บทที่ 9 หัวหน้าหมู่บ้านหวังเทียนซาน
สองแม่ลูกเดินลัดเลาะลงจากูเาหมื่นลี้ ตรงดิ่งไปยังบ้านหน้าคางคกหลังใหญ่บริเวณกลางหมู่บ้าน ซึ่งเป็บ้านของหวังเทียนซานหัวหน้าหมู่บ้านจินเฟิง
เมื่อไปถึง ก็พบชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ใบหน้ากร้านแดดแต่ดูใจดี กำลังนั่งสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่ที่ลานหน้าบ้าน ขาซ้ายของเขาเหยียดตรงและมีไม้เท้าพิงอยู่ข้างกาย บ่งบอกถึงร่องรอยาเ็จากอดีต
“ท่านลุงหวัง! ท่านลุงหวังจ๊ะ!”
มู่หลันแสร้งทำสีหน้าตื่นตระหนกปนดีใจ วิ่งกระหืดกระหอบจูงมือลูกสาวเข้าไปหา
“อ้าว สะใภ้รองบ้านเว่ย? (สามีมู่หลันเป็ลูกชายคนรอง) เสี่ยวเปาเปา?”
หวังเทียนซานวางมือจากงานตรงหน้า ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นสภาพเหงื่อซึมของหญิงหม้าย
“มีเื่อันใดหรือ ร้อนรนเชียว หรือว่าคนบ้านใหญ่ตระกูลเว่ยไปหาเื่รังแกเ้าอีกแล้ว? บอกลุงมา ลุงจะไปจัดการให้!”
ความยุติธรรมและพร้อมปกป้องลูกบ้านของชายตรงหน้า ทำให้มู่หลันลอบยิ้มกริ่มในใจ เธอเลือกคนไม่ผิดจริงๆ
“ไม่ใช่จ้ะท่านลุง ไม่มีใครมารังแกข้า แต่... แต่์เพิ่งจะส่งเนื้อก้อนใหญ่หล่นทับข้าต่างหาก!”
มู่หลันแสร้งทำเสียงสั่น หอบหายใจรัวๆ
“เมื่อครู่ข้าพาเปาเปาขึ้นไปขุดหารากไม้บนเขาหมื่นลี้ จู่ๆ ก็มีหมูป่าตัวเบ้อเริ่มเทียมรถม้า วิ่งไล่กวดอะไรบางอย่างมา... แล้วมันก็สะดุดรากไม้ พุ่งชนหินก้อนใหญ่เสียงดังสนั่น ล้มตึงสลบเหมือดไปต่อหน้าต่อตาข้าเลยจ้ะลุง!”
“ฮะ?! หมูป่าชนหินสลบ?!” หวังเทียนซานเบิกตากว้างจนแทบถลน
“ตัวใหญ่เทียมรถม้าเชียวรึ?!”
“จ้ะ! ข้าพยายามจะลากมันลงมา แต่หนักเกินไป ข้ากลัวว่าถ้าทิ้งไว้นาน สัตว์อื่นจะมาคาบไปกินเสียก่อน เลยเอาใบไม้คลุมซ่อนไว้แล้วรีบวิ่งลงมาขอให้ท่านลุงพาคนไปช่วยหามทีจ้ะ!”
“หมูย่ายๆ! เปาเปาต่อยมาน!!.. อื้อๆๆ!”
เสี่ยวเปาเปาที่ยืนฟังอยู่นาน อดไม่ได้ที่จะอวดวีรกรรมของตัวเอง ปากเล็กๆ อ้าเตรียมจะเล่าความจริง ทว่ามู่หลันมือไวกว่า เอื้อมไปตะครุบปิดปากลูกสาวเอาไว้แน่นเสียก่อน!
“ชะ... ใช่จ้ะ! เปาเปาใมาก เห็นหมูมันต่อย... เอ๊ย! พุ่งชนก้อนหินเสียงดังปังเลยใช่ไหมลูก!”
มู่หลันเหงื่อแตกพลั่ก ฝืนยิ้มกลบเกลื่อนพลางขยิบตาหลิ่วตาให้ลูกสาวรัวๆ
“ท่านลุงรีบเกณฑ์คนไปเถอะจ้ะ ข้าสัญญาว่าถ้าเอาหมูลงมาได้ ข้าจะแบ่งเนื้อหมูให้ท่านลุงและคนที่ไปช่วยหามอย่างงามเลย!”
หวังเทียนซานไม่ได้เอะใจกับท่าทีแปลกๆ ของเด็กน้อย เขารีบผุดลุกขึ้นยืน คว้าไม้เท้าพยุงร่างอย่างรวดเร็ว
“์มีตา! เบื้องบนคงสงสารที่พวกเ้าแม่ลูกต้องลำบากมานาน ถึงได้ประทานโชคใหญ่ปานนี้มาให้! รอเดี๋ยว ลุงจะไปเรียกพวกลูกชายลุงกับต้าหนิวที่อยู่บ้านข้างๆ ไปช่วยหาม เื่นี้ต้องรีบจัดการก่อนที่พวกหน้าเืตระกูลเว่ยจะรู้ข่าว!”
ตลอดทางเดินขึ้นเขาหมื่นลี้ที่ลาดชัน บรรยากาศไม่ได้เงียบเหงาหรือเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย เพราะมีเสียงเจื้อยแจ้วของแม่ครัวตัวน้อยดังนำทางไปตลอด
เสี่ยวเปาเปานั่งอยู่ในตะกร้าสะพายหลังของมารดา คอยชะโงกหน้าไปเจรจาพาทีกับเหล่าชายฉกรรจ์ที่เดินตามมาด้านหลังอย่างออกรสออกชาติ ดวงตากลมโตเป็ประกายวิบวับเมื่อจินตนาการถึงของอร่อย
“ท่างปู่หวัง ยุงต้าหนิว! หมูของเปาเปาตัวบะเยิ่มเยยนะ! เอามาทามต้มจืดกามม้าย? ใส่ผักต้วย น้ำซุปจาได้หวานๆ อาหย่อยมักๆ”
เด็กน้อยอธิบายพลางกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ท่าทางจริงจังนั้นทำเอาต้าหนิวและชายฉกรรจ์คนอื่นๆ ถึงกับหัวเราะร่วนด้วยความเอ็นดู
“โอ้โห ต้มจืดหมูชามั์เลยรึเปาเปา? แล้วเอาไปทำอย่างอื่นอีกได้ไหมล่ะลูก?” ต้าหนิวแกล้งแหย่ถาม
“ต้ายเต้าก๊ะ” เสี่ยวเปาเปาพยักหน้าหงึกๆ จนผมม้าเด้งชี้ฟู
“เอาเนื้อนุ่มๆ ปายย่างไฟต้วย! ให้มานหอมฟุ้งๆ ฉู่ฉ่าๆ เยย! หย่อยที่ฉุด! เปาเปาจาสวาปามให้พุงกางเป็ลูกแตงโมเยย!”
ท่าทางประกอบการลูบพุงแบนๆ ของเด็กน้อย ทำเอาหัวหน้าหมู่บ้านหวังและเหล่าชายฉกรรจ์ประสานเสียงหัวเราะครืนลั่นป่า ความน่ารักปนตะกละของเสี่ยวเปาเปาทำให้ผู้ใหญ่ที่ได้ฟังทั้งขบขันและเวทนาในใจ พวกเขาต่างคิดไปในทางเดียวกันว่า เด็กคนนี้คงจะอดมื้อกินมื้อมานานจนหิวโหย ถึงได้จินตนาการกินตุเป็ตะได้น่าเอ็นดูขนาดนี้ หมูป่าที่นางว่าตัวใหญ่เต็มที่ก็คงตัวเท่าลูกสุนัขหรือหมูแคระกระมัง
ไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ชายฉกรรจ์สี่คนพร้อมคานไม้และเชือกเส้นใหญ่ ก็เดินตามมู่หลันขึ้นไปถึงจุดหมายที่ซ่อนซากอสูรกายเอาไว้
“ยู่นี่เยย! หมูต้มจืดของเปาเปายู่นี่!” เด็กน้อยชี้นิ้วป้อมๆ ไปที่กองกิ่งไม้แห้งอย่างตื่นเต้น
และเมื่อมู่หลันเปิดใบไม้ออก เผยให้เห็นร่างของหมูป่าเขี้ยวตันขนาดมหึมาที่นอนน้ำลายยืดสลบเหมือดอยู่ ชายฉกรรจ์ทั้งสี่รวมถึงหัวหน้าหมู่บ้านหวังถึงกับเข่าทรุด สูดยานัตถุ์กันแทบไม่ทัน!
“คุณพระช่วย! นี่มันราชันย์หมูป่าชัดๆ! น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกร้อยชั่งแน่ๆ!”
ต้าหนิว ชายร่างบึกบึนอุทานเสียงหลง
“มู่หลัน เ้านี่มันดวงมหาเฮงจริงๆ หมูตัวนี้เนื้อแน่นมันเยิ้ม แค่เขี้ยวคู่หน้าของมัน เอาไปขายร้านเครื่องรางในเมืองก็รวยไม่รู้เื่แล้ว!”
มู่หลันยิ้มรับอย่างถ่อมตัว ก่อนจะใช้สัญชาตญาณนักธุรกิจเริ่มเจรจาซื้อใจทันที
“ท่านลุงหวัง พี่ต้าหนิว! หมูตัวนี้ข้าอยากฝากให้พวกท่านช่วยชำแหละและนำไปขายในเมืองให้ข้าที ข้าเป็หญิงหม้ายพาลูกเล็กเข้าเมืองไปขายของชิ้นใหญ่ปานนี้คงถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาแน่ๆ”
เธอหยุดเว้นจังหวะ มองสบตาชายฉกรรจ์ทุกคนด้วยความจริงใจ
“เงินที่ขายได้ ข้าขอแค่หกส่วน อีกสี่ส่วนข้าขอมอบให้ท่านลุงและพี่ๆ ทุกคนที่มาช่วยข้าในวันนี้ รวมถึงฝากท่านลุงแบ่งเนื้อหมูส่วนหนึ่ง แจกจ่ายให้คนแก่และเด็กที่ยากไร้ในหมู่บ้านจินเฟิงของเราด้วยเถิดจ้ะ ถือว่าเป็การทำบุญต่อยอดโชคลาภที่์ประทานให้ข้า”
คำพูดของมู่หลันเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ หวังเทียนซานและชาวบ้านต่างมองมู่หลันด้วยแววตาซาบซึ้งและเทิดทูน หญิงหม้ายที่ตกระกำลำบากขนาดนี้ พอมีโชคใหญ่กลับไม่ฮุบไว้คนเดียว ยังรู้จักแบ่งปันและนึกถึงส่วนรวม!
หารู้ไม่ว่า ในหัวของอดีตซีอีโอสาวกำลังดีดลูกคิดรางแก้วดังฉับๆ!
‘แบ่งเงินให้สี่ส่วน แลกกับบอดี้การ์ดชายฉกรรจ์สี่คนคอยคุ้มกันผลประโยชน์ แถมยังได้แต้มบุญความสุขจากชาวบ้านทั้งหมู่บ้านที่จะกินเนื้อหมูอย่างเอร็ดอร่อย งานนี้มีแต่กำไรกับกำไร! รอรับแต้มบุญก้อนโตไปอัปเกรดระบบได้เลยมู่หลันเอ๋ย!’
และดูเหมือนว่า์ (หรือระบบ) จะตอบรับการลงทุนที่คุ้มค่านี้รวดเร็วกว่าที่คิด!
ท่ามกลางสายตาแห่งความปิติยินดีและหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจของชายฉกรรจ์ทั้งสี่ที่มองมา จู่ๆ ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งก็ไหลวาบอาบไปทั่วร่างของมู่หลัน ความเหนื่อยล้าและอาการปวดเมื่อยที่เคยกดทับจนแทบขยับตัวไม่ไหวพลันมลายหายไปเป็ปลิดทิ้ง
ติ๊ง!
เสียงสังเคราะห์ที่แสนจะไพเราะราวกับเสียง์ดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมที่เปลี่ยนจากสีแดงเตือนภัย กลับมาเป็สีฟ้าสว่างไสวอีกครั้ง
[แจ้งเตือนระบบ: ได้รับแต้มความสุขและความซาบซึ้งใจอย่างล้นหลามจากชาวบ้าน!]
[ได้รับ +20แต้มบุญ]
[ยอดสะสมปัจจุบัน: 40/100 คะแนน]
[พลังงานกายภาพได้รับการฟื้นฟู! ปลดล็อกฟังก์ชันมิติเก็บของกลับมาใช้งานได้ตามปกติ!]
มู่หลันตาโตเป็ประกายวิบวับ มุมปากกระตุกยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงรูหู
‘เยี่ยม! ระบบกลับมาแล้ว!’
“เอาล่ะพวกเรา! รีบเอาเชือกมารัดใต้ท้องกับเขี้ยวของมันให้แน่นๆ ราชันย์หมูป่าตัวนี้หนักเอาเื่ ต้องระวังอย่าให้เนื้อช้ำเชียวล่ะ!”
เสียงของต้าหนิวะโสั่งการดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันไปจดจ่ออยู่กับูเาเนื้อหมูตรงหน้า
นี่คือจังหวะทองที่มู่หลันรอคอย!
ในขณะที่ชาวบ้านกำลังง่วนอยู่กับการออกแรงดึงเชือกและสอดคานไม้ อดีตนักบริหารสาวก็ทำทีเป็ถอยฉากออกมายืนหลบมุมอยู่หลังโขดหินใกล้ๆ ตะกร้าไม้ไผ่ของตนเอง อาศัยจังหวะชุลมุนวุ่นวายนั้น ล้วงมือเข้าไปใต้เศษผ้าขี้ริ้วที่ก้นตะกร้า ััเข้ากับโสมป่าร้อยปีและราชันย์โสมห้าร้อยปีที่เสี่ยวเปาเปาถอนมาได้
‘เก็บเข้ามิติ!’
วูบ!
เพียงแค่เพ่งจิตสั่งการในใจ สมบัติล้ำค่าระดับตำนานทั้งสองชิ้นก็อันตรธานหายวับไปจากก้นตะกร้า เข้าไปนอนสงบนิ่ง ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนอยู่ภายในช่องเก็บของของระบบห้างสรรพสินค้าอย่างสมบูรณ์แบบ!
มู่หลันถอนหายใจยาวพรืดออกมาอย่างโล่งอกราวกับยกูเาออกจากอก ตอนนี้ต่อให้มีโจรป่ามาดักปล้น หรือพวกบ้านใหญ่ตระกูลเว่ยมาค้นตัว สมบัติของเธอก็ไม่มีทางถูกแย่งชิงไปได้อย่างแน่นอน
“เรียบร้อยแล้วมู่หลัน! พวกข้าพร้อมหามลงเขาแล้ว!” เสียงของลุงหวังเทียนซานร้องเรียก
“จ้ะท่านลุง! รบกวนด้วยนะจ๊ะ!” เมื่อหันกลับมามองลูกสาวตัวน้อย เสี่ยวเปาเปากำลังยืนจ้องูเาเนื้อหมูตาเป็ประกาย น้ำลายสอจนแทบจะหยดแหมะลงพื้น มู่หลันหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู แม้จะประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าก้อนแป้งน้อยคนนี้มีพละกำลังมหาศาลแค่ไหน แต่ทางลงเขาก็ยังลื่นชันและเต็มไปด้วยกรวดหินสำหรับเด็กวัยสามหนาวอยู่ดี ยิ่งตอนนี้ระบบฟื้นฟูพลังกายให้เธอเต็มเปี่ยมแล้ว คนเป็แม่อย่างเธอย่อมอยากทะนุถนอมดูแลลูกให้ถึงที่สุด
“มานี่มา แม่ทัพน้อยของแม่ ขาลงเขามันชัน เดี๋ยวจะสะดุดล้มเอานะ”
มู่หลันรวบเอวเสี่ยวเปาเปาที่กำลังละเมอถึงเมนูต้มจืด จับหย่อนลงไปนั่งแหมะก้นจ้ำเบ้าอยู่ในตะกร้าไม้ไผ่ใบโต ซึ่งตอนนี้น้ำหนักเบาหวิวเหลือเพียงแค่จอบกับเสียมเก่าๆ เท่านั้นเพราะสมบัติล้ำค่าถูกย้ายเข้ามิติไปอย่างปลอดภัยแล้ว
“อ๊ะ! พ้อมแย้ว!เต้าก๊ะต้างแม่!!”
เด็กน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊าก โผล่หัวทุยๆ ยุ่งเหยิงออกมาจากขอบตะกร้าอย่างรู้งาน สองมือเล็กๆ จับขอบไม้ไผ่ไว้มั่นเตรียมพร้อมเดินทาง
มู่หลันยิ้มกว้าง จัดแจงสะพายตะกร้าที่มีลูกสาวนั่งเจื้อยแจ้วอยู่ข้างในขึ้นบ่าอย่างกระฉับกระเฉง ความอบอุ่นและน้ำหนักของลูกน้อยบนแผ่นหลังคือพลังใจชั้นดีที่ทำให้เธอก้าวเดินได้อย่างมั่นคง
อดีตซีอีโอสาวแบกตะกร้าเดินตามหลังขบวนชายฉกรรจ์ที่กำลังส่งเสียงหอบฮักหามหมูป่าไซส์ั์ ลงจากเทือกเขาหมื่นลี้ด้วยท่วงท่าที่สง่างามและอารมณ์เบิกบานสุดขีด ราวกับผู้ชนะในศึกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านจินเฟิง!
***
