่าตอนนี้นางคิดอันใด” องค์ชายรองแย้มยิ้มเล็กน้อยแล้วรอคำตอบ ก่อนหนิงเอ๋อจะพูดต่อด้วยใบหน้ามีความสุข
“นางคงคิดว่า ใครที่แต่งงานกับข้า จะหาความสงบในชีวิตไม่ได้อีก เผลอ ๆ นางอาจคิดว่าองค์ชายรองเป็ผู้โชคร้าย ที่ได้สมรสกับข้า หากนางยืนอยู่ตรงนี้ นางก็จะกำชับข้าต่าง ๆ นานา ว่าให้ทำตัวให้ดี ให้เหมาะสมกับที่อาจารย์สั่งสอน ห้ามเอาแต่ใจ ห้ามทำผิดกฎ ห้ามทุกอย่างจนท่านอาจฟังนางไม่ทันเลยล่ะ” หนิงเอ๋อยังคงพูดถึงอาจารย์หญิงของนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางสายตาอ่อนโยนขององค์ชายรอง ที่ทอดมองนางพูดถึงเจี้ยนเฉิงหนิง พี่สาวของเขาที่ห่างหายจากแดน์ไปนานแสนนาน
“หนิงเอ๋อ” หญิงสาวที่กำลังพูดอยู่ หยุดชะงัก แล้วหันกลับมายังลู่ฟาง
“เพคะ” นางตอบรับด้วยสายตาเดียงสา ก่อนเขาจะหยิบบางอย่างออกมา แล้วเอื้อมไปดึงมือนาง พลางสวมกำไลหยกสีขาวให้ ขณะที่หนิงเอ๋อมองการกระทำนั้นอย่างเงียบ ๆ หากแต่การกระทำของอีกฝ่ายทำให้หนิงเอ๋อรู้สึกอบอุ่น ไม่ต่างจากอยู่กับอาจารย์หญิงของนาง
“กำไลนี้ ข้าให้เ้าติดกายไว้ เป็การสัญญาว่าข้าจะดูแลเ้าให้เหมือนกับที่อาจารย์หญิงรักเอ็นดูเ้า จำไว้นะ นับจากนี้ไม่ว่าเ้าเจอกับปัญหาใดก็ตาม ข้าจะอยู่เคียงข้าง คอยดูแลเ้าเช่นนี้ตลอดไป” คำสัญญาของเขาทำให้หนิงเอ๋อค่อย ๆ เลื่อนสายตามองลู่ฟางด้วยสายตาประทับใจ ก่อนชายหนุ่มจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน
“ท่านพูดราวกับจะดูแลข้าแทนอาจารย์หญิงเช่นนั้นล่ะ” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงหันไปรินชา แล้วยกขึ้นดื่มโดยไม่ตอบโต้ ภายในใจของลู่ฟาง การที่เจี้ยนเฉิงหนิงมอบปิ่นทองคู่กาย อันมีค่ามากมายให้หนิงเอ๋อ นั่นก็เพื่อบอกเป็ั์ให้ลู่ฟางรู้ตัวด้วยเช่นกันว่า หนิงเอ๋อมีค่าสำหรับนางเพียงใด
“องค์หญิงฟางเหนียง ท่านอยู่ในห้องสรงน้ำนานเกินไปแล้ว อิงอิงขอเข้าไปนะเพคะ” เซียนรับใช้ย่างเท้าเข้าไปหาฟางเหนียงด้วยความเป็ห่วง หากแต่เข้าไปได้เพียงไม่กี่ก้าว อิงอิงก็ถูกแก้วสุราของฟางเหนียงเขวี้ยงเฉียดใบหน้าไป ด้วยความใเซียนรับใช้จึงค้อมตัวลง
“องค์หญิงเป็อันใดเพคะ เหตุใดจึงพิโรธเพียงนี้ ข้าทำอันใดผิดฤาเพคะ” เซียนรับใช้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนสายตาแดงก่ำของฟางเหนียงจะเบี่ยงไปทางอื่น
“ข้าบอกแล้วใช่ฤาไม่ ว่าข้าจะอยู่ตามลำพัง ห้ามผู้ใดยุ่งเกี่ยว”
“องค์หญิงเพคะ ท่านมีสิ่งใดทุกข์ใจโปรดระบายกับข้า พูดกับข้าได้ทุกเื่นะเพคะ เหตุใดต้องเก็บความทุกข์ไว้เพียงลำพังเช่นนี้ด้วย” เมื่อฟางเหนียงเห็นท่าทีของเซียนรับใช้คนสนิทกล่าวเช่นนั้น นางจึงค่อย ๆ อ่อนท่าทีลง อิงอิงจึงถือโอกาสค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปหาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“องค์หญิง ท่านทุกข์ใจสิ่งใดเพคะ บอกข้าเถิด ข้าพร้อมอยู่เคียงข้างท่าน” เมื่อฟางเหนียงได้ยินดังนั้น น้ำตามากมายจึงรินไหลออกมา ไม่อาจเก็บงำความทุกข์ใจต่อไปได้อีก แท้จริงแล้วความเข้มแข็งของนางไม่ได้มีมากนัก นางเลื่อนสายตามองไปยังด้านนอก ก่อนจะเอ่ยถามกับอิงอิง
“เวลานี้ หนิงเอ๋อกับองค์ชายรอง เข้าหอกันแล้วใช่ฤาไม่”
“สิ้นพิธีแล้ว เวลานี้จำต้องเข้าหอเพคะ” อิงอิงสังเกตน้ำตาของฟางเหนียงไหลออกมาไม่ขาดสาย พลันกระดกขวดสุราขึ้นดื่ม เป็กิริยาที่อีกฝ่ายไม่เคยเห็นมาก่อน หากแต่นางทำได้เพียงก้มหน้าลงไม่เอ่ยคัดค้านสิ่งใด
“อิงอิงในฐานะเ้าเป็คนสนิทและข้าไว้ใจที่สุด เ้ารู้ฤาไม่ว่ายามนี้ข้าเ็ปเพียงใด”
“เหตุที่องค์หญิงทรงเ็ปในตอนนี้ เป็เื่ที่องค์ชายรองอภิเษกกับหนิงเอ๋อใช่ฤาไม่เพคะ” หลังจากทบทวนอย่างเงียบ ๆ เซียนรับใช้พอเดาเหตุการณ์ออก ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้ายิ้ม
“ขนาดเ้ายังรับรู้ได้ว่าเป็เพราะเหตุนี้ หากข้าออกไปพบผู้คนในสภาพเช่นนี้ เ้าคิดฤา ว่าจะไม่มีใครรู้ ข้าจึงจำต้องอยู่ปิดตัวในห้องสรงน้ำ จนกว่าพิธีเข้าหอของลู่ฟางจะเสร็จสิ้น”
“ในเมื่อองค์หญิงทรงรักองค์ชายรองเพียงนั้นเหตุใดจึงปฏิเสธการแต่งงานล่ะเพคะ”
“เ้าไม่รู้หรอก ว่าความใฝ่ฝันของข้ามีความหมายมากเพียงใด ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ยามที่ลู่จินยกตำแหน่งองค์รัชทายาทให้ลู่ฟาง ข้าดีใจอย่างมาก แต่แล้วลู่ฟางได้ทำสิ่งที่ข้าคิดไม่ถึง นั่นคือปฏิเสธการเป็องค์รัชทายาท หากเขาไม่ปฏิเสธในวันนั้น เราสองคนก็คงไม่พบชะตาเช่นนี้ หนิงเอ๋อก็คงไม่ยืนเคียงข้างเขาเหมือนเช่นวันนี้” อิงอิงชะงักนิ่ง ฟังหญิงสูงศักดิ์ระบายความในใจออกมาพร้อมน้ำตามากมาย
“ที่องค์หญิงปฏิเสธการองค์ชายรอง นั่นก็เพื่อตำแหน่งชายาขององค์รัชทายาทใช่ฤาไม่เพคะ”
“ไม่ผิดหรอก ฮึ!” ฟางเหนียงพูดพร้อมยกสุราขึ้นดื่ม ก่อนที่อิงอิงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“องค์หญิงจะไม่มีความสุข เพราะคนที่องค์หญิงรัก ก็คือองค์ชายลู่ฟางหาใช่องค์ชายลู่จิน ต่อให้ท่านได้ขึ้นเป็ชายาขององค์รัชทายาทได้ก็จริง แล้วท่านจะมีความสุขได้อย่างไรเพคะ”
