หลังจากที่อวิ๋นซีล้างมือจนสะอาดแล้ว จวินเหยียนก็รีบเข้ามาโอบนางไว้ในอ้อมแขน ตำหนิเสียงต่ำด้วยสีหน้าหม่นครึ้ม “รู้ทั้งรู้ว่าสภาพร่างกายของตนตอนนี้ไม่สะดวกจะรักษาคน เ้าก็ยังจะไปผ่าตัดให้ผู้อื่นอีก หากจิตใจเ้าได้รับการกระทบกระเทือนใดขึ้นมา แล้วลูกของเราล่ะ จะทำอย่างไร? ”
เป็ตอนนี้เองที่ทุกคนเพิ่งสังเกตเห็นสีหน้าอันซีดขาวของอวิ๋นซี จากนั้นก็คิดต่อไปว่า ขนาดคนของสำนักหมอหลวงยังบอกว่าฮูหยินผิงโหวนั้นได้แต่ต้องรอชะตาฟ้าแล้ว แต่สุดท้ายกลับได้ชายาหนิงอ๋องยื่นมือเข้าช่วยไว้
อวิ๋นซีเอนกายลงในอ้อมแขนของจวินเหยียนด้วยท่าทีอ่อนล้าเล็กน้อย นางพูดเสียงเบา “จวินเหยียน พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”
จวินเหยียนยื่นมือออกไปอุ้มนางขึ้นมา พูดด้วยเสียงและสีหน้าที่สงสารจับใจ “ได้ พวกเรากลับบ้านกัน”
เื่ราวที่เกิดขึ้นกับฮูหยินผิงหยางโหวในวันที่รัชทายาทแต่งชายารองเข้าจวนจนทำให้ชีวิตคนแขวนอยู่บนเส้นด้าย โชคดีที่ได้ชายาหนิงอ๋องเข้าช่วยไว้ถูกแพร่ไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว และในตอนที่ข่าวนี้แพร่ไปถึงในวัง ยามนั้นเสี้ยวเหวินตี้ถึงกับต้องวางฎีกาในมือลง หันมองถงไห่ “อัศจรรย์เพียงนั้นเชียวหรือ กรีดท้องเอาเด็กออก แต่คนยังมีชีวิตอยู่ได้? ”
“ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ หมอหญิงกลับมารายงานเช่นนี้ อีกประการ อวี๋อ๋องเองก็มิได้บอกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ วิชาแพทย์ของชายาหนิงอ๋องล้ำเลิศ ร้ายกาจมาก” ถงไห่จำได้ว่า ก่อนหน้านี้อวี๋อ๋องได้ส่งสารมา ซึ่งเนื้อความนั้นได้บอกกล่าวว่าชายาอวี๋อ๋องถูกงูพิษกัดจนเกือบจะสิ้นพระชนม์ ทว่า เป็ชายาหนิงอ๋องช่วยไว้ระหว่างทาง คนเย็บปิดปากแผลด้วยเข็มและด้าย
เมื่อเสี้ยวเหวินตี้ฟังถึงตรงนี้ก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “หากเรานำความสามารถเช่นนี้ไปใช้ในค่ายทหาร วันหน้า ต่อให้ทหารของหนานเย่าเราจักต้องเข้าสู่สนามรบ พวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องสละชีวิตมากมายเพียงนี้”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ เขาก็หัวเราะฮ่าฮ่าออกมา “หากว่าเจิ้นคิดไม่ผิด เ้าเด็กนั่นคงจะใช้วิธีเย็บปิดปากแผลนี่กับทหารในหานโจวมานานแล้วกระมัง” เ้าเด็กนั่นรู้วิธีการเช่นนี้ แต่กลับไม่คิดรายงานมา ดีที่สองสามปีมานี้มีาน้อยมาก มิเช่นนั้นเขาผู้เป็บิดาแห่งแผ่นดินจักต้องลงโทษเ้าเด็กนั่นอย่างหนักแน่
ถงไห่มองดูท่าทางของเสี้ยวเหวินตี้ อดคิดในใจไม่ได้ว่า ตกลงว่าฝ่าาทรงโปรดให้องค์รัชทายาทเป็ฮ่องเต้ในอนาคต หรือให้ความสำคัญกับหนิงชินอ๋องมากกว่ากันแน่ แต่หากทางเลือกของพระองค์ยังคงเป็รัชทายาทล่ะ แล้วเหตุใดถึงได้ยกยอปอปั้นหนิงชินอ๋องเพียงนี้ ทั้งยังให้อีกฝ่ายดูแลกรมขุนนางที่ทำหน้าที่โยกย้ายขุนนางทั้งหลายอีกด้วย อย่างไรเสีย คนก็เพิ่งกลับมาเมืองหลวงได้ไม่ทันจะถึงเดือน แต่อำนาจที่มีกลับแทบจะเทียบเท่าองค์รัชทายาทแล้ว
แม้ว่าลึกๆ แล้วจะรู้ดีว่า นี่คือแผนการของกษัตริย์ แต่ถงไห่ที่ติดตามฮ่องเต้มาครึ่งชีวิตก็ยังมองไม่ออกว่าพระองค์ทรงคิดจะทำอะไรกันแน่ ทรงดีกับหนิงอ๋องและภรรยาเป็อย่างยิ่ง ถึงแม้การปฏิบัติที่ดีด้วยนี้จะแฝงไว้ซึ่งการหลอกใช้อยู่สองสามส่วนก็เถอะ แต่ยามที่พูดถึงสองสามีภรรยาหนิงอ๋องเป็การส่วนพระองค์ ในพระทัยของฝ่าาก็มักจะเบิกบานอย่างชัดเจน
ด้วยเื่นี้ ฝ่าาดูจะตื่นเต้นเสียยิ่งกว่ายามพูดถึงองค์ชายสี่มาก
“ถงไห่ ที่เจิ้น้าคือเลี้ยงหมาป่าไว้ตัวหนึ่ง และเลี้ยงเสือไว้อีกตัวหนึ่ง ส่วนสุดท้าย เมื่อหมาป่าและเสือสู้กัน ใครแพ้ใครชนะย่อมต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน” เสี้ยวเหวินตี้คลับคล้ายจะมองเห็นถึงความคิดในใจของถงไห่ ผู้เป็าาแย้มสรวลแล้วตรัสขึ้น
สำหรับถงไห่ขันทีข้างกายผู้นี้ เขาวางใจอย่างเต็มที่ ด้วยโลกใบนี้ไม่ว่าจะเป็ใครต่างก็มีความเป็ไปได้ที่จะทรยศตน ยกเว้นถงไห่และสตรีที่ตายไปแล้วผู้นั้น
ถงไห่อึ้งไปเล็กน้อย มิคาดว่าฮ่องเต้จะอธิบายให้ฟัง “ฝ่าา แล้วหากว่าทั้งหมาป่าและเสือต่างก็าเ็เล่าพ่ะย่ะค่ะ นั่นจะไม่เป็การให้ลิงนั่งเป็เฒ่าประมงได้กำไร [1] ไปเฉยๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ? ” เขายังคงคิดไม่ตก หากว่าท้ายที่สุดหนิงชินอ๋องและรัชทายาทต่างแย่งชิงกันจนได้ผลสรุปเป็เ้าตายข้าอยู่ แล้วจู่ๆ ลิงที่เฝ้าดูเกิดอยู่ไม่สงบขึ้นมาเล่า?
เสี้ยวเหวินตี้หัวเราะฮ่าฮ่า “ไม่ การแพ้ชนะนี้จักต้องมีผลที่ชัดเจนอย่างแน่นอน” หากเป็เมื่อก่อน เขาอาจไม่กล้าพูด แต่รัชทายาทนั้นไม่ใช่คนที่จะยอมทนต่อผู้ใด ในอดีตหากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายทนไม่ไหวจนถึงขั้นคิดกำจัดพวกเฉียวกั๋วกงให้สิ้นทาง ตอนนี้ในเงื้อมมือคนคงยังเหลือเฉียวอวิ๋นซี การมีนางอยู่ข้างกายถือเป็ผู้ช่วยที่ดี ไม่ว่าอย่างไรรัชทายาทจักต้องเป็ดังเสือติดปีกแน่
น่าเสียดาย สตรีที่เฉลียวฉลาดผู้นั้น สุดท้ายต้องตายอย่างอนาถ
นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างจวินเหยียนกับรัชทายาทก็คือ จวินเหยียนเป็คนที่ฉลาดกว่ามาก แผนการของสะใภ้อวิ๋นซีผู้นี้ก็ชัดเจนว่าไม่เป็รองเฉียวอวิ๋นซีในตอนนั้นแม้แต่น้อยถึงขนาดที่อาจบอกได้ว่า คนมีดีมากกว่าด้วยซ้ำ อีกทั้ง จวินเหยียนเองก็รู้จักปกป้องนาง ดูแลเอาใจใส่นาง เมื่อเป็เช่นนี้ แน่นอนว่าอวิ๋นซีจักต้องคิดทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยสามีตนคิดวางแผนให้ได้สมปรารถนา
คนเช่นนี้ หากวันหน้าได้กลายมาเป็ฮองเฮาแห่งหนานเย่า ราษฎรทั้งหลายล้วนต้องเป็สุข มิหนำซ้ำการมีนางอยู่เคียงข้างก็ถือเป็ความสุขของจวินเหยียนด้วยเช่นกัน
แน่นอน ก่อนอื่นจวินเหยียนต้องมีความสามารถที่จะขึ้นสู่บัลลังก์ให้ได้ก่อนถึงจะพูดถึงเื่อื่นได้
“ไปถ่ายทอดราชโองการของเจิ้นที่จวนหนิงชินอ๋อง วันพรุ่งนี้ให้หนิงชินอ๋องและชายาเข้าวังมาพบเจิ้น” เสี้ยวเหวินตี้มองไปยังถงไห่ สั่งเสียงเรียบ อย่างไรก็ตาม เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่จวนรัชทายาท ตัวเขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด
ไม่ว่าจะผิงหยางโหวก็ดี ตระกูลลู่ก็ช่าง ในสายตาเขา ไม่ว่าจะต้องสูญเสียใครไป เขาก็มีคนมาทดแทนได้ทั้งสิ้น
ณ ตำหนักเฟิ่งอี้
เมื่อฮองเฮาได้ทราบข่าวที่มาจากนอกวังแล้ว ก็เงียบขรึมไป และเป็นานกว่านางจะพูดขึ้น “ดึงคนของเรากลับมาให้หมด”
สาวใช้ข้างกายหลันซวงนึกประหลาดใจจึงเอ่ยถาม “ฮองเฮาเพคะ พวกเราไม่จำเป็ต้องเฝ้าดูพวกเขาแล้วหรือเพคะ? ”
ฮองเฮาอืมเบาๆ “ตอนนี้นางตั้งครรภ์บุตรของหนิงชินอ๋องอยู่ ถึงแม้คนจะมีชาติกำเนิดที่ไม่ดีนัก แต่ฝีมือแพทย์ล้ำเลิศเพียงนี้ อย่างไรฝ่าาจักต้องให้ความสำคัญกับพวกเขาแน่ ดังนั้น เก็บนางไว้ก่อนเถอะ รอกระทั่งวันหน้าที่เื่ราวได้บทสรุป แน่นอนว่า เราไม่จำเป็ต้องมีนาง”
หลันซวงเข้าใจในทันที ยามนี้ฮองเฮาคงตัดสินพระทัยได้แล้ว พระนางเลือกที่จะละทิ้งองค์ชายห้า และสนับสนุนพระโอรสของตนแทน แม้ว่าเมื่อก่อนตอนที่ฮองเฮาอุ้มชูองค์ชายห้านั้นจะทำให้นางไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เมื่อเห็นฮองเฮาเปลี่ยนมาให้ค่าพระโอรสสายตรงของตน สำหรับหลันซวงผู้เป็สาวใช้ข้างกายก็คิดว่า นี่ถือว่าดีที่สุด
แม้องค์ชายห้าจะกตัญญูต่อฮองเฮา แต่จะอย่างไรก็ยังติดอยู่ที่มิใช่บุตรที่พระนางอุ้มท้องมา ถึงกระนั้นหากมารดาผู้ให้กำเนิดองค์ชายห้าไม่อยู่แล้วก็ยังนับว่าดีหน่อย ทว่าในความเป็จริงอีกฝ่ายยังอยู่ดี ดังนั้น ฮองเฮาผู้เป็แม่ใหญ่นี้จะอย่างไรก็มิใช่แม่แท้ๆ ...
ขณะเดียวกัน ทางด้านอวิ๋นซีที่ไม่รู้ว่า เพราะฝีมือตนในวันนี้ได้ก่อร่างสร้างปัญหาขึ้นมาเท่าไร และเพราะฝีมือตนในครั้งนี้ได้จัดการกับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นไปเท่าไร เพียงแต่ ตอนที่ได้ยินว่าฮ่องเต้เรียกเข้าพบ ในใจนางอดไม่ได้ให้หงุดหงิดยิ่ง
จวินเหยียนมองสตรีที่เอนกายอยู่ข้างเตียงอย่างไร้ชีวิตชีวา เขาพูดขึ้นเรียบๆ “อาซี หากเ้าไม่อยากเข้าวังจริงๆ เปิ่นหวางจะไปทูลต่อเสด็จพ่อ บอกว่าเ้ายังร่างกายไม่แข็งแรงดี ไว้อีกสองสามวันค่อยเข้าวังไปเข้าเฝ้าพระองค์”
“ช่างเถิด เหตุที่พระบิดาท่านให้ข้าเข้าวังคงเพราะเื่เย็บปิดปากแผลที่ข้าทำไปในวันนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องนำไปใช้ในค่ายทหารอยู่ดี ดังนั้น การจะไปพบเสด็จพ่อนี้ถือเป็เื่ที่ถูกกำหนดออกมาแล้ว ไม่ช้าก็เร็วอย่างไรก็ต้องพบ” ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่นางก็ยังไม่อยากเจอฮ่องเต้จริงๆ เพราะทุกครั้งที่มองเห็นเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคนตระกูลเฉียวที่ต้องตายอย่างน่าอนาถ การตายของเหล่าผู้บัญชาการของกองทัพจากตระกูลเฉียวและครอบครัวของพวกเขา
เื่ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ล้วนเป็คำสั่งมาจากเสี้ยวเหวินตี้ หากบอกว่าโอวหยางเทียนหัวเป็ฆาตกร เสี้ยวเหวินตี้ก็คงเป็เพชฌฆาต ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรนางก็ไม่อาจชอบบิดาของบุรุษที่นางรักได้ ผู้เป็พ่อสามีของนางทั้งชาติก่อนและชาตินี้
“พรุ่งนี้เปิ่นหวางจะเข้าวังไปพบเสด็จพ่อ บอกว่าร่างกายเ้ายังไม่แข็งแรง ส่วนเื่นั้น ในทุกๆ วันก็ให้พระองค์ทรงเลือกสรรคนที่เฉลียวฉลาดสักหน่อยมาร่ำเรียนการแพทย์กับเ้าที่จวนวันละครึ่งชั่วยาม ที่เหลือ รอจนเ้าคลอดลูกออกมาก่อน ค่อยว่ากัน” ภรรยาไม่อยากเข้าวัง ไม่อยากเจอเสด็จพ่อ เขาล้วนทราบ
เขาเคยพูดไว้ว่า ไม่อยากบังคับนางให้ต้องทำเื่ใดก็ตามที่นางไม่อยากทำ การตัดสินใจนี้ ไม่ว่าจะยามใดก็ไม่มีทางเปลี่ยน และไม่เพียงไม่เปลี่ยน แต่เขาจะยังแอบสนับสนุนนาง คอยช่วยเหลือนางอยู่เงียบๆ
————————————————————————————————
เชิงอรรถ
[1] เฒ่าประมงได้กำไร(收渔翁之利)หมายถึง ให้บุคคลที่สามได้ประโยชน์ไป
