เนื่องจากมีเหตุโจรกรรมเกิดขึ้นกลางคัน งานประมูลในขณะนี้ความจึงอยู่ในสภาวะสับสนอลหม่าน ผู้ร่วมงานทั้งหลายล้วนตกอยู่ในความหวาดกลัว พวกเขาต่างพากันหลบหนีกลับบ้าน
สภาพอารมณ์ของหลิวคังไป๋ในตอนนี้แย่มาก แม้แต่หลิวหยุน ลูกชายคนเดียวของเขาก็ถูกตำหนิ เนื่องจากละเลยต่อหน้าที่ไม่ได้ดูแลงานประมูลให้ดี
อีกคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวคือไช่เอี๋ยน ในฐานะเ้าหน้าที่ตำรวจ การปล้นงานประมูลครั้งนี้ถือว่าเป็เื่ใหญ่ อีกทั้งเธอเป็ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์แท้ๆ แต่เหล่าอาชญากรตัวดีกลับไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้เลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพี่สาวของเธอ ไช่หนิง กลับหายตัวไปพร้อมกับหยางเฉิน นั่นทำให้ไช่เอี๋ยนรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
ภายนอกประตูรีสอร์ต เต็มไปด้วยต้นไซเปรสสีเขียวและแสงสลัวจากไฟในยามค่ำคืนที่ส่องลงบนรถหรูสีดำสองคัน หลินรั่วซีในชุดราตรีผ้าไหมสีดำเหม่อมองออกไปในความมืดมิด
อยู่ดีๆ หยางเฉินก็หายตัวไปโดยไม่บอกอะไรแม้สักคำ ตอนนี้เวลาได้ผ่านไปนานเกือบหนึ่งชั่วโมง แต่เธอก็ยังไม่เห็นวี่แววของหยางเฉิน หลินรั่วซีไม่อาจทำอย่างไรได้ เธอกังวลว่าอาจเกิดเื่บางอย่างกับเขา
หลินรั่วซีไม่คิดว่านี่เป็การทำเพราะห่วงใยในตัวหยางเฉิน แค่เธอกับเขาเป็สามีภรรยาที่อยู่บ้านเดียวกันเท่านั้น ความรู้สึกเห็นใจที่เกิดขึ้น คล้ายกับคนทั่วไปที่สงสารเห็นใจหมาจรจัดเท่านั้น
ดังนั้นหลินรั่วซีจึงตัดสินใจอยู่รอหยางเฉินที่หน้าประตูรีสอร์ตเรื่อยมาจนเกือบชั่วโมง
แม้ทางตอนใต้ของเมืองจะอากาศจะเย็นน้อยที่สุด แต่ยังหลินรั่วซีก็ยังรู้สึกหนาวสั่นจนปลายจมูกน้อยๆ กลายเป็สีแดงสดใส หญิงสาวได้แต่กอดแขนเรียวเล็กของตนเพื่อข่มความหนาวเหน็บเอาไว้
ขณะนั้นเองรถคาดิลแลคสีม่วงก็แล่นมาจอดลงตรงหน้า หยางจี้หยูลงจากรถพร้อมเสื้อโค้ตหนาตัวหนึ่ง เธอเดินไปสวมเสื้อโค้ตให้หลินรั่วซี
หลินรั่วซีไม่ได้ปฏิเสธ ถึงแม้จะรู้สึกแปลกใจมากที่ทั้งสองสามีภรรยารู้จักกับหยางเฉิน แต่เธอก็หน้าบางเกินกว่าจะเอ่ยปากถามออกไป
"คุณกำลังรอหยางเฉินอยู่เหรอคะ ข้างนอกนี้หนาวมากนะ" หยางจี้หยูกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
หลินรั่วซีฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้ใบหน้าของเธอแข็งชา
"ฉันเป็คนพาหยางเฉินมาที่นี่เองแท้ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลย ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเขาจริงๆ ทั้งหมดก็เป็ความผิดของฉัน"
"เกิดอันตรายขึ้นกับหยางเฉินเหรอคะ? แต่ข้างนอกหนาวขนาดนี้เดี๋ยวคุณจะป่วยเอานะคะ" หยางจี้หยูกล่าวปลอบอย่างเห็นใจ "หยางเฉินนี่จริงๆ เลยเชียว ปล่อยให้หญิงสาวผู้บอบบางคุณต้องรอคอยอย่างทรมาน "
หลินรั่วซีไม่ได้ตอบคำถาม เธอถือโอกาสนี้ถามข้อสงสัย "คุณนายหยวนรู้จักกับหยางเฉินได้ยังไงเหรอคะ?"
หยางจี้หยูเหมือนจะทราบเป้าหมายของหลินรั่วซี "เพราะเย่เอ๋อร์น่ะค่ะ เพราะเราเพิ่งรู้จักกัน บางทีเขาเลยยังไม่ได้บอกคุณ"
จากคำตอบดังกล่าวของหยางจี้หยู หลินรั่วซีเชื่อเพียงเจ็ดถึงแปดส่วนเท่านั้น หยางเฉินมักมีความลับบางอย่างอยู่เสมอ เมื่อหญิงสาวลองมาคิดดูแล้วพวกเขาเป็สามีภรรยากัน แต่กลับไม่เคยรู้ชีวิตส่วนตัวของกันและกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นจิตใจของเธอพลันเศร้าหมองขึ้นมา
"คุณหลินแต่งงานกับหยางเฉินั้แ่เมื่อไหร่กันคะ? ฉันกับสามีสงสัยเื่นี้มาสักพักแล้ว ถึงหยางเฉินจะไม่ใช่คนเลว แต่ดูเขาไม่น่าจะใช่ชายในฝันของคุณหลินแน่ๆ ธุรกิจอะไรก็ไม่มี ไม่ทราบว่าคุณหลินชอบเขาที่จุดไหนกันแน่? " หยางจี้หยูตะล่อมถาม
หลินรั่วซีไม่อาจตอบคำถามนี้ได้ในทันที เพราะอะไรถึงชอบเขากันนะ?
หากเปลี่ยนเป็ถามว่าเกลียดเขาตรงไหน เธอคงตอบได้สี่หมื่นแปดพันข้อ...
หลังจากใช้เวลาใคร่ครวญสักครู่หลินรั่วซีก็ตอบว่า "อาจเพราะถ้ามองแต่ด้านสว่าง ก็อาจไม่เจอสิ่งที่ตามหา" เป็คำตอบที่ฟังแล้วไม่สามารถเข้าใจได้แม้แต่น้อย เช่นเดียวกับการรอคอยของหญิงสาวในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้
หยางจี้หยูแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา ก่อนจะพยักหน้าเป็เชิงรับรู้แล้วไม่นึกถามอะไรอีก ในขณะนั้นเองหยวนหัวเหว่ยก็ก้าวลงมาจากรถพร้อมส่งเสียงบ่นขึ้นว่า
"จี้หยู คุณหลิน พวกคุณขึ้นรถก่อนเถอะ หยางเฉินกินยาผิดหรือไง อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ยังแอบออกไปโดยไม่ฝากข้อความทิ้งไว้?"
"มือถือฉันของอยู่ในรถน่ะค่ะ" หลินรั่วซีขมวดคิ้ว
"จริงๆ เลยสิ" หยวนหัวเหว่ยส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ ก่อนเดินไปอยู่ข้างๆ หยางจี้หยูแล้วโน้มหัวกระซิบที่ข้างหูของเธอ "หลานชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ"
หลังจากหยางจี้หยูและหยวงหัวเว่ยพบกับหยางเฉิน พวกเขาก็รู้สึกถูกชะตากับชายผู้นี้อย่างประหลาด บางทีหยางเฉินอาจเป็หลานของพวกเขาอีกด้วย
หลินรั่วซีมองดูคู่สามีภรรยาข้างๆ กำลังใกล้ชิดกะหนุงกะหนิงกันก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาเล็กน้อย พวกเขาแต่งงานกันมากกว่ายี่สิบปี แต่ก็ยังรักใคร่ปรองดองกันดี...
ผิดกับบางคู่ที่ทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน มิหนำซ้ำครั้งนี้ชายหนุ่มยังทิ้งหญิงสาวไว้ โดยไม่บอกกล่าวแม้สักคำ เขาเช่นนี้ไปเพื่ออะไร? แล้วทำไมเธอต้องอยู่รอเขาอยู่ที่นี่ด้วย?
ในขณะที่กำลังหงุดหงิด หลินรั่วซีก็ได้ยินเสียงคนะโดังขึ้นจากด้านหน้า "ผมนึกว่าคุณจะกลับไปก่อนแล้วเสียอีก"
หลินรั่วซีเงยหน้าขึ้น เห็นเ้าของเสียงะโวิ่งมาหาเธอด้วยรอยยิ้มร่า หยางจี้หยูและหยวนหัวเหว่ยเห็นหยางเฉินปลอดภัยกลับมาก็โล่งใจขึ้นทันที
"กลับไปก่อนงั้นเหรอ นายอยากนอนที่นี่หรือไง?" หลินรั่วซีกล่าวด้วยเสียงเ็า
“ผมก็จะวิ่งกลับไปบ้านแทนไงล่ะ" หยางเฉินกล่าวตอบเธอ
"ขนาดนั่งแท็กซี่ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 40 นาที นับประสาอะไรกับเดิน ฉันกลัวว่าพรุ่งนี้เช้าหนังสือพิมพ์จะออกข่าวว่ามีผู้ชายนอนแข็งตายอยู่ข้างถนนอย่างน่าอนาถ จากนั้นฉันก็จะถูกตำหนิ" หลินรั่วซีกล่าว
หยางเฉินอยากบอกความจริงว่าเขาใช้เวลาเดินทางแค่ 10 นาทีเท่านั้น แต่ตอนนี้หลินรั่วซีกำลังอยู่ในอารมณ์ไม่ดีนัก และนั่นก็เป็เพราะเขาเป็ต้นเหตุ
"ผมผิดเองแหละ ที่ออกไปเดินเล่นจนลืมดูเวลา ต้องขอโทษคุณภรรยาด้วยนะครับที่ทำให้เป็ห่วงขนาดนี้" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อน
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" หลินรั่วซีเบือนหน้าหนีทำเป็ไม่สนใจหยางเฉิน
หยางจี้หยูหันไปกล่าวกับหยางเฉินว่า "คุณนี่จริงๆ เลย หายตัวไปในยามวิกาลเช่นนี้ ถ้ากลับถึงบ้านแล้วปลอบโยนภรรยาให้ดีล่ะ"
หยางเฉินคล้ายกับถูกพี่สาวตำหนิ เขารู้สึกเหมือนมีความสัมพันธ์ที่พิเศษบางอย่างกับเธอคนนี้
"ขอบคุณมากนะครับ ที่คอยอยู่เป็เพื่อนรั่วซี"
หยวนหัวเหว่ยตบบ่าหยางเฉิน จากนั้นพาหยางจี้หยูขึ้นรถไป
...
หลังจากหยางเฉินเข้าไปในรถ เขาเห็นหลินรั่วซีเอาแต่ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่สนใจไยดีเขาที่นั่งอยู่ข้างเธอแม้แต่น้อย
ทางด้านหลี่ิเองก็สามารถรับรู้ได้ว่าเ้านายของตนไม่อยู่ในสภาวะปกติ เขาไม่กล้าแม้แต่หายใจแรง ดังนั้นจึงตั้งใจขับรถกลับสู่ที่หมายอย่างเงียบเชียบ
หยางเฉินไม่ทันได้เปิดปากพูดอะไร โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอึมครึมไปเสียก่อน
หยางเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้น เขาพบว่ามีหมายเลขที่ไม่รู้จักโทรหาหลายครั้ง แต่เขาลืมโทรศัพท์ไว้ในรถจึงไม่ได้รับสักสาย
"ใครน่ะ?" หยางเฉินตัดสินใจรับโทรศัพท์
"ใช่คุณหยางหรือเปล่าครับ?"
"ใช่ครับ" หยางเฉินได้ยินเสียงชายแปลกหน้าก็รู้สึกกังวลใจเล็กน้อย
"ผมคือผู้ดูแลคนไข้ที่โรงพยาบาลจิตเวช คุณหยางยังจำคุณหลินคุนได้ใช่ไหมครับ"
"แน่นอนครับ" หยางเฉินชำเลืองมองหลินรั่วซีเล็กน้อย "ผมจำเขาได้ดี"
"เขาเกิดอุบัติเหตุไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เนื่องจากอาการกำเริบฉับพลัน ส่งผลให้เขาะโลงจากที่สูง... ผลตรวจออกมาว่าเขามีเืออกในสมองเสียชีวิตไปแล้วครับ..."
หยางเฉินนิ่งอึ้งไปในทันที ไม่คาดคิดมาก่อนว่าชายผู้นั้นจะด่วนจากไปถึงเพียงนี้
"ทางเราได้ติดต่อไปยังคุณจางหู่แล้ว แต่เขาบอกว่าเื่นี้ให้คุณหยางเฉินเป็คนตัดสินใจ ดังนั้นเราจึงจะโทรหาคุณ"
หยางเฉินถอนหายใจกล่าวว่า "ผมรู้แล้ว วันพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปหาคุณ ส่วนเื่เงินนั้นไม่ใช่ปัญหา"
"ครับผม งั้นแค่นี้นะครับ" กล่าวจบชายคนนั้นก็วางสายไป
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงทั้งสองก็กลับมาถึงหมู่บ้านสวนหลงจิ่ง
พวกเขาทั้งสองคนยังไม่ทันได้เปิดประตูเข้าไปในบ้าน หยางเฉินก็พูดขึ้นว่า "ผมมีเื่บางอย่างจะพูดกับคุณ"
หลินรั่วซีขมวดคิ้ว "ถ้าเป็เื่นั้นล่ะก็ฉันไม่อยากฟัง"
"เื่พ่อของคุณ" หยางเฉินกล่าวเสียงเครียด
เมื่อได้ยินคำว่า "พ่อ" ออกมาจากปากของชายหนุ่ม หลินรั่วซีก็ชะงัก ก่อนจะหันมามองหยางเฉินอย่าง้าคำตอบ สายตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวเหมือนเร่งเร้าให้หยางเฉินพูดต่อ
"พ่อของคุณอาการกำเริบอย่างกะทันหัน เขาะโจากที่สูงเสียชีวิตแล้ว"
เมื่อคุณได้ยินคำว่า "เสียชีวิต" หลินรั่วซีตกตะลึงก่อนซวนเซถอยหลังไปเล็กน้อย ร่างกายหญิงสาวเริ่มสั่นเทา ดวงตาเกิดผลึกน้ำขึ้นฉับพลัน
หยางเฉินถอนหายใจพลางกล่าวว่า "...พรุ่งนี้คุณไปโรงพยาบาลกับผม อย่างน้อยเขาก็คือบิดาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ"
หลินรั่วซียืนยิ่งอยู่หน้าประตูเป็เวลานาน ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า "อันที่จริงฉันอยากพาเขากลับบ้านหลังเก่า ส่งคนไปดูแล ให้เขาได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่นั่น"
"แต่คุณเคยบอกว่าจะไม่ยกบ้านหลังนั้นให้เขา?" หยางเฉินถาม
"ใช่ หลังจากเขาเป็บ้า ฉันก็ซื้อบ้านหลังนั้นกลับมา แต่ก็ไม่กล้ากลับไปที่นั่นเพราะกลัวจะคิดถึงคุณย่า คิดถึงคุณแม่ คิดถึงความสุขของบ้านหลังนั้น" หลินรั่วซีใช้หลังมือซับน้ำตาที่เริ่มไหลเอ่อออกมา
"เพียงฉันแต่ไม่คิดมาก่อนว่า เขาจะจากไปกะทันหันเช่นนี้" หลินรั่วซีฝืนยิ้มอย่างขมขื่น จากนั้นหันไปเปิดประตู
"พรุ่งนี้เป็วันเสาร์พอดี เราจะไปกันั้แ่เช้า"
หยางเฉินจ้องมองเ้าของร่างงดงามเดินเข้าไปในบ้านอย่างเปล่าเปลี่ยว หัวใจของชายหนุ่มพลันรู้สึกเ็ปขึ้นมา
