สองพี่น้องตระกูลหยางแยกกลับเรือนของตน เพื่อจัดการเตรียมสัมภาระเท่าที่จำเป็ใส่ในแหวนมิติ ทั้งสองคนรู้สึกสะดวกในการเดินทางกว่าครั้งไหน ๆ สิ่งที่พกติดตัวมีเพียงอาวุธประจำตัวเท่านั้น
ส่วนซูอันไปยังเรือนบิดามารดาของสามี เพื่อบอกเล่าเื่ที่บุตรชายบุตรสาวได้พบเจอ และเตรียมตัวออกเดินทางไปจัดการคนชั่วยังต่างแคว้น เนื่องจากไม่อยากให้ผู้าุโทั้งสองท่านเป็กังวลจนเกินไป
หยางหย่งชางและองค์หญิงใหญ่เมื่อได้ทราบเื่ดังกล่าว ก็รู้สึกมีโทสะไม่ต่างจากบุตรหลานเลยสักนิด และเข้าใจสิ่งที่หลานทั้งสองอยากทำเพื่อตระกูลมารดาด้วยเช่นกัน องค์หญิงใหญ่ถึงกับมีรับสั่งส่งองครักษ์เงา ให้ติดตามคอยดูแลหลานทั้งสองจำนวนสิบคน
ทางด้านฟงเหยาเหวินที่ขี่ม้ากลับถึงจวน ก็รีบวิ่งตามหาบิดาและท่านปู่ของตนไปทั่ว จนกระทั่งได้รู้จากบ่าวไพร่ว่า คนที่ตนตามหายามนี้นั่งเล่นหมากล้อมอยู่ในศาลากลางสวน
แฮ่ก ๆ ๆ “ท่านปู่ ท่านพ่อ เจอพวกท่านเสียที”
“อ้าว เหวินเอ๋อร์กลับมาั้แ่เมื่อใด แล้วพี่ชายของลูกล่ะทำไมมิได้กลับมาพร้อมกันหรอกหรือ”
“ท่านพ่อ ท่านปู่ พวกท่านรีบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิดขอรับ”
ฟงเฉิงฮ่าวยังไม่เข้าใจกับคำพูดของบุตรชายนัก “เดี๋ยว ๆ เหวินเอ๋อร์เ้าพูดเื่อันใดกัน แล้วเหตุใดพ่อกับปู่ของเ้าต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จะมีผู้มาเยือนที่จวนของเราเช่นนั้นรึ?”
“นั่นน่ะสิหลานปู่ ดูท่าทางของเ้าเร่งรีบผิดปกตินะ” แม่ทัพฟงก็ไม่เข้าใจที่หลานชายบอกกับตนเช่นกัน
ฟงเหยาเหวินหายใจเข้าลึก ๆ และแรง ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะบอกเล่าสิ่งที่น้าเขยได้กำชับตนเอาไว้ “ที่ท่านพ่อกับท่านปู่ต้องรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็เพราะว่าท่านน้าเขย้าให้พวกท่านตามเข้าวังหลวงเดี๋ยวนี้ ส่วนอาหลินก็ติดตามท่านน้าเขยไปที่นั่นแล้ว
พวกเขารอท่านพ่อกับท่านปู่ไปเข้าเฝ้าฝ่าาด้วยกัน เพราะข้ากับอาหลินและญาติผู้น้อง บังเอิญพบเจอคนจากแคว้นหนานหยาง ที่มีแผนการชั่ว้าสูตรลับวิธีการทอผ้าไหม นอกจากนี้ยังมีแผนการใหญ่อย่างการบุกยึดแคว้นของเรา”
“อะไรนะ! พวกมันคิดการใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวรึ”
“อาฮ่าวทำตามที่เหวินเอ๋อร์บอกเถิด แม้ยังไม่มีข่าวจากชายแดนแต่มีแผนการรับมือไว้ก่อนย่อมดีที่สุด”
“ขอรับท่านพ่อ เหวินเอ๋อร์เ้าอยู่ที่จวนบอกเล่าเื่ ที่มีคนจ้องสูตรลับวิธีการทอผ้าไหมตระกูลจินให้มารดาเ้ารับรู้ด้วย และอยู่เป็เพื่อนนางจนกว่าพ่อจะกลับมา”
“อื้อ ข้าทราบแล้วขอรับท่านพ่อ พวกท่านรีบตามไปสมทบกับท่านน้าเขยและอาหลินเถิดขอรับ”
สองพ่อลูกเร่งกลับเรือนไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเข้าวังหลวงตามที่ฟงเหยาเหวินได้บอกกับพวกตน ซึ่งเื่ดังกล่าวเป็เื่ใหญ่จริง ๆ หากปล่อยให้แคว้นหนานหยางลงมือได้สำเร็จ
ฟงเฉิงฮ่าวกับบิดามาถึงหน้าประตูวังหลวง ก็พบว่าสหายของตนและฟงเสวี่ยหลินกำลังรอตนอยู่ โดยสีหน้าของทั้งสองดูเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย ด้านหยางไท่ิเมื่อเห็นว่าสหายมาถึงพร้อมกับบิดา เขาทำความเคารพแม่ทัพฟงและรีบไปยังตำหนักทรงงานของฮ่องเต้ ทั้งสี่คนไม่มีการเอื้อนเอ่ยใด ๆ เช่นทุกครั้ง
ฮ่องเต้ทรงประทับตรวจฎีกาอยู่ด้านในตำหนักยังรู้สึกแปลกพระทัยไม่น้อย เมื่อขันทีด้านนอกเข้ามารายงานว่า ขุนนางจากตระกูลหยางและตระกูลฟงมาขอเข้าเฝ้าพร้อมบุตรหลาน
“ให้พวกเขาเข้ามาเถิด เผื่อมีเื่สำคัญ้ารายงานกับเจิ้น”
ทั้งสี่คนเดินเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ เพื่อทำความเคารพเช่นที่เคยทำทุกครั้ง มีเพียงสีหน้าที่ไม่เหมือนเดิม เื่นี้ยิ่งสร้างความสงสัยให้กับฮ่องเต้เพิ่มอีกหนึ่งเื่
“ถวายบังคมฝ่าา ทรงพระเจริญ...”
“ไม่ต้องมากพิธีพวกเ้าลุกขึ้นมาเถิด แล้วใครก็ได้บอกกับเจิ้นทีสิว่า เหตุใดถึงมาพบเจิ้นพร้อมกันทั้งสี่คนได้เล่า”
คนที่ตอบคำถามได้ดีย่อมเป็หยางไท่ิ “ทูลฝ่าาเื่ที่กระหม่อมจะกราบทูลต่อพระองค์ในวันนี้ เป็เื่ใหญ่ระหว่างสองแคว้น ซึ่งคนที่นำเื่นี้มาบอกกับกระหม่อม ก็คือพระปนัดดาคนโปรดทั้งสองคนของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
ปึก “เื่ใหญ่เช่นไรอาิ แล้วอาหรงกับเซียนเอ๋อร์าเ็หรือไม่ เ้ารีบเล่ามาเร็วเข้า” ฮ่องเต้ทรงเป็ห่วงพระปนัดดาคนโปรดทันที เมื่อหลานอีกคนอย่างหยางไท่ิรายงานถึงคนที่ไปพบข่าวนี้
“วันนี้บริเวณป่านอกเมืองห่างออกไปหนึ่งร้อยห้าสิบลี้ อาหรงกับเซียนเอ๋อร์และฝาแฝดตระกูลฟง เผอิญได้รับรู้ความลับจากคนของขุนนางแคว้นหนานหยาง โดยใช้เื่สูตรลับวิธีการทอผ้าของตระกูลจินบังหน้า แต่ความจริงแล้ว้ายึดแคว้นเป่ยชางพ่ะย่ะค่ะ” หยางไท่ิกราบทูลต่อฮ่องเต้ตามตรง
พรึบ! ปัง! “อาินี่เป็เื่จริงเช่นนั้นรึ ข่าวนี้เชื่อได้มากน้อยเพียงใด มิใช่ว่าหลานของเจิ้นหูฝาดไปหรอกนะ” ฮ่องเต้ทรงตกพระทัยถึงกับประทับยืน ทำเอาซุยกงกงต้องรีบเข้ามาประคองพระวรกาย
ฟงเสวี่ยหลินก้าวเท้าออกมายืนยันต่อหน้าพระพักตร์ ว่าญาติผู้น้องมิได้หูฝาดกับข่าวที่หยางไท่ิเพิ่งทูลรายงาน
“ทูลฝ่าาที่ใต้เท้าหยางกราบทูลเป็เื่จริงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกับญาติผู้น้องยังจับตัวคนกลุ่มนี้ มาไต่สวนเค้นเอาความจริงด้วยตนเอง เดิมทีพวกเขามีกันทั้งหมดห้าคน แต่หนึ่งในห้าคนนั้นปากสุนัขใช้วาจาไม่เคารพสตรี เอ่อ ญาติผู้น้องที่มีโทสะกับเื่ทั้งสองจึงทนไม่ไหว ลงมือสังหารทิ้งไปหนึ่งคนพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าากลุ่มคนที่เหลือกระหม่อมยังนำตัวเข้ามาที่นี่ด้วย เพื่อให้พระองค์ทรงตัดสินโทษเพียงแต่ยามนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คงเป็พระวินิจฉัยเื่ทางการทหาร กระหม่อมจึงเชิญแม่ทัพฟงและบุตรชายมาเข้าเฝ้า จะได้ช่วยวางแผนป้องกันชายแดนร่วมกันพ่ะย่ะค่ะ”
แม่ทัพฟงก็กราบทูลฮ่องเต้ว่าตนกับบุตรชาย เพิ่งทราบเื่และเห็นด้วยกับหยางไท่ิ “ฝ่าากระหม่อมเห็นด้วยกับใต้เท้าหยาง ว่าเราควรมีแผนรับมือไว้ล่วงหน้า ควรส่งกองทัพไปตรึงกำลังยังแถบชายแดน ป้องกันทหารจากแคว้นหนานหยางลอบเข้ามาสืบข่าวพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทรงทบทวนคำพูดของหยางไท่ิ รวมกับการแผนการที่แม่ทัพฟงเสนอมานั้น พระองค์ทรงเล็งเห็นแล้วว่าสามารถทำได้รวดเร็ว อย่างน้อยในขั้นแรกควรปกป้องตระกูลจิน ไหนจะมีราษฎรอีกมากมายที่มีหน้าอาชีพทอผ้าอีกด้วย
“ดี เจิ้นเห็นสมควรทำตามที่แม่ทัพฟงเสนอ อาิอย่าลืมส่งคนไปรับบิดามารดาของฮูหยินเ้าโดยเร็ว ่นี้ให้พวกเขาพักอยู่ในเมืองหลวงไปก่อน รอให้เื่สงบค่อยกลับเมืองผู่เถียน หากปล่อยให้พวกเขาอยู่เพียงลำพัง เกรงว่าจะมีคนมาจับไปเป็ตัวประกันเอาได้
ส่วนเ้ารองแม่ทัพฟงเสวี่ยหลิน จงนำทหารจำนวนห้าหมื่นนาย เร่งออกเดินทางไปยังชายแดนทันที และท่านแม่ทัพฟงเตรียมกองทัพใหญ่ให้พร้อมเอาไว้ หากสถานการณ์ที่ชายแดนเกิดความรุนแรง จะได้นำกำลังทหารไปช่วยรบได้ทัน
และพวกเ้าสองคนอาิ ฟงเฉิงฮ่าว มีหน้าที่ช่วยกันตรวจสอบเหล่าขุนนางในเมืองหลวง ว่ามีขุนนางคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้หรือไม่ หากพบเจอให้ตามหาหลักฐานมาให้ได้ แล้วเจิ้นจะเป็ผู้ตัดสินโทษด้วยตนเอง ส่วนคนที่หลานรักเจิ้นจับตัวได้นำพวกมันไปปะาซะ!”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!!”
“จงอย่าลืมหากมีความคืบหน้าต้องรีบรายงานให้เจิ้นทราบ”
เมื่อฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งด้วยพระองค์เองเช่นนี้ หยางไท่ิและฟงเฉิงเฮ่าย่อมทำตามพระบัญชา
“พวกกระหม่อมจะรีบลงมือโดยเร็ว และจะถวายรายงานต่อพระองค์ทันที เมื่อสืบหาข้อมูลได้ชัดเจนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกเ้ากลับไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเถิด เจิ้นยังมีฎีกาค้างอยู่อีกมากต้องตรวจให้แล้วเสร็จ”
“พวกกระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสี่คนแยกย้ายกันหลังพ้นประตูวังหลวง สิ่งที่หยางไท่ิกับฟงเฉิงฮ่าวต้องทำนั้นไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย พวกเขาจำเป็ต้องตรวจสอบขุนนางแต่ละคนอย่างละเอียด เพียงแค่สิ่งแรกที่ต้องทำคือการส่งอู๋ซู เดินทางไปรับพ่อตาแม่ยายที่เมืองผู่เถียนเสียก่อน
ด้านฟงเสวี่ยหลินติดตามปู่ของตนไปยังค่ายทหาร เพื่อเตรียมกำลังทหารจำนวนห้าหมื่นนายโดยเร็ว เนื่องจากต้องออกเดินทางทันทีตามรับสั่งของฮ่องเต้
แต่เขากับทหารจำนวนนี้อาจออกเดินทางได้เร็วที่สุดก็อีกสองวัน เพราะสิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ต้องเตรียมไปด้วย นั่นก็คือเสบียงอาหารจำนวนไม่น้อย พวกเขาจะไปแบ่งเสบียงจากทหารชายแดนได้อย่างไร
